แน๊ต เกศริน กับการตัดสินใจพลาดตอนอายุ 19 ปี ถ้าย้อนไปได้จะไม่ทำ

พักหลังมาสายเฮลตี้ แต่คนก็จะมองว่ามาออกกำลังกายหรือมาขายความเซ็กซี่?
“แล้วเห็นกล้ามเนื้อแน๊ตมั้ยล่ะ ถ้าสมมติแน๊ตแต่งตัวเรียบร้อย แล้วคุณจะเห็นมั้ยว่ากล้ามเนื้อ ร่างกายของแน๊ตพัฒนาไปจนถึงไหน

แน๊ตไม่มีการที่จะไปนั่งแก้ผ้าเล่นที่ฟิตเนส ถ้าเป็นยิมส่วนตัวแน๊ตคงแก้ผ้าเล่นเพราะว่ามันเป็นยิมส่วนตัวของเราไงคะ แต่นี่เป็นยิมที่เราถามแล้วกับทางเจ้าของ ว่าเราสามารถใส่ได้ประมาณไหน

อย่างวันนี้แน๊ตเห็นคนแชร์ว่า ต้องอ่อยเบอร์ไหนถึงได้ขนาดนี้ แน๊ตก็บอกว่าก็อ่อย อ่อยในฟิตเนส อ่อยในการออกกำลังกาย อ่อยในการกีฬา ไม่ได้เอาการกีฬาของแน๊ตไปอ่อยในชีวิตจริง แบบนั้นเค้าเรียกว่าร่า_ ต้องตีกรอบให้ได้นะคะ

คนบางคนแต่งตัวเรียบร้อย แต่ชีวิตจริงร่า_มาก อันนี้ก็ไม่ไหว มันเลยคำว่าแรดไปแล้วค่ะ แต่เราไม่ได้เป็นคนแบบนั้น ชีวิตจริงของเราพอเราเสร็จงานเราก็เข้าฟิตเนส กลับบ้านมาสังสรรค์กับเพื่อน มีผู้ชายเข้ามาเยอะแยะมากมาย เรายังไม่เอาเลย

อย่างแน๊ตเนี่ยไม่ได้เรียกว่าร่า_นะคะ เรียกว่าแต่งตัวออกกำลังกายอยู่ในฟิตเนส หน้าที่การงานของแน๊ตน่าจะล่อแหลม แต่ในชีวิตจริงแน๊ตไม่ได้ไปล่าแต้มหาผู้ชายแบบนั้น เพราะฉะนั้นแน๊ตถือว่าแน๊ตอยู่ในกรอบของแน็ต ซึ่งแน๊ตก็ไม่ได้ไปก้าวก่ายในกรอบชีวิตของใครค่ะ”

เคยโดนติดต่อให้รับงาน N งาน V มั้ย?

“เราไม่เลือกที่จะรับงานเอ็นอยู่แล้ว มันมีอยู่แล้วค่ะ คือตอนแรกที่ติดต่อเข้ามาเราไม่รู้นะ เราไปถามสไตลิสต์ เลยรู้ว่ามันมีกลุ่มนางแบบที่รับงานวี 

นางแบบบางคนผันด้วยจากการที่เคยเป็นนางแบบ ก็เลิกเป็นนางแบบมาเป็นมาม่าซัง มาเป็นโม หาเด็กไปเอง เยอะมาก ซึ่งเน็ตไอดอลหลายคนก็ไปกันเยอะ

ถามว่ามีติดต่อกันมั้ย มันมีติดต่อมาตั้งแต่เริ่มแรกแล้ว ไม่งั้นเราจะไม่รู้ศัพท์พวกนี้อยู่แล้วค่ะ เพียงแต่ว่าเราไม่รับอยู่แล้ว

และอีกอย่างสังคมของเราไม่จำเป็นต้องไปขนาดนั้น เพราะสังคมของแน๊ตแคบมาก มันเป็นสังคมผู้ใหญ่มาก จริงๆ แน๊ตมีโอกาสเข้าถึงผู้ใหญ่หลายๆ คนเยอะ

ซึ่งแฟนของแน๊ตแต่คนก็อยู่สังคมใหญ่ๆ อยู่แล้ว เพราะฉะนั้นมันเป็นวงจรที่แคบมาก เพราะฉะนั้นอย่าทำอะไรที่มันสุ่มเสี่ยงต่อชื่อเสียงดีกว่า (หัวเราะ)”

 

เคยมีโมเมนต์ที่เศร้า เสียใจมากๆ จนทนไม่ไหวแล้วมั้ย?
“มีแค่ตอนเด็ก ตอนที่เป็นข่าวหน้า 1 นสพ. พลาดไปถ่ายหนัง 18+ ที่ตอนแรกเค้าบอกจะไม่ฉายเมืองไทยสุดท้ายเอามาฉายและเป็นข่าวโด่งดัง จนเราโดนข้อหาไปด้วย แค่ตอนนั้นเอง คือข่าวที่เกิดขึ้นครั้งนั้นครั้งเดียวตอนอายุ 19 หลังจากนั้นก็ไม่มีอีกเลย

มันนานมากจนเราลืมโมเมนต์ความรู้สึกนั้นไปแล้ว ความรู้สึกตอนนั้น จำไม่ได้แล้วเพราะมันนานมาก มันทำให้เราแกร่งจนความเสียใจตรงนั้นมันไม่มีแล้วค่ะ

แน๊ตคิดว่าชีวิตเราถ้าคิดจะเอาเวลามานั่งเสียใจ ทุกคนๆ มันต้องมีแหละเรื่องเสียใจในแต่ละวัน เพียงแต่ว่ามันยังไม่ออกมาเท่านั้นเอง หลังจากนั้นชีวิตผ่านอะไรมาเยอะ มันก็เลยไม่มีอะไรที่รู้สึกว่ามันจะทำลายชีวิตเราได้อีกแล้วค่ะ”

เคยรู้สึกว่าเราไม่น่าพลาด ไม่น่าตัดสินใจแบบนี้ในครั้งไหนในชีวิตหรือเปล่า?
“ถ้าเป็นตอนเด็กก็ต้องมีอยู่แล้วที่เราจะต้องตอบแบบนี้ แต่พอเราโตมาเราใช้ชีวิต แน๊ตเชื่อว่าทุกอย่างมันมีเหตุและผลของมัน

ถ้าเราไม่พลาดในการตัดสินใจครั้งนั้นไปมันก็จะไม่มีผลที่ทำให้เรามีในวันนี้ วันนั้นตอนอายุ 19 ไม่ตัดสินใจพลาด ก็จะไม่มีแน๊ต เกศริน ในปัจจุบันนี้ มันมีเหตุและมีผลของมันอยู่แล้วมาประกอบในชีวิต

เพียงแต่ว่าถ้าตอนนั้นแน๊ตย้อนกลับไปได้แน๊ตจะไม่ทำ นั่นคือคำตอบสมัยที่เรายังเด็กมาก และมันเป็นคำตอบของคำแก้ตัวรึเปล่า มันก็อาจจะใช่

แต่ปัจจุบันเราโตมากขึ้น แน๊ตเชื่อว่าทุกอย่างมันมีเหตุมีผล มีปัจจัยตามมา ถ้าเราไม่ตัดสินใจพลาดตอนนั้น

ตอนที่เรารู้เท่าไม่ถึงการณ์ในอายุ 19 ถามว่าปัจจุบัน แน๊ต เกศริน อายุ 35 ยังจะมีใครรู้จักอยู่รึเปล่า อาจจะแต่งงาน มีสามีมีลูกอยู่ที่ไหนสักแห่งก็ไม่รู้ค่ะ แน๊ตเชื่อว่าทุกอย่างมันถูกขีดเส้นมาอยู่แล้ว

แต่บทเรียนครั้งนั้นสอนให้แน๊ตรู้จักคนมากขึ้น สอนให้แน๊ตรู้จักการทำงานมากขึ้น สอนให้แน๊ตดูเป็นผู้ใหญ่มากขึ้น

ตอนอายุ 19 ตอนนั้นที่มันมีข่าว โดนอะไรมาเยอะมาก เพราะฉะนั้นพอโตมาแล้วแน๊ตจะดัดจริตแล้วว่าอยู่ไม่ได้ โดนสังคมบูลลี่เยอะ แน๊ตว่ามันไม่ใช่แล้ว

คือถ้าคุณก้าวมาได้ถึงขนาดนี้ ชีวิตจะมาโดนบูลลี่มันเป็นเรื่องเล็กมาก อยู่ให้เป็นค่ะ แล้วทางออกในชีวิต แน๊ตไม่ได้ดูถูกนะคนที่ฆ่าตัวตาย เพราะว่า ณ เวลานั้นอาจจะมืดแปดด้าน หาใครไม่ได้ ทุกอย่างมันมืดบอดหมด”.

ดูข่าวต้นฉบับ

ที่มา : https://www.thairath.co.th/entertain/news/1800016
ขอขอบคุณ : https://www.thairath.co.th/entertain/news/1800016