เบื้องหลังความดัง "ไบร์ท-วิน" ครอบครัวคือที่หนึ่งพลังใจในการแก้ปัญหา


กว่าจะมาเป็นไอดอลขวัญใจแฟนๆ สองนักแสดงวัยรุ่นที่มาแรงที่สุดใน พ.ศ.นี้ ไบร์ท-วชิรวิชญ์ ชีวอารี และ วิน-เมธวิน โอภาสเอี่ยมขจร จากจีเอ็มเอ็มทีวี ไม่ว่าจะทำอะไรก็ได้รับการตอบรับจากแฟนๆอย่างล้นหลาม ประสบความสำเร็จทั้งในประเทศไทยและติดเทรนด์ทวิตเตอร์ทั่วโลกอย่างต่อเนื่องในมุมปังดังฮอตก็โกยไปสุดๆ แต่ชีวิตคนเรา ไบร์ท-วิน ก็บอกเลยเขาทั้งคู่ต้องเจอกับเรื่องราวทั้งสุขและทุกข์ ส่วนหนักหนาสาหัสขนาดไหน ฝ่าฟันอะไรมาบ้าง ติดตามได้ในรายการ THE SOUND OF HAPPINESS ฟัง x เล่า=ความสุข ในวันพฤหัสบดีที่ 20 สิงหาคมนี้ เวลา 19.30 น.นี้ ที่ JOOX

ไบร์ท-วชิรวิชญ์ เผยว่า “ผมเข้าวงการด้วยการเป็นพิธีกรรายการวัยรุ่นรายการหนึ่ง ตอนนั้นทำเพราะรู้สึกว่าเป็นโอกาสที่ดีและทำให้เรามีรายได้ ตอนนั้นเหมือนเรายังเด็กยังไม่ค่อยเข้าใจการทำงานสักเท่าไหร่ ถือเป็นช่วงเรียนรู้งานจริงๆ หลายครั้งไม่อยากทำงานเพราะรู้สึกไม่มีความสุข พอทำไปเรื่อยๆก็พยายามปรับความคิดเปลี่ยนมุมมองตัวเอง หาความสุขให้กับสิ่งที่ทำ จากนั้นเริ่มรู้สึกว่าโอเคและมีความสุขกับการทำงานมากขึ้น จนมาถึงตอนนี้ที่มีคนรู้จักผมเยอะขึ้นกว่าแต่ก่อนมากๆเลย สิ่งที่เข้ามาพร้อมๆกันอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ คือฟีดแบ็กทั้งบวกและลบ มีทั้งคำชมและคำติ ปฏิเสธไม่ได้ว่าหลายครั้งยิ่งพอได้อ่าน ได้รับรู้เยอะๆ ทำให้ผมเครียดมากเลยครับ เครียดจนถึงจุดหนึ่งก็เลยตัดสินใจลองวางความรู้สึกนั้นลง แล้วดึงตัวเองออกมา มาอยู่กับคนรอบข้างที่รักเรา ครอบครัว, เพื่อน, เพื่อนร่วมงาน, พี่ๆที่บริษัท ฯลฯ เขาเคยรักเรายังไงก็ยังรักเราอยู่และเข้าใจเราเสมอ เลยทำให้รู้สึกดีขึ้นและผ่านจุดนั้นมาได้ ผมบอกตัวเองว่าคนเราผิดพลาดได้ แต่เราต้องให้อภัยตัวเองให้เป็น เรียนรู้ว่าสิ่งที่เราทำมันผิดยังไงและไม่ทำซ้ำอีก แค่นี้ก็จะทำให้เราเก่งขึ้นทุกวัน ผมโชคดีที่มีครอบครัว คนรอบข้าง และแฟนๆที่คอยสนับสนุนให้กำลังใจ ผมรับรู้ได้มาตลอดและต้องขอบคุณพวกเขามากจริงๆครับ”

วิน–เมธวิน เผยว่า “ตั้งแต่เด็กวินจะเป็นคนที่อยู่ในกรอบของที่บ้านมาตลอด มันเหมือนเราเชื่อมั่นว่าสิ่งที่คุณพ่อคุณแม่วางให้เป็นสิ่งที่ดีที่สุดแล้ว ทั้งเรื่องการเรียนและการใช้ชีวิตมีบ้างที่สิ่งที่เราอยากทำต่างจากคำแนะนำของคุณพ่อคุณแม่ อย่างตอนเด็กๆ วินอยากเป็นสถาปนิก แต่ที่บ้านอยากให้เรียนเศรษฐศาสตร์ เพราะอยากให้สานต่อธุรกิจของครอบครัว สุดท้ายผมก็เลือกเรียนเศรษฐศาสตร์นะครับ มีความรู้สึกขัดแย้งในใจอยู่บ้าง แต่ด้วยเหตุผลที่คุณพ่อคุณแม่ให้มาทำให้เราเห็นภาพจริงๆ ครอบครัวไม่เคยบังคับแต่เราคุยกันด้วยเหตุและผลตลอด ซึ่งทุกครั้งก็ทำให้ผมเข้าใจและยอมรับ วินเข้าวงการมาผลงานแรก คือ ซีรีส์เพราะเราคู่กัน ได้มาเจอพี่ไบร์ท เขาเป็นคนที่ตั้งใจทำงานมาก วินได้ซึมซับตรงนี้มาจากเขา และคิดว่าเราก็ต้องตั้งใจและทำให้ดีที่สุด ยอมรับว่าชีวิตพลิกไปเลย จากที่ไม่มีใครรู้จักตอนนี้คนรู้จักเยอะขึ้นมากๆ ทำให้การที่จะทำอะไรพูดอะไรต้องผ่านกระบวนการความคิดมากขึ้นคอมเมนต์ด้านดีก็เก็บมาเป็นกำลังใจ คอมเมนต์ด้านลบที่มีประโยชน์ก็นำมาปรับปรุงตัวเราให้เป็นคนที่ดีขึ้น โชคดีที่วินมีครอบครัวคอยซัพพอร์ตให้กำลังใจอยู่ตลอด ครอบครัวสำคัญมากสำหรับตัวผม ไม่ว่าจะเจออะไรมาคนที่อยู่ข้างๆ คือครอบครัว สำหรับใครที่มีความเครียดหรือกำลังมีปัญหา อยากให้ลองปรึกษาครอบครัว คนที่ใกล้ตัวเรามากที่สุดดูนะครับ”.

อ่านเพิ่มเติม…

ดูข่าวต้นฉบับ

ที่มา : https://www.thairath.co.th/entertain/news/1913681
ขอขอบคุณ : https://www.thairath.co.th/entertain/news/1913681