กวินท์ เปิดใจรักที่มีต่อภรรยา ขอบคุณที่ช่วยเปลี่ยนชีวิตที่ไม่เหลืออะไร


แล้วทำไมถึงใจอ่อน ?
ปุ้มปุ้ย “มันอยู่นานเหมือนกันนะ มันก็คุยของมันอยู่คนเดียว อยู่ดีๆ เขาไปเที่ยวทะเล เขาถ่ายรูปทะเลพระอาทิตย์ตกดินแล้วบอก อยากให้เธออยู่ตรงนี้ด้วยจัง มันใช่หรอพี่”

กวินท์ “ผมขอสารภาพ ผมพูดหลายที่แล้วว่า จริงๆ แล้วผมเคยเอารูปปุ้ยให้เพื่อนผมดูและผมคุยกับนาง แล้วนางไม่ตอบ ผมเลยบอกว่า เนี่ย..กูถ้าได้คบกับคนนี้นะ กูจะไม่ไปไหนแล้ว กูจะอยู่กับคนนี้แน่นอน เพื่อนก็บอกว่า ทำไมไม่หาคนที่หน้าคล้าย ก็เลยบอกว่า ไม่เอาแบบหาคนที่หน้าคล้ายก็ไม่เหมือนอะไรยังงี้ วันที่เราได้คุยกับเขาผมดีใจมาก”

กวินท์ถูกใจผู้หญิงอะไรคนนี้ที่ถึงขั้นรู้สึกว่า ถ้าเป็นคนนี้ผมหยุด ?
ปุ้มปุ้ย “เขาชอบดูนม”

กวินท์ “(หัวเราะ) แต่จริงๆ ก็ชอบนมจริง”

ปุ้มปุ้ย “เขาก็แคปรูปหนูที่ใส่บิกินีแล้วก็ส่งมาให้หนูดู ในขณะที่นี้ยังไม่ตอบอะไรเลยนะ Sexy Baby พิมพ์มายังงี้อะ เป็นพี่ตอบไหม”

เราโตเมืองนอก วิธีการคุยแบบนี้เราอาจจะคิดว่า ?
กวินท์ “ไม่ จะอยู่เมืองนอกหรือจะไปโตที่ไหนเขาก็ไม่คุยกันแบบนี้ (หัวเราะ) เราเป็นคนแบบนั้นและเราก็สื่อออกมาแบบนั้นว่า Sexy Baby เออ ชอบนะ”

ปุ้มปุ้ย “คือไหนๆ จะไม่ตอบละ มันต้องจำกลัว มันมีจุดเปลี่ยนที่ว่าตอนนั้นอะหนูเข้าเมืองก็แบบมีคนคุยหลายคน และไหนก็จะเข้าเมืองละผู้ชายเขาก็ชอบเที่ยว หนูก็นัดมาหลายๆ คน แล้วก็ผลัดกันมาเจอมันก็ทีเดียวไง บ้านเขาอยู่ทองหล่อแล้วเขาก็บอก อุ้ยมาหรอ งั้นตามไปเจอได้ไหม หนูก็บอก เออก็มาเจอ พอตามมาเจอหนูก็ว่า โดดเด่น เขาหล่อ หนูชอบเขาเพราะหน้าตา

คือตอนแรกที่คุยเพราะว่าการเป็นดารา การเป็นผู้ชายที่หน้าตาดีมันคุยแล้วมันไม่จบกัน กลัวว่าเราจะเป็นคนที่เจ็บ พอเจอกันวันแรกเราก็ไปแบบชิลๆ แต่เราเห็นเขาในความละเมียดละไมในการแต่งตัวมาเพื่อเจอสาวเราก็ตกใจ เจอกันอยู่หน้าผับเลยถามว่า ไปงานแต่งมาหรอ”

เราเสียเซลฟ์ไหม อุตส่าห์จัดเต็มมา?
กวินท์ “ผมก็ไม่ได้สนใจอะไรมากที่เขาพูด”

ปุ้มปุ้ย “ใช่ เพราะมองหน้าอก” 

กวินท์ “ใช่เพราะว่านมปุ้ยกำลังหลุดออกมาแล้วเราก็แบบ เธอดึงขึ้นหน่อยมันโป๊”

พอเริ่มคุยกัน จริงๆ แล้วหนูไม่ได้คิดจริงจังเท่าไร?
ปุ้มปุ้ย “มันไม่เห็นทางเลย”

ขนาดเปิดใจคุย เปิดใจคบแล้วก็ยังไม่ได้มองไกลหรอ?
ปุ้มปุ้ย “ไม่มองไกลเพราะว่ารู้สึกไม่อยากคาดหวังอะไรแล้ว พอมันไม่คาดหวังมันกลายเป็นผิดหวัง หนูเคยมีประสบการณ์ก่อนหน้านั้นที่มีความตั้งใจมากๆ ที่จะเป็นแม่บ้าน ที่จะเป็นภรรยาจนสุดท้ายมันไม่ได้เป็นไง”

เป็นยังไงบ้าง หลังแต่งงานกันกับตอนที่เป็นแฟนกัน มีความแตกต่างขนาดไหน?
กวินท์ “จริงๆ เส้นทางก่อนที่เราจะแต่งงานมันไม่ง่ายเลยนะครับ ตอนนั้นผมก็ไม่มีงานก็ไปเป็นทหาร บางวันมันจะมีที่แบบผมไม่มีเงินเลย ไม่ได้ทำงานแล้วแบบปุ้ยเขาก็จะออกตังค์ให้ผมเอาไปกินข้าววันละร้อย วันละสองร้อย เหมือนเรากลับไปเรียนใหม่เลยยังงี้”

ปุ้มปุ้ย “เหมือนเราเป็นแม่ให้เงินลูกไปโรงเรียน”

กวินท์ “แล้วก็แบบพลาดนู้นพลาดนั้นพลาดนี่ทำอะไรไม่ค่อยเก่ง เพราะฉะนั้นความรักแบบนี้มันไม่ได้หาง่ายๆ นะ ถ้าใครเจอหรือสมหวังในความรัก เราพยายามดูแลมันให้ดีๆ จนมาถึงวันแต่งงาน เริ่มขอนาง เริ่มมีเงินเข้ามา เริ่มทำงาน งานที่ทำเริ่มประสบความสำเร็จ เริ่มฟังที่เขาบอกให้ทำตั้งแต่อายุ 25 แล้วเราไม่ยอมทำ”

ปุ้มปุ้ย “กวินท์จะเป็นคนที่เที่ยวหนักแล้วก็ใช้เงินเยอะ และก็เป็นคนที่มีความสปอร์ตอยู่แล้ว ความดังและเงินที่หาได้หายไปไหนอะ เราก็เลยไม่เข้าใจว่าชีวิตเขาจะต้องเครียดอะไรขนาดนั้น แต่ในมุมหนูก่อนแต่งงานรู้สึกว่า แต่ฉันทำไมต้องมาเจอผู้ชายที่คิดไม่เป็นขนาดนี้”

แต่ไม่มีความคิดที่จะเลิก?
ปุ้มปุ้ย “ไม่มีความคิดที่จะเลิก คิดว่าจะด่าจนกว่ามันจะทำ”

กวินท์ “มันคลิกพี่ที่แบบสวมแหวนอะ มันคลิกที่ว่านี่ละชีวิตมึงนะกวินท์ ต้องเป็นคนที่โตขึ้นเป็นคนที่ดูแลครอบครัว ไม่เล่นแล้วนะ มันจะขึ้น 30 แล้วอะ เราคิดได้เราก็ขอบคุณปุ้ยตลอดเวลา”

ฝากข้อคิดในการใช้ชีวิตคู่ที่มีปัญหาหลายๆ อย่างมา 5 ปี?
กวินท์ “เข้าปีที่ 6 เราจะต้องสื่อสารและเข้าใจซึ่งกันและกันให้มากขึ้น ถ้าอยากจะอยู่กับคนนี้นานๆ การหารักแท้มันเป็นอะไรที่ยากอะ การหารักที่เพอร์เฟกต์ก็เป็นอะไรที่ยาก แต่หารักที่พอดีแล้วยอมซึ่งกันและกันมันจะเป็นสิ่งที่ดีที่สุด พยายามสื่อสารให้ดีที่สุด อย่าไปคุยกันตอนทะเลาะกัน ให้ใจเย็นลงก่อน มาคุยหลังไมค์อาจจะให้เวลาแยกกันแล้วพอมาคุยกันจะได้เข้าใจกันมากขึ้น มันจะได้ไปอีกสเตปนึงในชีวิต”

ปุ้มปุ้ย “ของหนูคืออย่ากลัวที่จะทะเลาะกันเพราะว่าการที่ทะเลาะกันไม่มีใครหรอกค่ะ อยู่ดีๆ แล้วจะมาเปิดใจพูดว่า อย่างนั้นอย่างงี้ จริงๆ การทะเลาะกันมันเหมือนเป็นสิ่งที่อยู่ในใจแล้วเหมือนมีอะไรสาดออกมา แต่ว่ามันจะผิดตรงที่ว่าพอมันมีอารมณ์ขึ้นมา มันจะไม่มีการฟังเกิดขึ้น พอทะเลาะกันแล้วพอ คุยกันแล้วรู้สึกว่าอีกฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งเป็นคนปรับหรือสามารถปรับหรือลด

ให้อภัยกันได้มันทำให้คบกันยาวนานขึ้น แต่สุดท้ายแล้วการคบกันแบบเพื่อนเป็นอะไรที่นานที่สุด ถ้าเราปฏิบัติกับแฟนเหมือนกับว่าเขาเป็นแฟน เราก็จะคาดหวังแต่แฟนมันจะต้องหวานมันจะต้องอันนั้นมันจะต้องอันนี้ เราไม่ต้องการที่จะให้เขาต้องมาทำอะไรให้เราเยอะแยะเพราะเราดูแลตัวเองได้ แล้วผู้ชายจะรู้สึกว่า มันไม่ต้องอะไรเยอะ สบายๆ”

กวินท์ “อีกอย่างหนึ่งคือการให้เกียรติซึ่งกันและกันด้วยนะครับ ในสิ่งที่ตัวเองทำอยู่ การให้สเปซกับผู้ชาย ระยะเวลาของตัวเองให้เขาสามารถอยู่กับตัวเองบ้าง มันต้องมีความเป็นบาลานซ์อยู่ในชีวิต”.

ชมคลิปที่นี่

ดูข่าวต้นฉบับ

ที่มา : ข่าวไทยรัฐออนไลน์ – ข่าวบันเทิง
ขอขอบคุณ : ข่าวไทยรัฐออนไลน์ – ข่าวบันเทิง