โปรดิวเซอร์อินเตอร์ แม่น้ำ กล้าดึง นุ่น-เป้ ปะทะกัน
รอกันอีกหน่อยได้เจอกันแน่ ในที่สุดก็โคจรมาเจอจนได้ สุดหล่อขาวใส เป้ อารักษ์ อมรศุภศิริ กับนางเอกฝีมือเฉียบ นุ่น ศิรพันธ์ วัฒนจินดา จะมาระเบิดฝีมือน่าจะดราม่าแรงๆ กันอยู่ แฟนคลับของสองดาวดัง น่าจะรอดูกันอยู่ ในหนังฟอร์มดีเด่นน่าจับตาอยู่ในเรื่อง กระบี่ Krabi 2562 ผลงานกำกับของ ใหม่ อโนชา สุวิชากรพงศ์ และ เบน ริเวอร์ (คลิกอ่าน >>> ผลงานของ เบน ริเวอร์) นำโดย เป้ อารักษ์ รับเล่นเป็นนักแสดงมนุษย์ถ้ำในโฆษณา ส่วนนางเอกฝีมือจัดจ้านจริง นุ่น ศิรพันธ์ รับบทเป็น หญิงสาวลึกลับสุดขีด
ทุกส่วนทุกคนในทีมงานหนัง ล้วนมีความสำคัญหมด ขาดคนใดคนหนึ่งไม่ได้ บันเทิงไทยรัฐออนไลน์ ได้คุยกับ น้ำ แม่น้ำ ชากะสิก สาวไฟแรงรักงานหนังสุดหัวใจ น้ำ แม่น้ำ อยู่เบื้องหลังหนังอินดี้เด่นๆ มาแล้วหลายเรื่อง
ผลงานที่ผ่านมา เช่น ไปควบคุมการผลิตให้หนังเรื่อง สิ้นเมษาฝนตกมาปรอยปรอย (In April The Following Year) ,Wonderful Town ,เจ้านกกระจอก ,ที่รัก เป็นโคโปรดิวเซอร์ร่วม ในหนังไทยสุดอินเตอร์เรื่อง พี่ชาย My Hero (How to Win at Checkers – Every Time) ที่ร่วมทำงานกับผู้กำกับหล่อใส จอช คิม Josh Kim จนดันส่งให้หนังเรื่องนี้ ไปฉายโชว์ตามเทศกาลหนังทั่วโลกมามากมาย,ดาวคะนอง และล่าสุดกับการทำหน้าที่เป็นโปรดิวเซอร์ให้หนังเรื่อง กระบี่ Krabi 2562
หนังอินดี้ ฟอร์มเล็กๆ คนไทยส่วนใหญ่ไม่สนใจ เพราะอะไร? “ผู้ชมภาพยนตร์นอกกระแส เป็นเพียงผู้ชมกลุ่มเล็กๆ แต่การผลิตภาพยนตร์เหล่านี้อย่างต่อเนื่องในวงการภาพยนตร์ เป็นการสนับสนุนภาพยนตร์ไทยให้มีหลากหลายประเภท ผู้กำกับภาพยนตร์รุ่นใหม่จำนวนไม่น้อย ที่ผันตัวไปเป็นผู้กำกับภาพยนตร์ชื่อดัง ที่มีผู้ชมชื่นชอบผลงานเป็นจำนวนมาก เราเองคิดว่า หนังนอกกระแสจึงเป็นจุดเริ่มต้นในการพัฒนาบุคลากร ให้ก้าวเข้าสู่ภาพยนตร์ในกระแสหลักเพิ่มมากขึ้น สำหรับเราการดูหนังนอกกระแสบ้าง ก็เป็นการเปิดประสบการณ์ใหม่ๆ ให้กับตัวเองทางหนึ่งเช่นกัน”
ทำไมต้องไปดู สาระสำคัญของหนังเรื่อง กระบี่ Krabi 2562 คืออะไร? “ภาพยนตร์เรื่องนี้เป็นการบันทึกประวัติศาสตร์ของเมืองกระบี่ ในเพียงมุมเล็กๆ มุมหนึ่ง ผ่านทั้งสายตาของผู้กำกับชาวไทย และผู้กำกับชาวต่างชาติ ที่ทำถักทอผลงานร่วมกัน ความประทับใจต่อสถานที่ต่างๆ ของเมืองแหล่งนี้ ในมุมมองของผู้กำกับชาวต่างชาติ ผู้กำกับทั้งสองท่านมีมุมมองที่แตกต่าง แต่ประสานกันได้อย่างน่าสนใจ”
“ภาพยนตร์นอกกระแส หรือภาพยนตร์ทางเลือก คนส่วนใหญ่ไม่สนใจ เพราะการเล่าเรื่อง ที่อาจจะเรียบ นิ่ง ช้า หรือการไม่เร้าอารมณ์ แต่ถ้าเทียบกับเมื่อสิบปีที่แล้ว กลุ่มภาพยนตร์อิสระเริ่มเติบโตอย่างช้าๆ และเริ่มมีฐานผู้ชมเฉพาะกลุ่มมากขึ้นค่ะ
มองวงการหนังไทย 2020 เป็นอย่างไรบ้าง? “วงการภาพยนตร์ไทยกำลังเติบโตขึ้นเรื่อยๆ ความหลากหลายของหนังมีเยอะขึ้น กลุ่มผู้ชมเยอะขึ้น สถานที่จัดฉายภาพยนตร์เฉพาะกลุ่มเพิ่มมากขึ้น ยกตัวอย่าง ด๊อกคิวเมนเทอรี่ คลับ documentary club ก็เป็นอีกเรี่ยวแรงสำคัญที่นำภาพยนตร์สารคดี และภาพยนตร์ที่แตกต่างหลากหลายมาให้คนรุ่นใหม่ได้ดู
“ถ้าเทียบกับสิบปีก่อน การที่จะดึงคนดูเข้าชมภาพยนตร์สารคดี ในโรงภาพยนตร์ อาจจะไม่มีใครเชื่อว่าจะสามารถทำได้ หรือแม้กระทั่งค่ายใหญ่ อย่าง GDH ในอดีต ก็กล้าที่จะลองผลิตภาพยนตร์สารคดีเรื่องไฟนัลสกอร์ Final Score 365 วันตามติดชีวิตเด็กเอ็นทรานซ์ เพื่อออกฉายในโรงภาพยนตร์ แม้อาจจะไม่ประสบความสำเร็จด้านรายได้ แต่การได้ทำสิ่งเหล่านี้ ช่วยส่งผลให้วงการภาพยนตร์เติบโตได้ค่ะ
“กลุ่มผู้ชมเริ่มเรียนรู้และทดลองสิ่งที่แตกต่าง และขยายวงกว้างขึ้นทีละเล็กละน้อย ซึ่งสิ่งเหล่านี้มันค่อยๆ สะสมและสร้างขึ้นมา เราไม่ใช่ไม่สามารถเปลี่ยนมันได้เพียงชั่วข้ามคืน วงการหนังนอกกระแสและในกระแส จริงๆ ส่งผลเชื่อมโยงและเกื้อหนุนกันอยู่ แม้คนจะไม่ค่อยพูดถึง แต่ทุกคนต่างต้องการสร้างผลงานที่มีคุณภาพ เพื่อตอบสนองต่อผู้ชมของตนเองทั้งนั้น”
เราจะสร้างวัฒนธรรมการดูหนังฟอร์มเล็ก ให้เกิดขึ้นที่ไทยได้อย่างไร? “จริงๆ วัฒนธรรมการดูหนังฟอร์มเล็ก เกิดขึ้นมาสักระยะแล้ว ค่ายหนังอย่างสหมงคลฟิล์มเองก็มีการจัดซื้อภาพยนตร์ต่างประเทศนอกกระแส เข้ามาฉายอยู่เป็นประจำ เช่น ภาพยนตร์ ญี่ปุ่น เกาหลี หรืออเมริกา หรือการจัดตั้งโรงภาพยนตร์ทางเลือกอย่างเฮาส์สามย่าน House Samyan (www.housesamyan.com) ที่ชั้น 5 ห้างสามย่านมิตรทาวน์ ก็เป็นการลงทุนที่ไม่ได้ทำกำไรมากนัก แต่ก็ผลักดันให้วัฒนธรรมการดูภาพยนตร์ของกลุ่มผู้ชมหนังอิสระก่อตัวขึ้น เป็นกลุ่มก้อนแล้วค่ะ”.

อ่านเพิ่มเติม…
ดูข่าวต้นฉบับ
ที่มา : ข่าวไทยรัฐออนไลน์ – ข่าวบันเทิง
ขอขอบคุณ : ข่าวไทยรัฐออนไลน์ – ข่าวบันเทิง

