คิง “พอเล่นจบ กลับบ้าน เราก็ซื้อเครื่องดื่ม ขนมมากิน ก็จัดไป เกือบ 2 ลัง พอคุยทำความรู้จักกันแล้ว ตอนนั้นเราอยู่บ้านเช่า น้องห้องหนึ่ง เราห้องหนึ่ง เราก็เป็นสุภาพบุรุษเราก็ดูละครมาเยอะเหมือนกัน ถ้าข่าวไม่ดีออกไปเราก็เสีย เราก็เลยให้เขาไปนอนบนเตียง เราก็นอนบนเขาอีกทีนึง (หัวเราะ) คืนนั้นก็รวบหัวรวบหางเลย คือผมพอมีอะไรไปแล้ว ผมตัดสินใจเลยว่ารับผิดชอบเขา แต่เขาตอนนั้นรักเราแล้วหรือเปล่า เรายังไม่รู้”

อาย “แล้วพวกพี่โทร.มาก็โทร.มาให้รับผิดชอบเหมือนกัน แล้วคืนนั้นไปนั่งร้องไห้ปลายเตียงทำไม”

คิง “ก็คิดว่าจะได้ตัวเองไง แต่จริงๆ แล้วตัวเองได้เขา ก็เลยเสียใจ กลัวตัวเองจะทิ้งเขาไป”

เหตุผลที่เขารวบหัว รวบหาง เขามีเหตุผล 3 ข้อ?
คิง “คือทีแรกตั้งแต่เจอหน้ามันก็สเปกอยู่แล้ว เราตั้งสเปกเอาไว้ว่า 1. จะต้องสวย 2. เรื่องบนเตียง คือคืนนั้นก็คือใช่เลย 3. ที่ตัดสินใจเลยว่าเขาคือคนที่ใช่ คือ พอตอนเช้าผมต้องไปอัดรายการก่อนบ่ายคลายเครียด พอกลับมาบ้านผมจากรกๆ สะอาดหมดเลย แล้วเสื้อผ้าเราก็เอาไปซัก เราก็เลยแบบนี่แหละคือคนที่จะมาดูแลเรา”

พอตัดสินใจว่าจะเลือกผู้ชายคนนี้มีกฎเหล็ก?
อาย “ห้ามตด ห้ามเรอใส่เรา อยู่กับหนูมารยาทต้องมี ห้ามพูดคำหยาบด้วย ห้ามลงไม้ ลงมือ”

อยู่ดีๆ ทำไมต้องหนีกลับบ้าน?
อาย “เขาติดการพนัน แล้วเขาให้หนูไปนั่งเฝ้าตั้งแต่ตอนเย็นของวันนี้ ยันเช้าอีกวันนึงเลย”

คิง “วันนั้นมันเป็นงานศพที่ประจวบฯ ที่บ้าน แล้วเรากลับไปร่วมงานศพ แล้วเหมือนประเพณีอะ เราก็อยู่ร่วมเอ็นเตอร์เทนกับเขาไปด้วย ประมาณสัก 2 ทุ่มไปจน 8 โมงเช้า แต่เราก็ให้เขาอยู่ในรถ เขาถือเป็นผู้หญิงที่ดีนะ ไม่บ่น ไม่อะไรเลย ขับรถจากประจวบฯ มากรุงเทพฯ เขาก็ไม่บ่น ไม่อะไรเลย”

ตอนนั้นเราคิดอะไรอยู่?
อาย “พอตอนจะนอนหนูก็พูดว่าอยู่คนเดียวได้ใช่ไหม เพราะว่าแบบนี้ไม่เอา อยู่คนเดียวไปนะ แบบนี้รับไม่ได้ ไม่เคยเจอเลย”

คิง “แล้วเขาก็กลับเชียงใหม่ ผมก็โทร.ไปหาเขา ถามนู้น นี่ นั่น”

อาย “คือเขาพูดประมาณว่า แบบนี้หาที่ไหนไม่ได้แล้ว อยากให้เขากลับมาอยู่ด้วย จะปรับปรุงตัวให้ดีขึ้น”

พอกลับมาปุ๊บก็พาไปเจอแม่เลย?
อาย “พาไปเลย หนูไม่อยากปิดบังแม่ ก็บอกว่าถ้าอยากจะคบกันก็ต้องไปหาแม่”

คิง “เราก็ไปทีนี้แม่ก็มีพาน แล้วก็สายสิญจน์ คือประเพณีทางเหนือ คือผูกข้อไม้ ข้อมือธรรดา แต่บ้านเราผูกข้อไม้ ข้อมือ นี่มันส่งตัวแล้วหรอ แล้วพอผูกแม่ก็พูดขึ้นมาเป็นภาษาเหนือ พอผูกเสร็จ 3-4 เดือนก็ท้อง ก็ไปบอกแม่ว่าไปหาฤกษ์ได้เลยท้องแล้ว ก็อุ้มหมูกระปุกออมสินไปให้แม่”

สรุปสินสอดในกระปุกหมูได้เท่าไร?
คิง “ตอนที่ยกไปให้เราไม่รู้ว่ามีเท่าไร เราก็ไปบอกความจริงกับผู้ใหญ่ว่าถ้าเก็บเงินได้ 2 ปีจะแต่ง แต่ว่ามันเกิดเหตุแบบนี้มาก่อนก็เลยเอาตรงนี้มาให้ สัญญาว่าจากนี้เป็นต้นไปจะให้แต่ความมั่นคงกับลูกของเขา ยายก็ยกหมูตัวนั้นคืนมาให้ วันนึงเราชอต ไม่มีตังค์ ก็เลยลองทุบสินสอดดู น่าจะมีสักหลักแสน ทุบออกมานับแล้ว นับอีก 9 พัน แม่ไม่รู้”

อาย “แม่อยากได้เงิน คือตอนแรกแม่ไม่ชอบพี่คิงอยู่แล้ว แม่ไม่ให้คบ บอกว่าไม่ต้องไปคบพวกดารา ไม่ต้องไปคบนะ”

คิง “แต่ทุกวันนี้แม่ไปไหนก็บอกว่าลูกเขยฉันเป็นดารา”

แล้วนานไหมกว่าจะมีลูกคนที่ 2?
อาย “ห่างกัน 2 ปี”

ตอนนั้นเงินก็ไม่ค่อยมีด้วย?
คิง “ตอนนั้นยังเป็นคิง ก่อนบ่าย ได้ ปี สองปี เอง คนก็ยังไม่ค่อยรู้จัก ก็ทำหาเช้ากินค่ำ ยังเช่าห้องพักอยู่เลย แล้วจังหวะที่สุดๆ เลยก็คือ เมียอยู่เมืองกาญจน์ ไปอยู่กับแม่ เพราะว่าการดูลูกอะไรอย่างนี้ก็ลำบาก เราก็ตัดสินใจจะไปเยี่ยมลูก เยี่ยมเมีย เราก็โดนรถชน ก่อนจะถึงห้อง แล้วรถพังหมดเลย เราก็โทร.ตามเขา บอกว่าโดนรถชน แต่ตัวไม่เป็นไร

ตอนนั้นมีเงินติดตัวอยู่ 500 แล้วเงินก็กระเด็นหายไปไหนไม่รู้ เหลือติดตัวประมาณสัก 200 ได้ ก็กลับไป ทางตำรวจก็ลากรถเราไป ทีนี้เราต้องกลับมาทำงาน ตอนนั้นเราก็ร้อง จับมือเมียแล้วบอกว่าตอนที่เขาอ่อนแอ ตัวเองต้องเข้มแข็งนะ แล้วเขาจะถอดแหวนแต่งงานไปจำนำ เราก็บอกให้เก็บไว้ ไม่เอา”

ทำยังไงถึงผ่านตรงนั้นมาได้?
คิง “ก็ได้กำลังใจที่เขาให้”

ทุกอย่างจะแฮปปี้ แต่จู่ๆ อายมาป่วยโรคซึมเศร้า?
อาย “ก็คือตอนแรกไม่รู้ตัว แต่คนรอบข้างทักว่าอายเครียดอะไรหรือเปล่า หน้าเครียดๆ เราก็คุยปกติ ไปไหนมาไหน ปกติ หน้าตาเหมือนจะร้องไห้ตลอดเวลาเลย จนคนทักมาเกือบปี ลองไปพบจิตแพทย์ดีไหม หนูก็เลยลองไป หมอก็บอกประมาณว่าเป็นโรคซึมเศร้านี่แหละ ก็รับยา และรักษามา ช่วงแรกก็ดีขึ้นเรื่อยๆ

พอผ่านไปสัก 3-4 เดือน หนูคิดว่าหนูหายแล้ว หนูก็หยุดยาเอง หนูไม่ไปหาหมอ แต่หมอก็เตือนแล้วว่าอย่าหยุดยาเอง เดี๋ยวจะมีเอฟเฟกต์ พอผ่านไป 2 เดือน หนูก็เริ่มพูดไม่รู้เรื่อง หนักกว่าเดิม ก็เลยกลับไป หมอบอกว่าเหมือนภาวะซึมเศร้าหลังคลอดสะสมมานาน แล้วเราไม่รู้ตัว”

คิงรู้ว่าเมียเป็นโรคซึมเศร้า แล้วทำยังไง?
คิง “ผมมารู้ตอนที่แม่ยายเริ่มทัก บอกว่าคิงดูน้องหน่อย น้องดูไม่ปกติ ตอนนั้นเขาตัวเหลืองๆ ผอมๆ ผมร่วง จนวันนึงอาบน้ำด้วยกัน ผมเห็นแล้วช็อก เหมือนคนที่หนังหุ้มกระดูก จากน้ำหนัก 47 เหลือ 39 ในช่วงเวลา 2 เดือน ผมก็กลับมานั่งคิด คืนนั้นผมร้องไห้ เราทำงานหาเงิน เราใช้เงินดูแลเขาอย่างเดียว

มันไม่สบายหรอ ถึงละเลย ปล่อยให้เขาเป็นโรคนี้ขึ้นมาได้ ก็คิด หาเวลา ทำความเข้าใจ คุยกับเขาให้มากขึ้น เขาก็กลับขึ้นมาได้ในระดับนึง เราก็ยอมลดในสิ่งที่กระทบกระเทือนจิตใจเขา ตอนนั้นก็ทำเพลงให้เขา ก็เหมือนเป็นการบอกเลิกพฤติกรรมไม่ดี เพื่อขอโทษเขา บอกเขาอย่าไปไหนจากเรา เราจะพยายามทำให้ดีที่สุด เพื่อเขา”

ตอนนี้หายยัง?
อาย “ยังค่ะ ยังต้องรับการรักษาไปเรื่อยๆ”.

ที่มา : ข่าวไทยรัฐออนไลน์ – ข่าวบันเทิง
ขอขอบคุณ : ข่าวไทยรัฐออนไลน์ – ข่าวบันเทิง