‘ครูเต้ย’ก้าวเกินฝัน ได้ขึ้นแท่นเป็นพระเอก


‘ครูเต้ย’ก้าวเกินฝัน ได้ขึ้นแท่นเป็นพระเอก – นักร้องอินดี้คนดัง ‘ครูเต้ย’ อภิวัฒน์ บุญเอนก ขึ้นแท่นพระเอกเต็มตัวลงแสดงภาพยนตร์ “ส้ม ปลา น้อย” ร่วมกับ ‘โตโน่’ ภาคิน คำวิลัยศักดิ์ และ ‘อุ้ม’ อิษยา ฮอสุวรรณ ผลงานการกำกับฯ ของ ‘หม่ำ จ๊กมก’

เกาะติดข่าว กดติดตาม ข่าวสด

โดยวันนี้เจ้าตัวให้สัมภาษณ์ถึงการแสดงภาพยนตร์เรื่องดังกล่าว และการได้ร่วมงานกับ ‘โตโน่-หม่ำ’ สองไอดอลคนโปรด อีกทั้งยังเปิดใจถึงบทบาทการเป็นครูในชีวิตจริง รวมถึงมรสุมดราม่าที่ผ่านมา

คาแร็กเตอร์ในหนังเรื่อง “ส้ม ปลา น้อย” เป็นอย่างไร?

ครูเต้ย – “ผมรับบทเป็นปลา คาแร็กเตอร์อบอุ่น รักจริง กลับมาช่วยธุรกิจพ่อแม่ที่ ต่างจังหวัด แล้วได้มาเจอส้ม (อุ้ม อิษยา) ตกหลุมรักส้ม พยายามตามจีบ โดยไม่รู้ว่าน้อย (โตโน่ ภาคิน) ซึ่งเป็นเพื่อนกับส้มเขาแอบชอบกัน ซึ่งบทบาทที่ได้รับ ก็เรียกว่าใกล้เคียงตัวเองในเรื่องความนิ่ง ความขี้อาย เพราะผมจะไม่ใช่คนโผงผางลุยๆ ผมจะเงียบๆ สุขุม ซึ่งหนังเรื่องนี้เป็นเรื่องแรกที่เล่นเต็มตัวมีบทเยอะเป็นตัวหลัก แต่เป็นเรื่องที่สองของการเล่นหนังครับ”

มีโอกาสได้ร่วมงานกับพี่โตโน่ ไอดอลที่ชื่นชอบมานาน?

ครูเต้ย – “ใช่ครับ ตื่นเต้นมาก ผมติดตามและเชียร์พี่เขาตั้งแต่ประกวดเดอะสตาร์ เลยมีพี่โตโน่เป็นไอดอลคนหนึ่ง แล้วอย่างพี่หม่ำ จ๊กมก ผมก็ดูหนังเขามาตั้งแต่เด็กๆ ไม่คิดว่าวันหนึ่งจะได้มาร่วมงานกับคนที่เราชื่นชอบ เป็นไอดอลเรา ตื่นเต้นและประทับใจมากครับ เกร็งมากเลย”

“พี่โตโน่น่ารักและกวนๆ หน่อย ชอบหยอกชอบอำ พี่หม่ำก็เหมือนกัน พี่หม่ำใจดีมากเลย เป็นผู้กำกับฯ ที่ไม่ดุเลย คอยบอกแนะนำไม่ให้เราเครียด แกก็รู้ว่าเราเกร็ง เพราะเรามาสายนักร้องไม่ใช่สายแสดง แกก็ เข้าใจ ทุกคนน่ารักมาก เรียกว่าเป็นงาน แนวใหม่ประสบการณ์แปลกใหม่สำหรับ ผม หลังจากที่มีแต่ร้องเพลงและสอน หนังสือครับ”

ร่วมงานกับ ‘อุ้ม อิษยา’ นางเอกของเรื่องเป็นอย่างไรบ้าง?

ครูเต้ย – “เขินครับ ไม่เคยจ้องตาคนที่เราไม่เคยรู้จัก เขินมากครับ ที่ยิ่งเขินไปกว่านั้นเป็นฉากที่ผมต้องมองหน้าพี่โตโน่ มองหน้าพี่หม่ำ ยิ่งเขิน แม้ไม่ใช่ผู้หญิง เป็นผู้ชายเหมือนกันก็เขินครับ เพราะมันยากกับการที่จะสบตาคนๆ หนึ่ง”

คาดหวังกับผลงานแสดงหนังเต็มตัวครั้งแรกของตัวเองยังไง?

ครูเต้ย – “อยากให้ทุกคนลองมาดูกัน อยากให้สนับสนุนหนังไทย ที่ผ่านมาหลายคนไม่ได้ดูหนังมานาน อยู่บ้านเก็บกดกัน หนังเรื่องนี้เป็นอีกเรื่องที่จะช่วยปรับเปลี่ยนอารมณ์ของคนที่กำลังเครียดให้ได้ผ่อนคลายสนุกหัวเราะเฮฮา ดูแล้วมีรอยยิ้มกลับบ้าน แน่นอนครับ อยากให้ทุกคนไปดูหนังเรื่อง ส้ม ปลา น้อย กันครับ”

เป็นอย่างไรบ้างกับชีวิตช่วงโควิดที่ผ่านมา?

ครูเต้ย – “ช่วงโควิดที่ผ่านมางานคอนเสิร์ตเลื่อนหมดเลยครับ ส่วนงานสอนจะเป็นออนไลน์กับออนแฮนด์ เป็นการสอนผ่านสื่อและแจกใบงาน ยังไม่สามารถเจอนักเรียนได้ ไม่สามารถให้เด็กเข้ามา ออนไซต์ที่โรงเรียนได้ ก็ต้องปรับเปลี่ยนแผนการสอนใหม่ ผมสอนวิชาดนตรีต้องมีปฏิบัติบ้าง แต่หลังจากนี้ก็ให้เป็นทฤษฎีไปก่อน ปรับตามสถานการณ์ไปก่อน”

“โรงเรียนที่ผมสอนคือโรงเรียนบ้าน กุดธาตุ อ.หนองนาคำ จ.ขอนแก่น เป็นโรงเรียนขยายโอกาส จะไม่ได้เหมือนโรงเรียนใหญ่ที่มีเครื่องดนตรีครบ ของเราก็เลยสอนขลุ่ย เป่าขลุ่ยเพียงออที่นักเรียนสามารถใช้เงินจับต้องได้ 30-40 บาท”

ทั้งร้องเพลงและสอนหนังสือ ที่ผ่านมาเคยโดนครูในโรงเรียนเพ่งเล็งไหม?

ครูเต้ย – “ถ้าเรื่องในโรงเรียนไม่มีปัญหา เพราะเราไปสอนตามปกติ ถ้าเป็นงานที่ไม่ได้จริงๆ ก็ลาตามสิทธิ์ของข้าราชการ แต่จะมีปัญหาเรื่องดราม่าข้างนอก แจ้งสพฐ.ไปตรวจสอบผมว่าไม่ไปสอน ผมจ้างสอน เขาก็ไปตรวจสอบ ทุกอย่างมันก็ปกติ เพราะผมไปสอน ไม่ได้จ้างสอนอย่างที่เขาว่า ผมแบ่งเวลาได้ อย่างเข้าเวร เดือนหนึ่งมีไม่กี่วัน 3-4 วัน ของผมจะเป็นวันจันทร์ ซึ่งสัปดาห์หนึ่งผมจะไม่รับงานหนึ่งวันคือ วันจันทร์”

เคยคิดอยากลาออกจากข้าราชการครู มาโฟกัสเป็นนักร้องอย่างเดียวไหม?

ครูเต้ย – “เคยครับช่วงแรกๆ เลย เพราะอยากออกมาทำตรงนี้ให้มันจริงจัง อย่างมีงานกลางวันตอนนั้นผมรับไม่ได้เลย เขามีคิวถ่ายรายการ ถ่ายหนัง ถ่ายละคร จันทร์ถึงศุกร์ เขาขอคิวมา ผมไปไม่ได้เพราะต้องไปโรงเรียน ก็เคยมีความคิดในหัวแว้บมา แต่ด้วยความผูกพันกับเด็กๆ ทำให้ยังทิ้งตรงนี้ไม่ได้ เป็นห่วงลูกศิษย์ เพราะโรงเรียนผมเป็นโรงเรียนขยายโอกาส 200 กว่าคน มันรู้จักกันหมด เหมือนพี่เหมือนน้อง เหมือนพ่อเหมือนลูก มันใกล้ชิดกัน และที่โรงเรียนบ้านกุดธาตุ เป็นโรงเรียนแรกที่ผมบรรจุมาสอน 4 ปีแล้วครับ”

อยากย้ายไหม?

ครูเต้ย – “ถ้าเรื่องย้ายไม่มีในหัวเลย เพราะผมคิดว่าผมจะเกษียณที่โรงเรียนนี้ ไม่งั้นก็ออกที่โรงเรียนนี้ มีแค่สองชอยส์ คือลาออกกับเกษียณที่โรงเรียนนี้ ส่วนเรื่องกลับบ้านเกิดที่อุบลฯ ไม่ได้คิด เพราะผมก็สร้างบ้านจริงจังอยู่ตรงนั้นเลย ห่างจากโรงเรียนประมาณ 10 กิโลฯ ก็จะย้ายมาอยู่ที่ขอนแก่นแล้วครับ และในอนาคตถ้าลาออกก็จะยังไม่ทิ้งความเป็นครู ผมจะไปสอนพิเศษให้ฟรีๆ เลยครับ เพราะสัปดาห์หนึ่งเราก็มีวันพักอยู่แล้วที่ไม่ได้รับงานคอนเสิร์ต”

ตอนนี้ยังไหวอยู่กับการทำทั้งสองบทบาท เป็นครูและนักร้อง?

ครูเต้ย – “ใช่ครับ เพราะงานมันก็ไม่ได้มีเยอะเหมือนเดิม การทำทั้งสองบทบาทมันให้ทุกอย่างกับผม อย่างนักร้องก็เป็นความฝันผมตั้งแต่เด็ก ผมชอบดนตรี ส่วนการเป็นครูเป็นความฝันของครอบครัว คนแก่โบราณตามบ้านนอกอยากให้ลูกเป็นข้าราชการ เราก็ทำตรงนี้สำเร็จ เรียกว่าทำความฝันของตัวเองได้แล้วก็ทำความฝันของที่บ้านได้ ถือว่าประสบผลสำเร็จในชีวิตระดับหนึ่งแล้ว และยังได้เล่นหนังด้วย เป็นอะไรที่เซอร์ไพรส์สำหรับตัวเอง เพราะในหัวไม่เคยคิดว่าจะเป็นพระเอกหนัง ไม่คิดว่าจะเป็นนักแสดง คิดแค่ได้เป็นนักร้องก็มีความสุขแล้ว นักแสดงก็เป็นสิ่งที่พิเศษสำหรับตัวเองอีกอย่างหนึ่งครับ”

ชีวิตเปลี่ยนไปเยอะไหม?

ครูเต้ย – “ชีวิตเปลี่ยนไป ชีวิตการเป็นอยู่ดีขึ้น จากครอบครัวยากจนก็ดีขึ้น ใช้หนี้ให้ที่บ้านทุกอย่าง ปรับปรุงบ้าน ทำให้พ่อแม่ไม่ต้องทำงานหนักหรือเครียดเรื่องนี้”

ถามเรื่องความรักบ้าง ตอนนี้เป็นยังไง?

ครูเต้ย – “ปกติดีครับ ยังเหมือนเดิม แต่ไม่ค่อยลงรูปคู่ในโซเชี่ยลเท่าไหร่ มีช่วงหนึ่งที่เจอกระแสดราม่า ก็เลยห่างๆ ไว้ ไม่ค่อยลง แต่เราก็เจอกันปกติ”

เป็นนักร้องขวัญใจสาวๆ แฟนคลับมีหวงไม่อยากให้มีแฟนไหม?

ครูเต้ย – “ถ้าเป็นเมื่อก่อนตอนที่เป็นดราม่าก็หนักอยู่ครับ เขาก็แอนตี้เรื่องที่เรามีแฟน แต่ทุกวันนี้เขาก็เฉยๆ แล้วครับ เขาก็เข้าใจว่าทุกคนมันต้องมีความรัก ทุกคนต้องมีครอบครัว ทุกวันนี้ปกติแล้วครับ”

ผ่านเรื่องราวดราม่ามาได้แล้ว แต่ช่วงนั้นหนักเหมือนกัน ให้กำลังใจกันยังไง?

ครูเต้ย – “ก็ให้กำลังใจกันโดยไม่เสพดราม่าเยอะ ช่วงแรกๆ ต่างคนต่างอ่านร้องไห้ใส่กัน ที่บ้านก็ร้องไห้ ช่วงที่เจอด่าหนักๆ แย่มาก ด่าลามไปหมด ลามไปพ่อแม่ ด่าเรื่องผมไม่ไปสอน จ้างสอน เกิดมาไม่เคยมีใครมาด่าขนาดนี้ คอมเมนต์ด่า เพจเอาไปปั่นด่า มันหนักจริงๆ ตอนนั้นมรสุมเป็นช่วงโควิดรอบแรกด้วย”

“ปี 63 ผม 26 ตอนเบญจเพสผมบวชก่อน คือหมอดูทักว่าถ้าไม่บวชจะเป็นอะไรถึงชีวิต ก็เลยบวช พอบวชก็เหมือนชีวิตดีขึ้น พอบวชเสร็จคนรู้จักเยอะขึ้น เพลงดังขึ้น อันนี้น่าจะเป็นข้อดี พอตกมา 26 น่าจะเป็นกรรมเอาคืน แต่มันก็ผ่านมาได้แล้วครับ”

วีรนุช จันทำ

ดูข่าวต้นฉบับ

ที่มา : https://www.khaosod.co.th/entertainment/news_6815849
ขอขอบคุณ : https://www.khaosod.co.th/entertainment/news_6815849

บัตรกดเงินสด ซิตี้ เรดดี้เครดิต


บัตรเครดิต ซิตี้ ลาซาด้า

บัตรเครดิตซิตี้ แกร็บ

บัตรเครดิต ซิตี้ แคชแบ็ก แพลตตินั่ม

บัตรเครดิต ซิตี้ รีวอร์ด