“ถึงแม้กูจะเป็นคนกระจอกงอกง่อย แต่กูคิดว่ากูอยากทำงานศิลปะของรัชกาลที่ 9” คำกล่าวที่ออกจากปากอาจารย์เฉลิมชัย โฆษิตพิพัฒน์ประโยคนี้ ไม่ใช่แค่ลึกซึ้งกินใจ แต่มันเตือนให้คนไทยอีกกว่า 60 ล้านคน นึกถึงพระราชกรณียกิจต่างๆ ของในหลวงรัชกาลที่ 9 ที่ช่วยทำให้ประชาชนชาวไทยมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น เราคนไทยตัวเล็กๆ จะตอบแทนอะไรท่านได้บ้าง ซึ่งอาจารย์เฉลิมชัยได้เป็นตัวอย่างคนไทยที่ได้เลือกทำในสิ่งที่ตัวเองถนัดเพื่อให้พระมหากษัตริย์พอพระทัย และเป็นชื่อเสียงของประเทศที่ใครๆก็กล่าวขาน 

Thairath Talk : การสร้างงานศิลปะเพื่อในหลวง ร.9 อาจารย์รู้สึกอย่างไร

“มึงเข้าใจไหม ในเรื่องของศิลปะถ้ามึงรู้จักประวัติศาสตร์ของศิลปะในประเทศชาติมึง มึงก็อยากจะทำ กูรู้ว่าอยุธยายิ่งใหญ่เพราะอะไร เพราะกษัตริย์เป็นผู้สร้างทุกอย่าง สถาปัตยกรรม งานศิลปกรรม อยุธยาเป็น Classic Art ที่ใหญ่ที่สุด แต่พออยุธยาถูกทำลาย จึงมาสร้างวัดพระแก้ว 

หลังจากนั้นผู้ยิ่งใหญ่อีกคนคือ พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว ในหลวง รัชกาลที่ 3 ที่สร้างงานศิลปะทุกอย่างตั้งแต่ยุคของพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช รัชกาลที่ 1 จนถึงสมัยพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย รัชกาลที่ 2 แต่มาสำเร็จในรัชกาลที่ 3 หลังจากนั้นในหลวง รัชกาลที่ 5 พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เป็นผู้ยิ่งใหญ่ที่สุดที่สร้างอะไรมากมายในบ้านเมือง และตั้งแต่เปลี่ยนแปลงการปกครองมา พระมหากษัตริย์จึงทำอะไรไม่ได้ ต่อให้ท่านคิดอยากทำอะไร เพราะมันเป็นเรื่องของประชาธิปไตย อำนาจเด็ดขาดไม่ได้อยู่ที่พระองค์ มึงรู้ไหม กูถึงอยากจะทุ่มเทสร้างแทนพระองค์ สร้างแทนกษัตริย์ ถึงแม้กูจะเป็นคนกระจอกงอกง่อย แต่กูคิดว่ากูอยากทำงานศิลปะของรัชกาลที่ 9 พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ที่ไม่เหมือนรัชกาลใด เพราะวัดวาอารามเดี๋ยวนี้งานศิลปะก็ลอกรัชกาลที่ 5 ซะส่วนใหญ่ มึงรู้ไหม เวลากูเข้าเฝ้าฯพระเจ้าอยู่หัว ทำงานถวายพระมหาชนก พระเจ้าอยู่หัวรับสั่งเลยว่า “อย่าวาดเหมือนรัชกาลอื่นนะ ให้เป็นรัชกาลของเรานะ ให้เป็นสมัยใหม่และเป็นรัชกาลของเรานะ” และนั่นคือรูปเขียนพระมหาชนก กูจึงต้องจุดประกายคิดเรื่องใหญ่กว่านั้น คือคิดงานสถาปัตยกรรมด้วย คิดงานประติมากรรมด้วย และงานจิตรกรรม พร้อมกันหมด ให้เป็นงานศิลปะสมัยใหม่ ที่เป็นยุคสมัยของพระองค์ท่าน ไม่ลอกรัชกาลใด

นี่คือความปรารถนาของกูที่จะถวายชีวิตให้แก่การสร้างงานศิลปะประจำรัชกาลที่ 9 ดังนั้น เพื่อประเทศกูและบ้านเกิดกู และเพื่อพระเจ้าอยู่หัวที่กูรัก ที่กูอยากสร้างสรรค์ที่ท่านอยากทำแต่ทำไม่ได้ มึงเข้าใจไหม ในสมัยของรัชกาลที่ 5 สั่งด้วยพระองค์เอง เพราะด้วยการปกครองแบบสมบูรณาญาสิทธิราชย์ ทำราชดำเนิน ทำวัดเบญฯ ได้ทั้งหมด

มายุคที่เปลี่ยนแปลงการปกครอง พระมหากษัตริย์ไม่ทรงมีอำนาจเด็ดขาดในการทำอะไร นี่จึงเป็นสิ่งที่กูอยากแม้กูจะตัวเล็กๆ ก็รักพระเจ้าอยู่หัว ก็อยากให้แด่พระเจ้าอยู่หัว เพราะรู้ว่าพระเจ้าอยู่หัวโปรดงานศิลปะที่สร้างขึ้นมาใหม่ ที่ไม่ใช่เป็นรัชกาลอื่น ดังนั้นกษัตริย์ทุกพระองค์จึงมีงานศิลปะของรัชกาล ไม่ว่าจะประเทศใด อย่างเช่นกษัตริย์ในรัสเซีย ฝรั่งเศส

ดังนั้นเมื่อเปลี่ยนการปกครอง ทุกอย่างขึ้นอยู่กับกรมศิลปากร ดังนั้นกูเป็นเอกชน ไม่ต้องเอาเงินรัฐบาล กูจึงต้องหาเงินด้วยตัวเอง กูต้องเก่ง ระดมทุนด้วยตัวเองเพื่อสร้างถวายท่าน กูไม่ต้องการอยู่ใต้ตีนใคร กูไม่เอาเงินจากรัฐบาล รัฐมนตรีก็จะมาเหนือกู กูไม่เอาเงินจากเศรษฐี ไม่งั้นไอ้เศรษฐีก็จะมาเหนือกู ทำให้กูไม่มีอิสรภาพในการคิดและทำ กูจึงต้องมั่นใจว่ากูสามารถหาเงินได้ ไม่อยู่ใต้ตีนใคร ไม่จำเป็นต้องฟังใคร กูจึงสร้างงานศิลปะที่ยิ่งใหญ่ได้ด้วยตัวกูเอง ไม่มีใครมาเบ่งกู เพราะมันไม่ได้จ่ายเงินกู”

ภาพ : facebook กลุ่มคนรักอาจารย์เฉลิมชัยโฆษิตพิพัฒน์

อ่านเพิ่มเติม…

ที่มา : ข่าวไทยรัฐออนไลน์ – ข่าวบันเทิง
ขอขอบคุณ : ข่าวไทยรัฐออนไลน์ – ข่าวบันเทิง