(UNCUT) เรื่องลับเลิก เต้ย อาเล็ก ธีรเดช 30 ปี ไม่คิดว่าจะมีวันนี้ ที่แรก


Thairath Talk : ยังฝันอยากเป็นนักบินอยู่ไหม

อยากเป็นอยู่ ขนาดได้ไปฟิตติ้งได้แต่งเป็นนักบินก็ดีใจ อยากเป็น (ทำหน้าปลื้มมาก)

ยึดอาชีพนักแสดง

ตอนเริ่มเข้าวงการเรื่องแรกๆ บอกตรงๆ เล่นไม่เป็นเลย แต่คือเราได้ไปเรียนแอ็กติ้ง ตอนนั้นเราไม่ได้อินกับการแสดง เลยไม่ได้ตั้งใจแบบทุกวันนี้ เมื่อเร็วๆ นี้ผมย้อนไปดูภาพยนตร์เรื่องแรก ‘คุณนายโฮ’ ก็ด่าตัวเอง “มึงเล่นอะไรของมึง” คือแบบตาว่างเปล่ามาก เพราะเราไม่ได้ตั้งใจจะยึดเป็นอาชีพหลัก เลยทำให้เราแสดงแบบนั้นออกไป

Thairath Talk : คำว่านักแสดงอยู่ในหัวเราเมื่อไหร่

น่าจะช่วงเล่นละครเรื่องที่สอง ‘นางร้ายซัมเมอร์’ เจอผู้กำกับดุมาก โหดมาก เลยทำให้เราได้ทำหน้าที่นักแสดงจริงๆ มันคือทางและอาชีพของเราจริงๆ เราต้องทำมันให้ดี เริ่มเรียนรู้ ซึมซับขึ้นมาเรื่อยๆ

Thairath Talk : ให้คะแนนความเป็นนักแสดงของเราเท่าไร เต็มสิบ

สัก 6 มั้งครับ การแสดงมันคือศาสตร์ที่ซับซ้อน เพราะมันคืออารมณ์ของคน บางทีตัวเราเองคิดอะไรยังไม่เข้าใจเลย มันควบคุมไม่ได้ การแสดงมันคือศาสตร์ของความเป็นคน แต่สิ่งที่เล็กได้จากการแสดงคือ การเข้าใจคนอื่น เพราะว่า การที่เราจะเป็นตัวละครอะไรได้สักตัว คือเราต้องเข้าใจเขา 100% รู้ว่าเขาจะทำอะไร รู้ว่าเขาคิดอะไร รู้ว่าเขาจะพูดอะไรออกไป มันทำให้ทุกวันนี้เราพยายามเข้าใจคนอื่นได้มากขึ้น ทุกการกระทำมีเหตุผลครับ

ชีวิตเปลี่ยนไป
เพราะ ‘ละคร’

Thairath Talk : มาสเตอร์พีซของอาเล็กคืออะไร

สะใภ้จ้าวและหนี้รักในกรงไฟ แม้จะเป็นเรื่องที่คนไม่ค่อยรู้จัก เรื่องสะใภ้จ้าวนี่ ฉากแรกเกร็งมาก แต่พอไม่เกร็งแสดงเป็นตัวเราก็ดีเลย ชิลธรรมชาติมาก ส่วนหนี้รักในกรงไฟ เป็นบทที่ยากมาก ขนาดผ่านมาแล้วให้กลับไปเล่นใหม่ยังยากเลย บทมันหนักมาก เราเป็นลูกมาเฟียที่เคยยิงพ่อแม่นางเอกตาย รู้สึกผิดเลยคอยดูแลนางเอกอยู่ห่างๆ

Thairath Talk : เวลาที่เราเล่นอย่างเต็มที่ แต่มันไม่ดัง เสียใจไหม

มันก็คาดหวังอยู่แล้วแหละ อยากให้คนดูเยอะๆ อยากให้คนชอบ มันก็เสียดายแต่ว่าเล็กมองโลกในแง่ดี ถึงเราจะตั้งใจมาก แต่เราได้ประสบการณ์และได้พัฒนาตัวเอง อย่างน้อยทุกสิ่งที่เราทำมันมีข้อดีอยู่แล้ว

Thairath Talk : ละครเรื่องไหน ทำให้ชีวิตของคุณเปลี่ยนไป

มีสองเรื่องนะครับ ‘ก๊วนคานทอง’ กับ ‘สะใภ้จ้าว’ มีคู่จิ้นคนแรก กระแสดีมาก คนเริ่มรู้จักเราเยอะขึ้นมาก

Thairath Talk : การเล่นละครเยอะๆ ช่วยทำให้คุณเก่งขึ้น ถูกไหม

ถ้าเราไม่อินการแสดง มันจะติดนิสัยการแสดง การแสดงบ่อยๆ ถ้าเราไม่ได้เข้าใจในคาแรกเตอร์จริงๆ มันทำให้เราใช้แพตเทิร์นในการแสดง คือเล่นแบบนี้ ผู้กำกับให้ผ่านอยู่แล้ว แต่เราไม่ได้เป็นตัวละครตัวนั้น มีแต่ตัวเราเท่านั้นที่รู้ ซึ่งไม่ดีเลย เล็กรู้สึกว่าการแสดงทุกๆ เรื่องไม่ต้องพยายาม มันคือการที่เราเข้าใจในตัวละครตัวนี้มา รู้จักเขาให้เยอะที่สุดเท่าที่ได้ แล้วเอาเขามาใส่ในตัวเรา

Thairath Talk : ละครเรื่องใหม่ที่กำลังจะออนแอร์

ชื่อเรื่อง ดวงแบบนี้ไม่มีจู๋ รับบทเป็น ‘โชคบดี’ ว่าด้วยเรื่องนางเอก (มิ้นต์ ชาลิดา) เป็นคนที่เชื่อเรื่องดวง โหราศาสตร์ ศาสตร์ที่ไม่เกี่ยวกับความตั้งใจของตัวเอง ส่วนตัวพระเอกเอาแต่เรื่องความตั้งใจ ไม่เชื่อเรื่องดวงเลย คือมันคนละขั้วกัน

เรื่องนี้เล็กเล่นสบายมากๆ คาแรกเตอร์ใกล้กับตัวเอง อดีตเคยอ้วนเหมือนกัน จิกกัดเก่ง แกล้งเก่ง เหมือนคอยสอนนางเอกด้วยการจิกกัด เพราะนางเอกชอบใช้โหราศาสตร์ช่วยในชีวิตประจำวัน

โลกถล่ม

วิวาห์ล่ม รักไม่พอ

Thairath Talk : คุณดูไม่เศร้าเลยนะ

ไม่จริงนะ สมมติพี่เครียดมาก เดินมา ทุกคนต้องรู้เหรอว่าพี่เครียด ไม่จำเป็น มันอยู่ข้างใน ถามว่าเศร้าไหม แต่มันเป็นช่วงเวลาที่เราต้องทำงาน ภายในคือเราต้องดูแลจิตใจตัวเอง เรานี่คือทั้งสองคนนะ เพราะเรารู้สึกแย่ทั้งคู่

Thairath Talk : ถามตรงๆ เสียดายไหม คบกันมาตั้ง 3 ปี

ต้องเสียดายอยู่แล้วครับ เสียใจด้วย แต่ว่ามันเป็น 3 ปีที่มีความสุข มีอะไรดีๆ ให้จดจำ เป็นสิ่งที่เราทั้งสองคนได้พัฒนาขึ้นในช่วงเวลา 3 ปีนั้น ได้ทั้งความคิดอะไรใหม่ๆ การพัฒนาตัวเองในหลายๆ ด้านในการคบกับเขา มันก็คือเราได้ประสบการณ์ดีๆ จากความสัมพันธ์ครั้งนี้เยอะมาก (ลากเสียงยาว)

Thairath Talk : โลกถล่มไหมในการตัดสินใจไม่ไปต่อ

ไม่ใช่คำนั้นหรอกครับ มันคือคนที่รักกัน ปรึกษากันและคิดว่าทางที่เราจะเลือกเดินต่อ ถ้าแยกกันเดินจะมีความสุขมากกว่าไหม จากประสบการณ์ที่คบกันมา 3 ปี มันคือการคิดมาถี่ถ้วนแล้ว แต่ในขณะเดียวกัน เราไม่ได้เลิกรักกัน แต่เราพยายามเดินด้วยกัน มีเรื่องต้องจูนเยอะ เลยต้องแยกกันเดิน แม้จะรักกัน ปรารถนาดีต่อกันอยู่

ความสัมพันธ์ของคนสองคน อยู่ที่ว่าจะมองไปที่แง่ไหน เล็กกับเต้ยมองว่าปลายทางที่จะเป็นคู่ชีวิตกัน มันไม่ได้มีแค่รักกัน มันมีหลายๆ ปัจจัยในชีวิต

Thairath Talk : ไม่อดทนปรับจูนให้มันไปตลอดรอดฝั่ง

คนที่พยายามทำความรู้กันมา 3 ปีแล้ว เราพยายามหาทางเดินให้เราเป็นคู่ชีวิตกันได้ แต่เรายังไม่เจอ อนาคตถ้าคบกันต่ออาจจะเจอ แต่ ณ เวลานี้ยังไม่เจอ

Thairath Talk : เคยมีสักแวบหนึ่งไหมที่อยากจะแต่งงาน

เล็กอยาก อยากอยู่แล้ว คือตัวเล็กเวลามีความรัก ไม่เคยมองสั้นๆ เลย เล็กมีแฟนเวลาคบกันมีเป้าหมายคือคำว่าคู่ชีวิต ไม่ใช่แค่แต่งงานนะ เพราะแต่งงานมันคือข้อตกลง แต่คู่ชีวิตคืออยู่กันตลอดไป

ดูข่าวต้นฉบับ

ที่มา : https://www.thairath.co.th/entertain/1893517
ขอขอบคุณ : https://www.thairath.co.th/entertain/1893517