ปันปัน สุทัตตา ตั้งคำถามกับตัวเองทุกวัน มาเป็นตัวตลกให้คนด่าทำไม


ต้องยอมรับว่า เรารู้จัก ปันปัน สุทัตตา อุดมศิลป์ ตั้งแต่เธอยังเป็นเด็กสาวที่เข้ามาโลดแล่นอยู่ในวงการบันเทิง จากวันนั้นจนวันนี้ปันปันเติบโตขึ้น จากเด็กหญิงกลายเป็นสาวเต็มตัว 

แต่ถ้าพูดถึงเรื่องการแสดง ปันปัน สุทัตตา นั้นก็ไม่เป็นสองรองใคร ฝีมือทางการแสดงของปันปันเป็นที่ยอมรับไม่น้อย โดยเฉพาะบทดราม่า เธอก็แสดงให้คนรัก สงสาร และเกลียดมาแล้ว 

แต่กว่า ปันปัน จะก้าวมายืนในจุดนี้ ต้องยอมรับว่าเธอนั้นก็ผ่านเรื่องราวข่าวฉาวต่างๆ มามากมายไม่น้อย วันนี้เรามีโอกาสได้สัมภาษณ์นักแสดงสาวคนนี้เพื่อพูดคุยถึงเรื่องราวชีวิตของเธอจากอดีตในวันวานจนถึงชีวิตในปัจจุบันว่าตอนนี้เป็นอย่างไรบ้าง

เรามีนัดสัมภาษณ์วิดีโอคอลกับเธอ แม้ช่วงแรกจะติดขัดเกิดปัญหาไม่น้อย แต่การสัมภาษณ์ในครั้งนี้ทำให้เราได้รู้จัก ปันปัน สุทัตตา คนนี้มากขึ้นกว่าเดิม 

ปันปันโผล่มาทางหน้าจอด้วยชุดสีแดงตัดกับผิวขาวๆ ของเธอ พร้อมด้วยรอยยิ้มและความหนาวสั่นเนื่องจากแอร์ในห้องที่ปันปันอยู่นั้น ทำให้นักแสดงสาวหนาวไม่น้อย จนต้องบอกเราว่าขอเอาผ้ามาคลุมเพิ่มความอบอุ่นสักนิดหน่อย 

กว่าจะเป็น ปันปัน สุทัตตา 

เราเริ่มคำถามแรกกับ ปันปัน ด้วยคำถามง่ายๆ เหมือนเช่นเคยว่า เข้าวงการตั้งแต่เด็กมันทำให้ชีวิตของปันปันเปลี่ยนไปหรือไม่ งานนี้นักแสดงสาวตอบคำถามนี้ของเราอย่างรวดเร็วว่า

“ชีวิตไม่เปลี่ยนไปค่ะ ปันก็ใช้ชีวิตง่ายๆ เหมือนเดิม แต่ยอมรับว่าพออยู่ในวงการ การแข่งขันในวงการบันเทิงมันค่อนข้างสูง และปันยังต้องยืนอยู่ตรงนี้ มีดาราใหม่ๆ เข้ามาเยอะมาก ปันก็ต้องสู้ค่ะ ต้องพยายามต่อไป ต้องไม่ท้อ และต้องเข้าใจโลก (ยิ้ม)

แต่ในช่วงที่โดนโซเชียลมีเดียกินหัวก็ยอมรับนะคะว่าเครียด เหนื่อย แต่ก็ทำให้ปันรู้ว่ามันก็เป็นดาบ 2 คม เรื่องที่ผ่านมาทำให้ปันมีประสบการณ์ในการใช้โซเชียลมีเดียมากขึ้น

มันเป็นเรื่องที่เราควบคุมมันได้ยาก เวลานั่งดูไอจีเจอชีวิตของคนอื่น ก็ทำให้เรารู้สึกว่าทำไมชีวิตคนนี้ดีจัง ซึ่งโซเชียลมันทำให้หลายๆ คนรู้สึกแบบนี้จริงๆ

แต่ปันก็ต้องพยายามดึงตัวเองกลับมาแล้วบอกว่ามันเป็นแค่มายา เป็นโซเชียลมีเดีย ต้องรู้ให้ทันว่าไม่มีใครอยากลงให้ตัวเองดูไม่ดี ตัวเองทุกข์ เห็นอะไรสวยๆ งามๆ อย่าไปหลงมัน”

และอย่างที่รู้กัน ปันปัน นั้นผ่านเรื่องราวข่าวฉาวมาไม่น้อย ซึ่งแต่ละเรื่องก็ได้ให้บทเรียนกับเธอไม่น้อย แต่กว่าจะผ่านช่วงเวลานั้นมาได้

และมาเป็น ปันปัน สุทัตตา อย่างทุกวันนี้ มันยากมากแค่ไหน ปันปันยิ้มบอกเล่าความรู้สึกที่อยู่ในใจของเธอให้เราฟัง

“กว่าจะมาเป็นปันปันในวันนี้ มันยากสิ (ยิ้ม) ผ่านอะไรมาเยอะมาก และรู้สึกว่าโชคดีมากที่ยังอยู่ตรงนี้ได้ค่ะ ในสมัยก่อนถูกจับตามอง สมัยก่อนต้องมีลิมิต

แต่ต้องยอมรับว่าในสมัยก่อน ปันเป็นคนที่เป็นตัวของตัวเองมากๆ ตั้งแต่เด็กๆ แล้วถ้าไปนอกบ้านปันสามารถใส่รองเท้าแตะไปเดินได้ โดยไม่ต้องมีลุคมีภาพว่าตัวเองคือคนในวงการบันเทิง

พอโตมาก็เลยรู้ว่ามันไม่ได้นะ ใส่รองเท้าส้นสูงเจ็บขนาดไหนก็ต้องทน เพราะเราโตขึ้น ปันต้องเปลี่ยนตัวเอง เพราะมันคือหน้าที่การงานของปัน ต้องปรับต้องเปลี่ยน

และที่หลักๆ ที่ปันต้องเปลี่ยนก็เป็นเพราะตัวเอง เพราะหลังๆ ปันรู้สึกว่าถ้าปันไม่ทำ ปันจะอยู่ยาก เพราะดารามันเยอะ การแข่งขันค่อนข้างสูง ก็ต้องออกจากคอมฟอร์ตโซนนิดนึง (ยิ้ม)”

ฟังคำตอบของปันปันมาถึงตรงนี้ เราก็เลยถามปันปันตรงๆ อีกครั้งว่า จริงๆ แล้ว ฐานะของปันปันไม่ต้องทำงานในวงการบันเทิงก็ได้ แต่ทำไมยังต้องทำอยู่ ซึ่งปันปันรีบตอบคำถามนี้ของเราทันทีว่า 

“ไม่ทำงานในวงการบันเทิงแล้วจะให้ปันไปทำงานอะไร (หัวเราะ) แต่ปันรู้สึกว่าตัวเองมาถึงจุดนี้แล้วต้องไปให้สุด ถ้ายังไปได้สุดแต่ว่าปันไม่ไป ก็จะรู้สึกว่ายังไม่ประสบความสำเร็จยังทำไม่เต็มที่

เพราะปันเป็นคนที่ทำอะไรแล้วอยากทำให้เต็มที่ ทำให้ดีที่สุด ถ้าถึงจุดนึงและรู้สึกอิ่มตัว พอแล้ว ก็อาจจะพอก็ได้นะ แต่ตอนนี้ยังค่ะ ยังสู้ต่อ ยังสนุกกับงาน 

ปันมีโกลของตัวเองว่าอยากจะไปให้ถึงจุดนี้ อยากจะเป็นแบบนี้ อยากอยู่ตรงนี้ แต่เป็นโกลสั้นๆ นะคะไม่ใช่ระยะยาว เพราะอาชีพนี้ยังไงก็ไม่จีรัง วันใดวันหนึ่งปันต้องมีอาชีพหลักของปันอยู่แล้ว แต่ตอนนี้ขอทำตรงนี้ให้เต็มที่ไปก่อน”

ล้างภาพจากเด็กคอซองมาเป็นสาวสะพรั่ง

ก็เพราะตอนนี้ ปันปัน สุทัตตา ไม่ใช่เด็กสาวอายุ 16-17 ปีแบบที่หลายๆ คนยังติดภาพของเธอ เราเลยถามปันปันว่า คิดจะล้างภาพตัวเองจากเด็กคอซองมาเป็นสาวสะพรั่งโตเต็มวัยอย่างไร งานนี้เราได้รับคำตอบจากปันปันว่า 

“ปีนี้ปันก็อายุ 24 แล้ว ก็ไม่สามารถจะมาแต่งตัวแอ๊บแบ๊วเหมือนที่เคยทำสมัยก่อนได้ ก็ต้องเปลี่ยนไปตามอายุ แต่ก็ไม่ใช่ว่าจะแต่งหน้าจัด แต่งหน้าเข้ม ก็แต่งตามวัยแต่พยายามไม่ให้เยอะเกิน

ซึ่งเอาจริงๆ ปันก็ไม่ได้อยากล้างภาพเด็กของตัวเอง ปันไม่ได้พยายามจะโตเกินวัย ลุกขึ้นมาเซ็กซี่เพื่อล้างภาพนี้ แต่มันเป็นไปตามวัยจริงๆ ไม่มีผู้หญิงคนไหนอยากแก่ เราอยากดูเด็กตลอดไป (หัวเราะ)

แต่ในส่วนของการทำงานถามว่าจะทำให้รับงานได้แคบลงมั้ย คือเอาจริงๆ ปันชอบเล่นแนวดราม่า แนวโหดๆ อยู่แล้ว ที่มาเล่นคอมเมดี้คือช่วงพัก

แต่ก็มีช่วงการแสดงที่จริงจังคือการเล่นแนวดราม่าปีละครั้งที่ต้องร้องไห้ทั้งเรื่อง เครียดทั้งเรื่อง คิดว่าภาพของความเป็นเด็กไม่มีผลกระทบกับการทำงานของปันอยู่ ปันเชื่อว่าคนดูเชื่อในบทบาทที่ปันเล่น”

พูดคุยมาพักใหญ่ ทำให้เราได้เห็นความเปลี่ยนแปลงของปันปันไปไม่น้อย แต่หากคนที่ไม่รู้จักหรือเคยได้พูดคุยกับปันปัน อาจจะคิดว่าเธอคือคุณหนูจอมหยิ่ง ซึ่งเรื่องนี้ปันปันรีบบอกทันทีว่า 

“จริงๆ ปันเป็นคนง่ายๆ นะ คุยได้กับทุกคน เป็นคนเฟรนด์ลี่ คุยกับคนง่าย เป็นคนตลกๆ ไม่ได้วางมาดคุณหนู หยิ่งยะโส ไม่ใช่แบบนั้นเลย แต่ยอมรับว่ามีคนกลัวปัน มองปันเป็นแบบนั้น เพราะปันเป็นคนหน้านิ่งๆ หน้าดุ หน้าตาไม่ได้รับแขกมากอันนี้ปันยอมรับเลย (หัวเราะ)”

หายหน้าไปจากวงการ

และมีอยู่ช่วงหนึ่งที่ ปันปัน สุทัตตา หายหน้าไปจากวงการบันเทิง ซึ่งหายไปลุยทำธุรกิจร้านอาหารที่เจ้าตัวตั้งใจทำ ซึ่งปันปันเล่าถึงเรื่องนี้ว่าเป็นประสบการณ์ชีวิตที่ทำให้เธอนั้นเติบโตขึ้นเยอะว่า  

“ช่วงที่ปันหายไปมีอยู่ช่วงหนึ่งค่ะ ปันหลุดไปหลงระเริงทำร้านอาหารเกือบปีนะ ไปทำธุรกิจจริงๆ ไปทำทุกอย่าง ตอนที่ทำก็สนุกนะคะ เป็นอะไรที่แปลกใหม่ เพราะตลอดเวลาที่ผ่านมาปันจะอยู่หน้ากล้องตลอด

แต่ตอนนั้นต้องไปเดินเสิร์ฟอาหารลูกค้า เคยโดนฝรั่งด่า แล้วลนมาก (หัวเราะ) แต่มันก็ทำให้ปันเติบโตขึ้นจากการไปทำธุรกิจนะคะ และทำให้ปันรู้ว่าตัวเองนั้นเหมาะกับงานในวงการบันเทิงมากกว่า (ยิ้ม) และตอนนี้ร้านปิดไปแล้ว เลิกทำไปแล้ว ทะเลาะกับหุ้นส่วน” 

ฟังมาถึงตรงนี้ ปันปัน ก็ยังเป็นคนที่พูดจาตรงๆ ไม่อ้อมค้อม และนั่นคือเสน่ห์ของผู้หญิงคนนี้ที่พวกเรารู้จักกัน และปันปันยังคงเล่าถึงประสบการณ์การทำร้านอาหารให้เราฟังต่อถึงเรื่องรายได้ที่มันแตกต่างกันระหว่างการทำธุรกิจและการทำงานในวงการ แต่กลับทำให้ปันปันสนุกจนลืมงานในวงการบันเทิงไปเลย 

“เรื่องรายได้มันแตกต่างกันมากค่ะ แต่ตอนนั้นปันสนุกมาก เพิ่งเรียนจบ มันมีความรู้สึกฮึกเหิม อยากลองดูสักตั้ง เสิร์ฟอาหาร คิดสูตร คิดตัวเลข ลงรูปเอง อาร์ตเวิร์กเอง แต่ตอนนี้เข็ดไม่ไหว

แต่มันก็เป็นประสบการณ์ชีวิตที่ดีมากๆ ของปันนะคะ ได้เป็นเจ้าของธุรกิจทำแบบจริงจัง สัมภาษณ์งานคนที่อายุ 50 เพื่อให้เขามาเป็นผู้จัดการร้าน

ซึ่งเอาจริงๆ ไม่ไหวนะ แล้วปันรู้สึกเกร็งมาก เพราะทุกคนรู้ว่านี่ปันปัน ทำไมไม่ไปถ่ายละคร มาสั่งทำอาหารทำไม แต่เราก็ต้องฮึบ แล้วพนักงานในร้านอายุมากกว่าปัน และพอเดินไปสั่งเขามันก็จะมีความรู้สึกประหลาดๆ นิดนึง (ยิ้ม)”

ทำงานเพื่อสังคม 

เบื้องหน้า ปันปัน สุทัตตา อาจจะดูเป็นสาวสมัยใหม่ ดูเฟียร์ซๆ แต่เมื่อมีเวลาว่าง ปันปัน ก็ได้ทำอะไรเล็กๆ น้อยๆ เพื่อสังคม นั่นคือการเป็นครูสอนภาษาอังกฤษสามเณร ซึ่งเรื่องนี้ปันปันเล่าให้เราฟังด้วยรอยยิ้มว่า 

“ทุกครั้งที่ได้สอนปันก็รู้สึกดีมีความสุขนะคะ เหมือนเราได้ทำอะไรให้ใครสักคน ถึงแม้เราจะไม่ได้สอนเก่งมาก แต่เชื่อว่าเณรก็คงจำสิ่งที่ปันสอนไปได้บ้าง คำง่ายๆ

เวลาสอนก็ต้องสอนให้สนุก นึกภาพตัวเองตอนที่เราเรียนหนังสือ อยากเรียนหนังสือแบบสนุกๆ เราก็ทำแบบนั้น แต่ปันไม่ได้สอนเก่งนะคะ แต่ทำการบ้านให้ตัวเองพร้อมเพื่อไปสอนเณร”

ยอมรับผิดและอย่าทำผิดซ้ำ

หากใครที่ได้รู้จัก ปันปัน สุทัตตา จะรู้ว่าเธอนั้นต้องผ่านเรื่องราวในอดีตมาหลายเรื่อง ซึ่งก็เป็นเรื่องใหญ่โตไม่น้อย แต่ปันปันก็ได้รับโอกาสให้ยืนอยู่ในวงการบันเทิงอีกครั้ง ซึ่งเรื่องนี้ปันปันเล่าให้เราฟังถึงโอกาสที่ตัวเองนั้นได้รับมาเพื่อพิสูจน์ตัวเองอีกครั้งว่า 

“ปันรู้ว่าคนไทยเป็นคนที่ให้อภัยกัน ถ้าเกิดทำอะไรผิดแล้วยอมรับผิดโดยที่ตัวเองรู้ว่าผิดจริงๆ คนเขารู้ก็จะให้โอกาส ซึ่งพอได้โอกาสมาก็อย่าทำผิดอีก อย่าทำผิดซ้ำ พยายามทำตัวเองให้ดี และสุดท้ายคนก็จะรู้เองว่าใครดี ใครไม่ดี

ตอนที่ปันเจอปัญหายอมรับว่าเครียด แต่ก็ได้กำลังใจจากคนที่อยู่รอบข้างที่เขารู้ว่าปันเป็นคนแบบนี้ ปันเป็นคนแบบนี้ ไม่ใช่คนเลวร้าย ไม่ใช่คนที่จะไปทำร้ายใคร และสุดท้ายก็เป็นตัวเราเองที่จะทำให้ตัวเองอยู่ในจุดนี้ได้”

จากนั้นเราถามปันปันว่า เคยคิดบ้างมั้ยว่าทำไมตัวเองยังต้องทนทำงานอยู่ในวงการบันเทิงต่อไป ต้องเป็นบุคคลสาธารณะ และถูกใครต่อใครวิจารณ์ ทั้งๆ ที่ในบางครั้งก็ไม่ได้ทำอะไรผิด ซึ่งปันปันยอมรับกับในเรื่องนี้ว่า

“เคยคิดค่ะ ตอนที่เจอปัญหาก็มีความรู้สึกว่า ทำไมต้องมาอยู่ตรงนี้ ทำไมต้องให้ใครก็ไม่รู้มาด่า และคำถามนี้ก็ยังอยู่กับปันมาจนถึงทุกวันนี้ ทุกวันนี้ทำอะไรอยู่ มาเป็นตัวตลกให้คนด่าทำไม ทำไมเราไม่อยู่เฉยๆ

สุดท้ายพอมองย้อนกลับไป เราเดินมาได้ไกลขนาดนี้แล้ว แล้วจะหันหลังกลับเหรอ ถ้าวันนึงจะออกจากวงการต้องปิดโซเชียลแล้วหายไปเลยเหรอ มันยากนะที่จะทำแบบนั้นเพราะปันก็ยังมีตัวตนอยู่ในตรงนี้อยู่

ตอนนี้มาครึ่งทางแล้วก็ต้องไปให้ถึง สู้ต่อไปค่ะ เพราะการออกจากวงการมันยากจังเลย ออกไม่ได้ จะออกยังไง เลิกรับงานทุกอย่างแล้วหายไปเลยมันยากเหมือนกันนะ

และแม้จะออกไปแต่คนก็รู้ว่านี่คือปันปัน แล้วจะออกยังไง นอกจากไปทำศัลยกรรมแล้วเปลี่ยนหน้าหลังจากออกจากวงการบันเทิง คนถึงจะไม่จำได้ว่านี่คือปันปัน

คือปันอยากให้ทุกคนจำปันในภาพปัจจุบัน เติบโตตามวัย ไม่ได้พยายามจะเป็นอะไร และปันขอบคุณทุกคนที่เป็นกำลังใจให้ปันผ่านวิกฤติอะไรมามากมาย ปันก็จะอยู่ตรงนี้ต่อไป ขอบคุณทุกคนมากค่ะ (ยิ้ม)”.

ผู้เขียน : จันทร์เจ้าขา

กราฟิก : Chonticha Pinijrob

ดูข่าวต้นฉบับ

ที่มา : https://www.thairath.co.th/entertain/news/2269131
ขอขอบคุณ : https://www.thairath.co.th/entertain/news/2269131

บัตรกดเงินสด ซิตี้ เรดดี้เครดิต


บัตรเครดิต ซิตี้ ลาซาด้า

บัตรเครดิตซิตี้ แกร็บ

บัตรเครดิต ซิตี้ แคชแบ็ก แพลตตินั่ม

บัตรเครดิต ซิตี้ รีวอร์ด