“หมอเจี๊ยบ ลลนา” ออกมาแจงละเอียดยิบ หลังเจอดราม่าใช้ยาชาก่อนขึ้นชก


“หมอเจี๊ยบ ลลนา” ออกมาแจงละเอียดยิบ หลังเจอดราม่าใช้ยาชาก่อนขึ้นชก

วันที่ 08 พ.ย. 2563 เวลา 14:00 น.

“หมอเจี๊ยบ ลลนา” แจงดราม่า! กระดูกร้าวก่อนชกต้องฉีดยาชา หลังเจอคนดราม่าสงสัยว่าทำไม่ถูกต้อง

กลายเป็นประเด็นดราม่า สำหรับการแข่งขันมวยในรายการ 10 Fight 10 ซีซั่น 2 ระหว่าง “หมอเจี๊ยบ ลลนา” กับ “เชียร์ ฑิฆัมพร” ที่ทั้งคู่ต่างแลกหมัดกันอย่างดุเดือด และผลออกมาคือเสมอ

หลังจากนั้นทาง “นุ้ย สุจิรา” ได้เผยว่า “เจี๊ยบ” กระดูกซี่โครงหักตั้งแต่ซ้อม แต่ยังกัดฟันสู้ โดยไม่ได้ใช้อะไรดาม และใช้การฉีดยาชาช่วยแทน ทำให้มีคนสงสัยว่าเป็นเรื่องจริงหรือเปล่า, อันตรายเกินไปไหม, หากบาดเจ็บทำไมไม่เลื่อนชกไปก่อน อีกทั้งยังมีคนสงสัยว่าการที่ฉีดยาชา จะทำให้ไม่แฟร์กับคู่ชกอีกฝั่งหรือเปล่า

ล่าสุดทาง “เจี๊ยบ” ก็ได้ออกมาโพสต์เปิดใจเคลียร์ทุกประเด็นแบบชัดๆ ผ่านทางอินสตาแกรม สรุปใจความได้ว่า

ในช่วงดึกคืนก่อนวันแข่ง ตนได้ซ้อมชกท่าต่างๆ แล้วเกิดอุบัติเหตุ ผิดท่า จนร่วงลงไปกับพื้น รู้สึกเจ็บมากทำอะไรก็เจ็บ ตามรูปที่น้ำตาไหลไปกินข้าวไป และพรุ่งนี้ต้องแข่งทำให้คิดว่าแย่แล้ว ต้องคงขึ้นชกไม่ได้แน่ๆ แต่อะไรจะเกิดขึ้นถ้าชกไม่ได้กะทันหันแบบนี้ รู้สึกโกรธตัวเองที่มาเจ็บตอนนี้

ก็เป็นห่วงทั้งรายการว่าจะทำยังไง คนที่รอดูคู่เราต้องผิดหวัง ทั้งตนเองและคู่ชกที่ซ้อมมานานก็เพื่อการแข่งวันพรุ่งนี้ ถ้าหาคนอื่นมาชกแทน หรือเลื่อนคู่อื่นมาก่อน เขาก็อาจไม่ได้พร้อม ในหัวคิดว่าทำยังไงถึงจะชกวันพรุ่งนี้ได้ จึงปรึกษาอาจารย์แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านศัลยกรรมกระดูก เฉพาะทางด้านกายภาพ ที่รักษาอาการบาดเจ็บต่าง ๆ ระหว่างการซ้อมทั้งเชียร์และเจี๊ยบมาตลอด

ซึ่งผลอัลตราซาวด์พบว่าอาการบาดเจ็บมาจากรอยร้าวที่กระดูกซี่โครง ทางเดียวที่จะทำให้ขึ้นชกได้คือฉีดยาชาบริเวณซี่โครงที่ร้าว เพื่อให้สามารถหายใจในสภาวะใกล้เคียงคนปกติ ไม่เจ็บเกินไป เพื่อสามารถถ่ายรายการให้ลุล่วงได้

ด้วยความที่ตนเองเป็นหมอ ก็ได้ประเมินตัวเองและรับได้กับความเสี่ยงต่างๆ ที่อาจเกิดขึ้นกับตัวเอง จึงตัดสินใจขึ้นชกในสภาพร่างกายที่ไม่สมบูรณ์ หากเป็นคนทั่วไปหรือนักชกคนอื่นๆ อาจจะเลื่อนชกไปจนกว่าจะหายดี หรืออาจถอนตัวไปเลย ซึ่งก็เป็นคนบอกเรื่องนี้กับ “พี่นุ้ย” และ “เชียร์” เรื่องกระดูกร้าวและใช้ยาชาเอง และทราบว่าการกระทำดังกล่าวไม่ใช่เรื่องผิด ไม่ได้มีเจตนาโกงหรือเอาเปรียบคู่ต่อสู้ หมอผู้รักษามีจรรยาบรรณและศักดิ์ศรีในการรักษาคนไข้อย่างเท่าเทียม

ไม่เคยอยากได้ชัยชนะถ้าต้องแลกมาด้วยการทำสิ่งที่ผิด หากผิดจริงตนคงไม่ทำ หรือหากทำก็คงเลือกที่จะไม่บอกใคร ข้อเท็จจริงทางการแพทย์เกี่ยวกับยาชา คือ สามารถช่วยออกฤทธิ์ลดทอนความเจ็บปวดได้เฉพาะจุด เฉพาะที่ฉีดซี่โครงที่ร้าวเท่านั้น ไม่สามารถออกฤทธิ์ไปทั่วร่างกาย ยาชาเพียงช่วยให้ตนหายใจแล้วไม่เจ็บจี๊ด ๆ หากระหว่างการแข่งโดนต่อยตรงอื่น ๆ ก็มีบาดแผล มีรอยช้ำ ยาชาไม่สามารถช่วยให้ตนต่อยได้ดีขึ้น หลบหมัดได้ดีขึ้น หรือมีพละกำลังใดๆ มากขึ้น

ยาชา ไม่ใช่สารต้องห้าม และไม่ผิดกฎกติกาสากล เพราะความเป็นจริงคนถูกฉีดเองจะเป็นฝ่ายที่เสียเปรียบในการแข่งขัน หลังการแข่งมวยที่ตนยังดูแข็งแรงอยู่ เพราะตอนซ้อมฝึกมาหนักกว่าบนเวที บนเวทีชก 3 ยก แต่ซ้อมมา 6-8 ยก และที่ไม่มีรอยแผลจากการโดนชกเพราะหมัดส่วนใหญ่โดนเฮดการ์ด ไม่ได้ปะทะจังๆ ที่หน้า

ดูข่าวต้นฉบับ

ที่มา : https://www.posttoday.com/ent/news/637498
ขอขอบคุณ : https://www.posttoday.com/ent/news/637498