ปั๊บ โปเตโต้ ควง ใบเตย อัปเดตงานแต่ง ได้ฤกษ์ 15 พ.ย. รับอยากมีลูกแล้ว


ตอนนี้เตรียมความพร้อมยังไงบ้าง?
ใบเตย : ตอนนี้ก็มีถ่ายพรีเวดดิ้งไปแล้ว เรื่องสถานที่ก็ดูเรียบร้อยแล้ว เป็นโรงแรมคอนราด แขกก็ประมาณ 400 คน
ปั๊บ : ก็จะมีพิธีเช้า และก็พิธีบ่าย ไม่มีพิธีเย็น ซึ่งตามที่เราคุยกันไว้ว่าตอนเช้ามีขันหมาก ยกน้ำชา รดน้ำสังข์ และพอบ่ายก็เป็นงานเลี้ยง ส่วนภายในงานก็มีดีเทลต่างๆ ซึ่งกำลังคุยกับทีมงานอยู่ว่าจะเอาแบบไหน เพราะตอนนี้ธีมคลุมเครือมาก ยังคุยไม่ลงตัวเลย ตอนนี้ก็เริ่มช่วยกันคิดมา แต่ยังคงความเรียบง่ายก่อน ไม่มีธีมอะไรที่หวือหวา

ใบเตย : เน้นเป็นโทนสี ที่ดูไว้เป็นสีเขียวอ่อน สีเหลือง สีฟ้าอ่อน เป็นโทนพาสเทล แต่เรื่องแต่งตัวเอาที่ทุกคนสวยที่สุด ซึ่งตีกันเยอะมาก
ปั๊บ : ผมเป็นคนที่ดีเทลเยอะ เตยเองก็เป็นคนที่ค่อนข้างละเอียดมาก และสรุปแล้วตรงกลางคือยอมครับ (ยิ้ม) ไม่มีตรงกลาง (หัวเราะ) ก็แล้วแต่เตยเลย เดี๋ยวผมไปหาทางล็อบบี้ทีมงาน เปลี่ยนสคริปต์ในวันงานเอง (หัวเราะ)

ใบเตยงานแต่งในฝันไหม?
ใบเตย : ไม่มีเลย แค่เตยกับพี่ปั๊บชอบเดินทางท่องเที่ยว เราจะเก็บภาพมาเยอะ และจะได้ประสบการณ์ดีๆ จากการเดินทาง ไม่ว่าในและต่างประเทศ เพราะฉะนั้นงานแต่งของเตย อยากให้เพื่อนๆ พี่ๆ หรือว่าผู้ใหญ่ที่มาในงาน ได้เห็นสิ่งที่เราได้ไปเห็น เลยจะมีรูปในงานตอนที่เราไปเที่ยวกัน

เรื่องชุดเตรียมไว้กี่ชุด?
ใบเตย : 3 ชุดค่ะ
ปั๊บ : ชุดผมตอนนี้เสร็จเรียบร้อยแล้ว แต่ของเตยยังไม่เสร็จเลย

งานเตรียมไปได้กี่เปอร์เซ็นต์แล้ว?
ปั๊บ : ผมว่าประมาณ 65 เปอร์เซ็นต์ เรื่องการ์ดยังไม่เรียบร้อย ประมาณสิ้นเดือนน่าจะเรียบร้อย แต่เรื่องโครงงานพร้อมแล้วครึ่งนึง เพราะว่าเพิ่งเข้าไปดูโรงแรมมา แล้วก็เอาดีไซเนอร์เข้าไปดูว่าจะทำยังไงบ้าง

มีคนบอกว่าเจ้าสาวพอใกล้งานแต่งจะเหมือนก็อตซิลล่า?
ปั๊บ : ไม่ต้องใกล้หรอก ตอนนี้ก็เป็นแล้ว (หัวเราะ) เตยค่อนข้างเป็นคนที่จริงจังกว่าผม เวลางานเขาค่อนข้างมีดีเทลของเขา ผมก็เออออห่อหมกไปก่อน ผมสารภาพเลยว่าผมเป็นคนที่ไม่ค่อยเข้าใจเรื่องพิธีเท่าไหร่ และเรื่องดีเทลด้วย คือในภาพของผม จองแต่งงานกัน มีพิธี และจดทะเบียนกันเสร็จ ไม่มีอะไรซับซ้อน

แต่เตยเขาลงดีเทลค่อนข้างเยอะ แล้วจะคอยเตือนว่า พี่ปั๊บลิสต์ชื่อแขกหรือยัง แขกพี่ปั๊บเตยคิดให้ไม่ได้นะ ผู้ใหญ่มีใครบ้าง ของชำร่วยพี่ปั๊บอยากได้แบบไหน เขาจะถามว่าเราชอบแบบไหน ไม่ได้ตามใจตัวเองเหมือนกัน

ภาพที่ปล่อยมาล่าสุดใช่ภาพพรีเวดดิ้งไหม?
ใบเตย : ไม่ใช่ค่ะ พอดีวันนั้นเตยมีถ่ายงานนิดหน่อย มีพี่ช่างภาพที่รู้จักกันด้วย แล้วพี่ปั๊บไปด้วย เราเลยขอถ่ายรูปเล่นหน่อยได้มั้ย เป็นรูปคู่ หลังจากขอแต่งงานกันไปแล้ว เราก็โอเค พอถ่ายออกมาภาพพี่เขาน่ารักมาก เลยเอารูปนี้เป็นการบอกข่าวพี่ๆ น้องๆ เกี่ยวกับงานแต่ง

ภาพพรีเวดดิ้ง หลายคนคาดว่าจะเห็นเจ้าสาวแบบในไอจี?
ปั๊บ : อยากเห็นไหม ทุกคนคาดหวังก็ได้นะ เพราะว่าจอที่โรงแรมใหญ่มาก
ใบเตย : ไม่ดีมั้งพี่ปั๊บ
ปั๊บ : เตยไม่ต้องคิดมาก เพราะว่ายังไงเตยก็ไม่เห็นเพราะเราหันหลังให้จอ(หัวเราะ)

พรีเวดดิ้งที่เราไปถ่ายมาเป็นรูปแบบไหนแนวไหน?
ปั๊บ : คือผมกับเตยที่ถ่ายรูปคู่เป็นทางการหลังจากซีรีส์ทิ้งไว้กลางทางเลยมั้งครับที่ถ่ายด้วยกันแล้วดูเป็นเรื่องเป็นราว การถ่ายพรีเวดดิ้งครั้งนี้เลยถือว่าเป็นงานล่าสุด ถามว่าสบายไหม เสื้อผ้าก็เป็นแบบสบายๆ แต่ก็เป็นโทนที่ผมไม่เคยถ่าย ตัวเองก็ไม่เคยถ่ายเหมือนกัน

ใบเตย : เรียกว่าเป็นพรีเวดดิ้ง ที่ไม่ได้เรียกว่าเป็นพรีเวดดิ้งจ๋า เน้นว่าเราได้ถ่ายรูปคู่กันจริงๆ จังๆ ในสตูเลือกชุดที่มีความกึ่งๆ ทางการนิดนึง ไม่ได้เป็นกระโปรงยาว
ปั๊บ : คิดว่าเดี๋ยวจะค่อยๆ เอามาแบ่งให้พี่ๆ เพื่อนๆ ได้ดู

จะมีอะไรพิเศษอย่างแต่งเพลงให้ว่าที่เจ้าสาวไหม?
ปั๊บ : มีครับ มี (ใบเตยถามเพลงใหม่เหรอ) มีๆ แต่ไม่เซอร์ไพรส์แล้ว (หัวเราะ) คิดว่าก็มีอะไรพิเศษสักอย่างนึง แต่ผมยังเรียบเรียงออกมาได้ไม่ดีเท่าไหร่ ขอไปจัดสรรอีกนิดนึง

ได้มีการวางแผนอนาคตหลังแต่งงานไว้ยังไง?
ปั๊บ : ถ้าก่อนหน้านี้คิดว่าจะต้องมีลูกกัน มีเบบี้ ปล่อยชีวิตไปตามธรรมชาติ แต่ว่าพออย่างช่วงที่ผ่านมามันมีช่วงที่เราต่างคนต่างทำงานด้วย พอจัดการเรื่องแต่งปุ๊บ ผมก็รีบกลับไปทำงานต่อ เตยเองก็ต้องรีบไปทำงานเหมือนกัน

ใบเตย : ต่างคนต่างทำงานก่อนแล้วเดี๋ยวเรื่องมีเบบี้ค่อยว่ากัน
ปั๊บ : ตัวผมเองอยากมีนะ เตยอยากมีไหม
ใบเตย : (พยักหน้า) อยากมีค่ะ แต่ก็อยากจะทำงานอีกสักพักนึงก่อนแล้วเดี๋ยวค่อยว่ากัน ให้ทุกอย่างดูเข้าที่เข้าทางก่อน อันนี้คือเตยขอพี่ปั๊บ (หัวเราะ)
ปั๊บ : ได้ๆ ผมว่าผมยัง ยังได้อีก (หัวเราะ)

แต่เหมือนปั๊บก็มีการวางแผนอนาคตไว้แล้วใช่ไหม?
ปั๊บ : มันเป็นไปเอง หลังจากที่เริ่มขอแต่งงานไปแล้ว มันก็เหมือนเราก็เริ่มคิดวางแผนนิดหน่อย แต่ไม่ถึงขนาดว่าต้องอย่างนั้นต้องอย่างนี้ มันปรับได้ เราแค่มีในใจว่าถ้าเป็นอย่างนั้นได้ก็ดีแต่ถึงมันเป็นไปไม่ได้ก็ไม่เป็นไร เพราะว่าตอนนี้มันก็โอเคแล้วที่ตรงนี้ที่เป็นอย่างนี้

จะมีแพลนฮันนีมูนไหม?
ปั๊บ : ไม่น่ามี
ใบเตย : ยังไม่มี ตอนนี้ต้องกลับไปทำงานก่อน เดี๋ยวค่อยว่ากัน ไม่รีบ เที่ยวมาเยอะแล้วจริงๆ

คบกันมากี่ปีแล้ว?
ปั๊บ : ประมาณ 4 ปีกว่า 5 ปี ผมจำไม่ค่อยได้ ไม่ได้มีอะไรที่พิเศษขนาดนั้น วันนี้แหละที่พิเศษที่สุดแหละ ผมล่กมากเลยผมสารภาพ
ใบเตย : จริงๆ ไม่ได้มีวันครบรอบ คือแค่พี่เขาจำวันเกิดได้ก็ดีใจมากแล้ว

ปั๊บกับใบเตยอายุเท่าไหร่?
ปั๊บ : ปีนี้ผมอายุ 39 ปี
ใบเตย : หนูอายุ 28 ปี

เป็นคุณแม่วัยสาวเลยนะ?
ปั๊บ : ใช่ (ทำท่าดีใจ)
ใบเตย : อาจจะ 35 ค่อยมี
ปั๊บ : เฮ้ย…นานไป

มีภาพในฝันไหมจากแฟนมาเป็นคู่ชีวิตกัน แบบตื่นมาต้องทำกับข้าวให้?
ปั๊บ : เตยเริ่มทำกับข้าวแล้วครับ อาทิเช่น ที่ผมกินมาติดกัน ก็จะเป็นไข่ข้น กับขนมปัง (หัวเราะ) มันง่ายอะนะ แต่โอเคแล้ว เพราะผมเองก็ไม่ได้คาดหวังว่าจะต้องมาทำกับข้าวให้ ไม่ได้ซีเรียสเลยครับ อยู่เป็นเพื่อนๆ กัน
เตย : ไข่เจียว ไข่ตุ๋น

ทำไมเมนูมีแต่ไข่?
เตย : ก็เป็นเมนูโละตู้เย็น อย่างเวลารีบๆ เราก็ไม่ได้คิดว่าจะไปกินที่ไหน เปิดตู้เย็นมีอะไรก็รวมๆ เหมือนแกงโฮะ (หัวเราะ)
ปั๊ป : คือช่วงที่ไม่ได้ออกไปไหนเยอะ เราก็จะซื้อของเข้าบ้าน แล้วก็มีเพื่อนๆ เตยส่งมาให้ชิมบ้าง เราก็เลยเอามาผสม

5 ปีที่ผ่านมาความประทับใจในแต่ละฝ่าย มีความประทับใจไรกันบ้าง?
เตย : ก็อย่างพี่ปั๊บ คือพูดตั้งแต่วันแรกที่คบกันว่า เอ่อ เหมือนเขาจะทำทุกวันให้มันดีที่สุด ต่อให้จะแต่งงานหรือว่าอะไร เขาก็ยังจะเป็นเหมือนเดิมตั้งแต่วันแรกที่คบกัน อันนี้คือสิ่งที่เขาพูดเอาไว้ตั้งแต่วันแรกที่คบกัน

ซึ่งก็เป็นแบบนั้นจริงๆ เขาสม่ำเสมอและเสมอต้นเสมอปลายในเรื่องของความรู้สึก ก็ยังเหมือนเดิม และก็คิดว่าหลังแต่งงานไป ด้วยความที่เขาเป็นอย่างนี้ตั้งแต่แรก ก็คงไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง แต่แค่ในสถานะของการใช้ชีวิตอาจจะเปลี่ยนไป ว่าในเรื่องของครอบครัวก็คงต้องอัปเวล ประมาณนั้น

ปั๊ป : ก่อนหน้านี้ไม่คิดว่าจะมีบุตรด้วย มันไม่ต้องใช้เหตุผลเยอะ เวลาจะเลือกชีวิตคู่ใครสักคนหนึ่ง มันเป็นเเค่เซนส์และก็สัญชาตญาณล้วนๆ เพราะสุดท้ายแล้วที่ผมบอก ผมเต็มที่ตั้งแต่แรก คือเราใส่ความรู้สึกไปทั้งหมด ไม่ได้กั๊กว่าเออ เราไม่ได้สมรสกัน งั้นตรงนี้เราไม่ต้องคิด หรืออะไรยังงี้ เพราะไม่งั้นเราไม่รู้ว่ามันจะเป็นไง ก็ใส่ให้มันเต็มที่ ก็คือเต็มที่กับชีวิตความรัก

และผมเองก็คิดว่าเรายังต้องเรียนรู้กับชีวิตความรักไปจนแก่ อะไรก็เกิดขึ้นได้ ไม่ได้คิดว่าเธอคือแม่ของลูกฉันแล้วเหมาะสม เพราะผมคิดว่าตัวผมเองและตัวเขาเองก็ต้องมีการปรับปรุงตลอดเวลา จนถึงทุกวันนี้ก็ยังต้องปรับ ผมก็คิดว่ามันสนุกดีที่จะมีใครสักคนเข้ามาเป็นบัดดี้ในชีวิตสักคน

อย่างผมก็เพิ่งเรียนรู้ว่า จริงๆ แล้วเราสามารถแสดงความอ่อนแอได้ ให้กับคนที่เรารู้สึกว่าเขาพร้อมเป็นที่พิงให้เรา ไม่ใช่ว่าเป็นผู้ชายแล้วโดนปลูกฝังว่าต้องสตรอง เหมือนสลับกัน เลยคิดว่าตรงนี้แหละถือเป็นเรื่องใหม่ในชีวิตของผม หลังจากที่เป็นทางการขึ้น

ดูข่าวต้นฉบับ

ที่มา : https://www.thairath.co.th/entertain/news/1933933
ขอขอบคุณ : https://www.thairath.co.th/entertain/news/1933933