‘พิม’ขอรับแต่พลังบวก โลกมายาทำให้ได้พัฒนาตัว #ข่าวสดบันเทิง


‘พิม’ขอรับแต่พลังบวก โลกมายาทำให้ได้พัฒนาตัว – รับบท “ปานตะวัน” ในละคร “พรหมพิศวาส” ทางช่อง 7 สุดท้าทาย โดยนางเอกสาว ‘พิม’ พิมประภา ตั้งประภาพร ต้องแสดงตั้งแต่วัยรุ่น แต่งงาน จนมีลูก ประกบคู่กับพระเอก ‘บูม’ กิตตน์ก้อง ขำกฤษ

โดยเรื่องนี้เจ้าตัวบอกที่สุดในทุกด้านตั้งแต่แสดงละครมา วันนี้โอกาสดีได้เจอะเจอกัน เลยขอล็อกตัวมาพูดคุย

เรื่อง ‘พรหมพิศวาส’ บทที่ได้รับเป็นอย่างไร?

พิม – “รับบทเป็น ปานตะวัน มีชีวิตค่อนข้างรันทด ต้องสู้ชีวิต อดทน ทุกอย่าง โดยเฉพาะความรัก พอมีความรักก็ต้องมาเจอคนรักแก้แค้น ทำร้ายเราทั้งร่างกายและจิตใจ เรื่องนี้ถือเป็นการพลิกบท บาทและเป็นเรื่องที่เล่นยากที่สุด ดราม่าที่สุด เต็มที่ที่สุด รู้สึกว่าทำทุกอย่างเลย ต้องขอบคุณพี่เจี๊ยบ (โสภิตนภา) พี่พิมพ์ (พิมพ์มาดา) ที่ ให้โอกาสเราได้ถ่ายทอดชีวิตของปานตะวัน เป็นบทที่ยากมาก มีการพัฒนาตัวละครตั้งแต่วัยรุ่น จนเป็นคุณแม่ เป็นเรื่องแรกที่เล่นละครแล้วมีลูก เป็นอะไรที่ท้าทาย ต้องอิงกับบทบาทความเป็นแม่ ทั้งๆ ที่ไม่มีประสบการณ์ เรื่องนี้พิมทำงานหนักมาก ทั้งในพาร์ตวัยรุ่น พาร์ตความรัก แต่งงานจนมีลูก ทำการบ้านเยอะสุดน่าจะเป็นพาร์ตมีลูก เราสังเกตคุณแม่เยอะขึ้น และด้วยในเรื่องเราใส่เต็มมาตลอด จนมาถึงพาร์ตสุดท้าย กลายเป็นว่าความเป็นแม่ที่เรากังวลมากที่สุดกลับเป็นพาร์ตที่ง่ายที่สุด เพราะเราเดินทางกับปานตะวันมาตั้งแต่ต้น จนมาถึงตอนเขาเป็นแม่ เข้าใจความรู้สึกตัวละคร ตัวละครมันซึมเข้าไปในตัวเราหมดแล้ว พอเห็นเด็กที่เล่นเป็นลูกเรา มันเล่นง่ายมาก มันรัก มีความโหยหา ความผูกพัน”

แล้วพาร์ตไหนยากสุด?

พิม – “ยากทั้งหมด เพราะตัวละครมันพัฒนาไปหมด ความรันทดของชีวิตปานตะวันที่ต้องฟันฝ่าทุกอย่าง ทั้งเรื่องเงิน เจ้าหนี้ แม่เลี้ยง น้องสาว ที่สร้างแต่ปัญหา โดนคนดูถูก ด่าเป็นผู้หญิงชั้นต่ำ ทำงานกลางคืน เป็นผู้หญิงค็อกเทลเลานจ์ เด็กเสิร์ฟ นักร้องในผับ พาร์ตแรกใส่เต็มมาก ส่วนพาร์ตกลางยากตรงที่มันคือชีวิตคู่ พระเอกแก้แค้นปานตะวัน จากความแค้นที่เกิดขึ้นในใจเขาที่ต้องการให้เราเสียใจและคนที่รักเราเสียใจ เป็นความเจ็บช้ำของความรักที่พังทลาย โดนทำร้ายร่างกายและจิตใจจากคนที่เรารักมากที่สุด พาร์ตสุดท้ายการมีลูก ท้าทายตรงที่เราไม่มีประสบการณ์ตรงนี้เลย เป็นพาร์ตที่เล่าเรื่องว่าเราจะให้อภัยพระเอกได้มั้ย เป็นพาร์ตที่ปานตะวันหมดศรัทธาความรักไปแล้ว มันก็ยาก”

เรื่องนี้เลิฟซีนก็เยอะ?

พิม – “เยอะที่สุดในทุกๆ ด้าน ร้องไห้เยอะที่สุด ร้องเพลงก็เยอะที่สุด เลิฟซีนเป็นความโชคดีมากๆ ที่ได้ร่วมงานกับพี่ชายที่เราสนิทอยู่แล้ว มันคือความสบายใจ ความอึดอัดหรือความกังวลในการเล่นเลิฟซีนไม่มี สิ่งที่เราต้องโฟกัสคือการแสดง พี่บูมให้เกียรติเราในทุกพาร์ตของการทำงาน”

ต่อจากเรื่องนี้มีถ่ายเรื่องอะไรต่อ?

พิม – “เรื่อง เงาบุญ คู่กับพี่อ๋อม (อรรคพันธ์) เรื่องนั้นก็หนัก เพราะเป็นละครผีใช้เอฟเฟ็กต์เยอะ ถ่ายยาก แล้วเป็นเรื่องเกี่ยวกับเปรต มีซีจีมากมาย ความยากต่างกัน ที่ผ่านมาส่วนใหญ่จะเล่นแต่บทดราม่า เจอหนักมาตลอด จริงๆ อยากเล่นคอมเมดี้นะ อยากเล่นอะไรเบาๆ บ้าง บางทีใช้พลังเยอะ ใช้ความคิดเยอะ ก็อยากเล่นอะไรที่ผ่อนคลายบ้าง”

เข้ามาทำงานในวงการกี่ปีแล้ว?

พิม – “ทำงานกับช่อง 7 มาประมาณ 7-8 ปีแล้ว เซ็นสัญญารอบสอง เราแฮปปี้นะ พัฒนาตัวเองมาเรื่อยๆ”

เราได้อะไรจากการทำงานในวงการบันเทิงบ้าง?

พิม – “เราได้เข้าใจคนมากขึ้น พอได้ไปใช้ชีวิตเป็นคนคนนึงในช่วงเวลานึง ได้เข้าใจความรู้สึกคนมากขึ้น รู้ว่าเขาเจอแบบนี้ แล้วเขารู้สึกยังไง สิ่งที่เราเจอมันทำให้เราเข้าใจคน และสังเกตคนมากขึ้น เห็นใจคนมากขึ้น ทำให้เราโตขึ้น รับผิดชอบมากขึ้น รู้เป้าหมายของเรามากขึ้นว่าเราต้องทำต้องตั้งใจยังไง”

พอมาอยู่ตรงนี้ บางช่วงรู้สึกอึดอัดไหม เพราะเรื่องการวางตัวเราก็ต้องระวังต้องอยู่ในกรอบ?

พิม – “ถ้าเราไม่ได้ทำอะไรผิด มันก็ไม่อึดอัดอยู่แล้ว ก็ใช้ชีวิตปกติ แค่ตั้งใจในการทำงาน พิมว่ามันแค่เหนื่อยกาย เป็นนักแสดงมันต้องลุย เขาให้ทำอะไรต้องทำ แต่เราก็เต็มที่กับการทำงานอยู่แล้ว”

กับเรื่องโซเชี่ยลเราระวังไหม?

พิม – “พิมว่าเราโฟกัสในสิ่งที่เราชอบ แล้วมีความสุขดีกว่า พิมจะไม่เสพอะไรที่เป็นลบ ชีวิตเรามีเรื่องเครียดพอแล้ว การใช้ชีวิต เป้าหมายในชีวิต ภาระต่างๆ ที่เราต้องทำ โซเชี่ยลน่าจะเป็นพื้นที่ผ่อนคลายของเรา แน่นอนว่าถ้ามีอะไรที่เป็นแง่ลบขึ้นมา ก็ส่งผลกระทบกับจิตใจบ้าง แต่เราต้องสลัดมันออกไปให้เร็วที่สุด สิ่งที่เราทำต้องไม่ไปกระทบใคร ไม่ทำให้ใครเดือดร้อน พิมรู้สึกว่าสื่อโซเชี่ยล เราโชคดีที่เรามีพื้นที่ที่คนสนใจแล้วติดตามเรามากมาย เราสามารถทำสิ่งดีๆ ได้มากกว่าคนอื่น ทำไมเราไม่ทำ อาจจะไม่ได้ไปทำอะไรเลิศเลอ แต่เราให้ความสุขได้ เรารู้ว่าแฟนคลับชอบฟังเราร้องเพลง แค่ร้องคัฟเวอร์เพลงให้เขาฟัง แค่นี้เขาก็มีความสุขแล้ว เราก็ใช้โซเชี่ยลสร้างความสุขให้คนก็พอแล้ว เราสร้างพลังบวกให้กันดีกว่าจากสื่อโซเชี่ยล พิมว่าทุกคนรู้สึกได้”

เจอข่าวอะไรที่แย่ที่สุด?

พิม – “ขอไม่พูดถึงพาร์ตข่าวที่ไม่ดี แต่เรารับมือมันได้ เรารู้ว่าเราทำอะไรอยู่ เวลาที่เกิดข่าวอะไรขึ้น มันคือความสงสัยของคนที่อยากรู้ เราแค่พูดความจริงให้เขาทราบ โดยไม่ได้กระทบใคร ไม่ได้ทำให้ใครเดือดร้อน อาจจะมีคนเข้าใจผิด มาว่าเรา มาคอมเมนต์หรืออะไรต่างๆ แต่ก็เป็นแค่ส่วนของคนที่เข้าใจผิด เราแคร์คนทั้งโลกไม่ได้ ยังมีคนที่แคร์และรักเรา เราควรจะไปแคร์ตรงนั้นมากกว่า”

สลัดความรู้สึกแย่ๆ ช่วงนั้นอย่างไร?

พิม – “คนรอบข้างรู้จักตัวเรา รู้ว่าเราเป็นคนยังไง เชื่อในตัวเรา เพราะเขารู้ว่าเราไม่ได้ทำ แล้วเราจะไปซีเรียสทำไม ในเมื่อมีคนเข้าใจเราอยู่ ก็ใช้ชีวิตปกติ อยู่กับคนที่ให้พลังบวกกับเรา เข้าใจเรา แล้วก็ไม่ต้องอยู่ตรงที่มันให้พลังลบ ชีวิตเราเครียดพอแล้ว ให้พาร์ตนั้นเป็นพาร์ตที่เราควรจะเอาออกไปจากชีวิตเรามากที่สุด”

อนงค์ จันทร

ดูข่าวต้นฉบับ

ที่มา : https://www.khaosod.co.th/entertainment/news_4758656
ขอขอบคุณ : https://www.khaosod.co.th/entertainment/news_4758656