สุกัญญา มิเกล ตรวจ DNA จนเจอพ่อที่อเมริกา เตรียมไปหาจะได้เจอกันครั้งแรก


เผยพูดตรงๆ กับลูกชายทุกเรื่อง ซึ้งใจลูกชายบวชให้แม่เพื่อหมดกรรม ทุกประเด็นในรายการคุยแซ่บSHOW ออกอากาศทางช่องวัน 31 

มีการยื่นฟ้องต่อศาลตัดสิทธิ์ในการปกครองร่วมของลูกชาย?

เริ่มต้นเลย หย่าเแยกกันดูแล หย่าตั้งแต่ปี 58 ศาลสั่งให้แยกกันดูแล แต่ทางกฎหมายมีสิทธิ์ปกครองร่วมกันอยู่ ดังนั้นเวลาที่เราจะทำอะไรเกี่ยวกับลูกชายต้องขออนุญาตเขา หรือให้เขารับทราบ

ทางฝั่งเขาเวลาทำอะไรเกี่ยวกับลูกสาว ก็ต้องให้เรารับทราบ รับรู้ ขออนุญาตเช่นกัน แต่ที่ผ่านมาตลอดคือมันไม่มีการจอยกันเลย มีแต่ต่างคนต่างอยู่ พอล่าสุดเราต้องการจะทำพาสปอร์ตให้ธาเนีย ขอลายเซ็นจากบิดาแต่ไม่มีการยินยอมแบบดีๆ

เพราะอะไรถึงไม่ยอมมาเซ็นให้?

เขาให้เหตุผลว่ากลัวลูกจะไปติดโควิดสายพันธุ์ต่างประเทศ แล้วในประเทศไม่มีเหรอ มันเป็นแค่ข้ออ้าง เราไม่รู้หรอกว่าเหตุผลอะไร ระยะเวลาของการที่ยื้อ 9 เดือน มันคงเป็นเหตุผลส่วนตัว

จะเดินทางไปสหรัฐอเมริกา?

ใช่ พอดีเราได้ตรวจ DNA ตอนก่อนแต่งงานเพื่อจะหาความเป็นพี่น้อง ปรากฏว่าผลมันบอกออกมาว่าเราเจอญาติเรา เจอพ่อเรา เราเลยคุยกับพ่อมาประมาณ 1 ปีแล้ว ตอนนี้คุณตาได้คุยกับหลานแล้ว ก็ถามว่าอยากมาเยี่ยมพวกเรามั้ย

9 เดือนที่รอ อะไรที่รับไม่ได้มากที่สุด?

ครอบครัวที่แยกกันอยู่แล้วมีลูกด้วย สิ่งสำคัญถ้าเราจะดำเนินอะไรเกี่ยวกับอนาคตของเด็กๆ เราควรที่จะคุยกันได้ ควรที่จะปรึกษากันได้ ต่อให้ไม่ชอบกัน เกลียดกันแค่ไหนก็แล้วแต่

เราควรลดทิฐิลงเพื่อผลประโยชน์ของลูกเป็นหลัก เรารู้สึกแย่มากและไม่โอเคกับการที่เราจะเดินชีวิตกับลูกต่อไปในอนาคต มันมีความรู้สึกเหมือนโดนรั้ง โดนเบรก มันสูญเสียเวลา สูญเสียโอกาสไป

สาเหตุที่ยื่นต่อศาลระงับการปกครองร่วม เพราะมีคำพูดเจ็บที่ตัดสินใจให้ทำแบบนั้น?

เราไม่มีเจ็บนะ เราไม่รู้สึกเจ็บเลย แต่เรามองว่ามันไม่มีเหตุผล ทุกอย่างที่เป็นมาตลอดคือพี่เป็นฝ่ายตามหาลูกสาว แต่จริงๆ คือตามกฎหมายพี่มีสิทธิ์ในการปกครองอยู่ กลับกลายเป็นพี่ต้องไปตามหาเอาเอง

ความจริงอยู่ตรงไหน ลูกอยู่ตรงไหน ทำอะไร อยู่กับใคร แต่พี่เองทำตามกฎหมายที่ศาลสั่งไว้ แต่เขากลับไม่ยินดี ตรงนี้ต่างหากที่รู้สึกว่ามันไม่มีเหตุผลเอาซะเลย ถ้ามันตกลงกันไม่ได้ คุยกันไม่ได้ ก็แยกกันไปเลยดีกว่า ไม่ต้องมีกฎหมายเข้ามาอีกต่อไป นั่นคือความคิดของพี่

มีข่าวออกมาว่าขอตัดสิทธิ์?

พี่โพสต์ขึ้นเฟซบุ๊กหลายเดือนก่อน พี่ได้คุยกับลูกสาวครั้งสุดท้าย ที่พี่ไปตามหาเขาแล้วเจอว่าเขาอยู่ไหน ได้คุยกับลูก เขาบอกมาว่าเขาต้องการเดินชีวิตของเขา เขาใช้คำพูดว่าเขาเป็นนางสาวแล้ว

พี่ก็มองว่ามันมีเหตุผล เขาไม่ต้องการให้เราไปวุ่นวาย เพราะเขาถูกชุดข้อมูลจากใครไม่ทราบแหละ แต่เขาบอกว่ามันคือการคุกคาม

การที่แม่ไปตามหาลูกว่าอยู่ตรงไหนมันเป็นการคุกคาม เรามองว่าเราไม่อยากเป็นบุคคลที่ไปคุกคามลูก มุมเราคือเรารักลูก เราอยากรู้ว่าลูกเราเป็นยังไง อีกมุมนึงมันเป็นการไปคุกคามเขา เราเลยบอกว่าโอเค งั้นลาออก จะได้ไม่มีการคุกคามในสายตาใครอีกต่อไป

ยังรักและเป็นห่วง?

คือเป็นห่วง และก็รัก แต่ว่าต้องใช้เหตุผลในเรื่องของเคารพความเป็นมนุษย์ของเขาและของเราด้วย

เรียกว่าตัดแม่ตัดลูกเลยมั้ย?

มุมคนอื่นพี่ไม่รู้ แต่มุมพี่สายเลือดมันคงตัดไม่ได้ DNA พี่ก็อยู่ในตัวเขา แต่ชีวิตเขาเป็นคนเลือก

เสียใจมั้ย?

แน่นอน เคยร้องมาก่อนแล้ว มันเป็นความรู้สึกจุกอยู่ข้างในนะ กลั่นออกมายากมาก พี่มีนิสัยอยางหนึ่งที่คนอาจมองว่าไม่น่ารัก คือเวลาโกรธหันหลังกับอะไร พี่จะยื้อสุดๆ เลย

แต่ถ้าพี่บอกว่าโอเคหยุด หันหลังแล้วพี่หันหลังเลย พี่ไม่รู้สึกอะไรอีกเลย พี่ให้ชีวิตเขา ตลอดระยะเวลาที่หย่า 7 ปี เขาไม่ได้ให้โอกาสพี่ในการที่จะได้ดูแลเขา

ทั้งๆ ที่พี่พยายามหาโอกาสแล้ว พี่ว่าพี่ก็เดินมาสุดทางแล้วในฐานะที่เป็นแม่คนหนึ่ง ก่อนหน้านั้น 18 ปีพี่ก็ไปสุดทางในฐานะภรรยา

เมื่อเขาไม่ต้องการพี่ก็ไม่อยากเป็นคนไร้ค่า เขาเลือก เราต้องเคารพในสิ่งที่เขาเลือก ถ้าเรารักลูก นี่คือความรักในแบบพี่ พี่ไม่มีดราม่า เอาเหตุและผลอย่างเดียวเลย

ในทางกฎหมาย?

รอบนี้ศาลท่านก็น่ารัก มาขอเราในห้องบอกว่าผมขอได้มั้ยว่าให้สิทธิ์การปกครองยังเป็นร่วมเหมือนเดิม แต่ว่าผมจะออกคำสั่งให้เขาเซ็นยินยอมต่อเอกสารทุกๆ อย่าง ผลประโยชน์ของเด็กสูงกว่าสิ่งใด

ต่างคนต่างก็คุยกันไม่ได้อยู่แล้ว ยังไงก็ขอให้มีกฎหมายรองรับผลประโยชน์ของเด็ก นั่นคือสิ่งที่ท่านขอ ตอนนี้ก็เลยมีคำสั่งออกมาว่าการปกครองร่วมที่เราขอตัด ยังคงกลับมาร่วม แต่สิ่งที่ได้มาคือเขาต้องยินยอมต่อสิ่งที่เราร้องขอในกรณีที่เกี่ยวกับลูกทุกอย่าง

รู้สึกยังไงบ้างกับเรื่องราวทั้งหมด ใช้วิธีไหนจัดการกับความรู้สึกตัวเอง?

ธาเนีย : บอกกับแม่บ้างครับว่ารู้สึกยังไง เวลาขึ้นศาลแต่ละครั้งรู้สึกงงด้วยว่าทำไมต้องเสียเงินขึ้นศาลแต่ละครั้งกับการที่แค่เซ็นครั้งเดียว

ขึ้นศาลหลายครั้งจนผมจำไม่ได้ครับ จำได้ครั้งหนึ่งกำลังพูดอยู่ จู่ๆ พ่อก็มาพูดว่า I will support you จริงๆ ถ้าซัพพอร์ตก็เซ็นตั้งแต่แรกอยู่แล้วครับผม หม่ามี้ก็มาฟังด้วย ก็มีทะเลาะกันนิดนึง แล้วพ่อก็เดินหนี บอกว่าคุณเลี้ยงลูกเหมือนสัตว์

มิเกล : เขาอธิบายความรู้สึกแบบที่ผู้ใหญ่คุยกันแบบนี้น่าจะยากในวัย 13 มันดูสับสน เขาไม่แน่ใจว่าเขารู้สึกอะไร แต่ที่เขาเล่ามันเป็นเรื่องราวนะ แต่เขาไม่สามารถพูดได้ว่าเขารู้สึกอะไร

รู้สึกยังไงบ้างที่ต้องขึ้นศาลแบบนี้?

ธาเนีย : รู้สึกว่ามันยื้อเวลาเกินไปครับ เสียดายเวลาด้วยครับ

มิเกล : พี่ไม่เคยให้ลูกขึ้นศาลด้วย มีเฉพาะครั้งนี้ครั้งสุดท้ายที่ศาลตัดสิน เพราะคุณพ่อเขาร้องขอ อีกฝั่งหนึ่งเขาเอาลูกมาตลอด ขอเอาลูกเข้ามาได้มั้ยว่าคำสั่งคืออะไร เขากลัวว่าจะเอาอะไรมาบิดเบือน

เขากลัวพี่บิดเบือน คือเขาอยากให้ลูกรับทราบว่าเขาทำอะไรให้ เป็นครั้งเดียวที่ลูกเข้าไปในห้อง ที่เหลือคืออยู่ข้างนอกตลอด แต่ออกมาพี่จะเล่าให้ฟังหมด

คุณพ่อเซ็นเอกสารแล้ว?

เซ็นแล้ว เหตุผลคือมันไม่ได้แค่ยินยอมพาไปที่ไหน เราต้องการลายเซ็นเพื่อจะทำพาสปอร์ตเท่านั้นเองนะ มันไม่จำเป็นต้องใช้เวลา 9 เดือน ไม่จำเป็นต้องใช้เงินจ้างทนาย ไม่จำเป็นต้องไปขึ้นศาลบ่อยครั้ง

สาเหตุที่ไม่เซ็น เพราะเขากลัวเอาลูกไปขาย?

ไม่รู้จะพูดยังไง พี่ได้ยินกับหูเลย ทุกครั้งที่ขึ้นศาลมีการดิสเครดิตเรา ในคำพูดที่เขาว่าอาจจะพาลูกไปขาย ได้ยินกับหู เราขำอะ ถ้าเราขายไม่ต้องรอถึงอายุ 13 มั้ย เราเลี้ยงลูกมา งานก็น้อยลงเพราะเราแก่แล้ว

แต่เราเลี้ยงลูกให้ได้สมกับที่เด็กจะได้รับมาเสมอ ไม่เคยเอาลูกไปไว้กับใครคนอื่น ไม่เคยปล่อยให้ลูกอดอยาก บอกว่าเราเอาลูกไปขายมันเป็นความตลกในมุมมองเรา แต่ในมุมมองคนอื่นเราไม่ทราบ

หลายครอบครัวมีปัญหา อยากจะแชร์ประสบการณ์อะไร?

2 มุม มุมยุคโบราณที่ทนๆ ไปเดี๋ยวก็ปรับตัวกันได้ หรือเอาน่าเวลาจะช่วยเยียวยา ส่วนตัวไม่เห็นด้วยอย่างที่โบราณบอก คนเราถ้าอยู่รวมกันแล้วเอามีดแทงกันทางความรู้สึก คำพูดเอย พฤติกรรมเอย เป็นสงครามเย็นในบ้าน

คนที่ได้รับผลเต็มๆ คือเด็กๆ ถ้ารู้ว่าอยู่ด้วยกันลำบากอย่าสร้างความกดดันให้กับเด็ก แยกกันแล้วเป็นเพื่อนกันซะ มันไม่ใช่เรื่องน่าอายกับการแยกครอบครัว แต่สิ่งที่ต้องทำคือผลประโยชน์ของลูกมาอันดับ 1

บอกกับลูกยังไง?

มิเกล : บอกตรงๆ แต่เราไม่ได้บอกโดยใช้อารมณ์ บอกด้วยเรื่องราวเหตุของมัน ผลของมัน มีหลุดบ้าง แต่บอกว่านี่คือความรู้สึกของของเราเอง

ธาเนีย : แบบแยกกันดีกว่าครับ เท่าที่ผมจำได้ตอนอยู่ด้วยกัน แม่กับพ่อทะเลาะกันบ้างเป็นบางครั้ง มีบรรยากาศมาคุหน่อย ตอนแยกออกมาก็มีความสุข ดูแลกันดีได้

มิเกล : ตอนมีข่าวหย่า เวลามีนักข่าวมาสัมภาษณ์พี่บอกว่าหย่าเพื่อลูก เพราะถ้าอยู่ร่วมกันต่อ พี่อาจจะฆ่าคนได้

จะไปเจอคุณพ่อ คุณตา ครั้งแรกที่อเมริกา จะไปเมื่อไหร่?

มิเกล : จริงๆ ควรได้ไปตั้งแต่ต้นปีแล้ว ถ้าไม่ติดเรื่องขึ้นศาล

ธาเนีย : ตื่นเต้นครับ อยากเจอคุณตา ได้เห็นที่ใหม่ๆ ที่ไม่เคยเจอมาก่อน คุณตาว่าเดี๋ยวจะได้ไปเจอหิมะ ตื่นเต้นแน่นอน อยากเห็น 2 อย่าง คุณตาและหิมะ

ลูกชายเพิ่งบวช?

มิเกล : ใช่ เราเป็นคริสต์ เขาจะเข้ากันได้ดีกับจอม เขาก็จะคุยกันเรื่องบาปบุญคุณโทษ ความกตัญญู พอเขาเห็นเราเจอเรื่องเยอะ จู่ๆ ก็เดินมาบอกว่าจะบวชนะ อยากให้หม่ามี้หมดกรรม

ธาเนีย : น้าจอมสอนควรจะตอบแทนบุญคุณแม่ แม่กว่าจะคลอดเรามาเกือบจะตายแล้วหลายครั้ง บวชแล้วได้รู้บาปบุญคุณโทษที่ลึกซึ้งมากกว่าเดิม

45 วันที่ไปบวช ความเปลี่ยนแปลงของลูกคืออะไรบ้าง?

เดือนเมษาเราเดินทางไปอวยพรวันเกิดเขา แต่เราแตะตัวลูกไม่ได้ ก็ได้แต่มองหน้ากัน เราได้เรียนรู้ในเรื่องของการฝึกตัดความรู้สึกตัวเองเวลาที่เรารักใครมากๆ ฝึกที่จะหยุดอยู่กับที่เพื่อเคารพในสิ่งที่เขากำลังทำอยู่

เป็นความภูมิใจ เรามีศาสนาพุทธเป็นไกด์ในการดำเนินชีวิต แต่ความรักและความศรัทธาอยู่ทางคริสเตียน เราเชื่อว่าทุกศาสนาสอนให้คนเป็นคนดีเหมือนกัน เป็นบุญของเรา เป็นบุญของลูก

ดูข่าวต้นฉบับ

ที่มา : https://www.thairath.co.th/entertain/news/2388961
ขอขอบคุณ : https://www.thairath.co.th/entertain/news/2388961




บัตรกดเงินสด ซิตี้ เรดดี้เครดิต

บัตรเครดิต ซิตี้ ลาซาด้า

บัตรเครดิตซิตี้ แกร็บ

บัตรเครดิต ซิตี้ แคชแบ็ก แพลตตินั่ม

บัตรเครดิต ซิตี้ รีวอร์ด