พอร์ส Yes Indeed-ทนายตั้ม เปิดใจ แจงส่งหนังสือยกเลิกหลังเจอสัญญาไม่เป็นธรรม


โดย ทนายตั้ม แถลงถึงเรื่องดังกล่าวว่า ตัวพอร์สเล่าให้ฟังว่ามีความใฝ่ฝันอยากเป็นนักร้องอาชีพ เขาเลยไปร้องเพลงเปิดหมวกกับน้องสาวที่ชื่อแพนเค้กตามที่ต่างๆ ตั้งแต่ปี 2563 เล่นเพลงเปิดหมวกนานหลายปี พอเล่นไปเรื่อยๆ ก็มีแฟนคลับติดตามเยอะขึ้น วันที่ 21 ก.พ. 2564 ก็สามารถจัดงานมีตติ้งโดยมีแฟนๆ มาร่วมงานค่อนข้างเยอะ

ประมาณเดือน มิ.ย. 2564 ลูกพี่ลูกน้องของคุณแม่มาบอกว่ามีเพื่อนทำงานที่ค่าย EXP ต้องการให้พอร์สไปออดิชั่น หลังจากนั้น 1 อาทิตย์ทางค่ายติดต่อมาให้เซ็นสัญญา ตอนนั้นไปเอาสัญญามาแต่ยังไม่ได้เซ็น ขอปรึกษากับทางบ้านก่อน คุณพ่อก็คุยกับทางค่าย ทางค่ายรับปากหลายเรื่อง ทั้งเรื่องการฝึกฝนน้อง หาครูสอนร้องเพลง พัฒนาบุคลิกภาพ แล้วช่วงนั้นพอร์สกำลังจะเข้ามหาวิทยาลัย เขากำลังหาที่เรียนและสามารถทำกิจกรรมได้โดยไม่เสียการเรียน ตอนนั้นทางค่ายก็รับปากกับคุณพ่ออย่างดีว่าเดี๋ยวจะจัดหาที่เรียนต่างๆ

คุณพ่อก็คุยกับน้องพอร์สกับครอบครัว เลยให้น้องไปเซ็นสัญญา 11 มิ.ย. 2564 แต่หลังเซ็นสัญญา 7-8 วัน ทางค่ายให้น้องไปถ่าย Shooting เพื่อเก็บโปรไฟล์ ทำช่องยูทูบโดยมีพอร์สและเพื่อนอีก 2 คน เพื่อโปรโมตสินค้ากับทางค่าย หรือรับรีวิวสินค้าให้กับค่าย ครั้งหนึ่งได้ค่าจ้างไม่กี่บาท วันนึงถ่าย 2 หรือ 3 เทป ให้ค่าจ้างวันละ 1,000-1,500 บาท

พอทำยูทูบแล้ว ทีนี้ TikTok ของน้องหลังจากไปเซ็นสัญญากับค่ายก็มีคนติดตามเป็นแสน ซึ่งมาจากการที่น้องไปเล่นเพลงเปิดหมวกก่อนหน้านี้ ส่วนของค่ายก็มีคนติดตามหลักหมื่นต้นๆ ทางค่ายเลยขอให้น้อง Collap ระหว่าง TikTok ของน้องกับค่ายเพื่อดันยอดให้คนติดตามค่ายเยอะขึ้น แต่ทุกครั้งที่ทำ TikTok กับทางค่ายก็ไม่เคยได้ค่าตัวเลยแม้แต่ครั้งเดียว โดยค่ายบอกว่าให้น้องทำไปก่อน ถ้าเกิดมีรายได้เข้ามาจะมีการแบ่งรายได้ให้ แต่ทำมาหลายครั้งแต่ไม่เคยมีการแบ่งรายได้

ทางครอบครัวก็คุยกันว่าจะยกเลิกสัญญายังไง เพราะทางค่ายไม่ได้ทำตามที่ตกลงเลย ไม่ว่าจะเป็นการสมัครหาที่เรียนให้ จนพ่อของน้องต้องไปจัดการเองทั้งหมด ไม่มีใครมาฝึกฝนน้อง ไม่มีการเทรนหรือโปรโมตน้องในช่องทางใด ครอบครัวพยายามจะคุยกับทางค่ายเพื่อยกเลิกสัญญามาตั้งนานแล้ว น้องพอร์สก็ทำตามความฝันต่อไป ไปเล่นเพลงเปิดหมวกต่อ ตอนแรกมีแค่น้องแพนเค้กคนเดียว แต่หลังจากนั้นก็เริ่มเป็นวง มีน้องมังกร น้องทะเล น้องติณห์ รวมในชื่อวง Yes Indeed ก็เล่นไปเรื่อยๆ ทางค่ายก็ให้โปรโมตสินค้าในไอจีของน้อง

แต่ที่ครอบครัวไม่พอใจอย่างมากคือมีอยู่วันหนึ่งทางค่ายให้น้องไปโฆษณาใส่กางเกงในบ็อกเซอร์และอัดคลิปลงยูทูบ แต่ตัวน้องไม่ยอม เพื่อนเลยใส่แทน พ่อรู้สึกว่าแบบนี้ไม่ไหวแล้ว พยายามจะไปยกเลิกสัญญากับค่ายรวมทั้งหมด 6 ครั้ง แต่ค่ายปฏิเสธ น้องพอร์สทำสัญญาเดือน มิ.ย. 2564 จนถึงปลายเดือน พ.ค. 2565 แต่ค่ายไม่เคยโปรโมตอะไรน้องเลย

แต่วันที่น้องพอร์สไปเล่นดนตรีเปิดหมวกที่สยามสแควร์เมื่อ 3 มิ.ย. 2565 เป็นเหมือนวันที่เปลี่ยนชีวิตน้องเลย วันนั้นคนไปรวมตัวเยอะมาก สื่อมวลชนเขียนว่าวันสยามแตก หลังจากนั้นก็มีคนไปทำข่าว คราวนี้แสงเริ่มมา คนเริ่มสนใจ หลังจาก 3 มิ.ย. ทางค่ายเริ่มมีปฏิกิริยา เริ่มมีการแชร์ข่าวพอร์ส จากที่ไปดูตามเฟซบุ๊กหรือไอจีไม่มีเลย เริ่มไปบอกผู้สื่อข่าวหลายสำนักว่าพอร์สเป็นศิลปินของค่ายตัวเอง ทั้งที่คุณพ่อไปขอยกเลิกสัญญาหลายรอบ มีศิลปินดังคนหนึ่งแต่งเพลงให้พอร์สด้วย แต่ทางค่ายก็ปฏิเสธ

ด้านคุณพ่อให้เหตุผลที่ขอยกเลิกสัญญาเพราะทางค่ายไม่เคยส่งเสริมหรือปั้นพอร์สจริงๆ ตลอดระยะเวลาเป็นปีไม่มีการส่งเสริมอะไร ทางค่ายเลยโพสต์ภาพตอนที่พอร์สไปถ่าย Shooting เมื่อปีที่แล้ว และมาโปรโมตว่าจะมีซิงเกิลแรก ตัวน้องเป็นศิลปินค่าย ได้มีการเทรนแล้ว แต่ความจริงคือไม่ได้เทรนมาก่อนเลย แล้วบอกว่ามีค่าใช้จ่ายที่จ่ายให้น้องมา ซึ่งไม่เป็นความจริง

ค่ายไม่เคยเอาน้องไปฝึกศิลปิน พัฒนาบุคลิกภาพ แม้แต่ตอนน้องไปเปิดหมวก ทำกิจกรรมให้ค่าย ออกงาน ค่ายไม่เคยสนับสนุนอุปกรณ์ดนตรีเลย มีแค่เคยแต่งหน้าทำผมให้ 2 ครั้ง ให้น้องกับเพื่อนไปถ่ายสินค้าเพื่อแลกกับเงินพันกว่าบาทต่อวัน แล้วทางค่ายโทรหาสปอนเซอร์ของวง โดยอ้างว่าทางค่ายมีสัญญากับน้องพอร์ส จะติดต่องานอะไรต้องผ่านทางค่ายเท่านั้น และจะเก็บเปอร์เซ็นต์ทุกงานที่เกี่ยวข้องกับพอร์สเลย บางทีไปเก็บของวงด้วย และเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมาน้องพอร์สกับครอบครัวและเพื่อนในวงก็มาปรึกษากับผมถึงเรื่องนี้

ก่อนจะพูดถึงสัญญาของน้องพอร์สว่าเป็นสัญญาที่ทาง EXP ได้ประโยชน์เพียงฝ่ายเดียว เพราะสัญญานี้ไม่ได้ระบุเลยว่าทางค่ายจะต้องให้สิทธิ์ประโยชน์น้องพอร์สเท่าไร เมื่อไร น้องพอร์สไม่อาจรู้ได้ว่าตัวเองจะมีรายได้ยังไง ไม่สามารถเรียกเงินหรือจ่ายประโยชน์ให้กับน้องได้ เพราะในสัญญาไม่เคยระบุไว้ว่าจะจัดหางานหรือจ่ายเงินเมื่อไร แบบนี้เข้าลักษณะของสัญญาที่ไม่เป็นธรรม และเมื่อสัญญาจำกัดสิทธิ์ ปิดกั้นโอกาส ทำให้น้องเกิดความยากลำบากในการรับงานต่างๆ

จริงๆ น้องโด่งดังก็เกิดมาจากผลงานของน้องเอง ไม่ได้เกิดจากการปั้นแต่งของค่าย การที่ค่ายออกมาพูดถึงสัญญา มองว่าเป็นการเอาเปรียบเด็ก มุ่งแต่ขอส่วนแบ่งรายได้จากน้องเป็นหลัก จึงทำให้น้องพอร์สเสื่อมเสีย เสียโอกาส เสียรายได้ ทางกฎหมายเรียกว่าเป็นอุปสรรคต่อการเจริญก้าวหน้าในอาชีพนักดนตรี เข้าลักษณะตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตราที่ 27 วรรค 3 คุณพ่อซึ่งเป็นผู้แทนโดยชอบธรรมสามารถบอกเลิกความยินยอมในกรณีที่ผู้เยาว์ทำสัญญาแล้วได้

และผมทำหนังสือบอกเลิกการให้ความยินยอมอย่างเป็นทางการไปให้ทาง EXP ตั้งแต่เมื่อวันจันทร์ที่ 18 ก.ค. ที่ผ่านมา และทาง EXP ได้รับหนังสือแล้ว ซึ่งมีผลตั้งแต่เขาได้รับหนังสือบอกเลิก ถือว่าสัญญาจบลงแล้ว ฉะนั้นหลังได้รับหนังสือฉบับนี้ก็หมดสิทธิ์ที่จะอ้างเรื่องสัญญาและขอประกาศตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป หากค่ายมีการแถลงข่าวหรือให้ข่าวในลักษณะที่ทำให้น้องพอร์สและครอบครัวเสียหาย จะดำเนินการทั้งทางแพ่งและอาญากับคนที่แถลงและทางบริษัททั้งหมด

เมื่อถามว่ามีข่าวว่าทางค่ายจะฟ้องมา เขาได้ฟ้องมาไหม ทนายตั้มกล่าวว่า ไม่มี เขามีสิทธิ์ที่จะฟ้องได้ เราเป็นผู้มีส่วนได้เสีย เพราะผมเป็นผู้รับมอบอำนาจจากคุณพ่อให้มาแถลงข้อเท็จจริง ส่วนสัญญาที่พอร์สเคยเซ็นกับทางค่ายคือ 3 ปี ตอนนี้ยกเลิกสัญญาตามกฎหมายแล้ว เท่ากับตอนนี้พอร์สไม่ได้ติดสัญญากับใคร สามารถรับงานได้

จากนั้นผู้สื่อข่าวถามพอร์สว่ารู้สึกยังไงที่สัญญาไม่เป็นธรรม พอร์สตอบว่า “ถ้าพูดเรื่องนี้อาจจะไม่รู้อะไรมาก ความรู้สึกก่อนหน้านี้เราเหมือนไม่มีตัวตนเท่าไร แต่พอเราไปเล่นที่สยามกับเพื่อนๆ แล้วเกิดเป็นกระแส ก็รู้สึกว่าเขารักเรามาก ทุกอย่างทั้งเพลงทั้งอะไรก็จะเร่งทำให้เสร็จ ทุกอย่างไวมาก แต่ก่อนหน้านี้แทบไม่มีอะไรเลย มีแค่ช่องยูทูบที่พี่ๆ เขาทำให้ครับ”

ถามว่าคิดว่าพลาดไหมที่เซ็นสัญญากับค่าย พอร์สตอบว่า “ผมมองว่ามันไม่ได้พลาดหรอกครับ แต่มันเกิดจากการที่เราไม่รู้มากกว่า” ทนายตั้มบอกว่า “เรื่องนี้ผมอธิบายให้ฟังดีกว่า ตอนแรกทุกคนมีความฝัน คิดว่าค่ายจะช่วยอะไรได้ เขาเอาอะไรมาก็เซ็นหมด”

ส่วนเรื่องแรกที่ทำให้รู้สึกอยากยกเลิกสัญญา พอร์สตอบว่า เป็นเรื่องเรียน คือทางค่ายบอกว่าจะหามหาวิทยาลัยให้ พอเกรดไม่ถึง ทางค่ายก็บอกว่าให้เรียนเอกชน พอบอกว่าช่วยดูให้หน่อยได้ไหม เขาก็ส่งพวกทุนมาให้ แต่เราต้องไปทำเองทุกอย่าง ก็รู้สึกเฟลตั้งแต่ตอนนั้นแต่พูดไม่ได้ ส่วนเรื่องสัญญาตนเองไม่ได้อ่าน ส่วนคุณพ่อน่าจะได้อ่านบ้างไม่แน่ใจ ตอนนั้นรู้สึกดีใจที่จะได้เป็นศิลปิน

ด้านทนายตั้มบอกว่าหลังจากนี้หากใครพูดถึงน้องในทางเสียหาย สามารถดำเนินคดีได้ ก่อนจะฝากถึงคนที่อยากเป็นนักแสดง นักร้อง นักดนตรี และเจอสัญญาที่เอาเปรียบ ผมสามารถที่จะช่วยได้ ไม่ได้ยุยงให้คนแตกกับค่าย แต่ถ้าอันไหนที่เห็นแก่ตัวหรือเอาเปรียบจริงๆ ก็พร้อมช่วย

ส่วนความรู้สึกหลังจากได้รับอิสระ พอร์สบอกว่าสบายใจขึ้น เพราะอยากทำสิ่งที่รักต่อไปคือการร้องเพลงกับเพื่อนๆ อาจจะมีกังวลบ้างแต่เป็นเรื่องปกติ มองว่าทุกคนต่างมีความคิด เราไม่สามารถไปแบ่งแยกความคิด หรือบอกให้เขาเข้าข้างเราได้ เราต้องยอมรับฟัง อะไรที่ผิดก็ขอโทษ

ก่อนจะพูดถึงเรื่องที่ศิลปินคนหนึ่งจะแต่งเพลงให้แต่ค่ายปฏิเสธ โดยบอกว่าทางค่ายคุยกับศิลปินคนนี้ พอคุยเสร็จแล้วเขาแต่งเดโมมาให้ แต่เขาไม่ชอบในเพลงเลยให้ไปแก้เนื้อ ผมมองว่านานแล้วเลยทักไปหาพี่เขาแบบส่วนตัว พี่เขาเลยบอกว่าเขาไม่เอา ยกเลิกไป ทางค่ายเหมือนไม่ชอบเพลง ไม่เอาแล้ว ตอนนั้นเขายังไม่จ่ายตังค์ด้วย เลยมาบ่นๆ ให้ผมฟัง พอผ่านไปเขานัดผมกับเพื่อนไปคุยโปรเจกต์ ก็เพิ่งมารู้ทีหลังว่าเขาไม่เอาแล้วจริงๆ ขอเบรกและทำเพลง 3 คน ซึ่งจริงๆ มันน่าจะถึงเวลาที่ผมออกเพลงแล้ว

ทนายตั้มเสริมว่า แต่หลังจาก 3 มิ.ย. ทางค่ายโทรกลับหาศิลปินคนนั้นและจ่ายค่าเพลงให้ด้วย อีกทั้งบอกว่ามีศิลปินค่ายเดียวกันที่บ่นถึงเรื่องค่ายเช่นกัน พร้อมทั้งเผยแชตสนทนาของศิลปินดังและเพื่อนศิลปินของพอร์สที่อยู่ในค่ายดังกล่าวด้วย

เมื่อถามว่าหลังจากนี้จะเดินหน้าในวงการบันเทิงต่อยังไง พอร์สตอบว่า “ก็คงเหมือนเดิมครับ ผมอยากเป็นนักร้องอยู่แล้ว จะร้องเพลงต่อไปครับผม จะตั้งใจทำงานตรงหน้าให้ดีที่สุด ก็ทำเพลงกับเพื่อนๆ ในวง เรื่องเซ็นสัญญาเข้าค่ายอื่นก็คงเป็นเรื่องอนาคต แต่ที่เป็นความสุขก็คือทำกับเพื่อนๆ ในวง Yes Indeed ครับ”

ถามว่าถ้ามีค่ายดังมาจีบให้เข้าสังกัด ทนายตั้มบอกว่า ถ้าค่ายดังติดต่อมาก็เซ็นได้เพราะตอนนี้น้องเป็นอิสระแล้ว หรือจะร้องเพลงเปิดหมวกก็ได้ นักข่าวถามว่าจะให้ทนายตั้มช่วยดูสัญญาให้ก่อนเซ็นสัญญามั้ย พอร์สตอบว่า “แน่นอนครับ” ก่อนจะหัวเราะ ทนายตั้มบอกว่า “ก็คงจะดูให้น้องต่อไปนี้ครับ”.

ดูข่าวต้นฉบับ

ที่มา : https://www.thairath.co.th/entertain/news/2449781
ขอขอบคุณ : https://www.thairath.co.th/entertain/news/2449781




บัตรกดเงินสด ซิตี้ เรดดี้เครดิต

บัตรเครดิต ซิตี้ ลาซาด้า

บัตรเครดิตซิตี้ แกร็บ

บัตรเครดิต ซิตี้ แคชแบ็ก แพลตตินั่ม

บัตรเครดิต ซิตี้ รีวอร์ด