เปิดเบื้องหลังความสำเร็จของคนไทย ในงานเทศกาลดนตรีระดับโลก


ให้คะแนน


แชร์

ล่าสุดทาง DJ Mag เพิ่งจะทำการจัดอันดับ 100 เทศกาลดนตรีเต้นรำที่ดีที่สุดของโลกประจำปี 2024 ออกมา โดย 808 Festival ของไทยค้วาอันดับที่ 36 มา และเป็นอันดับต้นของเอเชีย ซึ่งเป็นอันดับที่อยู่สูงกว่าเทศกาลดนตรีระดับโลกอีกหลายๆงาน

จากแนวดนตรีที่มีคนฟังเฉพาะกลุ่มในอดีต ปัจจุบัน Electronic Dance Music ได้กลายเป็นดนตรีในกระแสและเป็นส่วนหนึ่งของดนตรีป็อป, ฮิปฮอป หรือแม้กระทั่งดนตรีร็อกไปจนถึงฮาร์ดคอร์และเฮฟวีเมทัลร่วมสมัยไปแล้ว แต่กว่าที่ดนตรีเต้นรำร่วมสมัยในซีนดนตรีโดยรวมของไทยจะเดินทางมาจนถึงจุดนี้ได้ก็ต้องใช้เวลานานกว่าสิบปี โดยผู้ที่ถือได้ว่าเป็นคนริเริ่มในการจุดประกายให้ดนตรีเต้นรำร่วมสมัยก้าวเข้ามามีบทบาทในซีนดนตรีแดนซ์ของไทยและค่อยๆไต่ระดับความสำเร็จจากภายในประเทศสู่ระดับเอเชียและในขณะนี้ได้รับการยอมรับในระดับโลกไปแล้วก็คือ “อาสิทธิ์ ประชาเสรี” ผู้ก่อตั้งและประธานบริษัท ณัฐรัฐโฮลดิ้งส์ จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทจัดเทศกาลดนตรีเต้นรำระดับโลก 

เปิดเบื้องหลังความสำเร็จของคนไทย ในงานเทศกาลดนตรีระดับโลก

สิ่งที่การันตีความสำเร็จในการก่อร่างสร้างซีนเทศกาลดนตรีอิเล็กทรอนิกส์ในไทยหลายๆงานจนได้รับการยอมรับบนเวทีโลกได้อย่างเป็นรูปธรรมมากที่สุดก็คือการที่ทาง DJ Mag สื่อที่ทรงอิทธิพลของโลก ของทางฝั่งสหราชอาณาจักรที่ได้รับการยอมรับเป็นอย่างสูงทั้งในวัฒนธรรมดนตรี อิเล็กทรอนิกส์ แดนซ์ มิวสิก รวมถึงดีเจและมีการวางจำหน่ายในหลายประเทศไม่ว่าจะเป็น สหรัฐอเมริกา, สเปน, ฝรั่งเศส, อิตาลี, เยอรมนี, แคนาดา, รัสเซีย รวมถึงในเอเชียอย่าง จีน, เกาหลีใต้, ซาอุดิอาระเบีย, อินโดนีเซีย ไปจนถึง ศรีลังกา และอีกหลายประเทศทั่วโลกได้ยกย่องเทศกาลดนตรี 808 Festival ให้เป็นหนึ่งในเทศกาลดนตรีเต้นรำที่ดีที่สุดในระดับโลกด้วย 

เปิดเบื้องหลังความสำเร็จของคนไทย ในงานเทศกาลดนตรีระดับโลก

“อาสิทธิ์ ประชาเสรี” ผู้ปลุกปั้นงาน 808 Festival และซีนเทศกาลดนตรีสายแดนซ์ชื่อดังอีกมากมาย เป็นที่ยอมรับและติดอันดับสำคัญขึ้นแท่นในระดับโลก
 

เทศกาลดนตรีสายแดนซ์ 808 Festival จัดขึ้นเป็นครั้งแรกในปี 2013 ซึ่งก็ถือเป็นก้าวแรกและก้าวสำคัญที่ทำให้กรุงเทพฯเป็นอีกหนึ่งเมืองใหญ่ที่เริ่มมีที่ทางสำหรับซีนดนตรีเต้นรำในระดับสากล โดย คุณ อาสิทธิ์ ประชาเสรี ได้แสดงความเห็นว่าดนตรีอิเล็กทรอนิกส์ที่มีพัฒนาการมาอย่างยาวนานถือเป็นแม่เหล็กที่ช่วยดึงดูดนักท่องเที่ยวที่ชื่นชอบดนตรีแนวนี้ให้เดินทางมาประเทศไทยให้มากขึ้นได้ ซึ่งการได้มีส่วนร่วมในการรับชมเทศกาลดนตรีเต้นรำดีๆก็ทำให้เกิดการบอกต่อขึ้นในหมู่นักท่องเที่ยวทั่วโลก ส่งผลให้กรุงเทพฯเริ่มกลายเป็นอีกหนึ่งหมุดหมายสำคัญที่ให้ขาแดนซ์ทั่วโลกอยากจะมาสัมผัสประสบการณ์ใน Dance Music Festival ในไทย

เปิดเบื้องหลังความสำเร็จของคนไทย ในงานเทศกาลดนตรีระดับโลก

นอกจาก 808 Festival แล้ว “อาสิทธิ์ ประชาเสรี” ก็ยังจัดคอนเสิร์ตและเทศกาลดนตรีแนวอิเล็กทรอนิกที่มีสเกลโปรดักชั่นในการจัดเทศกาลเทียบเท่ากับระดับสากลอีกหลายงานไม่ว่าจะเป็น Together Festival, Output Festival, Road to UItra และอีกหลายงาน โดยในแต่ละงานและในแต่ละปีที่จัดงานดีเจที่มาสาดบีทดนตรีเต้นรำหลากหลายแนวให้ฟลอร์ลุกเป็นไฟก็ล้วนแล้วแต่เป็นดีเจระดับแถวหน้าของโลกทั้งสิ้น ยกตัวอย่างเช่น Alan Walker, Marshmello, David Guetta, Gryffin, Armin Van Buuren, ZEDD, DJ Snake, Calvin Harris, Andrew Rayel และอีกมากมาย ส่วนดีเจที่ถือว่าแจ้งเกิดในงาน 808 Festival ในประเทศไทยเลยก็คือ Knock 2 และ Isoxo

ย้อนกลับไปในปี 2013 ซึ่งเป็นปีที่จัดงาน 808 Festival เป็นครั้งแรก ทางบริษัท ณัฐรัฐโฮลดิ้งส์ จำกัด สามารถดึงศิลปินและดีเจตัวท็อปของวงการในช่วงเวลานั้นอย่าง Steve Aoki, Chuckie และ Bassjackers  มาสาดบีทดนตรีอิเล็กทรอนิกส์ให้แดนซ์ฟลอร์สะเทือนได้ตั้งแต่ปีแรก ซึ่งก็เป็นการแสดงให้เห็นถึงความตั้งใจที่จะทำให้ 808 Festival เป็นเทศกาลดนตรี Electronic Dance Music ที่ได้รับการยอมรับจากนานาชาติตั้งแต่ก้าวแรก ส่วนในครั้งที่ 2 ของการจัดงานที่ได้ Nicky Romero และ Blasterjaxx มาโชว์ก็ทำให้ตัวงานได้รับเสียงชื่นชมมากขึ้นไปอีก โดยความสำเร็จเริ่มที่จะทะยานขึ้นสู่เพดานบินที่สูงขึ้นไปอีกในปีที่ 3 เมื่อทางผู้จัดได้สุดยอดดีเจอย่าง Armin Van Buuren, Porter Robinson และ Jack Ü ที่มี Skrillex และ Diplo เป็นสมาชิกและถือเป็นวงซูเปอร์กรุ๊ปของซีนดนตรีเต้นรำมาสร้างความมัน ซึ่งนับได้ว่าไม่ธรรมดามากๆ
 

นับวันงาน 808 Festival จะมีสเกลการจัดงานทั้งในด้านโปรดักชั่นแสงสีเสียง, พลุ, จอ LED ขนาดมหึมาที่สร้างงานวิชวลที่สวยงามบนเวทีและเอฟเฟกต์สุดตระกาลตาที่ในแต่ละปีจะเห็นได้ชัดว่ายิ่งใหญ่มากขึ้นเป็นลำดับ สิ่งที่น่าสนใจก็คือ 808 Festival เป็นเทศกาลดนตรีที่มีการแบ่งเวทีออกเป็น 2 เวทีเพื่อรองรับนักฟังและขาแดนซ์ที่ชื่นชอบดนตรีอิเล็กทรอนิกส์เฉพาะทางอย่างเทคโนไปจนถึงดรัมแอนด์เบสด้วย

ความเอาใจใส่ทั้งในเรื่องสเกลการจัดงานและกองทัพดีเจที่อยู่ในระดับแถวหน้าของโลกทำให้จำนวนผู้ชมต่างชาติเพิ่มสูงขึ้นทุกปี โดยในปี 2022 มีชาวต่างชาติมาร่วมงานราวๆ 24% ซึ่งไม่ได้จำกัดอยู่แค่ในโซนเอเชียที่เท่านั้น แต่รวมถึงผู้ชมจากสหรัฐอเมริกา, นอร์เวย์ และ เยอรมนี และอีกหลายประเทศ โดยคุณ อาสิทธิ์ เคยแสดงความเห็นที่น่าสนใจว่าดนตรีอิเล็กทรอนิกส์ร่วมสมัยในปัจจุบันนี้ได้ก้าวออกจากเพลงที่เปิดในคลับในอดีตไปสู่การเป็นดนตรีในกระแสที่มีผู้ฟังทุกวัย โดยเฉพาะอย่างยิ่งในหมู่วัยรุ่นและวัยทำงาน 

เปิดเบื้องหลังความสำเร็จของคนไทย ในงานเทศกาลดนตรีระดับโลก
   

ส่งผลให้ดนตรีเต้นรำร่วมสมัยในเวลานี้มีฐานผู้ฟังที่ชอบไปดูโชว์ของเหล่าดีเจที่แต่ละคนชื่นชอบมีทั้งกลุ่ม Gen Z และ Gen Y โดยข้อมูลเชิงสถิติและพัฒนาการของดนตรีอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งเป็นผลมาจากการวางแผนทางด้านโครงสร้างการจัดงานที่ดีมาตั้งแต่ครั้งแรกทำให้บัตรงาน 808 Festival ในปี 2022 ขายหมดทุกใบ รวมถึงบัตรโซฯ V.I.P. ที่มีราคาไล่ไปตั้งแต่ระดับแสนถึงล้านบาทขายหมดตั้งแต่ 2 เดือนแรกหลังจากที่ประกาศจัดงาน ส่วนงาน 808 Festival 2023 ที่ได้ David Guetta และ Marshmello เป็นเป็นดีเจเฮดไลน์ก็ประสบความสำเร็จไม่แพ้กัน
   

สิ่งที่ทำให้เทศกาลดนตรีภายใต้การดูแลของคุณ อาสิทธิ์ ประชาเสรี ประสบความสำเร็จ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง 808 Festival ที่มีมาตรฐานอยู่ในระดับโลกแล้วมีหลายปัจจัยด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็นไลน์อัปดีเจที่เรียกเสียงฮือฮาได้ทุกครั้ง จากคุณภาพในการจัดงานที่เหล่าดีเจระดับโลกไว้วางใจ และพร้อมเสมอที่จะมาเล่นที่นี่ โปรดักชั่น และงานวิชวลบนเวทีที่ไม่เพียงทำให้อยากเต้นแบบนอนสต็อปเท่านั้น แต่ยังดึงดูสายตาตลอดเวลาด้วย, การกำหนดตารางโชว์ของศิลปินแต่ละคนที่เหมาะสมไปจนถึงความ Loyalty หรือความรักที่แฟนๆมีให้กับศิลปินอย่างเต็มที่ ซึ่งก็ยิ่งทำให้โชว์ไม่เพียงแต่สนุกมากๆเท่านั้นแต่ก็ยังมีความอบอุ่นซุกซ่อนอยู่ในนั้นด้วย

“อาสิทธิ์ ประชาเสรี” ได้แสดงความเห็นเพิ่มเติมว่านักท่องเที่ยวที่มาเป็นผู้ชมในเทศกาลดนตรีถือโอกาสในวันหยุดพักผ่อนที่นอกจากเสพย์งานศิลปะดนตรีเต้นรำแล้ว พวกเขาก็ยังเดินทางท่องเที่ยวไปในสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆในไทยด้วย ส่งผลให้คุณ อาสิทธ์ เริ่มหันมาจัดงานในขนาดที่เล็กลงโดยมีผู้ชมยู่ในระดับเล็กอย่าง 600-2000 คนและในระดับกลางที่มีผู้ชมราวๆ 2,000-8,000 คนในพื้นที่ท่องเที่ยวสำหรับชาวต่างชาติ ซึ่งก็ทำให้ซีนดนตรีเต้นรำร่วมสมัยคึกคักมากขึ้น นอกจากนี้ทางผู้จัดก็ยังได้ทดลองทำการตลาดในประเทศเพื่อนบ้านอย่าง สิงคโปร์ และ เมียนมา มาแล้วด้วย

ล่าสุดทาง DJ Mag เพิ่งจะทำการจัดอันดับ 100 เทศกาลดนตรีเต้นรำที่ดีที่สุดของโลกประจำปี 2024 ออกมา โดย 808 Festival ของไทยค้วาอันดับที่ 36 มา และเป็นอันดับต้นของเอเชีย และอยู่สูงกว่าเทศกาลดนตรีระดับโลกอีกหลายๆงาน

ความสำเร็จของงาน 808 Festival ไม่ได้เป็นไปแบบก้าวกระโดด แต่ทางผู้จัดต้องอาศัยประสบการณ์นานนับสิบปีในการวิเคราะห์หลากหลายปัจจัยที่จะผลักดันให้งานไปถึงระดับโลกได้ ไม่ว่าจะเป็นการคัดสรรค์ไลน์อัปดีเจ, งานโปรดักชั่น, ระบบเสียง, การออกแบบพื้นที่ในการจัดงาน, บู้ทดีเจ, พื้นที่ของเวทีและแดนซ์ฟลอร์ ไปจนถึงรายละเอียดเล็กๆน้อยๆหลายๆอย่าง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องกิจกรรมในงาน, โซนร้านอาหาร, ระบบรักษาความปลอดภัยและอื่นๆ

การขยับจากอันดับที่ 58 ไปอยู่ในอันดับที่ 36 ของโลกถือเป็นการก้าวกระโดดครั้งสำคัญ ไม่เฉพาะเพียงแต่ความสำเร็จของทางผู้จัดเท่านั้น แต่รวมถึงความสำเร็จโดยรวมในเรื่องคุณภาพและมาตรฐานในการจัดเทศกาลดนตรีระดับนานาชาติในประเทศไทยอีกด้วย เนื่องจากในปัจจุบันมีการจัดเทศกาลดนตรีเฉพาะในสหราชอาณาจักรสูงถึง 202 งาน ซึ่งมีตั้งแต่งานสเกลเล็กที่จุดผู้ชมได้ 500 คนไปจนถึง 80,000 คน ยังไม่นับรวมเทศกาลดตรีเต้นรำที่มีอยู่แทบจะทุกประเทศทั่วโลก ส่วนการต่อสู้ของทางผู้จัดที่ล้วนแล้วแต่ได้รับผลกระทบมาจากสถานการณ์โควิด-19 แต่ยังคงรักษามาจรฐานการจัดงานเอาไว้อย่างคงเส้นคงว่าเอาไว้ได้ก็ถือเป็นหนึ่งในเกณฑ์การตัดสินเพื่อจัดอันดับของทาง DJ Mag ด้วย รวมถึงการจัดอันดับให้อีกงานสำคัญของพวกเราในครั้งนี้ก็คือ Together Festival ในอันดับที่80 ก็ถือเป็นเรื่องน่าภูมิใจให้กับทีมทำงานทุกคนเช่นกัน
 

2024 ถือเป็นปีที่อัตราการเติบโตของเทศกาลดนตรีเต้นรำทั่วโลกอยู่ในระดับที่สูงมากและไม่มีทีท่าว่าจะซาลงเลย ยอดขายบัตรโดยรวมอยู่ในระดับที่น่าพอใจ ถึงแม้ว่าจะลดลงบ้างถ้าหากเทียบกับยอดขายก่อนเกิดสถานการณ์โควิด-19 เพราะในปัจจุบันต้องยอมรับว่าหลายประเทศทั่วโลกยังคงประสบกับปัญหาทางด้านเศรษฐกิจ แต่ดนตรีอิเล็กทรอนิกส์ร่วมสมัยก็ยังคงได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากมันเป็นแนวดนตรีที่สร้างความคึกคักและสร้างความสุขให้กับผู้ชมได้ดี โดยเฉพาะอย่างยิ่งความเป็นเอนเตอร์เทนเนอร์ของเหล่าดีเจที่มาร่วมสร้างสีสันในงาน 808 Festival มาตั้งแต่ปีแรกๆ ซึ่งเห็นได้ชัดว่าทางผู้จัดให้ความสำคัญในการเลือกดีเจที่จะมาเล่นในงานเพื่อสร้างความสนุกให้กับผู้ชมเป็นอย่างมาก

ทั้งหมดนี้ทำให้ 808 Festival ประสบความสำเร็จอย่างสูงทั้งในไทยและกลุ่มชาวต่างชาติที่หลงใหลในดนตรี อิเล็กทรอนิกส์ แดนซ์ และเชื่อเหลือเกินว่าในปีต่อๆไป 808 Festival จะก้าวขึ้นสู่อันดับเทศกาลดนตรีเต้นรำที่สูงกว่าเดิมอย่างแน่นอน

เปิดเบื้องหลังความสำเร็จของคนไทย ในงานเทศกาลดนตรีระดับโลก

ดูข่าวต้นฉบับ

ที่มา : https://www.komchadluek.net/entertainment/thai-entertainment/578035
ขอขอบคุณ : https://www.komchadluek.net/entertainment/thai-entertainment/578035