จินตรา พูลลาภ เปิดใจ ผวาโควิด ยังไม่กล้ารับงาน


จินตรา พูลลาภ เปิดใจ ผวาโควิด ยังไม่กล้ารับงาน

ตอนนี้รัฐบาลเริ่มปลดล็อค หลังจากสถานการณ์โควิดเริ่มดีขึ้น ล่าสุดได้เจอนักร้องลูกทุ่งสาว จินตรา พูลลาภ ที่ ข่าวสด ผู้สื่อข่าวได้สอบถามถึงผลกระทบจากวิกฤตโควิตที่ผ่านมาว่าส่งผลมากน้อยแค่ไหน โดยนักร้องลูกทุ่งสาวเผยว่า

จินตรา

จินตรา พูลลาภ

“เยอะอยู่ เงินที่หามาก็เอาออกมาใช้(หัวเราะ) ตอนแรกว่าพอจะได้เก็บ เพราะปกติเรามีเงินเดือนให้กับคนโน้นคนนี้ เราก็ลดเงินเดือนของพี่ๆ น้องๆลง เพราะมันไม่มีจริงๆ หนูทำงานอย่างเดียวคือการร้องเพลง มันกระทบไปหมด ค่าน้ำ ค่าไฟ แล้วเวลาที่เราอยู่บ้านอย่างเดียว ค่าน้ำค่าไฟก็แพงมาก แพงที่สุดที่เราเจอมาแย่”

เงินที่เราเก็บมาต้องให้ลูกน้องเยอะไหม?
“ลูกน้องไม่เยอะ เพราะของหนูไม่ใช่วงดนตรีใหญ่ เหมือนระดับคุณแม่นกน้อย แต่ลูกน้องของหนูจะเป็นประมาณฟรีแลนซ์ แต่หนูเคยมีเงินเดือนพี่น้อง น้องชาย หลาน หนูรับผิดชอบ แล้วคราวนี้จากที่เคยให้เขาเต็ม บางทีก็อาจจะมีลดบ้าง รายได้กับลูกน้องที่เขายังอยู่กับเราอยู่ ไม่ถึง 10 คน

แต่เราก็จ่ายถัวๆกัน แล้วแต่น้องๆจะเมตตา เหมือนกับว่าไม่เป็นไรหรอกพี่ เราช่วยกันก่อน เดี๋ยวพอได้ก็ค่อยว่ากัน แต่ว่ายังไงเราก็รู้สึกสงสารเขา เนื่องว่าเขาต้องใช้ค่าโทรศัพท์ในการทำงาน หรือว่าการติดต่องาน เราไปลดเขา และไปเพิ่มให้เขาตอนเรามีรายได้ แต่ตอนนี้เหมือนอยู่ด้วยความเมตตากันแล้ว”

หลังจากปลดล็อกเริ่มมีงานติดต่อมาหรือยัง?
“มีติดต่อมาแต่ว่าไม่เยอะ เท่าที่มีคนมาติดต่อก็บอกว่าถ้า… คือคำว่าถ้า คือตอนนี้จองไว้แล้วแต่ว่าต้องมีหลักการอีกว่า ถ้าเกิด… หรือว่าถ้ามีอะไรเปลี่ยน ก็ถอนแบบเดิม กลุ่มเดิมก็ยังรออยู่เหมือนเดิมก็ไม่ได้ถอนออก

ส่วนใหญ่งานของหนูจะมีตามห้างหรือสยามพารากอน ของหนูคือแค่เลื่อน แบบไม่มีกำหนดเท่านั้นเอง เหมือนที่ผ่านมาสงกรานต์มันเลื่อนเยอะ ทั้งถนนข้าวสาร แถวสยาม งานหนูมันจะเป็นแบบอีเวนต์ใหญ่ เสียส่วนใหญ่ก็ต้องผ่านไปก่อน”

ตอนนี้คือยังต้องใช้เงินเก็บอยู่?
“ใช่ คือหนึ่งหนูก็กลัวด้วยแหละ สองรายการทีวีที่ติดต่อมาหนูก็ยังไม่มั่นใจเพราะหนูกลัวมัน งานคอนเสิร์ตที่ข่าวสด งานนี้เป็นแรกนะที่หนูกล้าเสี่ยงที่มาอยู่ในฮอลล์ เพราะปกติหนูไม่เอา เกิน 2-3 คนหนูไม่เอาเลย หนูกลัว จริงหนูไม่ออกไปไหนเลย รายการทีวีอ่ะ หนูบอกเลยเดี๋ยวก่อนให้มันชัวร์ที่สุดก่อน”

ยังระแวงอยู่?
หนูยังระแวงอยู่นะคะ ถ้าติดเชื้อหนูว่าหนูกลัวจะยาว เพราะว่าหนูเป็นโรคหอบ แล้วหนูเป็นโรคภูมิแพ้ ถ้าหนูเป็นหนูคิดว่าคงเป็นเยอะกว่าคนอื่น หนูจะไม่คิดเรื่องร่ำรวย แต่สุขภาพหนูต้องมาก่อน ในการที่หนูจะรับงานอะไร ไปทีวี หรือว่าไปงาน มันพอจะมีจ๊อบหรือว่าอะไร แต่เราเป็นคนที่แบบขี้กลัว ก็บอกชั่งเถอะน้อง ไม่เป็นอะไร ให้มันผ่านไปก่อน เดี๋ยวค่อยหาทีหลังก็ได้”

ขอบคุณรูปจากเฟซบุ๊ส : Jintara Poonlarp

ดูข่าวต้นฉบับ

ที่มา : https://www.khaosod.co.th/entertainment/news_4407272
ขอขอบคุณ : https://www.khaosod.co.th/entertainment/news_4407272