มาแล้ว! ซิงเกิลที่2ของ “แต้ว ณฐพร” ขยี้เรื่องรักแบบ100% หวานใจ “ประณัย” ได้ฟังเป็นคนแรก


มาแล้ว! ซิงเกิลที่2ของ “แต้ว ณฐพร” ขยี้เรื่องรักแบบ100% หวานใจ “ประณัย” ได้ฟังเป็นคนแรก

เกาะติดข่าว กดติดตาม ข่าวสด

หลังได้รับการต้อนรับอย่างล้นหลามกับซิงเกิลแรก “BABYBOO” สำหรับการก้าวเข้าสู่การเป็นศิลปินของ “TAEW” แต้ว ณฐพร เตมีรักษ์ ล่าสุดวันนี้ 13 พ.ค. 2565 เธอได้ปล่อยซิงเกิลที่2 ที่ชื่อว่า “100%” (ร้อยเปอร์เซ็นต์) ที่ขอเป็นตัวแทนตอกย้ำกับความรักอีกครั้ง โดยมีนักแต่งเพลงและทีมโปรดิวเซอร์คู่บุญอย่าง Lipta มาร่วมสร้างสรรค์ โดยแต้วได้ให้สัมภาษณ์ถึงการทำงานในซิงเกิลที่2

จากซิงเกิลแรก BABYBOO ประสบความสำเร็จพอสมควร ส่งต่อมาซิงเกิลที่2 100% เป็นอย่างไรบ้าง?
“ซิงเกิลนี้เป็นคอนเซ็ปต์หลักของโปรเจ็กต์ เป็นเพลงที่มาก่อนเพลง BABYBOO อีก พี่แทน ลิปตาโปรดิวเซอร์ เขาตีความจากความเป็นแต้วว่า ถ้าสมมติแต้วจะลุกขึ้นมาทำเพลง มันต้องเป็นมีความเป็นตัวตนของเราที่ชัดเจน เขาก็ไปทำการบ้าน ดูไลฟ์สไตล์แต้วในโซเชียลมีเดีย ในไอจี เขาก็เห็นว่าเราเป็นคนทำอะไรจริงจังทั้งเรื่องเล่น เรื่องงาน เลยตีความมาว่า ถ้าเป็นเรื่องความรัก เราก็จริงจังเหมือนกัน เพลงนี้ก็เป็นเพลงที่เล่าความ positive ของความรัก ถ้าเรารักอะไร เรารักใครเราก็ให้ใจเต็มร้อย เต็มที่จริงจังกับมัน เพราะฉะนั้นแฮปปี้แน่นอนไม่ต้องกังวลนะคะ ไม่ต้องคิดถึงอดีต หรืออนาคตอะไรใดๆ แค่อยู่ปัจจุบันตรงนี้และทำมันให้เต็มที่แค่นั้นเอง”

ขอย้อนถามตอนแรก ทำไมถึงปล่อยซิงเกิลโน้นก่อนเพลงนี้?
“ด้วยเพลงนี้บีทค่อนข้างสบายๆฟังเรื่อยๆ แต่พอมีBABYBOOเข้ามา แต้วรู้สึกว่ามันดึงความสนุกสนานของตัวเรา น่าจะทำให้ว้าว ดูเรียกแขกๆ ดึงเอนเนอร์จี้ในความเอ็นจอยกับการเปลี่ยนชุด คอนเซ็ปต์โน่นนี่นั่นหลายอย่าง มันเหมาะที่จะเป็นเพลงแรก มันเลยทำให้แต้วค่อนข้างรอคอยว่าเมื่อไหร่เพลง 100% จะออกมานะ เพราะว่าแต้วฟังตั้งแต่แรกๆรู้สึกว่ามันเป็นตัวเรามาก ทั้งดนตรี ทั้งเนื้อหา และมันก็ฟังได้เรื่อยๆ เลยค่อนข้างอินเลิฟเพลงนี้เหมือนกันสำหรับตัวเอง วันนี้ก็ได้ปล่อยมาแล้ว และมันก็มีท่าเต้นด้วย ซึ่งน่ารักมากๆ”

เพลงนี้มีส่วนร่วมในการดูทิศทางมันยังไง?
“น่าจะเป็น inspired ไม่ได้มีส่วนร่วมในทางเทคนิค ทั้งเรื่องของเนื้อร้อง ดนตรี อันนี้ก็ปล่อยเป็นหน้าที่ของโปรดิวเซอร์คือพี่แทน ทำไป แต้วก็เป็นในส่วนของการเป็นวัตถุดิบให้เขาว่าถ้าเขาจะปั้นแต่งเราออกมาในความเป็นนักร้อง จะออกมาในแนวไหน และมีส่วนเรื่องการคุยเรื่องเอ็มวีด้วย ว่าเราจะเล่ากันประมาณไหนดี อันไหนที่เป็นตัวเรา อะไรที่เราอยากนำเสนอ รวมถึงชุดหรืออะไร”

ฟีดแบ็กเป็นอย่างไรบ้าง?
“ณ ตอนนี้เพิ่งปล่อยไปวันนี้8โมงทั้งภาพและเพลง เพื่อนและหลายคนใกล้ตัวบอกว่าเพลงน่ารัก ฟังได้เรื่อยๆ เค้าคิดว่ามันดูเป็นตัวเราอย่างที่เราตั้งใจจริงๆ เราก็รู้สึกดี”

อะไรเป็นสาเหตุที่ทำให้แต้ว ตกหลุมรักเพลงนี้เลย?
“แต้วว่ามันเป็นความมองโลกในแง่ดี มองโลกในแง่บวกอย่างหนึ่ง มันrepresentความเป็นตัวเรา อย่างที่บอก และมันก็ฟังได้เรื่อยๆ มีความสบายๆ ไม่ได้ดูตู้มๆจนเกินไป มันกำลังพอดีในความเป็นตัวเราและการออกมาในฐานะการเป็นศิลปินเป็นนักร้องก็เลยชอบ”

พาร์ทดนตรีเนื้อร้อง ยกให้พี่แทนทั้งหมดเลย?
“ใช่ แต่ตอนแรกมีบอกว่า พี่แทนคะ คือเราอยากมีส่วนร่วม แต้วว่าเราลองเปลี่ยนเนื้อร้องตรงนั้นตรงนี้ดีไหม พี่แทนก็เวิร์ก กลับไปช่วยคิด แต่ฟังไปฟังมาก็เอาที่พี่แทนคิด ดีแล้วค่ะ(ยิ้ม) พี่แทนก็เปิดรับฟังในแง่การอยากให้เราช่วยinspireเพิ่มลดอะไรตรงไหน สุดท้ายก็ให้เครดิตเป็นพี่แทน เพราะเป็นคนดูทุกอย่าง เรื่องเนื้อร้อง ดนตรี”

แต้วเป็นคนเลือก แทน รึเปล่าที่จะมาทำเพลงให้เรา?
“ใช่ค่ะ แต้วรู้สึกว่าพี่เขามีเคมีตรงกับเรา มีความตลก ดูจากผลงานก็มองโลกในแง่บวก ให้พลังงานดีๆกับคน เลยรูสึกว่าลองทำงานดู จริงๆเคยมีโอกาสร่วมงานกับพี่แทนก่อนมาเป็นศิลปินเดี่ยว ตอนนั้นไปcollabกับพี่ตู่ ภพธร ได้วอร์มๆมาแล้วในการทำงาน วิธีคิด พอมาเจอกันอีกทีก็มีเวลาในการทำความรู้จักพี่แทน พี่คัตโตะ พอเขามาเล่าให้ฟังว่าเขาอยากเห็นเราเป็นแบบไหนในฐานะนักร้อง เราก็รู้สึกว่าเขามองภาพไม่ต่างจากเราก็เลยรู้สึกว่านี่ล่ะน่าจะเป็นperfect match สำหรับก้าวแรกของการทำซิงเกิล”

พาร์ตเอ็มวีแต้วมีส่วนร่วมเยอะแน่?
“ใช่ค่ะ มันมีโอกาสได้ทำเอ็มวีของตัวเอง ก็มีใส่ไปเยอะมากเลยค่ะ สุดท้ายก็ออกมาเป็นประมาณนี้ ซึ่งแต้วว่ามันก็ลงตัวดีนะ แต้วก็ชอบโดยเฉพาะพาร์ตเต้น พี่แทน พี่คัตโตะให้โจทย์มาเลยว่า ยังอยากให้มีการเต้นในเพลงนี้ ถึงบีทมันจะช้าแต่มันก็ออกมาในเวย์ที่มันสมูทไม่ได้ออกมาเป็นท่าร็อกๆ พอเราเห็นโคโรกราฟที่อยากให้เป็นก็รู้สึกว่าน่าสนใจดี น่าจะทำให้เพลงนี้ลงตัวด้วยการใส่ท่าเต้น นอกจากฟังสบาย”

กดดันไหมกับเอ็มวีไหมเพราะเอ็มวีแรกที่เปิดตัวคือว้าวมาก พอเป็นซิงเกิลที่2 มันกดดันขนาดไหน มันต่างกันโดยสิ้นเชิงกับเพลงแรก?

“ไม่ได้กดดันขนาดนั้น เราเองมีความตั้งใจอยากจะให้มันแตกต่างอยู่แล้ว ในส่วนของพรีโปรดักชั่นเขาคิดมาจบประมาณนึงแล้ว เราก็แค่เอ็นจอยโมเมนต์ ได้ตากล้องที่ทำงานคุ้นเคยกับเราอยู่แล้วด้วย เลยวางใจในทุกส่วน เราแค่เสนอแมสเสจที่เราอยากบอก”

เพลงใหม่ก็มีหลายลุกส์หลากหลาย เราได้ช่วยออกไอเดีย?
“เป็นโจทย์ของผู้กำกับที่เขาตีความมา เราแค่ดูแล้วว่ามันโอเค เพิ่มตรงนั้นตรงนี้ดีไหม ลดตรงนี้ดีไหมมากกว่า”

เพลง100% บ่งบอกความเป็นตัวแต้วอย่างไรบ้าง?
“เราเป็นคนที่จริงจังทั้งในการทำงานและทุกอย่าง เลยตีความเป็นตัวเลขเป็น 100% ซึ่งเป็นเมสเสจหลักที่ดูเป็นตัวเราแล้ว พอขยายภาพเป็นเอ็มวี มันยังมีความสดใสอยู่ในความเต็มที่ ในความจริงจังด้วยนะ มันก็เป็นตัวเรานี่แหละที่ชอบเอ็นจอย ชอบจะเต้น ชอบร้อง ชอบแสดงออกตามที่ทุกคนเห็นในโซเชียลมีเดีย เป็นสองอย่างที่มาประกอบรวมกันขึ้นมา ก็คิดว่าน่าจะชอบกัน”

คาดหวังขนาดไหนกับเพลงนี้?
“ก็ไม่ได้ต่างจากเพลงแรก หรืองานอื่นๆ ความคาดหวังมันมีมาตั้งแต่ช่วงที่ทำงานแหละ เราคาดหวังได้นะ แต่เราก็ต้องทำเต็มที่ให้เท่ากับที่เราคาดหวัง ก็เลยไม่ได้กดดันอะไรมาก เป็นฟีลเหมือนกับพอเรานำเสนอตัวเองในฐานะนักร้อง มันน่าจะกดดันในพาร์ตของการเป็นนักร้องมากกว่า ว่าเราอยากจะทำกับมันให้สมกับที่เรามีซิงเกิล หรือการโปรโมต เราก็พยายามพัฒนาตัวเองให้เป็นที่ยอมรับในจุดนั้นให้ได้ แต่ก็ไม่กดดันตัวเองจนเกินไป ว่าจะต้องได้ยอดวิวเท่าไหร่ แค่รู้สึกว่าตอนนี้ปล่อยไปจากมือเราแล้ว ตั้งแต่คิดว่าจะออกมาเป็นเพลงอะไร เนื้อหาเอย ภาพเอยจะเป็นยังไง ตอนนี้มันเสร็จหมดทุกอย่าง ก็เลยไม่ได้กดดันแล้ว”

พอได้มาเป็นฟีลนักร้องแล้วเป็นอย่างไรบ้าง?
“ก็ดีนะคะ แต้วว่าช่วงโควิดที่ผ่านมามันไม่ใช่แค่เรา แต่มันก็หลายๆอาชีพที่มีความเครียด ไม่รู้ว่าชีวิตเราจะไปในทิศทางไหนยังไง อย่างตัวแต้วเองได้ออกมาทำงานเพลง ซึ่งมันฉีกจากงานที่เราทำ ก็มีหลายอารมณ์ มันมีความท้าทาย แต่อย่างนึงที่ได้คือเหมือนเราได้เอนเนอร์จี้ใหม่ๆในการทำงาน ว่าการทำงานมันไม่ต้องยึดติดกับรูปแบบเดิมๆเท่านั้นนะ แต่มันยังมีวิธีการทำงานอย่างอื่น แล้วเราก็ได้มาลองในบทบาทใหม่ๆ เป็นอะไรที่มันมาเติมเต็มในชีวิตเราในช่วงที่เราต้องเจอกับหลายๆ เรื่องที่เป็นจุดเปลี่ยน”

ช่วงนี้อะไรๆเริ่มเปิด จะได้เห็นแต้วออกมาร้องเพลงตามงานต่างๆบ้างไหมเหมือนที่ศิลปินทำกัน? “จริงๆก็เปิดตลอดค่ะ รับงานได้หมด มันก็เป็นช่วงจังหวะด้วย จริงๆตอนนี้ก็ต้องเริ่มกลับไปถ่ายละครแล้ว ก็เป็นอีกโหมดที่ต้องสวิตช์ไปด้วย เราก็เหมือนต้องวอร์มอัพนิดนึงก่อนที่จะไปทำงานในรูปแบบต่างๆ”

คิดว่าตัวเองประสบความสำเร็จรึยังในการเป็นนักร้อง?
“เป็นสิ่งเดียวที่เรายังรู้สึกว่าเขินๆอยู่ เวลาใครเรียกว่านักร้อง แล้วบางทีก็มีพ่วงท้ายมาว่าเบอร์แรกของช่อง เป็นสิ่งที่เรารู้สึกว่า ว้าว! ขนาดนั้นเลยเหรอ มันเหมือนกับเราแค่เริ่มจากที่เราอยากจะทำโปรเจ็กต์ที่เราเอ็นจอย แต่มันก็พ่วงท้ายมาด้วยตำแหน่งอะไรแบบนี้ มันก็อาจจะทำให้เรารู้สึกว่าเรายังไม่ประสบความสำเร็จ มันยังห่างจากจุดคำว่าประสบความสำเร็จ แต่เราได้โอกาสในการเปิดโอกาสตัวเองที่จะทำให้คนเห็นเราในมุมใหม่ๆมากขึ้น ก็แค่เอ็นจอยโมเมนต์ไป พยายามพัฒนาตัวเองให้กระเถิบเข้าใกล้คำว่านักร้องมากขึ้น แต้วไม่ได้มองว่าตัวเองเป็นนักร้อง มองว่าตัวเองเป็นศิลปินที่ใช้เพลง เนื้อหาในเพลงนำเสนอมุมมองของตัวเองในอีกรูปแบบนึง”

แปลว่ายังเขินอยู่เวลาใครเรียกเราว่านักร้อง?
“ใช่ จริงๆแล้วแต้วเป็นคนที่ไม่มั่นใจในการร้องเลย แต่เราก็คิดว่าถ้าเรายังไม่เก่งเรื่องอะไร ก็ลองกระโดดเข้าไปลองทำดู ดีไม่ดีมันก็อาจจะทำให้เราได้เจอปัญหา แล้วเราก็ค่อยๆแก้ปัญหาไป เพราะแต่ละคนมีต้นทุนของตัวเองไม่เท่ากัน มันเป็นความจริงจังของเราในอีกรูปแบบนึง”

ในเส้นทางสายนักร้องมีจุดไหนที่อยากจะพัฒนาขึ้นไปอีก?
“คือเรื่องการร้องนี่แหละค่ะ จริงๆแต้วจะต้องบอกว่าการที่แต้วเป็นนักแสดงมันก็หนีไม่พ้นคำวิพากษ์วิจารณ์ ซึ่งหนึ่งในคำวิจารณ์ของแต้วตั้งแต่ที่แต้วเริ่มก้าวมาเป็นนักแสดงก็คือเสียงของแต้ว มันก็อาจเป็นปมของแต้วนิดหนึ่งว่าจะทำยังไง มันก็เลยพาแต้วให้ไปเรียนร้องเพลงเรียนการใช้เสียง เราก็รู้สึกเอ็นจอยกับมัน คือมันผ่านจากวันแรกที่แต้วเริ่มไปเรียนจนมาถึงวันนี้มันก็นานมากแล้ว มันก็ไม่ได้ดีมากๆ แต่อย่างน้อยแต้วมองว่าเราก็ดีขึ้นจากวันนั้น ในเรื่องของทางเทคนิคมันก็จะมีเสียงสูงเสียงเพี้ยนมันก็จะมีดีเทลในเรื่องของการร้องเพลงเยอะมากที่เราต้องเรียนรู้ กว่าจะไปเป็นนักร้องที่เก่งจริงๆ”

โกลในสายนี้ของแต้วคืออะไร?
“ตอนนี้ก็คงจะเป็นเรื่องของความมั่นใจ อินเนอร์ความมั่นใจที่จะร้องมากขึ้นแค่นั้นสำหรับตัวแต้ว แต่ในทางธุรกิจ มันก็จะมีเรื่องของตัวเลข ซึ่งมันก็จะเป็นอะไรที่ตามมา ซึ่งแต้วเองคิดว่าเราเองก็จะมีความมั่นใจในส่วนนี้มากขึ้นและเราก็จะเอาไปปรับใช้ในเรื่องของการแสดงและเราก็ยังทำงานนักแสดงเป็นหลักค่ะ”

ปล่อยมา2 ซิงเกิลแล้ว เราเจออุปสรรคอะไรบ้าง?
“เราก็จะคอนโทรลทำตัวเราให้เป็นวัตถุดิบที่ดี ที่โปรดิวเซอร์อยากจะทำให้เราออกไปในเวย์ไหนได้ คือเหมือนไม่ค่อยอยากมีเวย์ไปฝั่งนี้หรือขึ้นสุดให้มันมีไดนามิกมากขึ้น ไม่ใช่ว่าเราจะเป็นแพตเทิร์นๆแบบนี้ไป เพราะถ้าเราจะอยู่ในเวย์นี้ เราก็ต้องมีเพลงอื่นๆที่มีความหลากหลาย อาจจะเร็วขึ้น ยากขึ้น เสียงสูงขึ้น ซึ่งถ้าเราทำตัวให้เป็นแบบนั้นได้ มันก็จะสนุกกับการทำงานในฝั่งเราและฝั่งโปรดิวเซอร์มากขึ้น”

ณัยฟังเพลงของเรารึยัง?
“ฟังแล้ว ฟังก่อนใครเลย คือเราเช็กฟีดแบ็กว่าถ้าคนที่ไม่เคยเห็นการทำงานเพลงมาก่อนจะโอเคมั้ย เขาก็บอกว่าโอเคค่ะ เพราะดี”

เมสเซจของเพลงที่บอกว่าให้เต็มร้อยกับความรัก เขาว่าไงบ้าง?
“ยังไม่ได้คุยกันเลยค่ะ เดี๋ยววันนี้ไปคุยแล้วเดี๋ยวมาบอก (ยิ้ม)”

สำหรับเขา เขาก็เต็มร้อยไหมในเรื่องความรัก คนมองว่าเขาดูเงียบๆ เขินๆ?
“อ๋อ ก็เต็มที่นะคะ เหมือนช่วยกันดูแลค่ะ แต้วค่อนข้างโชคดีกับการที่คนรอบตัวแต้วทุกคนเหมือนให้ 100 เปอร์เซ็นต์จริงๆ”

จะมีผลงานอื่นๆ อีกไหมหลังจาก 2 เพลงนี้?
“อาจจะโฟกัสที่ละครหลังจากวินาทีนี้ หมายถึงว่าเริ่มจะต้องไปโฟกัสเรื่องละครเหมือนกัน แต่ก็ไม่อยากจะให้หยุดแค่นี้ ก็อยากจะลองค้นหาทำอะไรที่เกี่ยวกับงานเพลงต่อไป เดี๋ยวรอดูแล้วกันค่ะ แต่ว่าโปรเจ็กต์เพลง 100 เปอร์เซ็นต์จะมีโปรเจ็กต์พิเศษที่ช่องหลังจากนี้ไม่นานค่ะ”

ฝากผลงาน?
“ฝากด้วยนะคะกับงานเพลงที่ 2 “100 เปอร์เซ็นต์” เราทำแบบ 100 เปอร์เซ็นต์จริงๆ มันเป็นเพลงที่เป็นตัวแต้วมากๆ แล้วแต้วก็ชอบมากๆ หวังว่าทุกคนจะชอบเหมือนกันค่ะ เป็นกำลังใจและไปดูกันเยอะๆ นะคะ ในยูทูบแชนแนล Ch3Thailand Music และในสตรีมมิ่งทั้งหมดเลย JOOX, Sportify และฝากผลงานละครด้วยนะคะ กำลังจะมีเร็วๆ นี้ค่ะ”

ดูข่าวต้นฉบับ

ที่มา : https://www.khaosod.co.th/entertainment/news_7048672
ขอขอบคุณ : https://www.khaosod.co.th/entertainment/news_7048672




บัตรกดเงินสด ซิตี้ เรดดี้เครดิต

บัตรเครดิต ซิตี้ ลาซาด้า

บัตรเครดิตซิตี้ แกร็บ

บัตรเครดิต ซิตี้ แคชแบ็ก แพลตตินั่ม

บัตรเครดิต ซิตี้ รีวอร์ด