ม้า อรนภา เผยชีวิตที่ไม่มีงาน เคยลบหลู่ถ้ำนาคาจนต้องไปขอขมา (คลิป)


หลังห่างหายจากหน้าจอทีวีไปนานกว่า 3 เดือน เพราะตัดสินใจยุติบทบาทการทำพิธีกรรายการต่างๆ ทั้งหมด หลังถูกโซเชียลวิจารณ์อย่างหนักจากกรณีคอมเมนต์รุนแรงเกี่ยวกับเด็ก ล่าสุด ม้า อรนภา กฤษฎี มาร่วมรายการ “แฉ” ทางช่อง GMM25 พร้อมทั้งเผยถึงชีวิตที่ไม่มีงาน โดยบอกว่าตั้งแต่หยุดไปเดือนแรกมีคนพาไปเที่ยวเยอะมาก สายบุญก็พาไปปฏิบัติธรรม สายมูก็พาไปมู ไม่ได้หยุดเลย ไม่เหงา สนุกมาก ก็มีความสุขดี ไม่ได้คิดอะไรเลย ยาวไปจนถึงเดือนที่ 2

ข่าวแนะนำ

แต่มันก็รู้สึกเหมือนกันตั้งแต่ตอนเริ่มแรก แต่โชคดีที่ชินตอนโควิดที่ว่างเหมือนกัน หยุดมาเกือบเดือน พอเรากลับมาทำงาน อยู่ๆ ก็หยุดอีก มันก็เหมือนตอนโควิดแต่ออกจากบ้านได้ แต่รู้สึกขาดหายไป เพราะเริ่มทำงานตั้งแต่ตอนเรียนหนังสือ รำนาฏศิลป์มาตลอด ทำงานจนมาถึงวันนี้ 40 กว่าปี มันหายแต่ใจไม่หาย แต่เสียใจมั้ยเสียใจ เป็นครั้งที่ 2 ในชีวิตที่เจอวิกฤติ ครั้งแรกที่เจอเป็นช่วงวัยรุ่น

ซึ่งหลังจากที่ไปคอมเมนต์ข้อความรุนแรงเกี่ยวกับเด็กจนเป็นดราม่า ก็เจอเอฟเฟกต์คือไม่ได้ทำงาน นอนนิ่งๆ อยู่กับบ้าน เหมือนคนเกษียณอายุ ซึ่งจริงๆ ควรเกษียณมาตั้งนานแล้ว แต่เผอิญไม่เคยได้หยุดนิ่งสักที ไม่เคยไปท่องเที่ยวแบบนี้ พอมันมาก็คิดว่าคงเป็นการเกษียณอายุของเราแล้วมั้ง มดดำบอกว่า คนอยากฟังว่าเราจะพูดอะไรกับเด็กๆ ที่ได้อ่านคอมเมนต์เหล่านั้น ม้ายิ้มและส่ายหน้า มดดำถามว่าเสียใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นไหม ม้าตอบว่า “ไม่ตอบได้ไหม (ยิ้ม) ไม่อยากกลับไปพูดอะไรใดๆ ทั้งสิ้น ทุกสิ่งทุกอย่างผ่านมาแล้ว เราก็ต้องดำเนินชีวิตต่อไป”

มดดำถามต่อถึงเรื่องที่คนบูลลี่เพศสภาพ เรียกลุงพรชัย มีวิธีรับมือยังไง ม้าตอบว่าไม่ใส่ใจ แต่คิดอยู่เสมอว่ามีกลุ่มที่เรียกร้องสิทธิมนุษยชน พอเรียกร้องแต่ทำกันซะเอง ก็งงว่าจะเรียกร้องไปทำไม ดังนั้นการเรียกร้องสิทธิมนุษยชน มันก็ไม่สมควรจะทำลักษณะแบบนี้ ก่อนหน้านี้อ่านคอมเมนต์แต่ไม่นอยด์ ไม่เคยร้องไห้ หลังๆ ไม่อ่านเพราะเลิกเล่นโซเชียลไปเลย ก็ยังติดตามข่าวสารเพื่อนๆ คนอื่นๆ แต่ตัวเองไม่โพสต์เลยเพราะอกหักจากโซเชียล

จากนั้น มดดำถามถึงธุรกิจห่อหมกของคุณแม่ม้าที่ขายดีขึ้นเยอะ ม้าตอบว่าขายดีมาก จริงๆ เราเลิกทำไปแล้วตั้งแต่โควิด จนกระทั่งหลังโควิดลูกน้องของแม่ก็ลาออกไป ก็เลยบอกว่าเลิกทำไปเลยแล้วกัน เพราะแม่อายุ 95 แล้ว แต่ปรากฏว่าคนที่ออกไปดันไปทำและขายข้างๆ บ้าน ที่บ้านก็เสียใจ ก็เลยบอกว่าเอาอย่างนี้มั้ย ที่บ้านทำร้านเสริมสวย และคนทำผมน้อยลง เดือนนึงทำสัก 3-4 วันมั้ยเดี๋ยวโพสต์ให้ เขาก็โอเค

ก็เลยทำรีวิว แต่ปรากฏว่าทัวร์ไปลงห่อหมกคุณแม่ ทุกวันต้องรับโทรศัพท์แล้วโดนด่า แต่แม่ไม่ได้รับ น้องๆ เป็นคนรับ ทุกคนก็คงสงสารก็เลยสั่งกัน กินแล้วอร่อย ก็เลยเป็นออเดอร์ยาวต่อเนื่อง ทุกวันนี้ทำได้วันละ 160 ห่อ พอเริ่มกลับมาทำใหม่ แม่ไม่ต้องไป รพ. แล้ว เขาเพลินกับการทำห่อหมกและชื่นใจ

มดดำถามว่าแม่รู้มั้ยว่าลูกโดนดราม่า ม้าตอบ “จะเหลือเหรอ เพราะวันที่มีการประกาศบอกว่าดิฉันหยุดการทำงานใน 1 รายการที่เป็นการอ่านข่าว ดิฉันกับแม่ก็นั่งดูโทรทัศน์พร้อมกัน แต่เราก็นิ่ง ก็ต้องขอบคุณการปฏิบัติธรรม การกำหนดจิตให้รู้เท่าทัน ณ ปัจจุบัน สิ่งที่เกิดก็มีการตั้งอยู่และดับไป แม่ก็นอยด์แต่ไม่แสดงออก”

มดดำเล่าว่าก่อนหน้าที่ม้าจะไม่ได้ทำงานพิธีกร ตนและน็อต วรฤทธิ์ ไปไหว้ถ้ำนาคา ด้วยความที่ม้าเป็นคนวิทยาศาสตร์จ๋า นางไม่เชื่อและถามตอนทำรายการ “ข่าวใส่ไข่” ทางช่องไทยรัฐทีวี ว่าไปไหว้หินเหรอ ปรากฏว่ามีคนที่ จ.บึงกาฬ โทรมาบอกว่าให้มาขอขมา หลังจากนั้นแขนของม้ายกไม่ขึ้นแบบไม่มีสาเหตุ ทั้งที่เป็นคนที่เล่นโยคะ ออกกำลังกาย และหลังจากนั้นก็มีเหตุการณ์ประเดประดังเข้ามาในชีวิตเต็มไปหมด

ซึ่งม้า อรนภา พูดว่า “พี่ไม่ได้ไม่เชื่อเลยนะ แต่พี่ชอบมีเหตุและผล พี่จะไม่หลงงมงาย ก่อนที่พี่จะพูดคำนี้ พี่ถามว่าหินแบบนี้เกิดขึ้นได้อย่างไรจึงเป็นแบบนี้ ซึ่งมันคือ Sun Crack มันเป็นเรื่องธรรมชาติ” ก่อนจะเล่าต่อว่า “หลังจากนั้นอาทิตย์นึงก็เกิดวิกฤติที่ไม่คาดคิด เพื่อนๆ ก็พาไปเที่ยวหัวหิน มีเช้าวันนึงเราอยู่สระน้ำ และเพื่อนมานั่งข้างๆ แล้วถามว่าพี่ไปทำอะไรมาบ้างมั้ย เช่น ไปดูถูกอะไรบางอย่าง ไม่เชื่ออะไรบางอย่าง พูดอะไรบางอย่าง หรือไม่เคารพอะไรบางอย่าง เราก็บอกว่าไม่รู้

ก่อนจะนั่งนึกว่าหรือเป็นตอนนั้นที่คุยกับมดดำ ดิฉันก็พูดว่าไปไหว้หินทำไมที่ถ้ำนาคา นางขนลุกขึ้นมาทันที บอกว่านี่แหละฉันฝันเมื่อคืนเป็นแบบนี้ เพราะเขาเหมือนมีจิตสัมผัสอะไรได้ เสร็จแล้วเขาก็ให้ไปขอขมากลางแจ้งที่หัวหิน เขาก็ทำสวดกลางแจ้งให้ทันที แล้วอีกวันเขาบอกว่าเชื่อไม่เชื่อไม่เป็นไร แต่แค่คิดหรือจิตเป็นลบก็จะไม่ได้ ห้ามเด็ดขาด เพราะพี่เป็นคนที่มีจิตสื่อถึงทุกเรื่องราว ถ้ามีโอกาสไปขอขมาได้ก็ไป ถ้าไปขอก็อย่าไปบน แค่ขอเฉยๆ คือจบ”

หลังจากนั้น ม้า อรนภา เล่าว่าเห็นเฟซบุ๊กเพื่อนไปถ้ำนาคาก็รู้สึกว่าสวย และคุยกับซินแสเป็นหนึ่งเพื่อนัดไปถ้ำนาคา แต่ก่อนที่จะเห็นคอมเมนต์ ตนเองรู้สึกว่าปวดตรงสะบ้ามากแบบไม่มีเหตุผล ไม่เคยเป็นมาก่อน ตอนนั้นคิดว่าเล่นโยคะมากไปหน่อย แต่พอคุยกับ อ.เป็นหนึ่ง และนัดวันไปถ้ำนาคา รุ่งขึ้นก็หายเจ็บเลย ก็เลยคิดว่าเราอาจจะมีจิตที่อยากจะไป ทำให้เราหายได้ แต่พอจะไปเขาบอกถ้ำปิด ก็ต้องขอบคุณมดดำที่พยายามหาทางให้ไปจนได้

พอไปถึงก็มีอุปสรรคมากมาย กว่าจะขึ้นไปได้ถึงบนนั้นแทบตาย แต่ด้วยจิตที่มีความศรัทธานำไปได้หมดทุกสิ่งอย่าง พอไปถึงเขาก็โทรมาบอกให้ลงมาเดี๋ยวนี้ ไม่ให้เข้า เราบอกขึ้นมาถึงตรงนี้แล้วไม่ให้ทำได้ไง เขาเห็นเราศรัทธาแรงกล้าเลยโอเค มดดำเล่าต่อว่าวันนั้นม้าร้องไห้ จนชาวบ้านแถวนั้นบอกตนว่าสงสารคุณม้า ตอนแรกชาวบ้านโกรธน่ะแหละ แต่ตอนนี้ไม่โกรธม้าแล้ว ม้าบอกว่า “ตอนนั้นไม่รู้เกิดอะไรขึ้น อยู่ๆ มันปริ่มและปีติ ความรู้สึกบอกไม่ถูก มันรู้สึกว่าอยู่ๆ น้ำตาก็ไหลออกมา สะอึกสะอื้นเยอะมาก แต่เรารู้สึกตัวตลอด อยู่ได้นานมากเลยตรงนั้น ไม่รู้เพราะอะไร แต่วันนั้นไม่ไหวแล้ว สุดๆ มากๆ เลย”

จากนั้นมดดำบอกว่าจริงๆ ตอนแรกจะให้พี่ม้าไปขอขมาที่ศาลปู่อือลือก็พอแล้วเพราะสงสารนาง แต่พระอาจารย์ที่ดูแลถ้ำนาคาบอกว่าแค่ตีนเขาไม่ได้ ต้องขึ้นไปขอขมาข้างบน เพราะของพี่ม้าโคม่าแล้ว ซึ่งม้าบอกว่าหลังจากไปมาแล้วก็สบายใจขึ้น มีความสุข.

ชมคลิป

อ่านเพิ่มเติม…

ดูข่าวต้นฉบับ

ที่มา : https://www.thairath.co.th/entertain/news/1978993
ขอขอบคุณ : https://www.thairath.co.th/entertain/news/1978993