ไม่ทน! “ปิ๋ม ซีโฟร์” ฟ้องถูกสปอนเซอร์โกง 5 ล้าน เจ็บหนักต้องควักเนื้อหลักล้าน



“ปิ๋ม ซีโฟร์” พึ่งศาล ฟ้องสปอนเซอร์เบี้ยวเงินจัดรายการ Top Star Laos 5 ล้าน จ่ายเช็คเด้ง 1 ล้าน พ้อเจ็บหนักควักเนื้อจ่ายเองหลักล้าน เอะใจรวยมีคอนโด 20 ล้านแต่ขอยืมเงินตน 5 พันก็ยังเอา ทวงยิกๆ ถึง 30 ครั้ง ลั่นเพิ่งรู้คู่กรณีมีคดีโกงเงินหน้ากาก ไหว้พระไหว้เจ้าขอให้อีกฝ่ายเห็นใจ เสียใจจำเป็นต้องดับฝันผู้เข้าประกวดหากไม่ได้เงินคืน

เมื่อเวลา 13.00 น. “ปิ๋ม ซีโฟร์” หรือ “ชาลิภา รินรดามณี”นักร้องลูกทุ่งและครูสอนเต้น เดินทางมายังศาลแขวงปทุมวัน เพื่อมารับฟังการตัดสินในคดีที่พนักงานอัยการ สำนักงานอัยการสูงสุด เป็นโจทก์ ฟ้อง “นายธานัท บารมีชัยชนะ ในฐานความผิด พ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค ย้อนกลับไปเมื่อสิงหาคมปีที่แล้ว นักร้องสาวลูกทุ่งได้เซ็นสัญญาร่วมหุ้นร่วมทุนกันผลิตรายการ Top Star Laos ซึ่งจะออกอากาศทางช่องลาวสตาร์ โดยหุ้นส่วนจะเป็นคนจ่ายค่าสปอนเซอร์จำนวนเงิน 5 ล้าน แต่หลังจากนั้นได้ทวงถามไปเกือบ 30 ครั้ง อีกฝ่ายได้สั่งจ่ายเช็คมาจำนวนเงิน 1 ล้านบาท แต่ปรากฎเมื่อนำไปขึ้นเงิน ทางธนาคารได้แจ้งว่าบัญชีนี้ถูกระงับไปแล้ว

หลังจากนั้นเจ้าตัวได้แจ้งดำเนินคดีในเดือน พ.ย. ซึ่งการมาขึ้นศาลในวันนี้ (25 สค.) เป็นการพบกันครั้งแรกของเจ้าตัวกับคู่กรณี หลังจากที่อีกฝ่ายได้เลื่อนนัดมาแล้วครั้งหนึ่ง โดยระหว่างการสัมภาษณ์คู่กรณีก็ได้เดินผ่านไป ขณะที่เจ้าตัวเกิดความหวังว่าการไกล่เกลี่ยกันครั้งนี้ อีกฝ่ายจะยอมจ่ายในบางส่วน เพื่อนำเงินจำนวนนี้เอาไปถ่ายทำเทปสุดท้าย ก่อนปิดซีซั่นของรายการ และจะได้ส่งเทปให้ทางช่องลาวสตาร์ได้นำไปออกอากาศในขั้นตอนต่อไป

เจ้าตัวเผยว่าที่ต้องออกมาแถลงข่าวเพราะไม่อยากให้ทุกคนเข้าใจผิดว่าตนเองหลอกลวง พร้อมยืนยันว่าจะทำความฝันของเด็กๆ ที่มาร่วมแข่งขันในรายการให้เป็นจริง ยอมรับว่าการที่ตนเองถูกโกงครั้งนี้ ทำให้เกิดความเครียด อีกทั้งยังควักเงินส่วนตัวเพื่อจะผลิตรายการไปก่อนหน้านี้

“สืบเนื่องจากเมื่อปีที่แล้ว เราทำรายการ Top Star Laos (ท็อป สตาร์ ลาว) ที่ออนแอร์ที่ประเทศลาว เป็นรายการประกวดร้องเพลง แล้วก็มีสปอนเซอร์รายหนึ่ง ยื่นความจำนง มาเซ็นสัญญาเป็นสปอนเซอร์ในรายการ เป็นวงเงินจำนวนหลักหลายล้าน แต่พอเมื่อมีการเรียกเก็บ จ่ายมาแบบผ่อนจ่าย เป็นหลักหมื่น ก็เลยเอ๊ะ…ยังไง แต่รายการมันก็ดำเนินไปแล้ว เราก็ซัปพอร์ต เราก็มีสปอนเซอร์รายอื่นมาสนับสนุน เราก็ต้องดำเนินรายการต่อไป

แล้วเมื่อมีการทวงถามเรื่อยๆ มากขึ้นๆ เขาก็มีการจ่าย แล้วก็มีการเซ็นเช็ค แล้วเช็คมีปัญหาหลายๆ ครั้ง เราก็เริ่มเอะใจแล้ว ว่ามันเริ่มไม่ค่อยดีแล้ว แล้วทีนี้รายการประกวดมาจนถึงรอบไฟนอล จะประกวดครั้งสุดท้ายแล้ว ซึ่งจะต้องใช้เงินทุนมาก แล้วก็ใช้เงินในส่วนที่เขาเป็นสปอนเซอร์เป็นผู้สนับสนุนรายการ เมื่อมีการทวงถามไปเยอะๆ เขาก็เลยจ่ายเช็คมาใบหนึ่ง จำนวนเงิน 1 ล้านบาท พอเราเอาเงินไปขึ้น ธนาคารได้แจ้งกลับมาว่าเช็คใบนี้ ถูกปิดไปนานมากแล้ว เราก็แบบงั้นก็แสดงว่าเขาจงใจหรือเปล่า ที่จะมาทำแบบนี้

เราก็เลยมาแจ้งความ เมื่อช่วงเดือนพฤศจิกายนปีที่แล้ว ก็ไม่ได้บอกใคร ไม่ได้เล่าให้ใครฟังเลย แม้กระทั่งที่ประเทศลาว ก็ยังไม่ได้เล่า ยังไม่ได้อัปเดต เพราะบังเอิญว่าเป็นช่วงโควิด-19 พอดี รายการก็ต้องถูกพักไปก่อนด้วย แล้วเมื่อทางตำรวจดำเนินคดีไปเบื้องต้น ก็คือเราแจ้งความ ตำรวจส่งหมายเรียกไปแล้ว แต่เขาไม่มาเลย ตำรวจจึงส่งหมายจับ พอส่งหมายจับ ก็บังเอิญว่าจำเลยเขามีคดีในส่วนของเรื่องหน้ากากในช่วงโควิด-19 ด้วย มีผู้เสียหายไปร้องเรียนเยอะ แล้วก็เป็นชื่อเดียวกันกับผู้ที่เป็นจำเลยในคดีเรา

ทีนี้ก็เลยมาผนวกกันจับเขาไปนอนคุก เราก็ไม่แน่ใจว่ากี่วัน แล้วก็ประกันตัวออกมา แล้วครั้งที่แล้ว เมื่อต้นเดือนสิงหาคม มีการนัดไกล่เกลี่ยคดีนี้ แต่เขาไม่มา แต่ครั้งนี้ 25 สิงหาคม ศาลนัด วันนี้เขาต้องมา ยังไงก็ต้องมา ถ้าไม่มาศาลบอกว่าครั้งนี้ก็คงจะต้องตัดสินเลย ก็ขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของทางศาลจะเมตตาว่ายังไง แล้วก็รอเขามาเพื่อที่จะเคลียร์คดีนี้ เพื่อที่ปิ๋มจะต้องนำเงินในส่วนนี้ที่เขานำมาสนับสนุน ไปมอบให้กับผู้ที่ประกวดในรายการ Top Star Laos ต่อไปค่ะ”

สัญญาสปอนเซอร์จำนวน 5 ล้านบาท แต่คู่กรณีเซ็นเช็คมาให้ 1 ล้านบาท ซึ่งมันไม่พอ และเช็คก็ขึ้นเงินไม่ได้ด้วย ทำให้สร้างความเสียหายหนักมาก
“ที่เขาเซ็นเช็คมา 1 ล้านบาท ไม่พอค่ะ มันมากกว่านั้น น่าจะประมาณ 5 ล้านค่ะ สัญญาตอนแรกคือ 5 ล้าน ในส่วนที่ต้องออกไปก่อน ก็เสียหายหนักมาก ถ้าปิ๋มไม่ออกมารับผิดชอบทั้งหมด มันจะกลายเป็นเสียชื่อเสียง แล้วก็กลายเป็นคนโกหก ไม่อยากจะให้เรื่องราวแบบนี้เเกิดขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งมันเป็นเรื่องละเอียดอ่อน ซึ่งรายการนี้ผลิตที่ประเทศไทยก็จริง แต่ไปออนแอร์ที่ลาว”

ค่าตัวของผู้ที่มาร่วมรายการในรอบไฟนอลได้ครบ แต่ว่ารายการยังทำไปได้ไม่ถึงรอบไฟนอล
“เขาได้ไป แต่ยังไม่ได้มาอัดรายการรอบไฟนอลค่ะ ในรอบไฟนอลที่เขาจะต้องมาเป็นกรรมการ คือรายการมันยังไม่จบค่ะ ยังไม่ได้ทำไปถึงรอบไฟนอลเลย ที่มีอาร์ – แซ็ค – เพชร สหรัตน์ มาเป็นผู้ร่วมรายการ แล้วก็เป็นกรรมการ วันนั้นเป็นวันแถลงข่าวใหญ่โต พอปิดรายการ เราก็อยากจะหาทางลง หาทางออกให้สวยงาม เพื่อที่จะเป็นพี่เป็นพี่เป็นน้องกันต่อไป

คือรายการยังไม่ได้ออนแอร์เลยด้วยซ้ำ อยู่ในขั้นตอนของการผลิต แล้วก็ประกวดไปได้ 3 ครั้งแล้ว รอรอบไฟนอลที่จะถ่ายทำครั้งสุดท้าย นี่คือรอเงินจากสปอนเซอร์ท่านนี้อย่างเดียวเลย”

เริ่มเอะใจว่าไม่โปร่งใสตั้งแต่ไม่จ่ายเงินตอนเซ็นสัญญาแล้ว ยิ่งพอทวงถามก็ผิดนัดเกินกว่า 30 ครั้ง
“จริงๆ เซ็นสัญญาแล้วต้องจ่ายเงินเลย แต่เราเป็นผู้จัดใหม่ด้วย เรื่องเงินทองเราไม่ค่อยถนัด เราก็ห่วงแต่เรื่องงาน ว่าตัวเองต้องไปทำงาน งานจะออกมาเป็นยังไง ถ้ายังไม่ได้ของสปอนเซอร์นี้ก็ออกไปก่อน แต่พอมาทวงถามครั้งสองครั้ง มีการผิดนัดมาโดยตลอด เกิน 30 ครั้ง เอาอย่างงี้ดีกว่า ตั้งแต่เริ่มเซ็นสัญญาเลย เราก็จะทวงว่า โทษนะคะ รบกวนโอนเงินส่วนนี้ โอนเงินมาหรือยังคะ เขาก็จะบอกว่าเดี๋ยวนะครับๆ เดี๋ยววันนั้น”

เงินไม่มา แต่ก็ยังต้องทำรายการต่อ โดยเอาเงินจากสปอนเซอร์ท่านอื่นมาหมุนไปก่อน ซึ่งตอนนี้ก็คงจะต้องหาเงินมาคืนสปอนเซอร์ทุกคนในรายการให้ได้ แม้อาจจะต้องควักเงินตัวเองก็ตาม
“ใช่ค่ะ แต่เรามีสปอนเซอร์รายอื่นด้วย ซึ่งนอกจากปิ๋มจะต้องรับผิดชอบผู้เข้าประกวดทั้ง 16 คนแล้ว ยังต้องรับผิดชอบในส่วนของสปอนเซอร์ท่านอื่นๆ ที่ให้ความเมตตากับรายการเรา ซึ่งนับจากนี้ เราก็คงจะต้องนำเงินในส่วนที่ได้มา หรือเงินส่วนตัวของปิ๋ม คืนให้กับสปอนเซอร์ทุกคนที่มาเป็นสปอนเซอร์ในรายการด้วย”

ถ้าเขาไม่มีเงินคืน รายการจะจบซีซั่นได้ก็ต่อเมื่อควักเงินตัวเองออกมาคืนสปอนเซอร์ และนำเงินรางวัลมามอบให้กับผู้เข้าประกวดทุกคน
“จบซีซั่นได้ ก็คือหนึ่ง ใช้เงินของดิฉันเอง สองขออนุญาตปิดตัว แล้วก็จะต้องนำเงินคืนให้กับสปอนเซอร์ในบางส่วน เพราะว่ามีการทำรายการไปบ้างแล้ว มีการโปรโมตไปบ้างแล้ว สามนำเงินมอบรางวัลให้กับนักร้องทุกคนที่มาประกวดค่ะ

ส่วนเรื่องว่าจะออกอากาศทางช่องไหนนั้น ตอนนี้ยังไม่ได้เซ็นสัญญาออกอากาศ แต่จริงๆ คือเสร็จรายการเมื่อไหร่ ได้ออกเมื่อนั้นเลย”

มีการพูดคุยกับผู้เข้าประกวดและทางประเทศลาวแล้ว ว่ารายการจะไปในทิศทางไหน เพื่อไม่ให้เกิดการเข้าใจผิดว่าโดนหลอกลวง
“เราก็มีการพูดคุยกันอยู่ตลอดกับผู้เข้าประกวด แล้วก็ทางประเทศลาว แล้วก่อนหน้านี้ก่อนโควิด ก็ยังได้คุยว่าหลังโควิดรายการจะไปในทิศทางไหน แต่รายการประกวดร้องเพลงในประเทศลาว เป็นการประกวดที่แบบ มันยิ่งใหญ่ในความรู้สึก มันแปลกใหม่สำหรับพี่น้องที่ลาวมากๆ ไม่เหมือนที่ประเทศไทย ปิ๋มก็เสียใจที่สุด พูดตรงๆ อาจจะต้องทำลายความฝันของน้องๆ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น ยังขอยืนยัน ว่าจะนำความฝันของน้องๆ ต่อยอดไป โดยที่ไม่หยุดเพียงแค่นี้ หากแม้ว่ารายการจะหยุดลงค่ะ ก็จะขอมอบรางวัล Top Star Laos ให้กับนักร้องผู้เข้าประกวดทุกคนค่ะ”

เจ็บหนักควักจ่ายเข้าเนื้อตัวเองไปถึงหลักล้านแล้ว เคยบุกบ้านไปขอความเห็นใจ
“เยอะค่ะ หลักล้านค่ะ เจ็บตัวหนักมาก ก็อดทน ก็เงียบ เงียบที่สุดเท่าที่จะเงียบได้ ก็บอกคู่กรณีว่าเดือดร้อนยังไง ทำไมทำแบบนี้ เขาก็รับรู้มาโดยตลอดว่าเราเดือดร้อนแค่ไหน เราไปที่บ้านเขาเลยค่ะ ด้วยความเคารพนะคะ ไปที่บ้านเขา ไม่ได้ไปเพื่อที่จะไปหาเรื่อง ไปขอความกรุณาญาติพี่น้องเขา แม่คะ รู้หรือเปล่าว่ามันเกิดเหตุการณ์แบบนี้ พี่คะรู้หรือเปล่า รบกวนเห็นใจปิ๋มหน่อยค่ะ ว่าปิ๋มเดือดร้อน ก็บอกเขาอย่างนี้เลย ทางบ้านเขาก็บอกว่าเขาไม่รู้เรื่อง

แต่หลังจากนั้นมา มันมีคดีเรื่องหน้ากาก เกี่ยวพันกับจำเลยคดีของปิ๋ม ผู้เสียหายเรื่องหน้ากาก เขาไปที่สถานีตำรวจ แล้วมันมีชื่อปิ๋มขึ้น เขาก็ไปทักข้อความในไอจีหาปิ๋ม ว่าคุณปิ๋มคะ รู้หรือเปล่าว่าคู่กรณีของคุณปิ๋ม เป็นคนเดียวกันกับคดีหน้ากาก แล้วทีนี้มันไม่ใช่คนสองคน มันเป็น 10 -20 คน เราก็ตกใจว่าเฮ้ย ทำไมมันเยอะขนาดนี้ ก็ไม่รู้ว่าเขาเป็นมิจฉาชีพหรือเปล่า”

รับไหว้พระไหว้เจ้าขอให้อีกฝ่ายเห็นใจ ได้เงินจากคดีหน้ากากไปเยอะแล้ว ขอเงินคืนตน เพราะลำบาก
“อยากได้มากค่ะ มันคนละในส่วนกัน ก็วิงวอนค่ะ ไม่รู้จะบอกว่ายังไง ไหว้พระไหว้เจ้ามาตลอด อยากให้เขาเห็นใจว่า อันนี้พูดแบบโง่ๆ เลยนะ คดีหน้ากากน่ะ ได้มาเยอะแล้ว ขอเป็นทานให้ปิ๋มเถอะ ปิ๋มลำบากมากเลย เขาเป็นเจ้าของผลิตภัณฑ์ที่เขาจะต้องเอาเงินให้เราเอง เขาไม่ได้ไปหาที่ไหนมาค่ะ”

เงินที่ทยอยจ่ายมาก่อนหน้าเช็คจะเด้งเป็นเงินแค่หลักแสนเท่านั้น โดยเป็นการทยอยจ่ายครั้งละ 1-2 หมื่น แถมพักหลังยังมีการมายืมเงินตนอีกต่างหาก
“หลักแสนค่ะ ก็มี 1 หมื่น 2 หมื่น คืองง สปอนเซอร์มีจ่ายแบบนี้ด้วยเหรอ เราก็ไม่ได้ติดใจอะไรเลย เพราะว่ามีพี่สาวที่เรานับถือเป็นคนแนะนำเขามาอีกทีหนึ่ง เราก็เลยมีความรู้สึกว่าไม่ต้องไปทวงหนี้ พอหลังๆ มาสุดเลย มีการไลน์มายืมตังค์ด้วย คุณปิ๋มครับ มีไหมครับ 1 หมื่นก็ได้ 2 หมื่นก็ได้ 3 หมื่นก็ได้ 5 พันก็เอา งง ก็เลยได้แต่ยิ้ม ว่าสงสัยเขาไม่มีหรือเปล่า หลังๆ มาเอาโฉนดที่ดินไปให้วัด เกิดมาไม่เคยทำแบบนี้ อยู่ๆ ให้ฉันไปขายที่ดินให้ ไปยืมคนนั้นคนนี้ให้ งง เขาบอกว่าเขาจะเอาส่วนนี้มาให้เรา เพราะรู้ว่าเราเดือดร้อน เอ้า กลายเป็นฉันต้องแบกรับแบกช่วยเขาอีก”

เสียใจมาก ที่อยู่ดีๆ ความฝันของเด็กๆ ชาวลาว ต้องมาดับลงเพราะคนคนเดียว
“เสียใจค่ะ ไม่อยากให้เกิดเหตุการณ์แบบนี้ ไม่อยากทำแบบนี้ คิดว่าจะได้ตังค์คืนไหม ก็สาธุ ศาลปู่แก่ช่วยลูกด้วย ไม่ได้ไปบนที่ไหนเลย ขอเลย ขอให้ได้เงิน ถ้าเขาต่อรองจาก 5 ล้าน ก็มาว่ากันอีกที แต่รายการจะออกอากาศไหม วันนี้ต้องคุยกันว่าจะเอายังไง เพราะว่าที่ผ่านมา เขาบ่ายเบี่ยง บอกว่าไม่มีตังค์ๆ แต่มีคนสืบทราบมาว่าเขาอยู่คอนโด 10 – 20 ล้าน มีคนขับรถ รวยมาก แต่เราลำบาก เราต้องนำเงินค่าเทอมลูก ค่าทุกอย่างมา เพื่อที่จะทำให้รายการมันอยู่รอดไปได้ ลำบาก”

ด้านคดีหน้ากากฝั่งผู้เสียหายก็กำลังรวมตัวกันเพื่อดำเนินเรื่องอยู่
“จริงๆ วันนี้เขาจะมา แต่เขาไป DSI กันอยู่ เดี๋ยวเขาจะตามมาตอน 14.00 น. กับคดีหน้ากาก ซึ่งอยู่ในขั้นตอนของ DSI ที่เขาไปแจ้ง แล้วก็สถานีตำรวจหลายๆ สถานี”

เรื่องนี้ให้บทเรียนว่าอย่าไว้ใจทาง อย่าวางใจคน จะจนใจเอง แต่ยังไงก็จะทำตามที่ได้แถลงข่าวไปแน่นอน ว่าจะมอบเงินรางวัล และรางวัล Top Star Laos ให้ผู้เข้าประกวดทุกคนแน่นอน
อย่าไว้ใจทาง อย่าวางใจคน จะจนใจเองนะคะ แต่ก็ไม่อยากทำแบบนี้กับน้องๆ ที่มีความฝันทุกคนที่มาประกวด รู้เลยว่าเขามีความฝันสุดๆ วันที่มาประกวด ประเทศลาวน้ำท่วม ต้องนั่งเรือมา คือมันเหมือนย้อนกลับไปสมัยก่อน ที่เราอยากจะประกวดร้องเพลง อยากจะมาเป็นศิลปิน เรามีความรู้สึกว่าไม่น่าทำแบบนี้เลย เราเลยรู้สึกว่าน้องๆ ที่ผ่านเข้ารอบมา เราจะให้มอบเงินรางวัล แล้วก็มอบรางวัล Top Star Laos ให้ทุกคนตามสัญญา ตามที่แถลงข่าวไป แต่ก็ยังไม่ได้ยืนยัน ว่าจะได้ออกอากาศไหม เพราะต้องรอเงินตรงนี้เลยค่ะ จากคนที่เดินผ่านไปเมื่อกี้นี้ ขอความเมตตาเขาเลยค่ะ”

ดูข่าวต้นฉบับ

ที่มา : https://mgronline.com/entertainment/detail/9630000087229
ขอขอบคุณ : https://mgronline.com/entertainment/detail/9630000087229