‘ปู’ แจงยิบปมหนี้ 2 ล้าน ลั่นพร้อมจ่ายแค่ 1.4 ล้าน จ่อเอาผิดคนทำให้เสียชื่อเสียง


ให้คะแนน


แชร์

จากกรณี รัศมี ทองสิริไพรศรี หรือลูกหมี นางแบบและผู้บริหาร we are model เข้าปรึกษาขอความช่วยเหลือด้านกฎหมายกับทนายเดชา กิตติวิทยานันท์ หรือทนายคลายทุกข์ หลังถูกอดีตนักแสดงสาวชื่อดัง ยืมเงิน 2 ล้านบาท โดยอ้างว่าจะนำเงินไปลงทุนธุรกิจกระเป๋า โดยมีการทำสัญญากู้ยืมเงิน เมื่อครบกำหนดชำระ จากนั้นได้มีการนำเช็คเงินสด 2 ล้านบาทมาคืนให้ แต่ถูกธนาคารปฏิเสธไม่สามารถถอนได้ เมื่อทวงถามกลับถูกบ่ายเบี่ยง ก่อนเข้าแจ้งความไว้ที่ สน.ทองหล่อ เมื่อวันที่ 13 มิ.ย. ต่อมา น.ส.อำนวยพร มณีวรรณ์ หรือ ทนายกุ้ง พร้อมด้วย รัศมี ทองสิริไพรศรี หรือลูกหมี เดินทางเข้าพบ ร.ต.ท.เปรม ชำนาญดู รอง สว. (สอบสวน) สน.ทองหล่อ เพื่อติดตามความคืบหน้าทางคดี โดยในวันดังกล่าว ดารา ป. ไม่มาตามนัด ตามที่นำเสนอข่าวไปแล้วนั้น

คืบหน้าล่าสุด เมื่อเวลา 13.15 น. วันที่ 4 ก.ค. ที่ สน.ทองหล่อ รัศมี ทองสิริไพรศรี หรือลูกหมี ได้เดินมายัง สน.ทองหล่อ ตามนัดการเจรจาอีกครั้ง โดยก่อนที่จะเข้าร่วมเจรจา ลูกหมีได้เปิดเผยว่า เนื่องจากก่อนหน้านี้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้มีการออกหมายเรียกคู่กรณีถึง 2 ครั้งแล้ว แต่คู่กรณีก็ได้ขอเลื่อนการเจรจาไกล่เกลี่ยมาเป็นวันที่ 4 ก.ค. โดยให้เหตุผลว่าป่วย ถ้าหากวันนี้คู่กรณีมาเจอกันก็ถือว่าเป็นการเจอกันครั้งแรก โดยเมื่อวาน คู่กรณีออกมาเปิดเผยว่า วันนี้จะมีการแถลงข่าวถึงเรื่องราวที่เกิดขึ้น ตนก็จะรอดูว่าจะมีการแถลงในเรื่องอะไรบ้าง ส่วนที่มีการออกมาพูดว่าคดีพลิก ตนก็ไม่แน่ใจว่าคดีจะพลิกยังไง เรื่องมันก็แค่มีอยู่ว่าตนให้ยืมเงิน 2 ล้านบาท แค่เขาคืนเงินมาแค่นั้นก็จบ ถ้าดูจากการให้หมายข่าว ทำไมดูมีความยุ่งยากจัง ทั้งนี้ ตนต้องบอกว่าตนไม่เคยให้ใครยืมเงินและไม่เคยปล่อยเงินกู้ ดังนั้นเรื่องการให้ดอกเบี้ยเท่าไหร่ ตนไม่รับรู้เพราะฝั่งคนยืมเป็นคนจัดการให้ ซึ่งเงิน 2 ล้านที่เป็นยอดเข้ามาแจ้งความนั้นเป็นเพียงเงินต้นเท่านั้น ซึ่งตนมีหลักฐานเป็นแชตที่มีการคุยก็คุยกันตั้งแต่ต้น ตั้งแต่ 1 ต.ค.

เมื่อผู้สื่อข่าวถามถึงประเด็นที่คู่กรณีอาจจะมีการแจ้งความกลับนั้น ลูกหมี ระบุว่า จากที่ดูชีวิตของคู่กรณี ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการใช้จ่ายเงินในครอบครัว การกินข้าวหรืออะไรต่างๆ ก็ดูดีหรือจะไปงาน หรือเที่ยวในที่ต่างๆ ก็เห็นว่ามีการใช้จ่ายอย่างสบายใจ แต่แค่การที่จะนำเงินส่วนหนึ่งมาใช้หนี้เรา โดยไม่ต้องจ้างทนาย มันน่าจะง่ายเสียมากกว่าที่เขาตัดสินใจทำอะไรแบบนี้ ตนคิดว่าเป็นทัศนคติที่ไม่ค่อยโอเค

วันนี้ไม่ได้รู้สึกกังวลอะไร เพราะตั้งแต่ตัดสินใจที่จะมาแถลงข่าวกับพี่ๆ สื่อมวลชน ก็ยังคงมีเจตนาเดิม คือ เพื่อให้เป็นอุทาหรณ์ อย่าให้ใครยืมเงินเพราะถ้ายืมไปแล้วก็จะไม่ได้คืนกลับมา วันนี้ทำสิ่งที่ดี และสิ่งที่ถูกต้อง เชื่อว่าประชาชนและสื่อมวลชนจะได้ดู และตัดสินใจเอาเองว่า การกระทำแบบนี้เหมาะสมหรือไม่ ถ้าในวันนี้มีการแจ้งความกับตนเอง ก็ไม่ได้รู้สึกแปลกใจอะไร แต่สิ่งที่ตนต้องการคือ อยากให้คู่กรณีไกล่เกลี่ย และอยากให้เขาคืนเงินมากกว่า แต่มันก็ขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของคู่กรณีว่าจะมาหรือไม่มา

เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า ถ้าเจอกันครั้งแรกมีอะไรที่จะพูดคุยหรือบอกคู่กรณีหรือไม่ ลูกหมี บอกว่า คงไม่มีอะไรจะพูดคุยคงให้ทนายกู้กับทนายเดชาเป็นผู้เจรจา

ขณะที่ น.ส.ลิลลี่ ดารานักแสดงชาวเวียดนาม ซึ่งเป็นหนึ่งในคู่กรณีของอดีตนางเอก ป. ที่ได้มีการให้ยืมเงินไป 600,000 บาท เดินทางมาที่ สน.ทองหล่อ ด้วยเช่นเดียวกัน

ต่อมา ทนายประมาณ เลืองวัฒนะวณิช พร้อมด้วย มัณฑนา หิมะทองคำ และ นายภักดีหาญส์ หิมะทองคำ เดินทางมาถึง สน.ทองหล่อ

จากนั้น เวลา 14.15 น. ทางทนายเดชา กิตติวิทยานันท์ และน.ส.อำนวยพร มณีวรรณ์ ทนายกุ้งได้เดินทางมาที่ สน.ทองหล่อ เช่นเดียวกัน

โดยทนายเดชา กล่าวว่า วันนี้มาให้กำลังใจคุณลูกหมี และไม่กลัวเรื่องหลักฐานที่อีกฝ่ายเอามาแย้ง เพราะมั่นใจว่าหลักฐานของลูกหมีมีครบกว่า ส่วนเรื่องดอกเบี้ยเป็นทางนางแบบสาวเสนอเอง เจ้าหนี้ไม่ได้เสนอ ตอนนี้กังวลแค่เรื่องไม่จ่ายเงินคืนแค่นั้นเอง

ต่อมา น.ส.ลิลลี่ กล่าวว่า ในวันนี้ ตนตั้งใจจะมาไกล่เกลี่ย แต่วันนี้ยังไม่ได้เจรจากับปู เพราะปูเองกำลังเจรจากับเจ้าหนี้ท่านอื่นอยู่ ซึ่งวันนี้ตนรับงานไว้จึงต้องรีบไปทำงานก่อน เลยไม่มีเวลาอยู่รอเจรจา ซึ่งก็หวังว่าทางปูจะเห็นใจ ส่วนตัวโดนยืมเงินมานานถึง 2 ปีแล้ว ได้เงินคืนมา 200,000 บาท จากยอดกว่า 8 แสนบาท ตอนนี้เหลืออีก 670,000 บาท ตนอยากได้เงินคืน คืนมาเท่าไหร่ ระยะเวลานานเท่าไหร่ก็ได้ ขอแค่ได้คืน เพราะเงินที่ให้ยืมไปส่วนหนึ่งเป็นเงินของทางครอบครัว ทั้งนี้ตนรู้สึกเห็นใจพี่เขาที่เป็นหนี้ แต่ก็อยากให้ทางนั้นเห็นใจตน และคืนเงินด้วย

หลังจากที่ทุกฝ่ายเดินทางมายัง สน.ทองหล่อ ทนายประมาณ ปู และสามี ได้มีการตั้งชาร์ตแถลงเรื่องการยืมเงิน และคืนเงิน

โดยทนายประมาณ ระบุว่า เริ่มเมื่อวันที่ 30 ก.ย. 66 มีการกู้เงินครั้งแรก จำนวน 95,000 บาท ต่อมาวันที่ 1 ต.ค. 66 มีการกู้ซ้ำอีก 800,000 บาท ปล่อยกู้ 3 เดือน ดอกเบี้ยร้อยละ 15% ต่อ 3 เดือน และสรุปคือมีการยืมเงินทั้งหมด 4,057,700 คืนมาแล้ว 2,640,498 บาท คงเหลือ 1,417,201 บาท ซึ่งคุณปูยืนยันว่าจะคืนยอดนี้

ทนายประมาณ กล่าวต่ออีกว่า เรื่องนี้ต้องแยกเป็นสองประเด็นคือเรื่องการใช้หนี้ ขณะนี้หากนับตัวเลขที่คุณลูกหมีโอนมา แล้วคุณปูโอนกลับไป หักลบกันแล้ว สรุปแล้วยอดหนี้ปัจจุบันคือ 1.4 ล้านบาท ซึ่งตัวเลข 1.4 ล้านนี้ คือตัวเลขที่ไกล่เกลี่ย

“ซึ่งตัวเลขนี้จ่ายได้ไม่มีปัญหา แต่ปัญหาคือว่า คุณทำลายชื่อเสียงเขาไปขนาดนี้คุณจะชดเชยเขายังไง คุณไม่เอาความจริงมาพูด คุณโกหกพี่น้องประชาชน จนคุณปูเป็นอาชญากร ซึ่งที่ผ่านมา มีการจ่ายเงินทั้งเงินต้น และดอกให้ตลอด แต่พอเดือน เม.ย. มันช็อตบ้าง คุณปูถูกเพื่อนโกงเงิน เอาเป็นว่าเงินสดมีแล้วกัน ไม่ใช่จะไม่ชำระหนี้ ซึ่งคนเป็นเจ้าหนี้ ลูกหนี้ ก็ต้องถ้อยทีถ้อยอาศัยกัน แต่เมื่อถึงเวลาตอนจ่ายเช็ค แล้วเช็คเด้ง ก็มีการแจ้งความเลย ถัดจากนั้นแค่วันเดียว” ทนายประมาณ กล่าว

ส่วนอีกประเด็นคือ เรื่องที่คู่กรณีทำให้คุณปูเสื่อมเสียชื่อเสียง ซึ่งเป็นเรื่องหมิ่นประมาท ตนจะจัดการไปตามกฎหมาย

ด้าน ปู มัณฑนา ยืนยันว่า ตั้งใจจะคืนเงินลูกหมี รัศมี อย่างแน่นอน ส่วนระยะเวลาในการคืนนั้นยังไม่ได้มีการพูดคุยกัน พร้อมกับบอกว่าวันนี้มีพร้อมที่จะคืน แต่ทุกสิ่งทุกอย่างที่เขาทำกับปูกับลูกปู กับครอบครัวปู เรื่องนี้ยังไม่ได้คุยกัน แต่เรื่องเงิน ยอดหนี้ที่ค้างอยู่ยังไงก็ต้องใช้อยู่แล้ว และขอยืนยันว่า ไม่เคยห่างหายการพูดคุยกับลูกหมี สามารถดูตามแชตไลน์ได้เลยว่ามีการติดต่อกันตลอด.

ดูข่าวต้นฉบับ

ที่มา : https://www.dailynews.co.th/news/3605990/
ขอขอบคุณ : https://www.dailynews.co.th/news/3605990/