‘พีช’ไม่สนสังคมบันเทิง

พีชไม่สนสังคมบันเทิง – ช่วงนี้ เนื้อหอม สำหรับนักแสดงหนุ่มวัย 26 ปี พีชพชร จิราธิวัฒน์ ที่ล่าสุดนอกจากภาพยนตร์ ไบค์แมน 2” แล้ว ยังลงเล่นมิวสิควิดีโอถึง 2 ตัว เพลง พอแล้ว วง โปเตโต้ และเพลง แอบดี ของ แสตมป์อภิวัชร์ แถมยังมีธุรกิจ Potato Corner

วันนี้จังหวะดีที่เจ้าตัวแวะเวียนมา เลยขอจับเข่าคุยซะเลย

งานตอนนี้มีอะไรบ้าง?

พีช – “มีหนัง ไบค์แมน 2 กับมิวสิควิดีโอ 2 ตัว ของโปเตโต้ และพี่แสตมป์ ที่เหลือยังเป็นการคุยโปรเจ็กต์กันไว้เฉยๆ แล้วเดือนหน้ามีขึ้นคอนเสิร์ต My Boyfriends Concert”

มีแสดงเอ็มวีติดๆ กัน จนหลายคนยกให้เป็นเจ้าพ่อดราม่า?

พีช – “ไม่ใช่เจ้าพ่อเลยครับ แล้วจริงๆ เพลงไทยส่วนใหญ่จะแนวนี้ ก่อนจะรับงานเราก็จะฟังก่อน พอรู้สึกชอบเพลงนี้ หรือพอได้คุยกับ ผู้กำกับฯ แล้วรู้สึกไอเดียดี น่าเล่น อย่างเอ็มวีเพลง แอบดี ของพี่แสตมป์ ผมได้ทำงานกับคุณหมู (ชยนพ บุญประกอบ) ซึ่งเป็นผู้กำกับฯ ผมตั้งแต่หนัง ซักซี้ด ห่วยขั้นเทพ ดีใจที่ได้กลับมาร่วมงานกันในรอบ 9 ปีแล้ว

ส่วนเอ็ม วี พอแล้ว ของโปเตโต้ มันท้าทายดี งานสไตล์นี้ไม่ค่อยได้ทำ ค่อนข้างเป็นไอเดียที่เปิดกว้างมาก อยากเล่นอะไรก็เล่น ด้วยเนื้อหาเอ็มวีเป็นเรื่องความอึดอัดของคนในทุกรูปแบบ ทั้งคนที่ไม่ชอบที่ทำงาน ไม่ชอบชีวิตตัวเอง ไม่ชอบอิสรภาพของตัวเอง ค่อนข้างเป็นคอนเซ็ปต์ที่กว้าง เวลาเล่นก็เลยพยายามคิดคอนเซ็ปต์ของคาแร็กเตอร์ขึ้นมา เป็นคนที่ไม่รู้จะทำอะไรกับชีวิต หาคำตอบไม่ได้ ชีวิตไม่มีความสุข ก็ปล่อยอารมณ์ไหล ก็มีร้องไห้ น้ำตามาจากสิ่งที่เราตีความ แล้วก็ด้วยสตอรี่ที่เขาไดเร็กต์ให้ตัวละครต้องรู้สึกแบบนี้ด้วย

 ‘พีช’ไม่สนสังคมบันเทิง

เล่นเอ็มวีของคนอื่น หลังจากนี้จะมีผลงานเพลงของตัวเองและเล่นเองบ้างไหม?

พีช – “มีครับปีหน้า แต่ไม่อยากเล่นของตัวเอง ตอนนี้ก็มีเพลงที่เขียนไว้บ้างแล้ว เจออะไรเห็นอะไรก็เขียน เตรียมไว้ประมาณ 12 เพลง ตั้งใจทำเป็นอัลบั้ม ปล่อยทีเดียวเลยเหมือนเมื่อก่อนที่เป็นซีดีอัลบั้ม อยากทำมาตั้งแต่เด็ก อยากมีอัลบั้มบ้าง อันนี้จะทำเองลงทุนเอง คิดว่าอยากจะทำเป็นศิลปินเดี่ยวครับ

แล้วธุรกิจ Potato Corner เป็นยังไงบ้าง?

พีช – “แฮปปี้ดี ตอนนี้มี 40 สาขาแล้ว จริงๆ วางไว้ 70 ภายในปีหน้า ถามว่าอยู่ในช่วงอยู่ตัวมั้ย ไม่มีอะไรอยู่ตัวในโลกใบนี้ สำหรับผมนะ ต้องทำไปเรื่อยๆ ถ้าเราคิดว่าอยู่ตัว มันก็จะเจ๊ง ส่วนจะลุยธุรกิจอื่นต่ออีกมั้ย ไม่ไหวแล้ว แค่นี้สภาพก็จะแย่แล้ว ช่อง (ช่อง 3) ก็ถามว่าละครเมื่อไหร่จะเล่น

เราอยากให้คนมองภาพเราเป็นนักแสดง นักร้อง หรือนักธุรกิจ?

พีช – “ไม่ตายตัว ผมไม่ได้มองว่าจะต้องทำอย่างนี้เท่านี้ ผมมองแค่สิ่งที่ผมทำได้และสิ่งที่เราอยากทำ ไม่ได้มองตัวเองเป็นนักแสดง หรือนักร้อง มองตัวเองเป็นศิลปินคนนึงที่ทำได้ทุกอย่าง บทก็เล่นได้หลากหลาย ขึ้นอยู่กับว่าอ่านแล้วชอบตัวละครชอบเรื่องมั้ย แต่ละอันแตกต่างกัน พื้นฐานของเราต้องชอบที่บทก่อน แฮปปี้กับสิ่งที่เราเลือก ผมว่าแบบนี้เราจัดการกับความคาดหวังง่ายดี

‘พีช’ไม่สนสังคมบันเทิง

เรื่องแพลนไปเรียนต่อต่างประเทศล่ะ?

พีช – “สำหรับเรื่องเรียน ตอนนี้เราทำหลายๆ อย่าง รู้สึกว่าเริ่มเยอะเกินไปแล้ว จะไปก็เริ่มลำบาก เริ่มคิดว่าหรือจะไม่ไปเรียนต่อดี เพราะตอนนี้มีโน่นนี่ให้ทำตลอด หลายๆ อย่างที่ทำก็ยุ่งขึ้นเรื่อยๆ เริ่มคิดว่าหรือเรื่องเรียนต่อไม่จำเป็น ตอนนี้ 50:50 ส่วนที่บ้านไม่ได้ยุ่ง เพราะหาตัวเองเจอ แล้วมันมีอะไรที่เรายังอยากทำอยู่

ตอนนี้รู้สึกว่าเราน่าจะเป็นนักธุรกิจมากกว่าทำงานในวงการบันเทิง?

พีช – “ไม่นะ ผมก็ทำแบบนี้ไปเรื่อยๆ ทำควบคู่กัน ธุรกิจเราก็ยังทำได้ งานเพลงเราก็ทำได้ แต่เราลงมาอยู่ในเรื่องการทำด้านโปรดักชั่นมากขึ้น ซึ่งมันมีความมั่นคงระยะยาวมากกว่านักแสดง เพราะอาชีพนักแสดง ถ้าบ้านเรายังยึดติดคำว่าตัวพระตัวนาง อายุงานจะเหลือแค่ถึงอายุ 30 เกินกว่านั้นไปเป็นพ่อเป็นแม่ อายุงานสั้นมาก เป็นอาชีพที่มีระยะเวลาแค่ 10 กว่าปี ผมมองว่าต้องมีอะไรที่ทำได้ระยะยาวไปด้วย ผมมองอาชีพนักแสดงว่าเราต้องไม่ยึดติดว่าฉันต้องเป็นพระเอกหรือนางเอก มันเป็นอาชีพที่ดันความสามารถออกมา นักแสดงคือนักแสดง เป็นอะไรก็ได้ ตราบที่ตัวละครนี้เราอยากเล่น

ในการรับบทบาทแต่ละครั้ง เราทำการบ้านเยอะไหม?

พีช – “เยอะครับ เพราะไม่มีใครทำแทนกันได้ ถ้าไม่ทำการบ้านมา เราก็เล่นได้ไม่ดี พอเล่นได้ไม่ดี ก็เป็นนักแสดงได้ไม่ดี หน้าที่เราต้องทำให้ดีที่สุดในงานแต่ละชิ้น เรารู้อยู่แล้วว่าเราทำได้แค่ไหน ข้อเสียของเราทั้งหมดคือเวลาเตรียมตัวเราน้อย ไม่ใช่นักแสดงไทยเล่นไม่เก่ง แต่เวลามันน้อยมาก บางคนมีเวลามาฟิตติ้งวันนี้ พรุ่งนี้ต้องถ่ายแล้ว คุณจะเล่นเป็นตัวละครนี้ได้ไง ในเมื่อคุณมีเวลาแค่คืนเดียว จะจัดการตัวเองอย่างไรให้กลายเป็นอีกคนได้ในเวลาแค่คืนเดียว มันก็เล่นแบบไม่เข้าใจ นั่นคือสิ่งที่ประเทศเราเป็น สุดท้ายคนก็มาว่าคนนี้เล่นไม่ดี จริงๆ เป็นเพราะเวลาเตรียมตัวน้อยเกิน

เคยเจอกรณีแบบนี้บ้างไหม?

พีช – “ถ้าเป็นผม ผมไม่รับเลย ถ้าเวลาน้อยไม่รับ แต่ก็มีบางโปรเจ็กต์ที่จำเป็นจริงๆ เราต้องหาทางยัดให้ได้ จะอึดอัดนิดหน่อย แต่ก็ต้องสู้ให้ได้

‘พีช’ไม่สนสังคมบันเทิง

มองวงการบันเทิงเป็นอย่างไร?

พีช – “มองในแง่ดีก่อน แพลตฟอร์มเริ่มเยอะ ทำให้นักแสดงเลือกโปรเจ็กต์ได้มากขึ้น แต่ข้อเสียคือเรามีคนเขียนบทที่ดีน้อย เพราะเป็นอุตสาหกรรมที่เลี้ยงชีพไม่ได้ จะเห็นว่าคนเขียนบทบางคน เขียนบทเป็นงานพาร์ตไทม์ ปกติการเขียนบทที่ดีต้องหาข้อมูลและทำงานกับมัน 18 เดือนขึ้นไป แต่คุณไม่มีเวลาทำงานถึง 18 เดือน เพราะมันหาเลี้ยงชีพไม่ได้ อุตสาหกรรมของประเทศเรามันเล็ก ถ้าเทียบกับประเทศใหญ่ๆ เพราะคนที่พูดภาษาไทยได้ก็มีแค่ประเทศเรา ประชากรมีแค่นั้น แต่เราคิดว่ามันทำได้ดีกว่านี้ เราฉลองหนัง 100 ล้าน แต่ถ้าเอามาตีเป็นตัวเลขยังไม่ถึงหนึ่งของประชากรในประเทศไทยที่มีถึง 70 กว่าล้านคน มันคือ 5 แสนคนเท่านั้น เพราะตั๋วหนัง 200 บาท เท่ากับว่าคนดูไม่ถึงเสี้ยวของคนไทยที่ดูหนังจริงๆ มันก็เลยอยู่ไม่ได้ แล้วมาพูดว่าเพราะหนังไทยทำได้แค่นี้ คนทำก็เริ่มลดสเกล มันก็ยิ่งแย่ลง มันต้องเริ่มจากการสื่อสารกันระหว่างคนดูกับคนผลิตว่าต้องช่วยกัน

กับอีก เรื่อง ประเทศเราแปลก คือนักแสดงเสียเงินไปหาหมอหน้ามากกว่าการไปเรียนการแสดง หน้าตาหล่อสำคัญกว่าเก่ง ทั้งที่มันเป็นอาชีพเรา ไม่ควรโดนคนด่าว่าเล่นแข็ง หรือเล่นไม่ดี ต้องมีความสามารถในการทำเป็นอาชีพได้ คนเราต้องให้ความสำคัญกับอาชีพตัวเอง หน้าตาเราใส่ใจได้ แต่สิ่งที่เราต้องให้ความสำคัญคือเราต้องดันพื้นฐานของเราให้ดีก่อน ตัวผมเองก็ยังเรียนการแสดงอยู่ นักแสดงเมืองนอก เขาเรียนมหาวิทยาลัยเพื่อจบมาเป็นนักแสดง แต่เราเรียนมาไม่ได้ตรงกับเรื่องการแสดง เราก็ต้องเรียนเพิ่มกับอาจารย์ของเราเอง การเรียนรู้เรื่องการแสดงมันไม่มีจุดจบ เพราะตัวละครมันไม่ซ้ำเดิม ทุกอย่างต้องนับหนึ่งหมด

‘พีช’ไม่สนสังคมบันเทิง

สังคมบันเทิงที่เราเจอ รู้สึกว่าอยู่ยากไหม?

พีช – “ผมไม่ได้สนใจ เราอยู่เราทำในแบบที่เราเป็น ตัวตนของตัวเอง คือภาพลักษณ์ที่ดีที่สุด ไม่อย่างนั้นมันก็คือการลอกเลียนแบบคนอื่น ความเป็นปัจเจกไม่มี

รักครั้งใหม่เป็นตัวเองไม่เปลี่ยนเพื่อใคร

ทุกครั้ง ที่มีความรัก จะทุ่มเทอย่างหนัก อย่างครั้งที่ผ่านมากับอดีตแฟนสาว แพทริเซีย กู๊ด ก็เช่นกัน โดยพระเอกหนุ่ม พีช พชร จิราธิวัฒน์ เปิดใจว่า ทุกครั้งที่มีความรัก เราเต็มที่หนักหน่วงที่สุด เราคิดถึงอนาคตทุกครั้ง

ถามว่า ความรักครั้งที่ผ่านๆ มา สอนอะไรบ้าง พีชกล่าวว่า ก็แล้วแต่มุม ที่ผ่านๆ มาก็เริ่มเรียนรู้แล้วว่าฉันจะเป็นคนแบบนี้ จะเป็นในแบบของฉัน จะไม่เปลี่ยนให้ใครอีกแล้ว ถ้ารับไม่ได้คือรับไม่ได้ จะเป็นอย่างนี้ตั้งแต่แรกคบ

แสดงว่า ที่ผ่านๆ มาเราปรับเปลี่ยนตัวเองเยอะมาก เยอะ ไม่เหลือความเป็นตัวเองเลย จนตอนนี้รู้สึกว่าจะไม่ให้อะไรใครอีกเลย จะเป็นแบบนี้ มันจะต้องมีคนที่รับได้ในสิ่งที่มันเป็น แล้วมันจะได้ไม่ต้องมาทนทุกข์ ผมไม่คิดว่าจะจูนอะไรอีกเลย พอกันทีกับคำว่าจูน กับคำว่ายอม จริงๆ ยอมแล้วเหนื่อย ยอมแล้วสุดท้ายคนที่ไม่มีความสุขคือเรา ถ้าไม่มีความสุขแล้วจะมีไปทำไม

‘พีช’ไม่สนสังคมบันเทิง

อย่างทุก ครั้งที่มีความรัก เราปรับเปลี่ยนตัวเองเพื่อให้เข้ากับคนที่คบ เพื่อให้อยู่ด้วยกันได้ แต่พอผ่านจุดนั้นมาแล้ว ผมคิดเลยว่าต่อไปผมจะเป็นตัวของตัวเอง

แล้วตัวตน ของพีชเป็นแบบไหน ตอบยาก ถามว่าผมเป็นคนโรแมนติกมั้ย ก็ต้องมีบ้าง ซึ่งไม่ใช่การฝืน ทุกครั้งเป็นความรู้สึกว่าอยากทำ คือพอรักแล้วเต็มที่

สิ่งแรก ที่ไม่อยากเปลี่ยนคืออะไร ทั้งหมดเลย ผมไม่ใช่คนติสต์ ผมว่าทุกอย่างที่เราผ่านมา เราเปลี่ยนบนบรรทัดฐานที่เราไม่รู้ตัว ไม่ได้เปลี่ยนเพราะตั้งใจจะเปลี่ยนเป็นคนแบบนี้เพื่อสิ่งนี้ ผมเห็นคนที่ทำแบบนี้ไม่แฮปปี้สักคน ทะเลาะกันด้วยเรื่องแบบนี้ ทำไมคุณไม่เหมือนเดิม เพราะมันฝืนไง สิ่งที่มนุษย์เราเปลี่ยนไม่ได้ คือคำว่าสันดาน ฉะนั้นอย่าฝืน อย่าเปลี่ยนตัวเองตั้งแต่แรก

ถ้าเลือก ได้ อยากให้สาวคนใหม่เป็นคนในวงการหรือคนนอกวงการ เรื่องนี้กำหนดไม่ได้ เลือกไม่ได้ มันจะมาของมันเองและเป็นไปของมันเอง ผมไม่ยึดติด ไม่มีสเป๊ก ตราบใดที่รู้สึกว่ามันโอเคก็โอเค ซึ่งตอนนี้ยังไม่มีใครเข้ามา เอาจริงๆ สิ่งที่ค้นพบตอนนี้คืออยู่แบบนี้ก็อยู่ได้ แล้วดีมากด้วย

กว่าจะใช้ชีวิตได้แบบนี้นานไหม นาน แต่ก่อนเป็นคนพึ่งคนอื่นตลอด ไม่สามารถทำอะไรด้วยตัวเองได้

ล่าสุด ไข่มุก บิวตี้บล็อกเกอร์ ลงรูปคู่เรา แล้วเราไปคอมเมนต์ หลายคนเลยสงสัย ไม่มีอะไรครับ จริงๆ ผมไปล้างฟิล์ม แล้วไปร้านเดียวกันพอดี เขาเลยขอถ่ายรูป เพิ่งเคยเจอวันนั้นเลย

ยังไม่จีบใครใช่ไหม ไม่มี อยู่อย่างนี้แฮปปี้ดี ตอนนี้มายด์เซ็ตเราเปลี่ยน รู้สึกว่าจะมีเดี๋ยวมีเอง จะเกิดขึ้นเดี๋ยวเกิด ไม่หา

‘พีช’ไม่สนสังคมบันเทิง

ตอนนี้อยากมีแฟนอีกไหม มีก็ได้ ไม่มีก็ได้

ถามว่า มรสุมความรักที่ผ่านมา ได้ให้อะไรบ้าง พีชกล่าวว่า ดีครับ ถือว่ามาในช่วงชีวิตที่จำเป็นที่สุด เจอตอนนี้ดีกว่าปล่อยไว้นาน ตอนนี้แฮปปี้กับชีวิตโสด

แต่จังหวะ ชีวิตที่ผ่านมาถือว่าโหดนะ นอกจากปัญหาเรื่องความรักแล้ว ยังมีปัญหาครอบครัวด้วย เครียดขนาดไหน ไม่เลย กลายเป็นชีวิตตอนนี้ถือว่าปลดล็อก ไม่มีอะไรที่ทำให้รู้สึกกดดันได้อีกเลย เรารู้สึกว่าชีวิตในปัจจุบันนี้เราสามารถควบคุมได้ทุกอย่าง

มนุษย์เราถ้ามีแรงผลักดัน สามารถทำได้ทุกอย่าง ชนะทุกอย่าง

ที่มา : บันเทิง Archives – ข่าวสด
ขอขอบคุณ : บันเทิง Archives – ข่าวสด