ทนายซาร่า แจงเหตุผล ไมค์ ไม่ควรถอนรับรองบุตร พร้อมชี้ปมเงินเลี้ยงดูลูก


อ.ประมาณ ขอบคุณภาพจากเฟซบุ๊ก ประมาณ เลืองวัฒนะวณิช อ.ประมาณ ขอบคุณภาพจากเฟซบุ๊ก ประมาณ เลืองวัฒนะวณิช

ล่าสุด อ.ประมาณ ไลฟ์สดอีกครั้ง โดยเผยว่าตอนนี้ทัวร์ลงตนหนักมาก พร้อมทั้งบอกว่าตนไม่ได้เข้าข้างใครเพราะไม่มีส่วนได้ส่วนเสีย วันนี้ซาร่าน่าสงสารเพราะสังคมโหมกระหน่ำจนแทบไม่มีที่ยืน ใครก็มองเป็นคนไม่ดี

พร้อมทั้งบอกเหตุผลว่าทำไมต้องแก้ไขคำคัดค้านทั้งหมด เพราะตรวจสอบแล้วไมค์ต้องเป็นบิดาโดยชอบด้วยกฎหมาย การที่ไมค์ขอเป็นบิดาโดยชอบด้วยกฎหมาย ตนยกนิ้วให้ แต่พอซาร่าแถลงข่าวไมค์ถอนคำร้อง กลายเป็นบิดานอกกฎหมายเหมือนเดิม ถามว่าเกิดประโยชน์กับไมค์กับครอบครัวและลูกไหม ตนเป็นทนายไม่ได้มีส่วนได้เสีย เป็นนักกฎหมาย เรียนกฎหมายเพื่อระงับข้อพิพาทให้ทุกอย่างจบลงด้วยดี 

อีกทั้งเตือนชาวเน็ตให้ระมัดระวัง อย่าคิดว่ามีคีย์บอร์ดในมือแล้วจะทำอะไรก็ได้ตามอำเภอใจ พร้อมทั้งขอให้ทุกคนค่อยๆ พิจารณาข้อเสนอทีละขั้นตอน เพื่อร่วมมือกันให้ครอบครัวเขากลับมาสู่ภาวะปกติ จริงๆ คดีครอบครัวไม่ใช่เรื่องใหญ่ เจรจาไกล่เกลี่ยในศาลได้ แม้แต่การใช้อำนาจปกครองก็สามารถคุยได้ ตกลงได้หมด เพื่อทุกอย่างเป็นประโยชน์ให้กับลูก

พร้อมทั้งโพสต์ข้อความในเฟซบุ๊กว่า ขอโทษที่เคยโพสต์รุนแรงเกินสมควร และเผยว่าตอนนี้เขียนคำคัดค้านฉบับใหม่แล้ว คือซาร่ายินยอมให้ไมค์เป็นบิดาน้องแม็กซ์เวลล์โดยชอบด้วยกฎหมาย แต่ขอให้อำนาจปกครองบุตรอยู่ที่แม่ โดยมีข้อความดังนี้

“ก่อนอื่นผมต้องขอโทษที่การโพสต์ก่อนหน้านี้อาจจะดูรุนแรงเกินสมควร ผมขอชี้แจงว่าที่ผมรับทำเคสของน้องซาร่า เพราะเห็นใจที่แม่ที่รักลูกมากๆ ดั่งดวงใจคนหนึ่งต้องมาเผชิญกับสถานการณ์เช่นในปัจจุบัน

ผมอยากให้ทุกคนเปิดใจและมองอย่างเป็นกลางว่า ทั้งน้องไมค์และน้องซาร่ามีส่วนในการเลี้ยงดู อบรมสั่งสอน ให้การศึกษาเล่าเรียนแก่น้องแม็กซ์เวลล์ทั้งคู่ โดยเขาแบ่งหน้าที่กันทำ พ่อทำมาหากิน หาเงินส่งเสียให้ลูกมาแล้วเกือบ 8 ล้าน ส่วนแม่ก็ผูกพันตั้งครรภ์ เลี้ยงลูก ให้น้ำนม อบรมบ่มนิสัย ให้ความรักมาโดยตลอด ทั้งคู่ต่างทำหน้าที่ของตัวเองอย่างดีที่สุดมาโดยตลอดครับ มันเทียบไม่ได้หรอกครับว่าใครทำหน้าที่ได้ดีกว่าใคร เพราะทั้งคู่ไม่ได้ทำหน้าที่เดียวกัน

ส่วนเรื่องอะไรที่ทั้งคู่เคยทำหรือพูดในอดีต ขอให้มองเป็นอดีตไป เพราะมันไม่สามารถกลับไปแก้ไขอะไรได้ การที่เราซ้ำเติมใครจากเรื่องที่ผ่านมาแล้ว มันไม่ได้มีประโยชน์ใดๆ เกิดขึ้นเลยครับ

วันนี้เมื่อมีเรื่องขึ้นมาสู่ศาล และทางฝ่ายน้องไมค์ขอถอนคำร้องไม่รับเป็นบิดาโดยชอบด้วยกฎหมาย และไม่ขอใช้อำนาจปกครองร่วม ที่ผมพูดว่าไม่ควรถอน ผมขอชี้แจงในประเด็นข้อกฎหมายนะครับ

– การขอรับรองบุตรเพื่อให้เป็นบุตรที่ชอบด้วยกฎหมายของบิดา เป็นสิ่งที่ดีและสมควรทำครับ เพราะจะทำให้เด็กมีทั้งพ่อและแม่ที่ชอบด้วยกฎหมาย มีสิทธิได้รับการอุปการะเลี้ยงดูจากทั้งพ่อและแม่ เมื่อเด็กโตขึ้นก็จะมีหน้าที่ในการอุปการะเลี้ยงพ่อ-แม่ เมื่อชราเช่นเดียวกัน

– ส่วนอำนาจปกครองบุตร โดยหลักแล้วมาพร้อมกับการเป็นบิดาและมารดาที่ชอบด้วยกฎหมาย โดยอำนาจปกครองบุตรนี้จะทำให้บิดามารดา สามารถกำหนดถิ่นที่อยู่ของเด็กได้ ให้ทำงานตามสมควร ว่ากล่าวตักเตือน เรียกเด็กคืนจากผู้ที่ไม่ได้มีอำนาจปกครอง และยังจัดการทรัพย์สินและการต่างๆ ของเด็กได้ อย่างไรก็ดี หากมีเหตุการณ์ใดที่อาจส่งผลให้เกิดความยุ่งยาก หรือขัดต่อประโยชน์และความผาสุกของเด็ก อาจสามารถกำหนดให้พ่อหรือแม่หรือบุคคลอื่นมีอำนาจปกครองบุตรแต่เพียงฝ่ายเดียวได้ โดยไม่กระทบต่อความเป็นบิดาและมารดาที่ชอบด้วยกฎหมาย

ในประเด็นของน้องไมค์และน้องซาร่า เนื่องจากทั้งคู่ไม่ได้อยู่กินกันฉันสามีภริยา ถ้าให้ทั้งคู่ใช้อำนาจปกครองร่วมกัน ทั้งคู่ก็จะสามารถกำหนดถิ่นที่อยู่ของลูกและอื่นๆ ได้ และหากเห็นไม่ตรงกันก็จะส่งผลให้เกิดปัญหาตามมา ในกรณีนี้จึงควรมีผู้ใช้อำนาจปกครองเพียงคนเดียว และซึ่งน้องซาร่าเป็นแม่ของลูก คลุกคลีอยู่กับลูกมาทั้งชีวิตของลูก ให้ลูกกินนมจากเต้ามากว่า 4 ปี ทำหน้าที่ของแม่ได้ไม่บกพร่อง จึงควรจะให้อำนาจปกครองยังคงอยู่กับน้องซาร่า (เหมือนกรณีทั่วไปที่บิดามารดาหย่าร้างกัน ก็ต้องมาตกลงกันว่าจะให้ลูกอยู่กับใคร ให้คนนั้นมีอำนาจปกครองบุตร และให้อีกฝ่ายมีสิทธิ์เยี่ยมเยียนตามสมควร)

ดังนั้น คำคัดค้านฉบับใหม่ที่ผมเขียนให้ น้องซาร่าจึงยินยอมให้น้องไมค์เป็นบิดาโดยชอบด้วยกฎหมาย แต่ขอให้อำนาจปกครองบุตรยังอยู่ที่แม่

จากเหตุการณ์นี้เข้าใจว่าน้องไมค์มาร้องต่อศาลเพราะต้องการรับรองบุตร รู้สึกถูกกีดกันและอยากมีส่วนร่วมในการตัดสินใจเกี่ยวกับลูก วิธีการแก้ปัญหาที่ถูกต้องคือการที่จะต้องมาคุยมาไกล่เกลี่ยกับฝ่ายน้องซาร่าว่าเพราะอะไรถึงรู้สึกถูกกีดกัน และน้องซาร่าก็ควรจะพยายามให้โอกาสพ่อได้เจอกับลูก และมีส่วนในการตัดสินใจมากขึ้น แต่ทั้งคู่ต้องคุยกันครับ

เมื่อถึงวันนัดไกล่เกลี่ย พ่อกับแม่ก็ควรจะมาไกล่เกลี่ย โดยสามารถตกลงกันได้ในชั้นไกล่เกลี่ยของศาลว่าให้อำนาจปกครองบุตรส่วนไหนอยู่กับพ่อและให้ส่วนไหนอยู่กับแม่

การถอนคำร้องไม่รับรองบุตรเป็นบิดาโดยชอบด้วยกฎหมาย และไม่ขอใช้อำนาจปกครองร่วม นอกจากจะไม่ทำให้น้องไมค์บรรลุวัตถุประสงค์ของการยื่นคำร้องเข้ามาในครั้งนี้แล้ว ยังกระทบต่อสิทธิ์ของน้องแม็กซ์เวลล์ด้วย ผมจึงเห็นว่าไม่ควรถอนการรับรองบุตร ควรจะถอนเฉพาะส่วนของการใช้อำนาจปกครองร่วมเพียงเท่านั้น เพราะการที่น้องไมค์ยื่นคำร้องเข้ามาแล้ว เป็นการแสดงเจตนาที่จะรับรองบุตรแล้ว เมื่อถอนไปศาลจะต้องถามฝั่งมารดาว่าคัดค้านการถอนหรือไม่

ทางน้องซาร่าอาจจำเป็นจะต้องคัดค้านไม่ให้ถอนในส่วนของการรับรองบุตร เพราะเป็นสิทธิ์ของน้องแม็กซ์เวลล์โดยตรง เพราะหากน้องซาร่าไม่คัดค้าน ก็จะทำให้น้องแม็กซ์เวลล์ไม่มีพ่อที่ชอบด้วยกฎหมาย และหากอนาคตน้องแม็กซ์เวลล์ต้องการให้พ่อรับรองบุตร หากฝ่ายบิดาไม่แสดงเจตนาไปจดทะเบียนรับรองบุตร น้องแม็กซ์เวลล์ก็อาจจะต้องกลับมาฟ้องต่อศาลอีกครั้ง

ในส่วนของหน้าที่ในการอุปการะเลี้ยงดูบุตร ที่เป็นผลมาจากการเป็นบิดาโดยชอบด้วยกฎหมาย ผมเห็นว่าน้องไมค์ยังคงสามารถทำได้ ไม่จำเป็นต้องรอให้ลูกบรรลุนิติภาวะก่อน เพราะจริงๆ แล้วบุตรผู้เยาว์จำเป็นต้องได้รับการอุปการะเลี้ยงดูจากพ่อและแม่ในระหว่างที่เขายังไม่บรรลุนิติภาวะ ต้องการได้รับการศึกษาเล่าเรียน โดยหากมีความกังวลว่าเงินจะไม่ถึงมือลูก ก็สามารถโอนตรงให้กับทางโรงเรียน หรือหากอยากให้ประกันสุขภาพลูก ก็สามารถจ่ายตรงให้กับบริษัทประกันได้ ดั่งเช่นที่ทำมาตลอด ไม่จำเป็นต้องโอนให้น้องซาร่าครับ

หวังว่าโพสต์นี้จะให้ประโยชน์แก่หลายๆ ท่าน และช่วยให้ปัญหาที่เกิดขึ้นของครอบครัวนี้ดีขึ้นในเร็ววันนะครับ

ประมาณ เลืองวัฒนะวณิช
10/10/20”

ดูข่าวต้นฉบับ

ที่มา : https://www.thairath.co.th/entertain/news/1949846
ขอขอบคุณ : https://www.thairath.co.th/entertain/news/1949846