“ภูมิ-ภูริพันธ์” พระเอกช่อง 8 เผยชีวิตนี้ไม่เคยง่าย ตั้งเป้าทำทุกอย่างเพื่อครอบครัว


เริ่มจาก ได้เป็นพระเอกเต็มตัวเรื่องแรกในมงกุฎกรรม รู้สึกยังไง?

“ตื่นเต้นครับ ส่วนตัวแล้วภูมิรู้สึกว่าภูมิชอบในการแสดง อยากทำให้มันดีที่สุดแค่นั้นครับ ในมงกุฎกรรมภูมิมองว่าภูมิก็เป็นลูกคนหนึ่งของแม่แค่นั้นครับแต่ด้วยความที่ตัวละครไม้มีความสำคัญกับเรื่องมาก ก็เลยจะรู้สึกกดดันกับตรงนี้ครับ”

ถือเป็นการพิสูจน์ความสามารถในการแสดงของตัวเองเลยมั้ย?

“ใช่ครับ ถือว่าได้พัฒนาตัวเองในหลายๆด้าน ได้เรียนรู้เทคนิคทางการแสดงจากนักแสดงรุ่นพี่ที่มีความสามารถสูงมาก ได้เปิดประสบการณ์เยอะมาก”

ได้ยินว่าถึงขั้นที่นักแสดงที่รับบท “ไม้” ในเวอร์ชันก่อนมาชม?

“ต้องขอบคุณพี่โอ-อนุชิต มากครับ ได้มีโอกาสคุยกับพี่โอว่าภูมิได้รับบทเดียวกับพี่โอ เราได้เห็นฝีมือการแสดงของพี่เค้าแล้วก็กลับมาคิดว่าเราจะทำได้มั้ยรู้สึกกดดันอยู่เหมือนกัน แต่พอผลตอบรับออกมาก็ทำให้เราชื่นใจ พอพี่โอมาชมด้วยเราก็ยิ่งรู้สึกชื่นใจเข้าไปใหญ่”

กว่าที่จะมาเป็นภูมิถึงทุกวันนี้เราผ่านอะไรมาบ้าง?

“จริงๆภูมิทุกวันนี้ก็ยังไม่ถือว่าดีนะครับแต่มันก็เริ่มดีขึ้นเริ่มตั้งตัวของเราได้บ้างแล้วที่ผ่านมาก็มีที่เคยเก็บเศษตังค์ไปโรงเรียน มีไปอาศัยนอนอยู่ที่ชมรมที่ภูมิซ้อมกีฬาอยู่ก็มี ทางบ้านของภูมิก็ค่อนข้างลำบากเรื่องเงิน คุณแม่ที่มีอาชีพขายต้นไม้ก็ขายได้ไม่ค่อยดี ก็เลยต้องมีการหยิบยืมกู้หนี้สินก็เลยสะสม เราก็คิดและรู้มาตลอดครับว่าครอบครัวเราลำบาก แต่ว่า ณ ตอนนั้นเราก็ไม่รู้จะช่วยยังไงจริงๆ พอเราเข้าเรียนชั้นมัธยมก็เริ่มหางานทำ อย่างรับสอนว่ายน้ำในช่วงปิดเทอมเพราะเราเป็นนักกีฬา หลังจากนั้นก็ทำงานมาตลอด”

เคยเหนื่อยหรือท้อบ้างมั้ย?

“เคยแต่คิดว่าทำไมครอบครัวของเราถึงลำบากจังแต่ไม่เคยท้อ ไม่เคยโทษโชคชะตารู้แต่ว่าเราต้องสู้ ด้วยความที่ภูมิเห็นพ่อแม่ภูมิทำงานหนักแล้วเค้าก็ไม่เคยให้ภูมิอด ทำทุกอย่างยังไงก็ได้ที่จะเลี้ยงภูมิให้สบาย ภูมิคิดแค่ว่าจะทำยังไงก็ได้ให้เค้าสบายขึ้นครับมองหาหนทางว่าเราจะต้องขยันมากขนาดไหนจะต้องทำอะไรบ้างถึงจะได้เงินมากขนาดนี้เช่นการที่ภูมิเป็นเทรนเนอร์ภูมิก็คิดว่าจะต้องเทรนกี่ชั่วโมงถึงจะได้เงินจำนวนที่ต้องการ”

กว่าที่จะได้มาเป็นนักแสดงก็ไม่ใช่เรื่องง่าย?

“พอเราได้มีโอกาสมาแคสกับทางช่อง 8 แล้วก็ได้เซ็นสัญญา ตัวเราก็เริ่มมีความหวังที่จะสร้างรายได้จากตรงนี้แต่ก็ไม่ได้เป็นอย่างที่เราหวังไว้เพราะด้วยตัวเรายังเด็กด้วย คาแรกเตอร์บทที่จะได้รับรวมถึงความสามารถของเรา ณ ตอนนั้นมันยังไม่ถึงมาตรฐาน ผ่านไปเป็น 3-4 ปีแล้วมีผลงานเป็น MV แค่ 2 ตัว เราไม่เคยได้งานละครเลยก็เลยทำให้เราคิดว่าเราคงไม่เหมาะกับทางด้านนี้”

มีจุดเปลี่ยนอีกตอนที่ตัดสินใจจะเป็นเทรนเนอร์?

“ตอนนั้นคิดเอาไว้แล้วว่าจะต้องทำงานมากขนาดไหนถึงจะมีค่าใช้จ่ายเพียงพอแล้วก็เหลือเก็บ ซึ่งตอนนั้นผมก็สามารถทำมันได้นะครับแต่เผอิญว่าตอนนั้นมีซีรีส์ทางช่อง 8 เข้ามาจริงๆ แล้วผมได้ติดต่อกลับ เป็นช่วงที่ภูมิต้องตัดสินใจเลือกระหว่างการเป็นเทรนเนอร์ซึ่งเป็นสิ่งที่เราตั้งใจว่าจะทำกับการเป็นนักแสดงที่เราก็ชอบ ตอนนั้นเลือกไม่ได้เลยทำไปทั้งสองอย่าง วันที่ว่างจากการเป็นเทรนเนอร์ก็เอาไปถ่ายละครทำไปเรื่อยๆมันก็รู้สึกว่าไม่ไหวเพราะการเป็นเทรนเนอร์มันใช้ร่างกายมาก ภูมิเลยคิดว่าถ้าทำต่อไปทั้งสองอย่างแบบนี้ต้องพังแน่ สุดท้ายผมก็ตัดสินใจเลือกที่จะเดินทางสายนักแสดง ในวันที่ตัดสินใจก็นั่งร้องไห้อยู่ที่หน้าฟิตเนสเลย คิดในใจว่าเราตัดสินใจอะไรลงไป ถ้าแสดงซีรีส์เรื่องนี้จบจะต้องรออีกกี่ปีกว่าจะได้ซีรีส์หรือละครเรื่องอื่น เราตัดสินใจถูกแล้วหรือยัง คิดหนักมากเพราะไม่ใช่แค่ตัวภูมิคนเดียว มันมีเรื่องเงินเรื่องครอบครัว แต่หลังจากนั้นก็มีละครต่อมาเรื่อยๆ ซึ่งก็ต้องขอขอบคุณทางผู้ใหญ่แล้วก็ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องทุกคนที่ให้โอกาสภูมิ เราเข้ามาเป็นนักแสดงเพราะอยากมีรายได้แต่พอเราได้เล่นก็กลายเป็นว่าเราชอบมันด้วย จากล้มลุกคลุกคลานมาตอนนี้ก็พอที่จะยืนได้แล้วบ้าง ขอบคุณทุกๆโอกาสจริงๆครับที่ทำให้เด็กคนนี้ชีวิตดีขึ้นได้”.

ดูข่าวต้นฉบับ

ที่มา : https://www.thairath.co.th/entertain/news/2442947
ขอขอบคุณ : https://www.thairath.co.th/entertain/news/2442947




บัตรกดเงินสด ซิตี้ เรดดี้เครดิต

บัตรเครดิต ซิตี้ ลาซาด้า

บัตรเครดิตซิตี้ แกร็บ

บัตรเครดิต ซิตี้ แคชแบ็ก แพลตตินั่ม

บัตรเครดิต ซิตี้ รีวอร์ด