“เชียร์” เผยการเดินทางของความรักกับ “บิ๊ก” สิ้นสุดแล้ว หลังคุยกันเพื่อแก้ปัญหา


ให้คะแนน


แชร์

หลังมีข่าวว่าสาว เชียร์ ฑิฆัมพร ฤทธิ์ธาอภินันท์ ปิดฉากรักเลิกรากับหวานใจ ไฮโซบิ๊ก-ธนพนธ์ เบญจรงคกุล เหลือเพียงมิตรภาพที่ดี ล่าสุดเจอ เชียร์ ร่วมงานเปิดร้าน “Black Horse in the Castle” ณ ศูนย์การค้าไอคอนสยาม ชั้น 7 เปิดใจครั้งแรก

เริ่มจากตอนนี้เราไม่มีคู่?

“ตอนนี้โสดค่ะ ก็ตัดสินใจด้วยการคุยกันค่ะ ตกลงร่วมกัน เป็นการคุยกันครั้งแรกเลยด้วยซ้ำถึงเรื่องความสัมพันธ์ของเราทั้งคู่”

มีจุดอะไรถึงยุติความสัมพันธ์?

“คือเชียร์ว่ามันถึงจุดนึงที่เหมือนคนเราต้องตรวจสุขภาพว่าเรายังแข็งแรงมั้ย ข้างในเราโอเคมั้ย เชียร์รู้สึกว่าความสัมพันธ์ที่ผ่านมา 4-5 ปี มันจะต้องไปอีกสเต็ปนึงแล้ว ทีนี้เราต้องตรวจสุขภาพของความสัมพันธ์นี้เช่นกันว่าเรายังโอเคอยู่หรือเปล่า ถามว่ามีโรคแทรกซ้อนมั้ย (ยิ้ม) เชียร์ว่ามีทุกคู่แหละ คือความไม่พอดีแบบนี้ มันก็เจอว่าจริงๆมีบางจุดที่เราเคยจะก้าวข้ามผ่านมาในความไม่พอดีบางอย่าง แต่ ณ วันนี้บางสิ่งที่เราปรับตัวมาแล้ว แต่พอเรารู้สึกว่าการปรับมาแล้วมันยังไม่พอดีกันจริงๆ”

คนเริ่มพูดก่อนคือเราใช่มั้ย?

“คนเริ่มพูดก่อนคือเชียร์ แต่มันเป็นการชวนคุยว่าเรามาดูกันหน่อยมั้ย ก็ตัดฉึบตั้งแต่วันนั้นเลย เป็นการตกลงร่วมกันค่ะว่าเราจะยังไงต่อดี คำตอบที่เราค้นพบทั้งคู่คือการเป็นเพื่อนกันเหมือนเดิม ที่ผ่านมามันไม่ได้มีปัญหาอะไรกระทบกัน มันเหมือนความสัมพันธ์ดำเนินมาเรื่อยๆ แต่มีบางอย่างที่พอเรามีสิ่งที่ต้องโฟกัสทั้งคู่ เราก็ไม่อยากจะเอาความหนักใจให้อีกฝ่าย”

เป้าหมายไม่ตรงกัน?

“มันไม่เชิงเป้าหมายที่เชียร์บอกเนี่ยเราเคยมองชีวิตคู่ด้วยกันอยู่แล้ว แต่วันนี้ความสัมพันธ์ที่เดินมา พอเรามองย้อนกลับไป บางจุดพอมันไม่ได้ผ่านการพูดออกไปแล้วมันเก็บไว้ รู้ตัวอีกที ความสัมพันธ์มันลดลงในความรู้สึก แต่มันไม่ใช่เรื่องอะไรรุนแรงเลย มันเป็นความเข้าใจของเราทั้งคู่”

วันนั้นที่คุยกันได้เคลียร์ใจมั้ย?

“ก็ได้คุยค่ะ การคุยกันครั้งนี้เชียร์บอกเค้าว่าคุยด้วยความรักนะ เรายังรักกันอยู่ แต่ แค่วันนี้ถ้าความรักนี้มันเดินไปในแบบชีวิตคู่อีกแบบนึงไม่ได้ มันก็อาจจะต้องกลับมารักกันแบบเป็นเพื่อนเหมือนเดิม ทุกวันนี้เรายังคุยกัน เรายังมีความเป็นเพื่อนเต็มที่มากๆ เชียร์ยังบอกเค้าว่าวันนี้เชียร์รักเค้าไปแล้ว ยังไงเค้าก็เป็นคนที่เชียร์รักอยู่ดี แต่แค่ว่ามันไม่ได้เป็นในรูปแบบที่เราเดินกันมาแค่นั้น สำหรับเรื่องแต่งงานมันไม่ใช่ประเด็นหลัก มันเป็นประเด็นที่เรากังวลมากกว่า เราเช็กอัปกันว่าความสัมพันธ์เราโอเคกันมั้ย ถ้ามันขยับเป็นอีกสเต็ปนึงของชีวิตล่ะ แล้วมันมีปัญหาในตอนนั้น มันเลยเป็นที่มาของการชวนคุยในครั้งนี้ เรื่องรีบแต่งงานไม่ใช่เป้าหมายของเชียร์อยู่แล้ว หนึ่งเราเคยคุยกันว่าเราไม่ได้อยากมีลูกนะ เรามีระยะเวลาของเรื่องอื่นจำกัด น่าจะเป็นข้อบีบบังคับของเรื่องไทม์ไลน์ แต่ที่จริงเราไม่ได้มีอะไรเป็นข้อนั้นค่ะ”

วันที่คุยมันยากมากมั้ย?

“ยากมากสำหรับเชียร์ จริงๆต้องการคุยเพื่อที่จะมองหาวิธีการปรับในการแก้ปัญหา ไม่ได้คุย เพื่อยุติ แต่สุดท้ายมันกลายเป็นเราเลือกคำตอบที่จะยุติกัน”

วันนี้เราดูแข็งแรงมาก มีโหมดเสียใจมั้ย?

“เชียร์เสียดายอยู่แล้วแหละ ความสัมพันธ์ที่เราตั้งใจเดินมาเป็นความสัมพันธ์ที่เราก็มองว่าอยากให้มันไปนานๆค่ะ แต่ถามว่าเสียใจมั้ย ก็คงไม่ใช้คำว่าเสียใจ เพราะยังไงวันนี้เราก็ยังรักเค้าอยู่ดี เค้าก็ยังรักและหวังดีกับเราแต่แค่ว่าเราเป็นเพื่อนกัน”

จะมีโอกาสกลับมามองเป้าหมายเดียวกันใหม่มั้ย?

“อันนั้นตอบไม่ได้จริงๆอะไรจะเปลี่ยนแปลงก็เป็นเรื่องของอนาคต ณ วันนี้ก็เช่นกัน มันอาจจะชัดเจนว่าเราเลือกที่จะเป็นเพื่อนกันจริงๆ ทั้งนี้ทั้งนั้นคือวันนี้เราชัดเจนว่าเรายุติความสัมพันธ์ในการเป็นแฟนกัน”

ทุกคนก็เตรียมจะไปงานแต่งเราแล้ว?

“จริงๆไม่ค่อยชินกับการพูดเรื่องความสัมพันธ์ผ่านสื่อ แต่วันนี้เชียร์จำเป็นต้องพูด เพราะว่าไม่อย่างนั้นคนที่รักและหวังดีกับเราทั้งคู่จะถามว่าจะแต่งเมื่อไหร่ ก็เพื่อให้มันชัดเจนด้วย ไม่ให้มีคำถามไปถึงเค้าและเรา ทาง 2 ครอบครัวก็แล้วแต่การตัดสินใจของเรา ซึ่งจริงๆอย่างที่บอกว่าเชียร์ไม่ได้พูดอะไร เพราะจริงๆมันตั้งแต่ตุลาคมแล้ว”

หลายคนอยากรู้สาเหตุที่แท้จริง?

“เชียร์ว่ามันคงเป็นเรื่องราวของคนสองคน ที่อาจจะไม่ได้มีความพอดีกันแค่นั้นเอง มันไม่มีอะไรที่ไม่ดีเลยในการเลิกรา แต่เราคงไว้ซึ่งความเป็นเพื่อนที่ดีต่อกัน”

มีโอกาสรีเทิร์นมั้ย?

“เอาเป็นว่าในวันนี้อยากให้เคารพในการตัดสินใจของเราทั้งคู่ ยังเจอหน้ากันได้ จริงๆก็มีทริปที่ไปเที่ยวต่างประเทศด้วยกัน ก็มีความเป็นเพื่อนกันจริงๆ”

ในยูทูบเป็นการบ่งบอกทุกอย่างแล้ว?

“จริงๆมันมีความหมายซ้อนความหมาย คือที่ยัก เอ๊ย มันเป็นรายการที่เราไม่ได้ตั้งใจจะทำ แต่เป็นบันทึกความทรงจำในการเดินทางของเราค่ะ วันนี้มันไม่ได้จบแค่ซีซัน การเดินทางของคำว่าที่ยัก เอ๊ย ในชีวิตจริงมันก็หยุดการเดินทางจริงๆ ไม่มีแล้วค่ะ แต่ว่ายูทูบยังไม่ได้ปิดช่องนะคะ (หัวเราะ)”.

ดูข่าวต้นฉบับ

ที่มา : https://www.thairath.co.th/entertain/celeb/2750233
ขอขอบคุณ : https://www.thairath.co.th/entertain/celeb/2750233