หนุ่ม กรรชัย พูดในฐานะพี่ชาย ติ๊ก-ศรราม ควรหยุด! วอนคิดถึงลูกเป็นหลัก


หนุ่ม กรรชัย ยกหูขอโทษ ติ๊ก รับรู้สึกผิดกระแสตีกลับแรง เผยอยากเตือนสติในฐานะพี่ชาย ทั้งคู่ควรหยุดพูดได้แล้ว อยากให้คิดถึงลูกเป็นหลัก

กำลังเป็นที่จับตาเลยทีเดียว สำหรับพิธีกรคนดัง หนุ่ม กรรชัย กำเนิดพลอย เจ้าของรายการ โหนกระแส ทางช่อง 3 ที่ดึงเรตติ้งในช่วงเวลาออกอากาศได้อย่างล้นหลาม โดยในเฉพาะเมื่อต้นสัปดาห์ที่ผ่านมากับแขกรับเชิญที่กำลังเป็นประเด็นร้อนสุดๆ อย่าง ติ๊ก กนิษฐรินทร์ อดีตภรรยา หนุ่ม ศรราม เทพพิทักษ์ ที่ออกมาเปิดใจทั้งน้ำตาครั้งแรกถึงต้นเหตุการหย่าขาดแบบหมดเปลือก

กดติดตามไลน์ ข่าวสด official account ได้ที่นี่
เพิ่มเพื่อน

ล่าสุดวันที่ 11 ก.ย. “ข่าวสดบันเทิงออนไลน์” ต่อสายตรงถึง หนุ่ม กรรชัย พิธีกรคนดัง เพื่อสอบถามถึงความพีกของรายการโหนกระแส รวมถึงตอบข้อสังสัยว่าทำไมถึงเลือกเชิญ ติ๊ก กนิษฐรินทร์ ผู้เป็นภรรยา มาให้สัมภาษณ์ แทนที่จะเป็น หนุ่ม ศรราม ที่หลายคนมองว่าสนิทสนมกันมากกว่า

ช่วงนี้เรตติ้งรายการ โหนกระแส พีกมากๆ?

“ขอบคุณสำหรับแฟนๆ รายการที่ดูโหนกระแสและชื่นชอบ เพราะว่าเราก็พยายามพัฒนากันทุกวันไม่เคยหยุดนิ่งเลย ถามว่ารายการมีวิธีเลือกแขกที่จะมาพูดคุยยังไง จริงๆ ชื่อโหนกระแสก็บอกอยู่แล้ว ฉะนั้นอะไรที่เป็นกระแส โหนกระแสก็จะเอามาโหนก่อน”

“ซึ่งก็มีบางคนบอกเหมือนกันว่าทำไมต้องทำเรื่องนี้ด้วย ไม่เห็นจะประเทืองสมองเลย ต้องเข้าใจก่อนว่ารายการเรามันคือโหนกระแสไง ไม่ใช่รายการคนดีศรีบ้านด่าน แต่ก็เข้าใจแฟนๆ หลายคนที่อยากให้นำเสนอข่าวดีๆ บ้าง แต่บางเรื่องคนหลากหลายเขาก็อยากดูในประเด็นที่แตกต่างบ้าง”

“เพราะฉะนั้นรายการก็จะเลือกแขกที่ค่อนข้างจะอยู่ในประเด็นในกระแสตอนนั้นมาออกอากาศ อย่างเช่นตอนคุณธัญญ่า(ธัญญาเรศ)มีประเด็น เราก็ต้องคุยกับคุณธัญญ่า หรือว่าแม้กระทั่งเรื่องของคุณติ๊ก(กนิษฐรินทร์)กับคุณหนุ่ม(ศรราม) เราก็เลือกคุณติ๊กมาออก ล่าสุดก็เรื่องของหมาพิตบูล 7 ตัว ส่วนใหญ่เป็นแบบนี้คือเป็นเรื่องที่อยู่ในกระแส”

ถ้าวันหนึ่งมีเรื่องที่เป็นกระแสหลายเรื่อง มีเกณฑ์ในการเลือกเรื่องใดเรื่องหนึ่งยังไง?

“เราจะมีเรียงไว้อันดับ1 2 3 แล้วแต่ว่าเขาจะว่างหรือไม่ว่างที่จะมา สมมุติเรื่องที่เราวางไว้อันดับหนึ่งว่าอยากเชิญมา แต่ปรากฏเขามาไม่ได้ เราก็จะเลื่อนเป็นอันดับ2 ไป”

หลายคนคาดหวังว่าถ้ามีประเด็นอะไรที่เป็นกระแสอยู่ ให้รอดูรายการ โหนกระแส ได้เลย?

“(หัวเราะ)จริงๆ ก็อยากให้เป็นแบบนั้น แต่ก็อย่าคาดหวังมาก เพราะบางทีก็เป็นเรื่องที่ยากที่แขกที่อยู่ในประเด็นนั้นจะมาออก บางครั้งเขาอาจจะไม่มาออกก็ได้ ไม่อยากให้คาดหวัง แต่เราก็จะพยายามให้มากที่สุดเพื่อที่จะให้อยู่กระแสประเด็นนั้นๆ”

“เอาจริงๆ ทุกครั้งที่ติดต่อแขกไปเราก็คาดหวังอยากให้มา แต่บางทีไม่ได้มามันก็มีรู้สึกเฟลบ้าง จะแบบเสียดายจัง อยากให้เขามาเพราะบางทีมันเป็นเรื่องที่เขาควรจะมาพูด เพราะเราก็พร้อมเปิดเวทีให้เขาพูดอยู่แล้ว”

“ถามว่ามีหลายเคสมั้ยที่อยากได้แต่ไม่ได้ หรือบอกว่าจะมาแล้วเทกันทีหลัง โอ้ย! เยอะมากเลย เราก็แก้ปัญหาโดยวิธีการเตรียมเรื่องสำรองว่าจะเอาอะไรมาออกดี ทั้งนี้คือต้องเป็นเรื่องที่อยู่ในกระแสด้วย”

“หรือบางทีก็มีแขกที่มาร้องเรียน เราก็จะดูตามความเหมาะสมด้วยเหมือนกัน ไม่ได้หมายความว่าเราจะต้องเอาแขกที่มันอยู่ในกระแสอย่างเดียว บางครั้งมีเรื่องที่เขาส่งมาให้เรา เราก็จะพิจารณาว่าเรื่องไหนที่จำเป็นต้องช่วยเขา ซึ่งเราก็จะเอามาออก”

ย้อนถามถึงวันที่เชิญ ติ๊ก กนิษฐรินทร์ มาออกรายการ คนดูเยอะมาก?

“ความที่เป็นทอล์กออฟเดอะทาวน์ แล้วเป็นครั้งแรกด้วยที่เขาออกมาพูด ถามว่าเจรจานานมั้ย จริงๆ แล้วเราเองคุยกับเขาก่อนหน้า 4 วันก่อนมาออกรายการ ตอนแรกก็ไม่ได้เชิญเขา แต่สุดท้ายก็ให้ทีมงานโทร.ไปอีกที ทีแรกเขาบอกว่าไม่มาดีกว่า รู้สึกว่าไม่มั่นใจ”

“แต่หลังจากนั้นเขาก็ติดต่อกลับมาอีกที บอกว่าเขามั่นใจแล้วว่าอยากจะมา เราก็โอเคถ้าจะมาก็ต้องใช้สติในการพูดด้วยนะ เพราะเรื่องนี้มันละเอียดอ่อน เขาก็บอกโอเคยินดีที่จะมา”

ได้มีการบรีฟคำถามคร่าวๆ กันก่อนไหม?

“ไม่ครับ จริงๆ แล้ววันนั้นเราบอกให้เขามาก่อนเวลา เพื่อที่จะมาคุยกันก่อนว่าจะคุยประเด็นไหนกันบ้าง แต่พอดีนั้นคุณติ๊กมาไม่ทันซึ่งเราต้องขึ้นไปอ่านข่าวแล้ว เลยไม่ได้คุยกัน แต่ว่าคร่าวๆ ทางคุณติ๊กก็จะรู้อยู่แล้วว่าเราจะถามประเด็นอะไรบ้าง แต่ทีนี้ตัวเขาเองเชื่อว่าน่าจะไม่ได้พักผ่อนและไม่ได้นอนเพราะเครียด พอมานั่งในรายการมันทำให้การตอบคำถามมันกลายเป็นอีกมุมหนึ่งไป”

“ซึ่งพอถามอย่างเขาก็ไปตอบอีกอย่าง เราก็ต้องพยายามหาทางต้อนเขากลับมา ตั้งแต่คำถามแรกที่ถามไปเขาก็ตอบเป็นอีกเรื่องหนึ่งเลย ตอนนั้นรู้แล้วว่าเขาไม่มีสติ เราถึงต้องเตือนเขาในรายการว่าอยากให้มีสติ โหนกระแสไม่ใช่รายการที่ใช้คำพูดรุนแรงหรือเอามัน อันไหนที่เราพอจะบอกแขกได้เราก็จะบอกเลย”

หลังรายการออกไปฟีดแบ็กที่ตามมาถึงตัวติ๊กค่อนข้างไม่ค่อยดี ได้มีการพูดคุยกันกันอีกไหม?

“คุยครับ เราก็โทร.ไปขอโทษน้องเขา บอกว่าเราไม่สบายใจเลยที่ทำให้ทุกอย่างกลับกลายเป็นแบบนี้ เราก็พยายามทำให้มันดีที่สุด แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นมันอยู่ที่คำตอบของติ๊กด้วยอยากให้ติ๊กเข้าใจ แต่สุดท้ายแล้วเราไม่สบายใจและอยากขอโทษจริงๆ ที่ทำให้กระแสสังคมมองติ๊กในแง่ลบไปด้วย

“เขาก็บอกว่าไม่หรอก อย่าไปคิดแบบนั้น อย่างน้อยๆ เขาก็สบายใจที่เขาได้พูดทุกอย่างออกมา เขาไม่ได้โกหก สิ่งที่พูดออกมาก็สมควรที่จะถูกต่อว่า แต่ในมุมกลับคือเขาสบายใจที่ได้พูดเรื่องทั้งหมดออกมาแล้ว ไม่ได้ต้องติดค้างอะไรในใจ”

ล่าสุด ติ๊ก ไปออกอีกรายการหนึ่ง แล้วได้มีการพูดถึงประเด็นเรื่องเงินที่ หนุ่ม ศรราม ให้ใช้ในแต่ละเดือน ซึ่งไม่ตรงกับที่ หนุ่ม ศรราม ออกมาพูด โดยติ๊กได้ให้เหตุผลว่าที่พูดไปในรายการแรกว่าได้ 500 1,000 2,000 นั้น คือยังพูดไม่ครบ เนื่องจากรายการไม่ได้เปิดโอกาสให้ได้อธิบายว่าเป็นเงินที่ได้ในช่วงไหน?

“อันนี้เราไม่รู้หรอกครับ วันนั้นอย่างที่บอกไปว่าคุณติ๊กอาจจะแบบสติไม่ได้สมบูรณ์ 100% ในการที่จะตอบคำถาม เพราะฉะนั้นเลยมีคำพูดที่งงไปงงมาเหมือนกัน เราจำได้ว่าคำถามนั้นเราถามว่าคุณศรรามให้เงินบ้างมั้ย คุณติ๊กตอบว่าให้บางที 500 บางทีก็ 1,000 2,000 แล้วแต่ เขาก็ตอบอย่างนี้”

“ถ้าเกิดคุณติ๊กตอบว่าให้ค่ะ เดือนละ 30,000 ก็จบแล้ว คือมันไม่ต้องไปอารัมภบทอะไรมากมายในการตอบคำถาม ต้องชัดไปเลย แต่ในมุมที่คุณติ๊กตอบมาคือตอบเหมือนไม่มีสติ แต่เราก็เข้าใจและเลี่ยงประเด็นออกไป”

ก่อนที่จะติดต่อ ติ๊ก มาออกรายการ ได้มีการบอกกล่าว หนุ่ม ศรราม ก่อนไหมเพราะหลายคนเข้าใจว่าสนิทกัน?

“เราไม่เคยบอกศรรามว่าติดต่อคุณติ๊กมา เพราะว่าโดยส่วนตัวเรากับศรรามไม่ได้คุยกันมานานแล้ว ล่าสุดที่คุยกันจริงๆ คือตอนที่มีเรื่องเงินหายออกจากธนาคาร”

จริงๆ หลายคนคิดด้วยซ้ำว่ารายการ โหนกระแส น่าจะได้เห็น หนุ่ม ศรราม ออกมาพูดมากกว่า?

“ถามว่าได้ติดต่อศรรามไปบ้างมั้ย ไม่ได้ติดต่อนะ เราเองหลังจากที่คุยกับคุณติ๊กไปแล้ว เราก็ได้คุยกับศรราม แต่เราไม่เคยบอกขอให้เขามาออกรายการ ไม่เคยพูดเลย อาจจะมีเป็นคนที่รู้จักที่โทร.มาถามบ้าง แต่เราก็บอกว่าไม่ต้องหรอก อย่าเอามาออกเลยเพราะเรามองว่าทางคุณติ๊กเองก็บอบช้ำมากแล้ว

“เพราะการที่ศรรามจะต้องออกมาพูดอีกมันก็จะมี 2 มุม ถ้าศรรามพูดดี คุณติ๊กก็จะยิ่งโดนซ้ำเติมไปอีก ทั้งนี้ก็ต้องไม่ลืมว่าผู้หญิงคนนี้คือแม่ของลูกคุณ ถึงวันนี้คุณจะไม่ได้มีภาวะของคู่สามี-ภรรยาแล้ว แต่เขายังมีภาวะของความเป็นแม่คนอยู่ เพราะฉะนั้นเรามองว่ามันน่าจะจบได้แล้ว เรามองว่าไม่เชิญศรรามมาดีกว่า”

“แล้วในกรณีถ้าศรรามพูดไม่ดี ศรรามก็จะเป็นฝ่ายเสียอีกว่าไม่แมนเลย อะไรแบบนั้น ฉะนั้นถามว่าการเอาศรรามมาออกอีกมันมีประโยชน์ตรงไหน เราเลยเลือกที่จะไม่เชิญเขามา”

แต่ได้มีการพูดคุยกันหลังจากที่ ติ๊ก มาออกรายการแล้ว?

“วันที่เราคุยกับศรรามคือวันที่คุณติ๊กมาออกอากาศ เราโทร.คุยกับศรรามตอนเช้าว่าวันนี้คุณติ๊กจะมาออกนะ มันเกิดอะไรขึ้นบ้าง ศรรามก็เล่าให้ฟังแต่ว่าคุยกันไม่นาน เราก็จับประเด็นและเอามาคุยกับคุณติ๊กในรายการเท่านั้น”

“แต่วันนี้ในมุมของเราเองคิดว่าทั้งสองคนควรจะหยุดได้แล้วที่จะออกมาให้สัมภาษณ์หรือพูดอะไรอีกก็ตามแต่ ในมุมที่เขาจะไปพูดที่ไหนเราไม่สามารถไปห้ามได้อยู่แล้ว เพราะเป็นสิทธิ์ของเขาและเจ้าของรายการ เพียงแต่เรามองว่าเรื่องทั้งหมดควรไปคุยกันหลังบ้านได้แล้ว”

วันนั้นหลังจากที่คุณติ๊กมาออกรายการโหนกระแส ถามว่าเรารู้สึกผิดมั้ย เราก็รู้สึกผิดนะที่เอาคุณติ๊กมาออก เพราะเหมือนกับเป้ามันเปลี่ยน ใจเราอยากให้เคลียร์ข้อเท็จจริงไป สิ่งที่เป็นความผิดพลาดจะได้เป็นตัวอย่างและเตือนสติคนอื่นด้วยว่าอย่าถลำไปในเรื่องของการพนัน แต่สิ่งที่เขามาพูดกลายเป็นอีกเรื่องหนึ่งไปเลย ทีนี้เลยทำให้ทุกอย่างดูไม่ดีไปหมด”

เราเลยมองว่าทั้งสองคนควรต้องหยุดได้แล้ว อันนี้คือเราพูดในฐานะพี่ชายสำหรับศรรามและคุณติ๊ก อันนี้ขออนุญาตพูดแล้วกัน อย่างล่าสุดที่ศรรามออกมาให้สัมภาษณ์ในรายการหนึ่ง พอพูดเสร็จ วันนี้คุณติ๊กออกมาพูดสวนอีกในอีกรายการหนึ่ง เราอยากถามว่าแล้วเรื่องจะไปจบตรงไหน”

เรื่องนี้อยากให้มองที่ลูกด้วย แล้วการออกมาตอกย้ำความผิดของตัวเองผ่านสื่อบ่อยๆ มันไม่ได้เป็นผลดีกับลูกในอนาคต สุดท้ายแล้วอย่าลืมว่าลูกคือบุคคลที่สำคัญที่สุดในชีวิต ต่อไปในอนาคตอย่าลืมว่าลูกต้องมีสังคม ยังมีเพื่อนของลูก มีพ่อแม่ของเพื่อน มีคนแวดล้อม เรื่องราวที่กำลังเป็นอยู่วันนี้มันจะตามหลอกหลอนเขานะ เพราะฉะนั้นถ้าพูดผ่านตรงนี้คืออยากให้หยุด เพราะเรื่องพวกนี้ที่สุดแล้วมันคือการสาวไส้ให้กากิน

ล่าสุดที่ หนุ่ม ศรราม ออกมาพูดในรายการหนึ่ง แล้วตั้งคำถามว่า ติ๊ก โทร.เข้ามากลางรายการโหนกระแสในขณะที่กำลังดูดวงกันอยู่ จังหวะนั้นทำไม หนุ่ม กรรชัย ถึงรับสายทั้งที่สัมภาษณ์หมอลักษณ์อยู่?

“เอาตรงๆ คือเราตั้งใจจะถามหมอลักษณ์อยู่แล้ว ว่าดวงของคุณติ๊กกับศรรามเป็นยังไงเพราะว่าดูมีปัญหากันอยู่ บังเอิญคุณติ๊กโทร.เข้ามาในรายการพอดี”

คือเป็นความบังเอิญจริงๆ?

สาบานเลยเป็นความบังเอิญจริงๆ แล้วเราก็เลยรับโทรศัพท์และถามคุณติ๊กว่าเกิดวันไหน เพราะตอนแรกเราไม่รู้หรอกว่าเขาเกิดวันไหนเดือนอะไร คือมันเป็นการฉกฉวยกลางอากาศ พอเขาโทร.มาปุ๊บ เราก็ต้องรับและเราก็ต้องถาม เพราะตอนนั้นเราทำหน้าที่ตรงนี้อยู่พอดี”

แสดงว่ามีความเป็นไปได้ที่ ติ๊ก อาจจะดูรายการอยู่พอดีในตอนนั้นหรือเปล่า?

เขาไม่ได้ดู เขายังมาขอโทษเลยว่าที่โทร.เข้าไป เพราะไม่รู้จริงๆ ว่าเรากำลังถ่ายรายการอยู่ ส่วนที่สงสัยว่าทำรายการอยู่ทำไมถึงรับโทรศัพท์ ไม่หรอกครับ ถ้าศรรามโทร.มาเราก็รับ ใครโทร.มาเราก็รับทั้งนั้นถ้าเป็นคนที่กำลังเป็นประเด็นอยู่นะ”

หลายคนชื่นชมในการทำหน้าที่พิธีกรที่ต้องรับมือกับแขกรับเชิญหลากหลายรูปแบบ?

“ส่วนตัวเราไม่ได้เตรียมตัวรับมือยังไงเลย เราก็ทำงานตามหน้าที่ของเราไปเท่านั้นเอง เราก็ทำตัวเป็นแก้ว ส่วนแขกรับเชิญก็เป็นน้ำ เราก็รอรับน้ำ พยายามอย่าให้มันเปี่ยมจนล้นออกไป รักษาให้บาลานซ์ในแก้วของเรา เรื่องที่ว่าเราจะสติหลุดไปด้วยนั้น ไม่มีแน่นอน เชื่อว่าเราควบคุมรายการได้ เอาอยู่ครับ เพราะเราเข้าใจภาวะของคนที่มาออกรายการด้วยอยู่”

แบบนี้มีลุ้นรางวัลนาฏราชไหม?

“ไม่รู้เหมือนกันนะ แต่ไปมา 2 ปีแล้วไม่เคยได้(หัวเราะ) คือถ้าได้มันก็ไม่ใช่ที่ตัวเราคนเดียว แต่เป็นที่ทีมงานและแขกรับเชิญทุกคนที่มาออก แต่ถ้าไม่ได้ก็ไม่เป็นไรเพราะทุกคนที่มีชื่อเข้าชิงก็ทำหน้าที่ของตัวเองได้ดีเหมือนกัน”

ดูข่าวต้นฉบับ

ที่มา : https://www.khaosod.co.th/entertainment/news_4890518
ขอขอบคุณ : https://www.khaosod.co.th/entertainment/news_4890518