เปิดใจ! แมท ภีรนีย์ นิยามรัก ‘ทำให้ดีที่สุด’ 31 ปี ชีวิตไข่ในหิน


พอเราไม่คิดไม่ฝัน แต่เราดันได้มีโอกาสมาทำ และเราถูกสอนว่าเราต้องรับผิดชอบหน้าที่ของตัวเองให้ดีที่สุด เหมือนเป็นการที่เราทำสิ่งเหล่านั้นมาตั้งแต่เล็กแต่น้อยจนมันกลายเป็นกิจวัตรไปแล้วค่ะ เราต้องตื่นตีห้า กินข้าวเจ็ดโมงเช้า เข้าห้องน้ำให้เสร็จ สี่ทุ่มมาอาบน้ำสระผม ล้างเครื่องสำอาง อ่านบทเพื่อไปถ่ายงานพรุ่งนี้ต่อ เป็นอย่างนั้นมาสิบกว่าปีค่ะ โดยที่เราไม่ได้วางแผน ไม่ได้คิด ไม่ได้ตั้งตัว

Thairath Talk : คุณเข้าวงการตั้งแต่ตอนไหน ปูให้คนฟังหน่อย

เริ่มจากถ่ายโฆษณาและถ่ายแบบทั่วไปค่ะ ประมาณช่วงอายุ 12-13 ค่ะ ถ่ายแบบเสร็จแล้วก็ได้มาเจอพี่เอบีที่น่ารักของเรา ส่งรูปแมทให้กับทางพี่นก จริยาและป้าแจ๋ว แล้วเราก็ได้ไปทานข้าว จากนั้นทางช่องสามก็เรียกให้ไปเป็น Power Three รุ่น 2 

ละครเรื่องแรก-มาสเตอร์พีซ ‘ภีรนีย์’

Thairath Talk : วันนี้อาชีพนักแสดงยังรู้สึกว่าเป็นอาชีพที่เรารักอยู่ไหม 

ใช่ค่ะ เรารักอาชีพนี้อยู่แล้วค่ะ เพราะว่าให้โอกาส ให้เงิน ให้ประสบการณ์ ให้ทุกๆ อย่างที่เป็นสิ่งมีค่าในชีวิตของมนุษย์

Thairath Talk : เป็นวงการที่คุณใช้ชีวิตมากกว่าชีวิตที่ใช้ในครอบครัวอีก 

ครอบครัวแมทก็มีแต่แม่นี่แหละค่ะ คุณแม่เป็นคนพัทลุงผสมกับนครสวรรค์ กึ่งใต้กึ่งเหนือ ญาติๆ ทุกคนก็จะอยู่ที่สองจังหวัดนี้ เราก็ไปเยี่ยมบ้าง แล้วคุณพ่อก็อยู่ประเทศนอร์เวย์ เราก็ไปทุกปี สรุปแล้วครอบครัวจริงๆ ที่อยู่ด้วยกันและดูแลกันตลอดก็คือคุณแม่ อย่างที่บอกว่าเวลาไปเรียน คุณแม่ก็ไปรับไปส่ง เวลาเราทำงานคุณแม่ก็อยู่ด้วยตลอดเวลา

Thairath Talk : จำละครเรื่องแรกที่เล่นได้ไหม ว่าเรื่องอะไร 

เรื่องเรือนนารีสีชมพูค่ะ เล่นแข็งมากค่ะ แข็งทื่อเลย โอ้โห ตายแล้ว ไม่ควรเล่นละครเลยค่ะตอนนั้น 

Thairath Talk : เรื่องที่เป็นมาสเตอร์พีซสำหรับแมทคือเรื่องอะไรครับ

ข้าบดินทร์ เล่นกับเจมส์ มาร์ เล่นเป็นหญิงไทย ใส่ชุดไทยละครย้อนยุคไปไกลมาก พูดภาษาไทยโบราณและมันยากมากค่ะ ทุกคนบอกว่า “แมทไม่ควรเล่น แมทไม่เหมาะสม แมทเล่นไม่ได้ มันไม่เข้ากับแมท” แต่พอเราเล่นจบแล้วทุกคนชอบมาก ทุกคนเรียกแต่เจ้าลำดวนน่ารัก 

Thairath Talk : เราเลือกละครอย่างไร จะรับเล่นละครสักเรื่อง

แมทไม่เคยเลือกเลยค่ะ ช่องส่งอะไรมาให้เรา เราก็เล่นเลยค่ะ

Thairath Talk : เขาว่ากันว่าโลกของวงการบันเทิงคือโลกของความไม่จริง สวยเกินจริง จะนอนก็ต้องแต่งหน้านอน

แมทก็เห็นด้วยค่ะ แมทเข้าใจนะคะว่าเวลาคนเราดูหนัง เราอยากเห็นอะไรที่มันสวยงาม ที่มันเกินจริงไปนิดหนึ่ง โรแมนติกก็ต้องโรแมนติกเกินจริงไปนิดหนึ่ง ร้ายก็ร้ายเกินจริงไปนิดหนึ่ง มันถึงจะได้สนุก เราดูเพื่อการผ่อนคลาย ดูเพื่อความบันเทิงถูกไหมคะ

Thairath Talk : ขอให้ประสบความสำเร็จหลังจากนี้ และเราก็เฝ้าคอยละครของคุณนะ 

ขอบคุณค่ะ มีแน่ๆ ค่ะ ปีหน้าน่าจะเริ่มได้ เพราะว่าตอนนี้รอเขียนบทอยู่ค่ะ มันเป็น Project ที่คุยไว้นานมากแล้ว ปกติถ้าละครเราจะสร้างจากนวนิยายหรือหนังสือที่เกิดขึ้นแล้ว มีเนื้อเรื่องคร่าวๆ แล้ว แต่เรื่องนี้จะเป็นเรื่องที่แต่งขึ้นมาใหม่หมดเลย เลยจะใช้เวลานานหน่อยค่ะ เป็นละครแนวดราม่า

Thairath Talk : คุณถนัดละครดราม่า คอมเมดี้ก็ได้นะ

จริงๆ แมทชอบเล่นตลก แมทเป็นคนตลก แมทเป็นคนไม่ชอบร้องไห้ ไม่ชอบซีเรียสอะไรแบบนี้ค่ะ

Thairath Talk : แต่ชีวิตจริงคุณก็ร้องไห้มามากพอสมควร

เป็นคนขี้แงค่ะ (ยิ้ม)

ความสูญเสีย 2 ปี-จมความทุกข์

“อยากทำความเข้าใจกับทุกคนว่าก่อนที่จะไปถึงกระบวนการศาล มันต้องผ่านการคิด การทำงาน การไตร่ตรองเยอะมากๆ 

เหมือนศาลเป็นที่สุดท้ายแล้ว ที่เราจะพึ่งได้

แมท ภีรนีย์ กล่าวกับเราด้วยเสียงอันสั่นเครือ และดวงตาที่คลอไปด้วยน้ำตา

Thairath Talk : เป็นช่วงเวลา 2 ปี คุณอยู่กับภาวะแบบนี้ ตั้งรับอารมณ์เช่นนี้ได้อย่างไร

ตอนแรกก็เขวค่ะ ก็เขวอย่างที่เห็น เชื่อว่าทุกคนก็เห็น ว่ามันเป็นอะไรที่แบบ เหมือนพูดง่ายๆ แรงมา เราก็แรงกลับอะไรแบบนี้ น้ำเชี่ยวเราก็เอาเรือไปขวาง ซึ่งก็ได้รับบทเรียน ได้เรียนรู้ อาจจะเพราะเราโชคดี ที่เราค่อนข้าง… ไม่ได้ถึงกับศึกษาธรรมะ เราค่อนข้างเข้าใจความเป็นไปของโลกมนุษย์นี้ได้ง่ายๆ เมื่อเรามองเห็นแล้วว่าต้นเหตุของทุกข์มันคืออะไร เราเห็นว่าสาเหตุมันเป็นแบบนี้ ผลจึงเป็นแบบนี้ โอเคเมื่อเรารับรู้แล้ว เราก็หยิบมันวางลง พอวางลง เราก็ไม่หนัก

Thairath Talk : เขาร้องไห้ ณ วันนั้นแค่วันเดียว แต่คุณร้องไห้มา 2 ปี มันเทียบกันไม่ได้หรือเปล่า

ใช่ แต่ว่าก็เอาเป็นว่าแมทเข้าใจดีกว่า แมทเข้าใจเพราะว่า จริงๆ แล้วเขาก็ได้รับข้อมูลที่ผิดมา จริงๆ แมทคิดว่าเขาไม่ได้มีเจตนาที่จะทำร้าย แต่ด้วยความอิน หรือด้วยความที่เขาอาจจะชอบดู ชอบติดตามเรา มันก็เลยทำให้เขาเข้าใจผิด

คำด่าไฟลามทุ่ง-น้ำตาความแข็งแรง

Thairath Talk : ที่ผ่านมาที่เกิดเรื่องราว มีสักวินาทีไหมที่เรารู้สึกว่า น่าจะเป็นที่ฉันบ้างแหละ สัก 5% 10% มีบ้างไหม

โห เป็นที่แมทเลยค่ะ ไม่ใช่ 5% อย่างที่บอกว่าสัมภาษณ์ครั้งแรก แน่นอนสิ ฉันไม่ได้ทำหนิ อยู่ดีๆ มาว่าฉันเสียๆ หายๆ ว่าพ่อว่าแม่แบบนี้ ใครจะไปยอม โอเคพอครั้งที่ 1 ครั้งที่ 2 รู้ละอย่างที่แจ้งว่าน้ำเชี่ยวอย่าเอาเรือเข้าไปขวาง ปล่อยให้น้ำมันสงบลงก่อน แล้วค่อยชี้แจงหรืออะไรก็ว่าไป ก็อย่างที่บอกแหละค่ะ เรียนผูกต้องเรียนแก้เองค่ะ

ที่บัลลังก์ศาลท่านถามแมทเหมือนกันว่า อ้าวคุณเป็นดาราหนิ คุณรับคำวิจารณ์ไม่ได้เหรอ แมทตอบกลับศาลท่านไปว่า ใช่ค่ะ แมททำอาชีพเป็นดาราก็จริง แต่ถ้าวิจารณ์แมทในเรื่องผลงาน ว่าแมทเล่นละครไม่ดีเลยเรื่องนี้ เล่นไม่สนุกเลย เดินไม่สวย ไม่ชอบ ถ้าแมทฟ้องศาล อันนั้นก็ว่าไปอย่าง แมทยินดีรับความชอบหรือวิจารณญาณจากท่านผู้ชมอยู่แล้ว เพราะว่าอย่างหนึ่งที่มันมีประโยชน์ คือเขาบอกเราหลังค่อม เรามาเดินให้หลังตรงขึ้น อันนั้นคือสิ่งที่มีประโยชน์และไม่ได้ทำร้ายต่อตัวแมทหรือใครเลย

“แต่ครั้งนี้มันน่าเสียใจอย่างหนึ่งตรงที่มันไม่ได้ทำร้ายเราเพียงอย่างเดียว มันทำร้ายคนรอบข้างไปหมดเลย ทุกๆ คำพูดที่เกิดขึ้นตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา มันไม่ได้เป็นการสนับสนุนใครเลย มันเป็นการทำร้ายทุกคน ทุกฝ่ายอย่างย่อยยับไปหมดเลย”

อย่างที่บอกเมื่อกี้ว่าส่วนของครอบครัวแมทก็โอเค อันนั้นเป็นตัวอย่างที่แมทอยากแชร์ แต่ไม่เป็นไร เพราะเรียนผูกก็ต้องเรียนแก้เอง และครอบครัวแมทจัดการเองได้ไม่เป็นไร แต่อย่างที่บอกว่าคนอื่นที่เขาไม่สมควรโดน เช่น พอเรารับละคร ผู้จัดโดนว่า พระเอกโดนติไปด้วย เราก็รู้ว่า เฮ้ยไม่ใช่ละ เราทนไม่ไหว ใจเราไม่แข็งพอที่จะไปทำงานอยู่ในสังคมที่เราเป็นต้นเหตุที่ทำให้เขาได้รับผลกระทบไปด้วย อันนี้คือสิ่งที่แมทจัดการไม่ได้ ถ้าแมทโดนกับตัวเอง เสียใจไหมเสียใจ ร้องไห้ก็จบ แต่สิ่งหนึ่งที่ยอมไม่ได้คือคนที่ไม่รู้อิโหน่อิเหน่ หรือคนที่ไม่เกี่ยวข้องต้องมาโดนไปด้วย มันไม่ได้ ไม่ถูกต้อง และไม่ยอมให้เกิดขึ้น (ร้องไห้)

Thairath Talk : เรื่องราวต่างๆ อย่างที่บอก อย่างเคสหลานอาจจะเป็นหนึ่งเคสที่คุณเล่า แต่มันมากกว่านั้นมาก หลายเรื่องก็เล่าไม่ได้

ใช่ ไม่อยากเล่า คือพูดตรงๆ ว่าที่แมทผ่านมาถึงจุดนี้ แมทก็งงตัวเองเหมือนกันนะ (ยิ้มเศร้า) เข้าใจได้ดี ทำใจได้ดี ปล่อยวางได้ดี ให้อภัยได้ดี รู้สึกภูมิใจในส่วนนี้ของตัวเอง แต่ถ้าคนที่โดนคนนั้นมันไม่แข็งแรงเท่าแมท จะเป็นอย่างไร

คนสาธารณะ-เสียงวิจารณ์แบบพอดี

Thairath Talk : เข็ดกับคนว่าสาธารณะไหม หรือมีมุมมองคำว่าคนสาธารณะอย่างไรบ้าง ในฐานะที่เราเป็นดารา คนชอบตีตราว่าเราเป็นบุคคลสาธารณะแล้วต้องรับเสียงวิพากษ์วิจารณ์ได้ทุกอย่าง

ได้ค่ะ ที่เขาพูดก็ไม่ได้ผิดซะทั้งหมด ก็จริงๆ แหละ เพราะพวกเขาเป็นผู้สนับสนุนหลักอย่างเป็นทางการของเราถูกไหมคะ ใช่ค่ะ และควรจะเป็นอย่างนั้น แต่ทุกอย่างต้องมีขอบเขตนั่นแหละค่ะ เคยได้ยินไหมคะว่า อะไรที่มากไปหรือน้อยไปมันจะไม่พอดี ทุกวันนี้พยายาม Balance ชีวิตให้มันดี

“คำว่าพอดีมันใช้ได้กับทุกอย่างเลย พี่เรย์สังเกตสิ มันใช้ได้กับทุกอย่างบนโลกใบนี้ อะไรที่มากไปไม่ดีแน่นอน และอะไรที่น้อยไปก็ไม่ดีแน่นอน เพราะฉะนั้นทุกคนมีสิทธิ์วิจารณ์ในคนอย่างนี้ หรือจะพูดว่าเราเป็นคนของประชาชน เป็นดารา

แต่ว่าต้องมีขอบเขตนิดหนึ่ง ต้องมีความพอดีนิดหนึ่ง”

Thairath Talk : ต้องติเพื่อก่อ?

การเป็นนักแสดง เราเป็นตัวเอง เราไม่ได้มองเข้ามาเห็นตัวเอง แต่คนรอบๆ ตัวเรานั่นแหละที่จะให้ประโยชน์แก่ตัวเรา เขาอาจจะบอกกับเราว่าเราพูดช้าไป พูดเร็วไป หลังค่อมไปแบบนี้ สิ่งนี้เป็นประโยชน์อย่างมากและเราต้องการด้วยค่ะ แมทเชื่อว่านักแสดงที่เขาอยากพัฒนาตัวเอง เขาต้องการได้รับเสียงวิพากษ์วิจารณ์เหล่านี้เพื่อมาพัฒนาตัวเอง

“อย่าเข้าใจผิดและอย่าเพิ่งไปตั้งแง่ว่าด่าไม่ได้เหรอ พูดไม่ได้เหรอ นี่ไง ทุกคนเห็นแมทเป็นตัวอย่างแล้ว แมทไม่ได้อยากเป็นนักเคลื่อนไหวอะไรแบบนั้น แต่แค่อยากเป็นตัวอย่างให้เห็นว่าทุกคนทุกฝ่ายต้องใจเย็นๆ”

Thairath Talk : สำหรับคนที่ยังไม่เข้าใจ นี่เป็นโอกาสอันดี พี่มองว่ามันเป็นช่วงเวลาทองคำสำหรับแมทนะ และพี่เป็นสื่อกลาง เราอยากจะบอกอะไรแก่พวกเขาบ้าง

ขอโทษนะคะที่ทำให้ผิดหวัง ค่อยๆ คิด ค่อยๆ พิจารณาจากหลายๆ อย่าง ดูหลายๆ เหตุผล และหลายๆ ปัจจัย อย่าไปคิดว่าขอความเห็นใจ คือมันไม่ใช่ค่ะ แมทมองว่าความเห็นใจมันไม่ใช่แค่พี่ แค่น้อง มนุษย์ทุกคนทุกเพศทุกวัย ไม่มีใครสมควรต้องเจอแบบนี้เลยค่ะ

Thairath Talk : อยากจะบอกอะไรกับแฟนๆ คุณบ้าง และคุณยังไม่ได้บอกตลอดระยะเวลาที่อยู่ในวงการมา 20 ปี เชิญเลยครับ

จริงๆ คนที่เป็นแฟนคลับแมท แมทจะมีกลุ่มและจะพูดคุยแชร์ประสบการณ์กันเรื่อยๆ อย่างเรื่องนี้แมทก็เกรงใจมากๆ เราเกรงใจคนที่รักและหวังดีที่เขาคอยสนับสนุนแมท แมทรู้สึกว่าเราทำให้เขาผิดหวังหรือเปล่า แมทก็จะพูดกับพวกเขาตลอดว่าไม่อยากทำให้ผิดหวัง อยากให้ความมั่นใจว่าคุณยังสนับสนุนคนที่คุณเลือกถูกนะ อะไรแบบนี้ค่ะ เพราะว่าทุกอย่างในการทำงานในวงการแมทก็ตั้งใจ อยากจะทำให้มันดี อยากจะทำให้คนชอบ อย่างที่บอกว่าจะพยายามทำตัวเองให้เป็นคนที่อยู่ในวงการบันเทิงให้ดีที่สุด เพราะว่าไม่มีใครมาบังคับเรา เพราะเราเป็นคนเลือกที่จะอยู่ตรงนี้ เราต้องทำให้มันดี ไม่ให้ใครมาว่าเราได้

อย่าเป็นทาสเรื่องเท็จ-ชีวิตใหม่ ‘แมท ภีรนีย์’

Thairath Talk : วันนี้มีทั้งหมดกี่คดีคะ ที่ฟ้องไป

วันนี้มีทั้งหมด 11 ท่านค่ะ

Thairath Talk : 11 ท่าน หลังจากนี้ก็จะมีอีก

คือตอนนี้ทุกๆ อย่างมันดีขึ้นมากแล้วค่ะพี่เรย์ แมทคงต้องรอดู อย่างที่บอกรอดูท่าที

Thairath Talk : หลายคนก็มีหน้าที่การงานที่ดีมากก็มาคอมเมนต์ มาบอกเจตนาว่าพลั้งเผลอไป มีใจอ่อนบ้างไหม

ใจอ่อนตลอด แต่ก็ต้องหักห้าม ห้ามใจอ่อน คือไม่ใช่ว่าไม่มีเมตตานะคะ เมตตาทางใจก็มีให้เต็มๆ 100% อย่างที่ยืนยันไป แต่มันเป็นเรื่องที่ค่อนข้างหนักมาก ถ้าเกิดแมทให้เขาผ่านเรื่องนี้ไปได้ง่าย โดยที่ไม่ได้รับบทลงโทษ มันก็จะไม่มีตัวอย่างสำหรับคนทั่วๆ ไปอีกเยอะๆ ที่จะโดนโจมตี

“อย่างที่บอกว่าแมทเข้าใจ เข้าใจจริงๆ ว่าจะให้มันตามหาว่าจริงไม่จริง มันก็คงยากถูกไหมคะ แต่แมทว่าต้นตอ คือสื่อหลายๆ แขนง แมทว่าน่าจะมีความพอประมาณ เท่าที่แมทตามดูทุกช่องทาง ถ้าเกิดเป็นข่าวเรามันก็จะมีกดอีโมติคอนที่เยอะ แชร์ที่เยอะมากกว่าปกติไปหลายเท่า เข้าใจว่ามันเป็นอะไรที่หอมหวาน ที่โลกออนไลน์ตรงนี้มันกำลังเป็นไปอยู่ แต่ว่าอย่าไปเป็นทาสของมันอ่ะค่ะ ต้องมีวิจารณญาณนิดนึง”

Thairath Talk : วันนี้ยังไถดูทุกคอมเมนต์ ทุกบทความที่เกี่ยวกับเรา

ก็ดูนะคะ ก็ยังดูเหมือนเป็นบำบัด ก็ดูว่าเขาคิด เขาอะไรยังไง อ่านคำด่านั่นแหละเป็นการบำบัดอย่างนึง (หัวเราะ)

Thairath Talk : อยากจะบอกอะไรกับพวกเขา ถ้าสื่อสารผ่านรายการ Thairath Talk ได้เชิญเลยค่ะ

อยากให้ค่อยๆ ดู เพราะสื่อก็เป็นดาบ 2 คม เราจะไม่รู้ว่าสิ่งที่เขานำเสนอนั้นมันจะจริงหรือไม่จริง สื่อบันเทิงแมทเข้าใจ จะมานั่งคำนวณวิทยาศาสตร์มันก็ไม่ใช่ มันก็เสพเป็นความสนุก เอาไปเม้าท์กับเพื่อนเป็นการผ่อนคลายในชีวิต เหมือนเราดูละคร ก็เอาแบบพอประมาณ และอย่าอินเกินในสิ่งที่เรายังพิสูจน์ไม่ได้

Thairath Talk : หยุดไป 2 ปีนะแมท คุณสูญเสียโอกาสไปมากมายมหาศาล แต่แมทมองเห็นข้อดีของการหยุดงานในวงการบันเทิงไปของเราบ้างไหม

ในสิ่งที่เสียไปมันก็ได้อะไรกลับมาอยู่เหมือนกันนะคะ มันก็ไม่ได้เป็นอะไรที่แย่ขนาดนั้น ก่อนหน้านี้เมื่อนานมากแล้ว ตอนแมทอายุ 20 กว่า แมทรู้สึกอิ่มตัว รู้สึกอิ่มตัวในวงการ คือเรารู้สึกว่าเรา Handle การเป็นดาราได้ไม่ดีเท่าที่ควร เรารู้จักแค่ที่จะเล่นละคร แสดงละคร และเรารู้สึกเราทำได้ดี เรามีพัฒนาการ เราพอใจในผลงานตัวเองและทุกคนก็ชื่นชอบ แต่ถามว่าการเป็นดาราที่ไม่ใช่นักแสดง อันนั้นมันเป็นเรื่องยากสำหรับแมท

Thairath Talk : 2 ปี ก็ได้ตรึกตรองแล้ว หลังจากนี้ก็จะทำให้ดีขึ้น

แน่นอนค่ะ ก็จะทำให้ดีขึ้น ก็ไม่ถึงกับคิดผิดนะคะ แต่เราก็คิดว่าเราตัดสินใจถูกประมาณหนึ่งที่เราอยู่นิ่งๆ อยู่นิ่งๆ ของเราหน่อยดีกว่าก็ออกไปทบทวนตัวเอง หลายๆ คนอาจจะมองว่า ณ วันนี้ ณ วันที่แมทมาออก Thairath Talk หลายๆ คนอาจจะเซอร์ไพรส์ เพราะแมทเป็นนักแสดงสังกัดช่อง 3 และนี่น่าจะเป็นครั้งแรกที่แมทตัดสินใจมา เพราะว่าอย่างที่บอกว่าแมทพยายามปรับตัวให้อยู่ได้ เป็นดาราด้วย เป็นนักแสดงด้วยให้ได้ดีที่สุด

“เมื่อก่อนตอนที่เราเป็นเด็กน้อย เราจะรู้สึกว่าก็เราเป็นแบบนี้แหละ เราไม่ต้องสร้างภาพ แต่เมื่อโตมาเราได้เรียนรู้ว่า ถ้าภาพที่เราสร้างมันเป็นภาพที่ดี มันก็ควรทำไว้บ้าง เพราะว่ามีคนข้างนอกนั้นที่อาจจะชื่นชมหรือมองเราเป็นตัวอย่างที่ดีให้กับใคร พอพูดอย่างนี้เราก็รู้สึกว่า เราน่าจะไปทำคุณค่าให้กับใครไม่มากก็น้อย”

นิยามรัก ทำวันนี้ให้ดีที่สุด

Thairath Talk : นิยามรักสำหรับแมท ภีรนีย์เปลี่ยนไปจากสมัยก่อนไหม

เปลี่ยนอยู่เหมือนกันค่ะ จริงๆ แล้วแมทไม่ได้มีนิยามจะต้องอะไรอย่างไร แต่เหมือนมีนิยามความรักกับตัวเองที่เปลี่ยนไป เรารู้สึกว่าเราต้องรักตัวเองมากขึ้นหน่อย

Thairath Talk : เพราะปัจจุบันเราไม่ค่อยรักตัวเองเหรอ

ไม่ใช่ไม่รักตัวเอง แต่เราจะเป็นคนที่เกรงใจ แล้วเราจะทำเพื่อคนอื่นเยอะ แต่ว่าเป็นความรักกับทุกแบบเลยค่ะ หมายถึงกับเพื่อนร่วมงาน พ่อแม่ แฟน หรือญาติพี่น้อง ถ้าเป็นไปได้อะไรที่เราทำได้เราจะทำให้กับทุกๆ คนก่อน อย่างน้อยเรารู้สึกสบายใจที่เราเป็นคนเสียสละทำให้เขาไม่ต้องลำบากใจหรืออะไรแบบนี้ค่ะ

Thairath Talk : อีก 3 ปี 5 ปี เราจะเห็นความรักของคุณในรูปแบบไหนบ้างครับ

คิดไม่ออกเลยค่ะพี่เรย์ ไม่ใช่มองภาพไม่เห็น แต่คิดไม่ออก หมายความว่าที่ผ่านมาเรามีแฟนมาคนเดียว แล้วเป็นเวลาเกือบ 15 ปี เราก็วางแผนอะไรไว้บ้างประมาณหนึ่ง

“ที่บอกว่าอยากแต่งงาน ไม่ใช่นะคะ เข้าใจผิด คือเราอยากมีครอบครัว อยากมีลูก อันนั้นคือคำตอบที่แท้จริงกว่า แต่ในวัฒนธรรมไทยเราเข้าใจว่าต้องมีการแต่งงานก่อนจะเกิดลูกใช่ไหมคะ ถ้ามีลูกก่อนแต่งงานก็ไม่ค่อยสมควร” 

เราก็วางแผน พอวันหนึ่งมันก็ไม่ได้ ไม่ไปในแผน ไปไม่ถึง มันก็เลยเอาเป็นว่าเราทำตรงนี้ให้ดีที่สุดแล้วก็มองเดือนต่อเดือน วางแผน จากที่เมื่อก่อนไม่เคยวางแผน ตอนนี้ก็เริ่มวางแผนให้ขยับไปทีละนิดหนึ่ง พยายามทำให้ชนแผนให้ได้มากที่สุด.

ผู้เขียน : Bouquet Talk

ภาพ : Theerapong Chaiyatep

ดูข่าวต้นฉบับ

ที่มา : https://www.thairath.co.th/entertain/1977437
ขอขอบคุณ : https://www.thairath.co.th/entertain/1977437