ดวงตา คงทอง ชีวิตนักร้องล้มลุก ดังแต่เพลง คนรู้จักน้อย


ดวงตา คงทอง ชีวิตนักร้องล้มลุก ดังแต่เพลง คนรู้จักน้อย

ถ้าได้ยินเพลงที่ร้องว่า “อยากเจอคนจริงใจ มีไหมแถวนี้ อยากเจอคนดีๆ แถวนี้มีไหมเอ่ย” หลายคนต้องร้องตามได้แน่นอน เพราะนี้คือผลงานเพลง “อยากเจอคนจริงใจ” ที่ทำให้ “ดวงตา คงทอง” กลายเป็นนักร้องระดับหัวแถวของวงการเพลงลูกทุ่ง แต่เมื่อโด่งดังถึงขีดสุด แต่มีช่วงหนึ่งที่เธอหายหน้าไปพักใหญ่ จนหลายคนไปร่ำลือว่า หนีไปบวชชีเพราะช้ำรัก วันนี้เธอจะมาเคลียร์ทุกเรื่องให้หายคาใจในรายการ ต้มยำอมรินทร์

ดวงตา คงทอง

เปิดใจ

หลายคนอาจจะไม่เห็นหน้าคุณดวงตาในสื่อหลักๆมาแล้วพักนึง แต่จริงๆร้องเพลงอยู่ ?

“จริงๆต้องบอกว่า เขาจำชื่อดวงตา คงทอง แทบไม่ได้ด้วยซ้ำว่าเพลงที่เราประสบความสำเร็จเพลงเนี้ยใครร้อง ?? เพลงเราดังแต่คนไม่รู้จักเรา เพลงที่โด่งดังมากคือเพลงในอัลบั้มที่ 2 ค่ะ นับจากเข้าวงการมาจนถึงตอนนี้ 23 ปี ที่อยู่วงการเพลงลูกทุ่งค่ะ”

น้อยใจไหมที่เพลงดัง ทุกคนรู้จักเพลงหมด แต่ดวงตา คงทองเดินเข้าไปแล้วไม่มีใครจำได้?

“มันจะมีแวบๆค่ะ มีช่วงนึงที่เรารู้สึกแบบว่าคนจำเราไม่ได้ ด้วยในสมัยก่อนนักร้องเด็กๆไม่ค่อยได้รับความนิยมไงคะ แล้วเวลาแต่งตัวต้องแต่งตัวแบบว่าเป็นสาวไปเลย ทุกวันนี้เวลาใครนึกถึงเราก็จะคิดว่าเราเป็นรุ่นพี่แคทรียา มารศรีหรือพี่สุนารีอะไรอย่างนี้ คนจะนึกถึงไปนู้นเลย เพราะว่ามันแต่งตัวเกินวัย แต่พอ ณ วันนี้มันเป็นโลกโซเชียลไงคะ เขาก็จะเห็นเราในเฟซบุ๊ค ในไลน์ ในไลฟ์สด เขาก็ “อ๋อ คนนี้เหรอ” ก็จะเหมือนเริ่มจำได้ ความมั่นใจเราก็เลยเหมือนจะเริ่มกลับมา”

มันมีช่วงที่เราหยุดไปไหม?

“ไม่ได้หยุดเลยค่ะ จะมีช่วงที่เราดังๆ เราทำงานอย่างเดียว ลุยงานอย่างเดียวเลยค่ะ ร้องเพลง แล้วลุยคอนเสิร์ต ในประเทศไทย มันก็จะมีช่วงที่เราหายไปเพราะว่าเรียนหนังสือด้วย แต่ว่าเพลงก็ยังคงร้องอยู่ แต่อาจจะไม่ค่อยได้ออกสื่อ”

ดวงตา คงทอง

ดวงตา คงทอง

แล้วฉายา ดีว่าลูกทุ่ง มันมายังไง?

จริงๆอันนี้สื่อเป็นคนตั้งให้นะคะ ตาไม่ได้อุปโลกน์เองนะ เขามองจากผลงานเราด้วย ผลงานที่ผ่านมา ว่าเราเป็นนักร้องลูกทุ่งมาตั้งแต่แรก จริงๆ ก็รู้สึกภูมิใจและก็ดีใจค่ะที่เขาให้เกียรติตำแหน่งนี้ แม้จะไม่มีมงก็ตาม(หัวเราะ) แต่ว่ามันคือความสามารถของเรา มันคือพรสวรรค์ของเรา ที่เราตั้งใจทำทุกๆครั้ง ทุกๆเพลงที่เรามีโอกาสได้รับโอกาสต่างๆค่ะ”

พูดถึงเพลงที่ร้องหน่อย “สวมกอดแล้วสวมเขา”

เพลงนี้ออกมาประมาณ 2 ปีแล้วค่ะกับบริษัทใหม่ บริษัทเอ็กซ์ไฟว์เอ็นเตอร์เทนเม้นท์ เพลงนี้เป็นซิงเกิลแรกสำหรับตาที่เข้ามาอยู่บ้านหลังใหม่หลังนี้ หลายๆคนก็มักจะถามว่าเป็นเรื่องราวของเราหรือเปล่า แต่เพลงทุกเพลงที่ตาร้อง ไม่มีเพลงอะไรที่เป็นชีวิตเราเลย เพลงส่วนใหญ่ก็จะมาจากเรื่องราวของคนที่เกิดขึ้นในสังคม แต่เราเป็นคนถ่ายทอดอารมณ์เพลง”

นอกจากนี้ยังมีอีกเพลงนึงที่ปล่อยออกมาล่าสุด คือเพลง “คิดถึงใครคนหนึ่ง”

เป็นเพลงเก่าที่พี่ผึ้ง พุ่มพวงร้องเอาไว้ ตาไปเข้าห้องอัดไปร้องเพลง “รอพี่ที่เมืองคอน” ดันไปเจอเพลงนี้ โปรดิวเซอร์ นักดนตรีเขากำลังเปิดให้เรา เราก็แบบ “ตาชอบอะเพลงนี้” เราเคยฟังผ่านๆ เราก็เลยบอก “หนูอยากได้เพลงนี้” แล้วก็ได้เพลงนี้มาร้อง

ซึ่งในความรู้สึกของตา ตาคิดว่า เพลงของพี่ผึ้ง ณ ตอนนี้มันมีเรื่องของลิขสิทธิ์ไงคะ เรามีโอกาสที่จะร้องเพลงของพี่ผึ้งก็ต่อเมื่อเป็นงานของพี่ผึ้งจริงๆ แต่ว่าเพลงนี้เป็นเพลงที่พี่ผึ้งร้องไว้แล้วเรามีโอกาสได้มาร้องในเวอร์ชั่นของเรา เราก็ดีใจ เราก็รีบร้องเลยเพลงนี้”

เส้นทางที่กว่าจะได้เข้าวงการ ย้อนกลับไปจริงๆคือ เราประกวดร้องเพลงตั้งแต่ชั้น?

“ป.3-ป.4 ค่ะ”

ดวงตา คงทอง

โชว์ลูกคอ

ประกวดเองไหม? หรือว่ามีคนผลักแล้วก็ดันขึ้นไป?

“เริ่มแรกจากเป็นตัวแทนให้กับโรงเรียนก่อน แล้วดันไปชนะมาค่ะ ไปประกวดครั้งแรกเลยชนะ แล้วร้องเพลงสตริง ไม่ได้เรียนร้องเพลงด้วยนะคะ ก็ฟังเพลง สมัยก่อนฟังอาแอ๊ว ยอดรัก ฟังในวิทยุ แล้วก็ฟังที่ น้ำ – พาเมล่า เบาว์เดนท์ ทอร์นาโด อะไรอย่างนี้ค่ะ

แล้วก็ใช้เพลง สะโพกสลาตันทอร์นาโด ประกวดด้วยค่ะ ก็จะเป็นเวทีของสยามกลการอันนี้คือระดับประเทศ พ่อภูมิใจมากกว่าเรา เพราะตอนนั้นเราเป็นเด็กเราก็ทำไปตามหน้าที่ไม่ได้รางวัล แต่หนูได้เข้าไปถึงรอบสุดท้ายประเภทเพลงลูกทุ่งหญิง”

อีกหนึ่งจุดเปลี่ยนในชีวิต คือ เกิดจากการที่ช่วงชีวิตนึงที่ลำบากมาก เราอยู่ในครอบครัวที่ค่อนข้าง

“ยากจนค่ะ ที่บ้านรับจ้างทั่วไปแล้วก็ทำไร่ค่ะ”

จุดเปลี่ยนที่ว่าก็คือ ป่วย?

“ใช่ค่ะ ตอนนั้นเรียนอยู่ ม. แล้วเราก็ไม่รู้ว่าเราปวดท้องเป็นอะไร ปวดตั้งแต่ตอนกลางคืนแล้ว แล้วเราก็บอกแม่ว่าปวดท้อง แล้วบ้านเราก็ยังจนอยู่ มอเตอร์ไซค์ก็ยังไม่มีค่ะ ยายก็เลยอาศัยคนแถวบ้านขับมอเตอร์ไซค์กลับไปที่โรงเรียนอีกทีเพื่อที่จะไปขอความช่วยเหลือจากครูที่โรงเรียน เพราะที่โรงเรียนจะมีบ้านพักครู เขาก็มองว่าตรงนั้นมีครูอยู่ ยายก็เลยพาไปที่บ้านพักครูแล้วบอกครูว่า

“หลานปวดท้อง ไม่มีรถพาไปโรงพยาบาล” เพราะโรงพยาบาลอยู่ไกลจากบ้านประมาณ 50 โล ก็เลยเรียกรถมูลนิธิแล้วก็พากันไปโรงพยาบาล สุรปเป็นไส้ติ่งอักเสบ วันนั้นก็คือไปผ่าตัดทัน วันนั้นพ่อบุญธรรมไม่อยู่ด้วย เขากลับไปบ้านเขาที่ราชบุรี

พ่อเขาก็เลยมีความอึดอัดใจว่าเหมือนเขาดูแลเราได้ไม่เต็มที่ คือเหมือนรับเป็นลูกแล้ว แต่ว่าเรายังไม่สุขสบาย ครอบครับยังลำบากอยู่ เรามีพรสวรรค์พ่อก็พยายามผลักดันอยู่ตลอดเวลา เพื่อที่จะให้ตาได้เป็นนักร้องมืออาชีพ ได้เป็นชั้นแนวหน้าอะไรอย่างนี้ ได้ทำเพลง”

แล้วเข้ามาทำเพลงได้ยังไงตอนนั้น?

“พ่อก็พยายามพาหนูเดินสาย ไปค่ายนู้น ค่ายนี้ ค่ายนั้น เพื่อที่จะไปเสนอ แต่ทางผู้ใญ่ของค่ายต่างๆ เขาก็มองว่าเรายังเด็กอยู่ ยังไม่รับ ก็พากันไปอีก พาไปบนพี่ผึ้ง พุ่มพวง ว่าขอให้มีค่ายเพลงค่ายใดค่ายนึงเรียกเรา ให้เราได้มีโอกาสเป็นนักร้อง ให้เราได้ออกอัลบั้ม ออกเทป ถ้าได้เป็นศิลปินจะแก้บนด้วยการไปร้องเพลงหน้าหุ่นพี่ผึ้ง ไม่นานค่ะ รอไม่นาน

เพราะว่าหนูเข้าวงการอายุ 16 ย่าง 17 ถือว่าเร็ว ค่ายแรกคือมหาจักรเอ็นเตอร์เท็นเมนท์ก็เรียกตัว แต่ว่าคนที่มาติดต่อเราก็คือ อาจารย์เฉลียว สุขโชค ซึ่งท่านเป็นนักแต่งเพลงด้วย มาติดต่อทางพ่อ ท้านก็บอกว่ามีค่ายเพลงเขาเปิดใหม่นะ คืออาจารย์เขาเคยเห็นและเคยได้ยินเสียงตา เขาก็เลยมาติดต่อให้ตาไปเป็นศิลปินเบอร์แรกของบริษัทนี้ แล้วก็ได้ชื่อ ดวงตา คงทอง จนถึงทุกวันนี้”

หลังจากที่ประสบความสำเร็จดังเป็นพลุเลย มีเพลงที่ดังมาก ก็มีช่วงที่เราหายไป เกิดอะไรขึ้น?

พอเราประสบความสำเร็จ เราดังมากเลยค่ะ สำหรับ “อยากเจอคนจริงใจ” แล้วเราก็ยังมีอัลบั้มออกมาต่อเนื่อง เต็มใจรอ อะไรพวกนี้ แต่ว่าช่วงนั้นตาอยู่ต่างจังหวัด ก็ยังเรียนหนังสืออยู่ เรียนอยู่มหาวิทยาลัย แล้วก็ตั้งใจเรียนอยากเรียนให้จบ เพื่อที่เราจะได้สบายในเรื่องของการทำงาน เพราะว่าตลอดระยะเวลาที่ตาเป็นศิลปินตั้งแต่อายุ 16 เป็นต้นมา ตายังเรียนหนังสืออยู่เลยค่ะ

คือกลับมาดึกแค่ไหน ตื่นเช้ามา 7 โมงเช้าตาไปเรียนต่อ ครึ่งวันพ่อก็ไปรับ หรือว่าพอตกเย็นพ่อไปรับ กลับมาถึงบ้านสว่างไปเรียนต่อก็จะเป็นอย่างนี้ตลอด ก็จะมีช่วงนึงที่เรียนหนังสือแล้วก็ตั้งใจเรียนมุ่งมั่นมาก คืออยากเรียนจบให้ทันเพื่อนคือ 4 ปีมหาลัยแล้วเราก็เรียนจบ พอเรียนจบก็กลับมาทำงานอีก เหมือนหยุดไปประมาณ 2-3 ปี แล้วก็กลับมาทำเพลงอีก ประสบความสำเร็จอีก “มนต์รักส้มตำ”

สวยก็สวย ดังก็ดัง แต่มีข่าวว่าไปแอบบวชชีเพราะโดนผู้ชายทิ้ง มันเป็นยังไง

มีคนพูดเรื่องนี้ด้วย เหรอคะ? เรื่องจริงไม่ได้บวชชีหนีช้ำหรืออะไร แต่ว่าคือตาเป็นคนที่บวชชีพราหมณ์ทุกปีอยู่แล้ว บางปีก็ครั้ง สองครั้งแล้วแต่เวลา เรามีต้นแบบที่ดี เรามียายที่ปฏิบัติธรรมถือศีลอยู่ตลอด ตอนนี้ยายก็เป็นแม่ชีอยู่ เราก็ถือว่าการที่เราไปทำบุญบวชชีพราหมณ์ เราก็ไปทำบุญให้พ่อให้แม่ด้วย ผู้ชายเขาบวชพระ พ่อแม่ก็ได้เกาะชายผ้าเหลือง เราเป็นผู้หญิงเราก็บวชชีพราหมณ์อุทิศบุญกุศลนี้ให้พ่อให้แม่ด้วย แล้วก็ให้เจ้ากรรมนายเวรอะไรแบบนี้ เหมือนสร้างบารมีให้ตัวเองเท่านั้นเองค่ะ”

ก็นี่ไง แหวนนิ้วนางข้างซ้ายไง(ยกนิ้วมาดู) มันอะไรล่ะเนี่ย ใครซื้อให้บอกมา?

“ซื้อเองค่ะ ถ้ามีคนซื้อให้ต้องเม็ดใหญ่กว่านี้”

ต้องบอกว่าในปี สองปีนี้ที่เธอกลับมาเห็นหน้าเห็นตาและก็มีเพลง รวมถึงออกสื่อออกรายการต่างๆ ใครอยากจะติดตาม ก่อนนี้หากันไม่เจอ ตอนนี้เจอได้ที่ไหน?

ตอนนี้นะคะ แฟนๆสามารถติดตามผลงานของตาได้ทางช่องยูทูบ “ดวงตา คงทอง” แล้วก็ แฟนเพจ “ดวงตา คงทอง” ซึ่งตาจะอัพเดททุกสิ่งทุกอย่าง ไม่ว่าจะเป็นไลฟ์สไตล์ ชีวิต การงาน วันนี้จะไปเล่นคอนเสิร์ตที่ วันนี้จะไปอัดรายการที่ไหน รายการจะออนแอร์เมื่อไหร่ ตาก็จะบอกเรื่องราวของตาในเฟซบุ๊ก ติดต่องานที่เบอร์ 092 – 962-9266”

ดูข่าวต้นฉบับ

ที่มา : https://www.khaosod.co.th/entertainment/news_5118329
ขอขอบคุณ : https://www.khaosod.co.th/entertainment/news_5118329