เจมส์ ใจป๋า ยกที่ดิน 85 ล้านให้เมีย-เขียนข้อความซึ้ง ชีวิต ก็ให้ได้


เกาะติดข่าว กดติดตาม ข่าวสด

เจมส์ ใจป๋า – เป็นสายเปย์ตัวพ่อที่แท้ทรู สำหรับนักร้องหนุ่ม เจมส์ เรืองศักดิ์ ลอยชูศักดิ์ กับแผนเซอร์ไพรส์ของขวัญวันเกิดภรรยา ครูก้อย นัชชา ลอยชูศักดิ์ ในวันปีใหม่ เป็นโฉนดที่ดิน พร้อมบ้าน มูลค่ากว่า 85 ล้าน เป็นสิ่งแทนใจ

โดย เจมส์ และ ครูก้อย ได้ให้สัมภาษณ์กับข่าวสดออนไลน์เปิดใจถึงเรื่องราวดังกล่าวว่า เจมส์ : จริงๆ แล้วปีนี้เป็นวันเกิดที่เรามีโอกาสได้อยู่บ้านกับลูก 3 คน เพราะมันด้วยสถานการณ์โควิด-19 แต่ในใจก็มีแผนอยู่แล้วล่ะว่าปีใหม่นี้ สิ่งที่ครูก้อยได้ขอเอาไว้ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของที่ดิน บ้าน ที่ครูก้อยอยากได้ เรียกว่าเป็นของขวัญ ก็เลยจัดให้

ครูก้อย : เปรยๆ(ยิ้ม) จริงๆวันเกิดก้อยมันเป็นวันปีใหม่ วันที่ 1 มกราคมพอดี ซึ่งก็เป็นวันที่เขาเคานต์ดาวน์กัน เราก็รวบวันปีใหม่กับวันเกิด คราวนี้ก็ตื่นมาตอนเช้า พี่เจมส์เขาก็เอาโฉนดมาให้ดู เป็นโฉนดครุฑแดง ตอนแรกก็ไม่ได้คิดว่าที่ดินตรงทะเลมันจะได้เรียบร้อยแล้ว เพราะเราไปซื้อกันมา มันก็มีหลายแปลง

ทำไมเปย์หนักมูลค่าตั้ง 85 ล้าน? เจมส์ : จริงๆ แล้วในชีวิตผู้ชายคนหนึ่งก็ทำมาหากินสุจริต ทำงานมาทั้งชีวิตก็เพื่อมีสิ่งนี้แหละ คิดว่าไม่เห็นต้องคิดอะไรเลย สิ่งที่เราจะทำให้เขามีความสุข และมั่นคงปลอดภัยได้ เราก็จะทำ แต่ครูก้อยเขาไม่เคยขออะไรจากผมเลยนะ กระเป๋าไม่เคย นาฬิกาไม่เคยขอ ขอทีนึงก็ที่ดินเลย

ครูก้อย : คือก็คิดว่าตอนอายุเยอะๆ อยากไปสร้างบ้านอยู่ริมหาด มันก็เป็นความฝันอ่ะ ว่าอยากมีบ้านอยู่ริมหาด แล้วเราก็เป็นคนนครศรีธรรมราช เป็นจังหวัดที่มีทะเล เราก็ยังต้องไปเที่ยวรีสอร์ตที่ทะเลอยู่ดี เราก็เลยอยากมีบ้านติดทะเลบ้าง เลยหาที่ดินตรงไหนก็ได้ที่ยังมีอยู่หน้าหาด

และต้องเป็นหาดที่สวย ค่อนข้างไพรเวต บังเอิญไปเจอหาดดังกล่าว มันก็ใช่หมดเลย แบบที่อยากได้ จริงๆ เพิ่งจะเจอเมื่อต้นปีนี้เอง ช่วงที่โควิด-19 เพิ่งมา เรากลับไปอยู่นครศรีธรรมราช 7 เดือน เลยมีโอกาสได้ไปทะเล ปรากฏเขาบอกว่าขาย พี่เจมส์ก็บอกว่าพี่จะซื้อของขวัญอะไรให้น้องนะ เราเลยบอกขอเป็นที่ดินเลย อย่างอื่นไม่เอา

ครูก้อยรู้ว่าก่อนหน้านี้แล้วสิว่าจะได้? ครูก้อย : คือจริงๆ เราก็มีคุยกันอยู่แล้วว่าอยากได้ พี่เจมส์เขาก็ไม่ได้ขัดอะไรนะคะ แต่ก็ไม่นึกว่ามันจะสามารถทำได้ในเวลาไม่ถึงปี เพราะว่าที่ตรงนั้นมันไม่ใช่ที่ของเจ้าของเดียว ส่วนใหญ่ก็ไม่ใช่ว่าเขาจะขาย อย่างที่รู้มาก็คือเจ้าของอยู่ต่างประเทศไปแล้ว แสดงว่าเขาก็คงไปติดต่ออะไรมาได้เรียบร้อย(ยิ้ม) ทันวันเกิดค่ะ

มีบ้านและที่ดิน 2 ที่? เจมส์ : ตอนนี้มันมี 2 อย่างที่ให้ครูก้อยครับ คือบ้านพร้อมที่ดินที่กรุงเทพฯ เป็นบ้านติดทะเลสาบ เรากำลังต่อเติมอยู่ก็โอนเป็นชื่อครูก้อยครับ อีกอันก็เป็นที่ดินอีก 3 แปลงที่จ.นครศรีธรรมราช อันนี้ติดชายทะเลเลย ทั้งหมดก็จะถูกโอนเป็นชื่อของครูก้อยทั้งหมด

หลายคนบอกเป็นสามีสายเปย์? ครูก้อย : จริงๆ ต้องบอกว่าพี่เจมส์ตั้งแต่แต่งงานกับก้อย เขาก็ให้เก็บหมดอยู่แล้ว คือเขาเป็นคนแบบนั้นอยู่แล้ว เขาก็ให้เราเก็บทุกบาททุกสตางค์ ก็เคยมีคิดนะว่าเป็นชื่อพี่บ้างก็ได้นะ ไม่ต้องเป็นชื่อก้อยหมด เหมือนรถทุกคันเขาก็ให้เป็นชื่อก้อย ทั้งบ้าน ที่ดินทั้งหมดเขาก็ซื้อให้ทั้งหมด เราก็เลยบอกแบ่งเป็นชื่อพี่มั่งนะ เขาก็บอกไม่ เขาอยากให้เป็นชื่อก้อยทั้งหมด

ทำไมถึงให้ภรรยาเก็บทรัพย์สมบัติ? เจมส์ : คือมันเป็นเรื่องของความภาคภูมิใจในชีวิตลูกผู้ชายคนหนึ่ง คือเกิดมาแล้วต้องทำให้ได้ ทำงานให้มันหนัก ทำงานให้มันนานพอ มีความพยายามมากพอที่จะทำให้ความฝันของภรรยาเป็นจริงให้ได้ครับ

เราใช้วิธีการบริหารเงินที่ดี เพื่อที่จะมีในการเก็บหอมรอมริบ ทุกอย่างเกิดจากระยะเวลา และเกิดจากความตั้งใจแล้วเรามีวินัยในการเก็บตังค์ พอเราได้มาเราก็เลือกที่จะจ่ายมันทั้งหมดเลยเงินสด แล้วก็เพื่อที่จะเอาทรัพย์สินนี้ให้เป็นของภรรยาเลยครับ

มูลค่า 85 ล้าน เก็บมานานแค่ไหน? เจมส์ : เคยเห็นหน้าพี่เจมส์มานานแค่ไหน ก็แค่นั้นแหละครับ(ยิ้ม)

วันเกิดแพลนมาเที่ยวเชียงใหม่? เจมส์ : จริงๆ ก็ชอบพาครอบครัวไปเที่ยว นี่ถ้าติดช่วงโควิด-19 คงจะตะลอนไปทั่วประเทศเลย แต่ตอนนี้ก็เรียกได้ว่า เราก็เที่ยวอยู่ในการควบคุมตัวเอง เชียงใหม่ก็เป็นอีกที่ที่เราคิดถึงมากเลยพาลูก พาน้องสาวครูก้อยมาด้วย

ปีนี้แฮปปี้? เจมส์ : จริงๆแฮปปี้ทุกปีเลย ตั้งแต่แต่งงานมาชีวิตมีแต่ความแฮปปี้ แล้วก็มากขึ้นทุกปี เป็นเพราะความผูกพัน ยิ่งมีลูกเพิ่มมันก็ยิ่งมากขึ้นทุกปี อะไรที่เมื่อก่อนเราทำ เราไม่เคยมีจุดหมายในชีวิตที่ชัดเจน พอแต่งงานมีลูกเราก็รู้เลยว่างานที่ทำมาทั้งหมด และเงินที่หามาทั้งหมดเพื่อสร้างให้พวกเขานั่นแหละ เลยรู้สึกว่ายิ่งทำ ยิ่งสร้าง ยิ่งมีความสุข และเติบโตไปเรื่อยๆ

ใช้อะไรมัดใจสามี? ครูก้อย : (ยิ้ม) จริงๆ เราเป็นคู่ที่เข้าใจกัน
เจมส์ : เอาตุ๊กตามาพันสายสิญจน์ ใส่ในหม้อข้าวให้กิน
ครูก้อย : ไม่มี จริงๆ เราเป็นคู่ที่พูดคุยกันตั้งแต่แรกที่เราเจอกัน แล้วเราก็เซ็ตว่าเราจะใช้ชีวิตภายใต้คำว่าครอบครัวเป็นพื้นฐานหลัก แล้วก็สร้างครอบครัวให้มีความสุขค่ะ จริงๆแล้วเรื่องของขวัญมันอาจจะดูเว่อร์นะ

แต่จริงๆมันก็คือเรื่องของการสร้างครอบครัวแหละ ตัวก้อยเองก็ไม่เคยขอว่าจะเป็นรถ นาฬิกา รองเท้า เพราะว่าส่วนตัวเป็นคนที่เฉยๆ(ยิ้ม) คือไม่ถึงกับว่าเราไม่ใช้นะ แบรนด์เนมเราก็มี แต่มันเป็นเพราะใช้ดี ไม่ได้ถึงขั้นที่เสพติดแล้วมันเป็นวัตถุนิยม เราจะมองเป็นพวกที่ดิน อสังหาริมทรัพย์มากกว่า สำหรับก้อย

เจมส์ :(ยิ้ม) มาเชียงใหม่ มีบ่นๆละว่า เอ๊ะ หรือตรงนี้จะขาย ตรงนี้สวยดีเริ่มบ่นๆละ นางเริ่มเปรย
ครูก้อย : มันเป็นสิ่งที่ดีพี่เจมส์ ซื้อที่ดินมันไม่ใช่ที่สิ้นเปลือง มันเป็นมูลค่าเพิ่ม ชอบเชียงใหม่จริงๆ(ยิ้ม)

ทริปนี้ปั๊มลูกคนที่ 2 เลยไหม? เจมส์ : ปั๊มแน่(ยิ้ม) ลูกเรามีตัวอ่อนแล้ว เดี๋ยวรอจังหวะที่เหมาะสม
ครูก้อย : มีตัวอ่อนที่เหมาะสมแล้วค่ะ คัดโครโมโซมเรียบร้อย เดี๋ยวรอน้องเมดา 3 ขวบ เข้าโรงเรียนทุกอย่างคงที่ สบายๆ แล้วก็บ้านที่ริมเลค จะเสร็จพร้อมเข้าอยู่เขาบอกจะส่งมอบให้เข้าอยู่วันที่ 15 ม.ค. นี้ ย้ายเข้าบ้านใหม่ เดี๋ยวค่อยแพลนเรื่องใส่ตัวอ่อนคนที่ 2 ค่ะ

คนที่สองอยากให้เป็นหญิงหรือชาย? ครูก้อย : จริงๆครูก้อยมี 2 ตัวทั้งหญิงและชาย แต่ว่าเรื่องเพศไม่ได้ซีเรียสว่าต้องหญิงหรือชาย เพราะว่าพ่อยังอยากได้หญิงอีกนะ แต่ครูก้อยอยากได้ลูกชายสักคน ก็ต้องดูว่าตอนที่คุณหมอละลายตัวอ่อน คุณภาพตัวอ่อนตัวที่ละลายเป็นยังไง ดูที่คุณภาพเป็นหลัก ไม่ได้ดูที่เพศค่ะ(ถ้าคุณภาพดีทั้งสองตัว?) ต้องใส่ทีละคนค่ะ ครูก้อยไม่สามารถท้องลูกแฝดได้ ด้วยปัญหาทางสรีระค่ะ

เมื่อไม่นานมานี้ เห็นครูก้อยทำบุญกับเด็กๆ? ครูก้อย : น้องๆ ค่ะที่มูลนิธิเด็กอ่อน เป็นความตั้งใจเนื่องในโอกาสวันเกิด เพราะทุกๆปีวันเกิดก็อยากทำบุญ ปีนี้ก็จะทำบุญให้กับเด็กๆ ในฐานะที่เราเป็นแม่คน แล้วครูก้อยก็ให้ความรู้กับผู้มีบุตรยาก ในเพจbabyandmom ทำมา 5 ปีแล้ว ทำเพื่อช่วยคุณแม่ได้สมหวัง

ทีนี้เราก็จะมองเห็นเด็กอีกกลุ่มหนึ่งที่เขาไม่มีพ่อแม่ ซึ่งลูกเราก็มีพร้อมทุกอย่าง เราเลยอยากจะบริจาค ถึงแม้ว่าเขาอาจจะไม่ได้อยากได้เงิน เด็กเขาก็อยากที่จะได้ความรักจากพ่อแม่ ครูก้อยเชื่อว่าเงินบางส่วนที่ครูก้อยให้อย่างน้อยมันก็เป็นทุนการศึกษาให้เขามีการศึกษาที่ดี มีอนาคตที่ดี สามารถเลือกอนาคตของตัวเองใหม่ ตอนที่เขาโตไป”

เจมส์ : ผลบุญตามมาติดจรวดเลยนะ(ยิ้ม)
ครูก้อย : ทำบุญเมื่อวันที่ 31 ธ.ค.ครูก้อยไปทำบุญที่มูลนิธิสงเคราะห์บ้านเด็กอ่อนรังสิต ไปด้วยตัวเอง ไปเลี้ยงอาหารกลางวันเด็กๆด้วย ไปบริจาคเงิน สิ่งของ นมผง อาหาร แล้วก็ทุนการศึกษา แต่สำหรับอีก 6 ที่ทั่วประเทศมีที่นครศรีธรรมราชบ้านเกิดครูก้อย มีภาคเหนือ ภาคกลาง ภาคอีสาน รวมทั้งหมด 7 ที่ ก็เป็นเงินบริจาค เพราะเราไม่สามารถไปได้ทั้งหมด พอวันที่ 1 ม.ค. สามีก็โอนโฉนดเลยค่ะ(หัวเราะ) บุญเร็วมาก
เจมส์ : โดนมนต์

รีวิวชีวิตรัก 7 ปีหลังจากแต่งงานเป็นยังไงบ้าง? เจมส์ : ย่างปีที่ 7 ครับ รู้สึกว่าเราเป็นคนๆ เดียวกันเพิ่มขึ้นทุกวันนะ ถึงแม้ว่าในแต่ละวันมันจะมีอะไรให้ต้องปรับตัวกันบ้าง ซึ่งมันก็เป็นธรรมชาติ แต่บนพื้นฐานของการปรับตัว เรารู้สึกว่าเรารักกันมากขึ้น เราผูกพันมันมากขึ้น เลยเขียนไว้ในข้อความว่า อย่าว่าแต่ที่ดิน อย่าว่าแต่บ้าน อย่าว่าแต่สิ่งของเลย ชีวิตนี้ก็ให้ภรรยาได้ พูดจริงๆ
ครูก้อย : เอาไปทำไมอ่ะ ชีวิตเอาไปทำไม(ยิ้ม)
เจมส์ : ชีวิตให้ได้ครับ แล้วเราก็จะทำสิ่งเหล่านี้ให้ลูกสาวเราเห็นด้วยว่าพ่อรักแม่นะ ให้เขารู้สึกได้เลยว่าวันหนึ่งที่เขาจะมีคู่ครอง เขาก็ต้องหาคนที่เขารัก รักเหมือนที่พ่อรักแม่ของเขา

ดูข่าวต้นฉบับ

ที่มา : https://www.khaosod.co.th/entertainment/news_6814275
ขอขอบคุณ : https://www.khaosod.co.th/entertainment/news_6814275

บัตรกดเงินสด ซิตี้ เรดดี้เครดิต


บัตรเครดิต ซิตี้ ลาซาด้า

บัตรเครดิตซิตี้ แกร็บ

บัตรเครดิต ซิตี้ แคชแบ็ก แพลตตินั่ม

บัตรเครดิต ซิตี้ รีวอร์ด