‘น้ำฝน-อาร์ม’ สัญญาจะดูกันและกัน

“น้ำฝน” พัชรินทร์ จูงมือ “อาร์ม” พิพัฒน์ เข้าพิธีวิวาห์ เผยสินสอดตามความเหมาะสม ลั่นแพลนฮันนีมูนเลื่อนไปก่อน เพราะโควิด-19 ระบาด สัญญาจะดูแลกันและกัน บอกจดทะเบียนสมรสแล้ว “น้ำฝน” รับเปลี่ยนนามสกุลตามฝ่ายชาย แต่ใช้นางสาว พร้อมมีทายาททันทีหลังถ่ายละครเสร็จ 

    ทีมบันเทิง คมชัดลึก –  คู่รัก “น้ำฝน” พัชรินทร์ ถือฤกษ์ดี 20 มี.ค. 63 ควงแขน “อาร์ม” พิพัฒน์ จัดพิธีสมรสแบบเรียบง่าย โดยมีครอบครัว และ เพื่อนในวงการบันเทิงที่สนิทเท่านั้น ตั้งแต่ช่วงเช้าที่ผ่านมา จากนั้น บ่าว-สาว ก็ออกมาเปิดใจกับสื่อมวลแบบเป็นกันเอง ณ ศาลาริมน้ำ โรงแรม แมนดาริน โอเรียนเต็ล 

       บรรยากาศงานช่วงเช้าเป็นยังไงบ้าง?
       น้ำฝน : “อบอุ่นมากๆ ค่ะ เป็นงานเล็กๆ ง่ายๆ มีภายในครอบครัว แล้วก็ผู้ใหญ่ที่เคารพและพี่ๆ น้องๆ ที่สนิท ค่ะW
    อาร์ม : “แล้วก็อาจจะรวดเร็วสักหน่อย มีรัดในบางขั้นตอนบ้าง รวมถึงมีการรักษาความสะอาดตลอดเวลา เพื่อความปลอดภัยของทุกคนด้วย”

       น้ำฝน : “ในส่วนของพิธีไทยจริงๆ ฝนกับพี่อาร์มทำบุญกันไปตั้งแต่เมื่อ 3 เดือนที่แล้ว คือวันที่ 20 ธ.ค.2562 เมื่อช่วงเช้าก็เลยเป็นพิธีแห่ขันมากกันก่อน จากนั้นก็ขึ้นมารับตัวฝนแล้วลงไปทำพิธีสู่ขอและสวมแหวนหมั้น”
       อาร์ม : “แล้วก็มีพิธียกน้ำชาแบบจีน ซึ่งมีการป้องกันในเรื่องของไวรัส อย่างตัวยกน้ำชาจะมีการยกแล้วก็จัดเก็บแก้วออกไปเลย ไม่มีการใช้ซ้ำ และเป็นถ้วยใหม่ทุกใบ”

       ทราบว่ามีมาตรการในการคัดกรองแขกก่อนเข้างานด้วย?
       น้ำฝน : “ใช่ค่ะ อันนี้ต้องขอบคุณทางโรงแรมโอเรียนเต็ลด้วย เนื่องจากมีมาตรการที่ดีมากๆ ก่อนที่แขกจะทำงานก็จะมีการวัดอุณหภูมิให้ รวมถึงเจลแอลกอฮอล์ที่มีอยู่เยอะมากรอบงาน นอกจากนี้ยังมีการสอบประวัติ ถ้าสมมุติว่าแขกท่านใดที่อาจจะเพิ่งไปในประเทศที่สุ่มเสียงก็อาจจะขอความกรุณาไม่ได้เข้าร่วมงาน”
พอต้องมาเจอสถานการณ์ของโรคไวรัสโควิด-19 ทำให้พิธีที่เตรียมไว้ก่อนหน้านี้ต้องมีการปรับเปลี่ยนบ้างไหม?

       อาร์ม : “จริงๆ ไม่ต่างครับ เพียงแต่ว่าก่อนหน้างานคือบางทีเราอาจจะรู้สึกว่าจะแต่งงานก็ต้องแจกการ์ด แล้วก็ผ่านไป 1-2 เดือนแล้วค่อยมาเจอกัน แต่คราวนี้มันพิเศษตรงที่ว่าด้วยสถานการณ์แบบนี้กลายเป็นว่าผมกับฝนต้องโทรศัพท์ไปหาคนที่เราแจกการ์ดไปแล้ว อย่างเช่นญาติๆ โดยเฉพาะผู้ใหญ่ เราก็ต้องถามเขาว่าสะดวกมั้ย เนื่องจากผู้ใหญ่ก็มีโอกาสเสี่ยงที่สูง รวมถึงมีการสอบถามว่าก่อนหน้านี้เขาได้ไปไหนมาด้วยหรือเปล่า เพราะส่วนหนึ่งเราก็เป็นห่วงแขกท่านอื่นด้วย คือต้องมีการถามตรงๆ เลย ว่าถ้าหากสุขภาพไม่แข็งแรงหรือว่าช่วงนี้ไปไหนมาก็ไม่เป็นไรนะครับ คือด้วยใจ บางคนแค่ยกหูมาหาเราก็ดีใจแล้ว งานก็เลยดีขนาดย่อมลงมาอีก จากเดิมที่ตั้งใจว่าจะเป็นย่อมๆ อยู่แล้ว”

 

 

    บ่าวสาวเครียดไหม สถานการณ์แบบนี้?
       อาร์ม : “ก็มีเครียด แต่จะเป็นเรื่องสถานการณ์นี่แหละ แล้วก็เป็นกังวลแทนพี่ๆ แล้วก็ครอบครัว เพราะว่าการจัดงานแต่งงานขึ้น แน่นอนว่าอีกมุมหนึ่งของสังคมมองว่า เอ๊ะ…เราสุ่มเสี่ยงไหม จะมีอันตรายอะไรไหม มันก็ทำให้เราพยายามจะระมัดระวังมากขึ้น”
       น้ำฝน : “ตอนแรกฝนก็ไม่เครียด จนวันนี้แต่งหน้าเสร็จเรียบร้อยแล้ว ช่างแต่งหน้าบอกว่าฝนเมื่อก่อนไม่เคยมีสิว วันนี้แอบมีสิวขึ้นตรงคาง พี่เขาก็บอกว่าแอบเครียดใช่ไหม ก็คือเครียดนิดหนึ่ง พอมันใกล้วันปุ๊บ สถานการณ์มันก็ค่อนข้างจะเครียด เราก็พยายามจัดให้งานเราเล็กลงมากที่สุดเท่าที่จะทำได้ค่ะ”

       อาร์ม : “ใส่หน้ากากบ่อยด้วยไง มีวันนี้แหละที่อาจจะเอาออกนะครับ ทุกทีก็พกใส่ตลอดครับ”
มีคุยกันไหมว่าอยากจะเลื่อนงานออกไปก่อน?
       อาร์ม : “เคยคุยเหมือนกัน ก็คุยกันว่ายังไงดี”
       น้ำฝน : “ก็ปรึกษากัน เพราะว่ามันเป็นเรื่องที่เราให้ความสำคัญมากๆ แล้วพอเราคุยกันไปเรื่อยๆ ก็รู้สึกว่าโอเค งานเรามันไม่ได้คนห้าร้อยคนพันคน ส่วนใหญ่ก็เป็นญาติๆ ทั้งนั้นค่ะ แล้วเรื่องมาตราการความปลอดภัย ที่เราโทรถามทีละคนด้วย เราก็เลยโอเค งั้นเราจัดเหมือนเดิมนะ”

       อาร์ม : “ก็มีหลายคนเหมือนกันที่แอบงอน ว่าเขาก็มาไม่ได้เหมือนเดิม เพราะเขากักตัวเองอยู่ (หัวเราะ) ซึ่งอันนี้เราขอบคุณเขามากกว่า ที่เขาไม่ได้เป็นห่วงแค่ตัวเอง แต่เป็นห่วงพวกเราด้วย”

 

 

    หลังจากนี้จะมีพิธีฉลองอะไรอีกไหม?
       น้ำฝน : “ฉลองเรียบร้อยแล้วค่ะ เมื่อกี้กลางวันก็คือทานข้าวกันเรียบร้อยแล้ว ก็คือเราเน้นเป็นงานที่เรียบง่าย”
       อาร์ม : “พอแล้วเถอะครับผม (หัวเราะ)”

    โมเมนต์ในงานซาบซึ้งใจกันอย่างไรบ้าง มีน้ำตาไหลบ้างไหม?
       น้ำฝน : “กลัวหน้าไม่สวย (หัวเราะ) จริงๆ คือกลัว ตอนแรกก็คิดเหมือนกัน ว่าถ้าร้องไห้ไป เดี๋ยวตาจะเลอะ ก็เลยพยายามตั้งใจตั้งแต่แรกแล้ว ว่าอยากให้เป็นวันดีๆ ที่มีแต่รอยยิ้ม ถึงแม้ว่าสถานการณ์มันอาจจะเครียดกดดันยังไงก็แล้วแต่ เราก็ตั้งใจ ฝนก็บอกกับพี่อาร์มตั้งแต่แรกแล้ว ว่าไม่ว่างานจะเป็นตามที่เราคิดไหม คนมามากน้อยแค่ไหน ทุกอย่างก็ขอให้เราสองคนมีความสุข แล้วก็ยิ้มไว้อย่างเดียวเท่านั้นจบ”

       อาร์ม : “แต่ผมร้องไห้นะ คือผมก็ไม่รู้เหมือนกันว่า…”
       น้ำฝน : “ดีใจละสิ (หัวเราะ)”
       อาร์ม : “คือผมเชื่อว่ายุคนี้ บางทีเราอาจจะตัดบางประเพณีออกไป ผมเองเป็นคนไทยเชื้อสายจีน ก็มีประเพณียกน้ำชา มันก็ไม่ต่างกับการรดน้ำสังข์ ก็คือรับคำอวยพร ก็เลยกลายเป็นโมเมนต์ที่ว่าเรามีโอกาสได้เจอแขกที่เราเชิญมา แล้วเขาก็อวยพรกับเราแบบซึ่งๆ หน้า แต่ก็มีเว้นระยะห่างนะ (หัวเราะ) เขาก็อวยพรในตัวตนที่เราเป็น กับสิ่งที่เขาอยากให้เรามีกันและกันแบบนี้ คือผมเชื่อว่าบางงานอาจจะมีผู้ใหญ่ยศสูงๆ มาอวยพร แต่มันอาจจะแตกต่างจากที่คนใกล้ชิดเรามาอวยพร”

 

 

 

 

    เห็นว่าเราทั้งคู่จดทะเบียนสมรสแล้วด้วย ?
       อาร์ม : “เสร็จแล้วครับ เธอมัดมือชกเรียบร้อยแล้วครับ (ยิ้ม) ก็เรามั่นใจกับคนนี้แล้ว เราเลือกคนนี้แล้วก็จดที่คนนี้เลย”
    มีคำมั่นสัญญามอบให้กันยังไงบ้าง ?
       น้ำฝน : “ก็เหมือนกับที่ฝนบอกอาร์มไปทุกๆ ครั้งค่ะว่า ขอบคุณพี่อาร์มที่เป็นพี่อาร์มที่น่ารักแบบที่ทุกคนเห็นมาตลอด พี่อาร์มเป็นแบบนี้กับฝนมาตั้งแต่วันแรกที่เรารู้จัก จนถึงวันนี้พี่อาร์มก็ยังคงพูดเพราะกับฝนเสมอ ซึ่งฝนมองว่ามันเป็นสิ่งดีๆ ที่เรามีให้กัน ดังนั้นฝนจึงไม่ขออะไรพี่อาร์มมากนอกจากขอให้พี่อาร์มเหมือนเดิม เป็นพี่อาร์มแบบนี้ตลอดไป”

       อาร์ม : “เหมือนกันครับ ขอให้ฝนเหมือนเดิมนะ ขอให้เหมือนเดิมก็ดีแล้วอย่าเปลี่ยนไป (ยิ้ม)”
       สินสอดทองหมั้นของเราทั้งคู่เป็นยังไงบ้าง ?
       อาร์ม : “สินสอดก็พอสมควรครับ ตัวแหวนก็ไม่ได้เยอะอะไรมาก พอดีว่าฝนเขานิ้วเล็กขนาดก็เลยพอสมควร พอได้”
       เรือนหอตอนนี้เรียบร้อยแล้วหรือยัง ?
       อาร์ม : “เรียบร้อยแล้วครับ เราจะย้ายไปอยู่บ้านอาร์มซึ่งเตรียมไว้แล้ว”
       การเตรียมตัวเป็นสะใภ้ครอบครัวคนจีน ต้องมีความพิเศษไหม ?
       
น้ำฝน : “ใช่ค่ะเป็นสะใภ้คนจีน แต่ว่าเป็นคนจีนที่น่ารักมากๆ เลยนะคะ ครอบครัวพี่อาร์มน่ารักกับฝนมาตลอด แต่ยอมรับค่ะว่าตอนแรกฝนก็แอบกังวลเหมือนกันเรื่องการจัดงานเพราะคิดว่าทุกขั้นตอนมันต้องเป๊ะ แถมฝนไม่มีความรู้เรื่องพิธีจีนเลย แต่ปรากฎว่าพอถึงขั้นตอนนั้นจริงๆ ทางครอบครัวพี่อาร์มเขาน่ารักมาก คือเขาแล้วแต่สองคนทุกอย่าง จะจัดพิธีจีนตอนไหนก็ได้ ไทยตอนไหนก็ได้ เรียกได้ว่าไม่มีปัญหาเลยจริงๆ และอย่างเรื่องทำอาหาร เอ่อ…ตัวฝนเองทำอาหารไม่เป็น ทำเป็นแต่งานนอกบ้าน แต่ทางครอบครัวพี่อาร์มท่านก็ไม่ได้ว่าอะไรให้ฝนกดดัน”

    จดทะเบียนสมรสแล้วแบบนี้ นามสกุลต้องเปลี่ยนด้วยไหม ?
       น้ำฝน : “เปลี่ยนค่ะ ตอนนี้ฝนใช้นามสกุลพี่อาร์ม ส่วนคำนำหน้าก็ยังคงใช้นางสาวเหมือนเดิม ในเมื่อเรามีสิทธิ์เลือก เราก็เลือกด้วยตัวเอง”
    แพลนฮันนีมูนตอนนี้วางไว้อย่างไรบ้าง ?
       น้ำฝน : “เลื่อนแน่นอนค่ะ เลื่อนยาวๆ ซึ่งตอนแรกเราแพลนไว้แล้วนะคะว่าจะไปช่วงสิ้นเดือนนี้ แต่ว่าไปไม่ได้แล้ว เพราะเราตั้งใจจะไปนิวซีแลนด์กับออสเตรเลีย แต่ก็ไม่เป็นไรค่ะ ค่อยรอไปเที่ยวปีหน้าก็ได้”

       อาร์ม : “ถามว่าเราอยากไปไหม อยากไปแน่นอนครับ แต่ถ้าตอนนี้เราไปต่างประเทศ มันจะไม่ใช่แค่การไปเที่ยวอย่างเดียวแล้ว สมมติเราตั้งใจจะไปเที่ยว 10 วัน แต่เราก็ต้องกลับมากักตัวที่บ้านต่ออีก 14 วัน ซึ่งมันจะต้องกระทบกับการทำงานแน่นอน ทั้งทีมละคร ทีมวิทยุ มันอาจจะเสียหายได้”
       แพลนมีน้องล่ะ คิดๆ ไว้บ้างหรือยังว่าจะเริ่มเมื่อไหร่ ?
       
น้ำฝน : “ตอนนี้ต้องรอปิดละคร 2 เรื่องก่อนค่ะ ซึ่งเอาจริงๆ นะความตั้งใจแรกของฝนก็คือแต่งงานแล้วจะพยายามมีน้องเลย แต่ด้วยความที่ก่อนหน้านี้มันมีงานติดต่อเข้ามาและพอได้ขอคำปรึกษาจากพี่อาร์ม พี่อาร์มก็บอกว่าให้ทำงานไปก่อน ดังนั้นแพลนของฝนก็เลยเปลี่ยนว่าเป็นละคร 2 เรื่องจบเมื่อไหร่ก็จะพักและลองมีน้องทันที อาจจะเป็นช่วงปลายปีนี้หรือต้นปีหน้าก็ได้ รวมถึงดูสถานการณ์โควิดด้วยให้ทุกอย่างปลอดภัยที่สุดก่อน”

    ไปตรวจร่างกายมาแล้วใช่ไหม ?
       น้ำฝน : “ไปตรวจร่างกายมาแล้ว แข็งแรงดีทั้งคู่ มีแต่ ฝน เอง ยังมีวัคซีนของคนที่จะเป็นแม่ยังไม่ครบ ก็ต้องฉีดแค่นั้นเอง”
    ตอนที่พยายามจะมีน้องพักงานในวงการเลยไหม?
       น้ำฝน : “ตอนที่พยายามจะมีคงรับงานอื่นๆ ได้ อย่างอื่นคงต้องเว้น ถ้าสมมุติเรามีละครอยู่แล้วเราจะมีน้องมันไม่ได้ เพราะครึ่งๆ กลางๆ ค่ะ ต้องเสียสละคนเป็นแม่ บางทีงานเราก็อยากจะทำ แต่ว่าเราเลือกครอบครัวอันดับหนึ่ง ฝน ว่างานก็มาเป็นอันดับรองได้”

       อาร์ม : “ถ้ากองละครไหนช้า เราก็ซ้อมๆ ไว้บ้างระหว่างนั้น”
ก็คือธรรมชาติก่อน?
       น้ำฝน : “ก็คงอย่างนั้น”
       อาร์ม อยากได้กี่คน?
       
อาร์ม : “ผมเหรอครับ ต้องถามเขานี่แหละฮ่ะ เพราะตอนแรกเขาไม่อยากมีสักคน ตอนนี้เขายอมมีแล้วหนึ่งคน”
      อะไรทำให้ ฝน เปลี่ยนความคิดไป?
     
 น้ำฝน : “ความคิดแรกคือถ้าเรามีพ่อที่ดีแบบนี้ ทำไมเราจะไม่มีลูก คือความคิดของ ฝน จริงๆ คือถ้ามีพ่อที่ดีแล้วเขาเลี้ยงลูก เราต้องมีความสุข เป็นเด็ก แฮปปี้ฉลาด เราท้องได้เขาเลี้ยงก็ได้ เราก็เลยรู้สึกไม่เหนื่อยเลยอยากมี”

    สุดท้ายแล้วอยากจะขอยคุณกันและกันยังไง?
       อาร์ม : “จริงๆ งานในวันนี้ นอกจากขอบคุณ ฝน ยังต้องขอบคุณพี่ๆ วันนี้มากันเยอะมาก ที่แวะเวียนเข้ามากัน พี่ดู๋ สัญญา พี่แนน พี่ขวัญ แหนม รณเดช มาร้องเพลงให้ พี่นภ พรชำนิ พี่บี พีระพัฒน์ ด้วย”
       น้ำฝน : “เรื่องเสื้อผ้าของ ฝน และ พี่อาร์ม ด้วย คือมันมากกว่าคำบรรยายใดๆ ทั้งสิ้น ต้องขอบคุณทุกฝ่าย”
       อาร์ม : “ขอบคุณที่ ฝน เป็นแบบนี้มาตลอด มาตั้งแต่วันแรกจนถึงวันนี้ ผมอาจจะไม่เชื่อว่ามีผู้หญิงคนหนึ่งเจอผมทุกวันยังต้องยกมือไหว้ พี่อาร์ม สวัสดีค่ะ ก็รอดูอยู่ว่าหลังจากวันนี้ไปจะเป็นยังไง พี่ดู๋ สัญญา เตือนวันนี้ วันสุดท้ายแล้ว ตั้งใจที่จะดูแลเขาครับ”
       น้ำฝน : “ขอบคุณพี่อาร์ม ค่ะ ที่น่ารัก แล้วก็เสมอต้นเสมอปลายแล้วก็รักครอบครัวทั้งของ พี่อาร์ม เอง แล้วก็ตัว ฝน ด้วย ขอบคุณที่ขอแต่งงาน แล้วก็ได้แต่งงานกันในวันนี้จะเป็นภรรยาที่ดีค่ะ วันหนึ่งก็ตั้งใจจะเป็นของลูกที่ดีของ พี่อาร์ม เช่นกัน”

ดูข่าวต้นฉบับ

ที่มา : https://www.komchadluek.net/news/ent/423568
ขอขอบคุณ : https://www.komchadluek.net/news/ent/423568