สรุปทุกดราม่า “หนุ่ม-ติ๊ก” หย่าแก้เคล็ด สู่ปมร้าวแรงขายทองลูกกิน หนี้พนัน


หลังจากสัปดาห์ที่ผ่านมาได้เกิดดราม่าร้อนแรงระหว่าง หนุ่ม-ศรราม และอดีตภรรยา ติ๊ก-บิ๊กบราเธอร์ วันนี้ทีมข่าวสดบันเทิงจะมาสรุปดราม่าประเด็นร้อนนี้ให้ฟังแบบครบเครื่องทันทุกประเด็นอย่างแน่นอน

เมื่อเดือนกันยายน 61 ศรราม และติ๊ก ได้เข้าพิธีแต่งงาน แถมในวันเดียวกันก็ทั้งคู่ก็ควงกันไปจดทะเบียนสมรส พร้อมเผยภาพอัลตราซาวด์ทายาทคนแรกของทั้งคู่อีกด้วย

จนเมื่อต้นปีที่ผ่านมา ศรราม ได้เข้าแจ้งความหลังตรวจสอบพบว่าเงินในบัญชีของตนที่ฝากเอาไว้กับธนาคารนั้นได้หายไปจำนวนหลายแสนบาท ก่อนที่ธนาคารจะออกมาชี้แจงว่ากล้องวงจรปิดได้บันทึกภาพผู้ทำรายการถอนเงินนั้นเป็นคนใกล้ชิดของ ศรราม และไม่ได้เป็นความผิดพลาดของระบบธนาคาร

ซึ่งชาวเน็ตหลายคนก็ได้เกิดข้อสงสัยว่าคนใกล้ชิดคนดังกล่าวนั้นเป็นใคร และได้ทวงถามเรื่องดังกล่าวผ่านช่องทางโซเชียลของทั้งคู่ แต่ก็ไม่ได้รับการตอบรับใดๆ

ต้นเดือนมีนาคมที่ผ่านมา เจ้าของคลีนิคแห่งหนึ่งได้แจ้งจับ ติ๊ก ข้อหาฉ้อโกง เนื่องจากสั่งหน้ากากอนามัย 2 แสนชิ้น และโอนเงินมัดจำเป็นจำนวน 9 แสนบาท แต่ก็ไม่ได้รับของในกำหนดตามที่ได้ตกลงกันไว้ ทั้งยังโดนบ่ายเบี่ยง จึงตัดสินใจเข้าแจ้งความ

ศรราม จึงออกมาไลฟ์ชี้แจงแทนติ๊กว่าภรรยานั้นไม่ได้โกงเงินแต่อย่างใด แต่เนื่องจากสถานการณ์โควิด-19 ตอนนี้หน้ากากอนามัยกลายเป็นสินค้าควบคุมของทางรัฐบาล และยินดีคืนเงินทั้งหมดให้ ส่วนตัวของติ๊กเองแม้จะไม่ได้เข้ามาร่วมชี้แจงในไลฟ์ด้วย แต่ก็คอยตอบคอมเมนต์ของชาวเน็ตอย่างดุเดือด

ต่อมาก็มีข่าวลือว่าทั้งคู่ได้เลิกรา และหย่ากันเป็นที่เรียบร้อยแล้ว เพราะมีข่าวออกมาว่าติ๊กได้เปลี่ยนจากนามสกุล “เทพพิทักษ์” ไปเป็นนามสกุลเดิมของตนแล้ว ทั้งคู่จึงออกมาสยบข่าวรักร้าวด้วยภาพหวานๆ พร้อมหน้าพ่อ แม่ ลูก เพื่อยืนยันว่าทั้งคู่นั้นยังรักกันดี ก่อนที่ติ๊กนั้นจะออกมาชี้แจงว่าทั้งคู่ได้หย่ากันจริง แต่เป็นการหย่าเพื่อแก้เคล็ดเพียงเท่านั้น และยังเผยว่าในส่วนของการจดทะเบียนใหม่นั้นก็ยังดูฤกษ์อยู่

และเมื่อต้นเดือนกันยาที่ผ่านมา ศรราม ได้โพสต์รูปใบหย่าโดยมีข้อบันทึกว่าให้ลูกนั้นอยู่ในความดูแลของบิดา พร้อมกับระบุในแคปชั่นว่า ทั้งคู่ได้หย่าขาดกันอย่างเป็นทางการแล้ว และ ติ๊ก ไม่ได้อาศัยอยู่กับตน ขอให้เจ้าหนี้ติดต่อกับเจ้าตัวโดยตรง เนื่องจากตนและลูกไม่ได้รู้เรื่องใดๆ

ก่อนที่ ติ๊ก จะโพสต์รูปลูกหมา และแม่หมาพร้อมกับมีแคปชั่นว่า “อิจฉาหมา หมามันยังรักลูก แล้ว .. ล่ะ…รักใคร” พร้อมกับแท็ก ศรราม

ศรราม จึงโต้กลับด้วยคลิปที่โทรคุยกับเจ้าของร้านอาหารแห่งหนึ่งที่จ้างเขาไปโชว์ตัว เจ้าของร้านบอกว่าได้โอนเงินให้ครบตามจำนวนแล้ว โดยเงินมัดจำนั้นโอนเข้าบัญชีติ๊กแทนบัญชีศรราม แต่ติ๊กนั้นไม่ได้บอกว่ารับเงินมัดจำมาแล้ว โดยในโพสต์ดังกล่าว มอส ปฏิภาณ ได้เข้ามาคอมเมนต์ ก่อนที่ศรรามจะมาตอบว่า “ทองของขวัญวันเกิดวีจิหมดไปแล้ว”

จนล่าสุดเมื่อวาน (7 ก.ย.) ติ๊กได้ไปออกรายการโหนกระแส ทางช่อง 3 โดย หนุ่ม กรรชัย พิธีกรได้ถามเรื่องหนี้สินจนถึงเรื่องที่ศรรามหย่าขาด ติ๊กได้ยอมรับกลางรายการว่าเป็นหนี้จริง และเป็นมาตั้งแต่ก่อนที่จะแต่งงานกับศรราม ตนคิดว่าเมื่อแต่งงานแล้วก็จะทำงานใช้หนี้เอง ทั้งเธอนั้นยังเป็นหนี้คนรู้จักโดนทวงโดนถามตลอด แถมยังโดนขู่ว่าจะเอาเรื่องนี้ไปบอกนักข่าว เธอจึงไปขอเงินศรรามเพื่อมาใช้หนี้

และตนนั้นยังเล่นพนันออนไลน์ แต่ก็ยิ่งเล่นก็ยิ่งเป็นหนี้เพิ่มมากขึ้น ทำให้ต้องแอบกดเงินในบัญชีของศรรามกว่า 4 แสนบาท เพราะเธอรู้รหัสบัตรเอทีเอ็มของเขา ซึ่งภายหลังศรรามก็รู้ว่าติ๊กเป็นคนกดไป จนสุดท้ายศรรามทนไม่ไหวจึงได้ประกาศหย่าขาดกับตน ส่วนทองของลูกนั้นขายเพื่อใช้หนี้จริง แต่ไม่ได้ขายหมด ที่เหลือนั้นซ่อนไว้แต่ศรรามไม่รู้

และในช่วงค่ำวันเดียวกัน ติ๊กได้โพสต์ข้อความ ว่า #ขอโทษ พร้อมอธิบายยาวเหยียด และแท็กถึงอดีตสามี หนุ่ม ศรราม

หลังจากติ๊กไปออกรายการ ศรราม นั้นได้ให้สัมภาษณ์สั้นๆ ว่า “สิ่งที่ติ๊กพูดมีจริงบ้างไม่จริงบ้าง แต่ขอปล่อยผ่าน ไม่อยากต่อความยาวสาวความยืด เพราะแค่นี้ก็ทุกข์พอแล้ว” พร้อมทั้งบอกอีกว่าหากติ๊กเป็นคนใหม่ได้ ตั้งใจทำงาน มีชีวิตที่ดีขึ้น เขาก็อยากให้ติ๊กกลับมาดูแลลูก

สุดท้ายนี้เรื่องราวของครอบครัวนี้จะเป็นยังไง “ติ๊ก” จะเปลี่ยนแปลงเป็นคนใหม่แล้วกลับมาทำหน้าที่แม่ได้หรือไม่ก็ต้องติดตามกันต่อไปยาวๆ ทางทีมข่าวสดบันเทิงขอเป็นกำลังใจให้ทุกฝ่ายเลยนะคะ

ดูข่าวต้นฉบับ

ที่มา : https://www.khaosod.co.th/entertainment/news_4864835
ขอขอบคุณ : https://www.khaosod.co.th/entertainment/news_4864835