เอ็มมี่ แม็กซิม เคลียร์สัมพันธ์ เสือ เสฏกานต์ แค่เข้ามาดูแล


เอ็มมี่ แม็กซิม เคลียร์สัมพันธ์ เสือ เสฏกานต์ ยอมรับเข้ามาในครอบครัวโลโซในฐานะ ผู้จัดการส่วนตัว ให้ลูกชายร็อกเกอร์ดัง

กดติดตามไลน์ ข่าวสด official account ได้ที่นี่
เพิ่มเพื่อน

เอ็มมี่ แม็กซิม -หลังเป็นประเด็นที่ทำหลายคนแอบสงสัยในความสัมพันธ์ของ เสือ เสฏกานต์ กับ เอ็มมี่ แม็กซิม จากภาพที่ เอ็มมี่ ได้โพสต์ลงในไอจี พร้อมหน้า เสก โลโซ และ กานต์ วิภากร คุณพ่อคุณแม่ของ เสือ อีกทั้งเรียกสรรพนามด้วยพ่อและแม่

ซึ่งประโยคเด็ด ที่ทำเอาหลายคนตั้งคำถามหนักมากคือประโยคที่สาวเอ็มมี่บอกว่า เอ็มมี่รักเสือ เหมือนที่พ่อกับแม่รักคะ พวกเรารักครอบครัว loso จนทำให้ต่างเดากันไปว่า หรือเธอกำลังคบกับน้องเสือ และพ่อของลูกเอ็มมี่ คือน้องเสือ ใช่หรือไม่

ล่าสุด (2 ม.ค.64) ผู้สื่อข่าว ยกหูหาหานางแบบสาว เพื่อเคลียร์เรื่องราวให้หายข้องใจ โดยเธอก็ได้เปิดหมดเปลือก ว่าได้เข้ามาดูแล เสือ ในฐานะผู้จัดการส่วนตัว

ยังไงเรื่องน้องเสือ“ไม่ คือจริงๆแล้วทุกคนตีความกันไปเอง จริง ที่เอ็มมี่เข้ามาดูแลเสือ จริงที่พ่อแม่เขาเมตตาเอ็มมี่ จริง ที่เอ็มมี่รักเสือ เหมือนที่พ่อแม่เขารัก”

รักเหมือนลูกเหมือนหลาน“ถูกต้อง รักเหมือนน้อง รักเหมือนลูก รักเหมือนเพื่อนในวงการ คือเรื่องมันมีอยู่ว่า วันหนึ่งดึกมาก พี่กานต์ทักเอ็มมี่มา ฝากเสือหน่อย ดูแลเสือให้หน่อย หนูก็ตกใจ หนูยอมรับว่าตกใจมาก คือใครคุยกับพี่กานต์ก็คือเสียวสันหลังอย่างงี้ใช่มะ (หัวเราะ) หนูก็ตกใจว่าเกิดอะไรขึ้น พอหนูเห็นข้อความพี่กานต์หนูยังไม่ได้ตอบพี่กานต์ หนูโทหาเสือเลย บอก เฮ ยัวร์มัมคอลมี หนูก็เลยถามว่ามันเกิดอะไรขึ้น ยูอยู่ไหน ยูทำอะไร เสือก็ถามว่า แม่พูดว่าอะไร คือให้เอ็มมี่ดูแลเสือ ฝากเสือหน่อย เอ็มมี่ก็เลยตกใจว่าเกิดอะไรขึ้นไหม เสือก็บอกว่าไม่น่ามีอะไร เอ็มมี่ก็เลยตัดสินใจโทรหาพี่กานต์ ก็คือช่างใจ เพราะทุกคนก็จะเห็นภาพว่าพี่กานต์ดุ หนูก็กลัว คือพี่กานต์บอกว่าอยากให้ดูแลเสือหน่อย อยากให้เสือเล่นละคร

หนูก็เลยบอกว่า พี่กานต์คะ เรื่องนี้ไม่ต้องถึงมือหนูหรอก เสือเขามีแบ๊กที่ดีอยู่แล้ว โดยเขามีคุณพ่อคุณแม่ เอางี้ไหม เดี๋ยวหนูหาผู้จัดการดีๆให้เสือดีกว่า คือไม่เอา ยืนยันยังไงก็ไม่เอา อยากได้เอ็มมี่แค่คนเดียว เอ็มมี่ก็ถามว่าทำไม คือเอ็มมี่ไม่เหมือนคนอื่น เขาเห็นว่าเราเป็นคนตรง จริงใจ แล้วเอ็มมี่เป็นคนขยัน แล้วเขาก็บอกว่า เสืออยากเดินสายละคร สายนักแสดง ด้วยตัวของเขาเอง ตอนแรกหนูก็ยังไม่ตอบรับนะ คิดๆ แต่ก่อนที่จะรับปากเขา ก็ลองหางานให้เสือเล่นๆ เวลาใครมีงานให้หนู หนูก็ขายงานให้เสือไปได้ประมาณ4งาน แต่ยังไม่ได้รับปากนะว่าเป็นผู้จัดการส่วนตัว

แล้วพอมีวันหนึ่ง มีเฟซบุ๊กหนึ่งโพสต์หาพระลองเล่นซีรีส์วาย แล้วเขาก็เขียนมาว่า เป็นนักแสดงต้องกล้าที่จะแคสติ้ง คือมันก็มีผู้จัดการคนอื่น ดาราคนอื่นๆ เข้าไปเมนต์ คือเขาไม่เข้าไปแคส เพราะเขาป็นดาราอยู่แล้ว เอ็มมี่เลยตัดสินใจโทรหาฮันนี่แล้ววก็บอกว่า ส่งเด็กเราไปแคสติ้งซิ เอาเสือไปแคส และไม่ต้องบอกว่าเสือเป็นลูกใคร ยังไม่ต้องให้ใครรู้ว่าเขาเป็นลูกพี่เสกโลโซนะ ซึ่งตอนนั้น เอ็มมี่ให้ฮันนี่เข้ามาดูแลเพราะ เอ็มมี่จะยังไม่ออกตัวว่าเอ็มมี่เป็นผู้จัดการส่วนตัว แล้วพอเอาไปแคสติ้ง ด้วยความที่เสือเขาจบมาจากนอก ก็จะมีความเป็นตัวของตัวเองสูง และเขาจะมีความน่ารักของเขา เอ็มมี่ก็คิดเนอะ เด็กเราจะได้ไหม เพราะซีรีส์วายมันก็มีแต่คนหล่อๆ คือจริงๆแล้วเสือไม่เป๊ะ แบบ โอ้โห เห็นแล้วต้องว้าวอะ แต่ก่อนจะไป เอ็มมี่เป็นผู้จัดการใช่ไหม ก็จ้างช่างแต่งหน้ามาเลยค่ะ เซ็ตผมให้เสือ แล้วมาเก็บเงินค่าแต่งหน้าที่เอ็มมี่

พอเสือแต่งหน้าเสร็จปุ๊บ เอ็มมี่ก็ส่งเสือเข้าไปแคสติ้ง 2วัน เขาติดต่อกลับมาว่า ไดเร็กเตอร์เขาสนใจในตัวเสือ เราถึงมาเฉลยว่าเขาเป็นลูกพี่เสก เขาก็บอกว่า โอ้มายก๊อด จริงๆ เหรอ เขาก็บอกว่าทำไมไม่บอกแต่แรก แต่คือหนูอยากให้เด็กหนูได้ด้วยตัวของเขาเอง ด้วยความที่เป็นเสือที่จะต้องโตด้วยตัวเอง พอคุยไปคุยมาก็มีความโชคดี งั้นอยากให้เสือร้องเพลงประกอบซีรีส์ด้วยได้ไหม เฮ้ยจริงเหรอ นี่ฉันทำได้ขนาดนี้แล้วเหรอ ก็รู้สึกภูมิใจในตัวเองนิดๆ ว่าเราก็ดูแลคนได้แล้วนี่หว่า พออีกวันหนึ่งผู้กำกับเรียกตัวเข้าไปเราก็รู้แล้วว่าไปรับบท ก็เลยจัดช่างแต่งหน้ามาแต่งให้น้องเข้าไปรับบท ก็คุยกัน แล้วก็กำลังจะเปิดกล้องในไม่กี่วันนี้”

จริงๆน้องเสือน่าจะเป็นที่รู้จักกันเยอะแล้ว“ถ้าถามว่าคนรู้จักเยอะไหม ไม่นะ เพราะดูจากยอดฟอลโล่เขา ก็ไม่มีคนรู้จักเขาเยอะ ถ้าเดินออกไปข้างนอก คนก็ยังไม่ได้รู้จักว่า นี่คือเสือ ลูกพี่เสกนะ แต่พักหลังๆมา เสือเริ่มออกงานกับเอ็มมี่บ่อยมากขึ้น เอ็มมี่ก็พยายามขอความเมตตาจากพี่ๆสื่อ ว่าสัมมภาษณ์น้องหน่อยนะ อย่าทิ้งน้องนะ คนก็เริ่มรู้จักน้องเสือ เหมือนน้องเสือมีข่าว ที่เป็นแค่เสือคนเดียวมากขึ้น เพราะเมื่อก่อนเวลาเสือไปไหน ก็จะมีข่าวกับครอบครัว คุณพ่อ คุณแม่เขา

แต่ ณ วันนี้ เวลาไปไหน มันจะกลายเป็นสัมภาษณ์เสือแค่คนเดียวแล้ว คือเขาก็ก้าวขึ้นมาในระดับหนึ่งของเขา เอ็มมี่ก็เลยตัดสินใจคุยกับฮันนี่เมื่อได้รับบทมาแล้ว ทุกอย่างมันลงตัวแล้ว ต้องจับน้องเซ็นสัญญาแล้ว เพราะถ้าไม่รีบเซ็นสัญญา แล้วมีคนคว้าตัวไป เอ็มมี่ก็จบเลย กับสิ่งที่เอ็มมี่ทำมา เอ็มมี่ส่งเสือเรียนร้องเพลง ส่งเสือเรียนการแสดง ส่งเสือไปทำหน้า ก็คือเสือเป็นวัยรุ่น สิวมันก็ขึ้น จนตอนนี้หน้าน้องก็เริ่มดีขึ้นมาก คือสิ่งที่เอ็มมีจะทำ คือเอ็มมี่อยากเปลี่ยนความเป็นเสือเลย อยากเปลี่ยนโฉมคือมาในรูปแบใหม่ คือ โห เป๊ะเวอร์ คือทุกอย่างเอ็มมี่วิ่งเอง ทำเองหมดกับฮันนี่ และทีมงานของเอ็มมี่เลย คืออยากให้ทุกคนเห็นเสือแล้วรู้สึกว้าว แบบนี้เลย นี่คือความต้องการของเอ็มมี่ในฐานะผู้จัดการคนหนึ่ง”

เหมือนเราจะมาเดินสายนี้เลยใช่ไหม“คือด้วยความที่เอ็มมี่มีน้องด้วย พอตั้งท้อง จะมาเล่นละครก็ไม่ได้แล้วไง และด้วยความที่อายุเอ็มมี่มากขึ้น จะ 40 แล้ว เลยรู้สึกว่ามาอยู่เบื้อหลังดีกว่า แล้วเอ็มมี่เป็นคนที่เชื่อเรื่องดวง คือถ้าเอ็มมี่มาอยู่เบื้องหลัง เอ็มมี่จะรุ่งมาก มันจะทำให้เราหมดหนี้หมดสิ้น เราก็เลย งั้นลองดู”

ก็คือเสือเป็นเบอร์แรกของเรา“ใช่เป็นเบอร์แรกของ YAMA Entertainment เป็นบริษัทของเอ็มมี่เอง เอ็มมี่มีหุ้นส่วน 6 คน”

น้องเสือว่ายังไงบ้างกับข่าวที่ออกมา

“ตอนแรก ที่เอ็มมี่โพสต์ คือเอ็มมี่โพสต์ขอบคุณพ่อกับแม่นะ ก็เลยขอเคลียร์ว่าทำไมมั่นใจถึงเรียกพ่อกับแม่ คือ ด้วยความที่พี่เสกเขาเป็นศิลปิน อยู่วงการมานานมาก หนูนี่รุ่นลูกเขาเลย เวลาเจอหนูก็จะเรียกพ่อ พ่อหวัดดีค่ะ หนูจะเป็นเด็กที่กระโดกกระเดกอยู่แล้ว และเมื่อก่อนเคยคุยที่จะได้ร่วมงานกันกับพี่เสกอยู่แล้ว หนูก็เลยเรียกพ่อมาโดยตลอด ตอนที่ไปที่บ้านพ่อ พ่อก็โผลเข้ามากอด บอกว่าขอบคุณนะที่ดูแลน้อง พ่อฝากเสือด้วยนะ พี่กานต์ก็บอกฝากเสือด้วยนะ แล้วก็บอกว่า ทุกวันนี้เสือเขาไม่ได้ฟังพี่แล้วนะ มีอะไรเอ็มมี่คุยเลยนะ เพราะเขาค่อนข้างเชื่อเอ็มมี่มากกว่า แล้วเวลามีอะไรเอ็มมี่ก็จะคุยกับเสือตลอดเวลา

เอ็มมี่เลยบอกว่า พี่กานต์มั่นใจใช่ไหม หนูเวลาทำงาน คือดุมากนะ และก็บอกเสือว่า เวลาแบบนี้เราคุยกันได้ แต่เวลาทำงานเสือรู้ใช่ไหมว่าพี่ดุมาก เสือบอกเสือรู้ คือจะไม่บังคับน้องมากเกินไป แต่อะไรที่ควรอยู่ในขอบเขต และจะบอกน้องเสมอว่า ถ้าวันนี้เสือไปทำอะไรผิดมา เสือจะต้องบอกพี่เป็นคนแรก เพราะเราจะได้แก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าให้เสือได้ น้องก็บอกโอเคครับ ขอบคุณครับ แต่พอมีข่าวออกมา ตอนแรกที่เอ็มมี่โพสต์ขอบคุณพ่อ มันก็ไม่มีคำไหนอยู่แล้วที่เอ็มมี่บอกว่าเป็นพ่อของลูกหรือเป็นแฟน เสือก็บอกว่า โอเค ขอบคุณครับดีๆ

แต่พอมันเริ่มแรงขึ้น คือหนูก็ไม่รู้ว่ามันจะปังหรือกระแสแรงขึ้นขนาดนี้ เพราะว่าก่อนหน้านี้ พี่กานต์ได้มีการโพสต์รูปนี้ไปแล้ว แต่ด้วยความที่มือถือหนูพัง เพราะมีช่วงหนึ่งที่ทุกคนติดต่อหนูไม่ได้ หนูก็เลยไปค้นรูปมา แล้วเมาโพสต์สวัสดีปีใหม่ ก็เรื่องมันก็มีแค่นั้นเอง และเรื่องที่ขอบคุณมากที่มั่นใจในตัวหนู ที่หนูถามว่าทำไมมั่นใจในตัวหนู คือ 1 พ่อเขาดังของเขาอยู่แล้ว ส่วนพี่กานต์เขาก็มีกระแสของเขาอยู่แล้ว เพราะฉะนั้น มันยากมากนะคะ ที่จะดูแลคนหนึ่งที่พ่อแม่เขามีชื่อเสียงอยู่แล้ว

ก็มีการคุยกันกับเสือ เสือก็บอกว่าอยากออกมาแก้ข่าวจัง หนูก็เลยถามว่าเสือไหวไหม เสือโอเค แต่เหมือนเขาเริ่มนอยด์ๆ นิดหนึ่ง หนูเลยถามว่า เสือรักพ่อแม่ไหม เขาก็บอกรักสิ เอ็มมี่ก็ถามอยากจะโตด้วยตัวเองอยู่ไหม เสือบอก ใช่ งั้นเอางี้ ถ้าเสือแคร์คำพูดของคนอื่น ตอนนี่พ่อแม่เสือกำลังภูมิใจในตัวเสือ ที่เสือสามารถไปได้ด้วยตัวเองในอีกพาร์ท แล้วถ้าเสือจะมาแคร์แค่นี้ แล้วถ้าวันหน้าเสือเล่นละครเป็นพระเอก เสือจะมีคู่จิ้น หรือถ้าวันนี้ เสือเล่นละครไม่ได้ ร้องเพลงไม่ดี เสือโดนด่า โดนคอมเมนต์ด่า เสือจะรับตรงนี้ได้หรือเปล่า เพราะฉะนั้น ถ้าเรื่องแค่นี้เสือนอยด์ เสือลองไปอ่านคอมเมนต์นะ คนที่โดนด่าคือใคร เอ็มมี่ แม็กซิมโดนด่านะ ไม่ใช่เสือ ตอนนี้ทุกๆคอมเมนต์เขาเมตตาเอ็นดูเสือ แต่คนที่โดนโจมตีคือ เอ็มมี่ แม็กซิม

และจำป็นไหมที่เอ็มมี่จะต้องมาโดนด่าเพราะเสือ เขาก็เลยบอกจริงด้วย น้องก็เลยหายนอยด์ เพราะฉะนั้นเสือรู้แล้วใช่ไหม เอ็มมี่ไม่ได้เป็นแฟนเสือ เอ็มมี่ไม่ได้เป็นญาติเสือ แต่ที่วันนี้เข้ามาเป็นครอบครัวโลโซ เพราะพ่อกับแม่ฝากเสือไว้ที่พี่ แล้วจำเป็นไหมที่ผู้หญิงคนนี้จะต้องมาโดนสังคมโจมตีและด่าอีกแล้ว ก็เลยถามเสือว่า รู้ไหม ว่าพี่โดนด่าว่ายังไง สงสารเขาเนาะ พ่อแม่เลี้ยงดูเขามาอย่างดี แต่มาได้ผู้หญิงที่มีลูกติดแล้ว คือมันแรงมากนะเสือ

เพราะฉะนั้นวันนี้คนที่โดนด่าเป็นพี่ เสือบอกเสือขอโทษ เสือเข้าใจแล้ว งั้นเสือโอเคเนาะ พี่จะไม่พูดเรื่องนี้อีก แล้ว จำไว้ว่าถ้าวันหนึ่ง เสือมีรูปตัวเอง มีโปสเตอร์ขึ้น เสือเล่นหนัง เล่นละคร เสือมีโฆษณาเป็นของตัวเอง แล้วเสือจะต้องกลับมามานึกถึงวันที่เรามานั่งเถียงกันวันนี้ เสือก็เลยบอกว่าโอเค เสือเข้าใจ จะอดทนสู้ หนูก็บอก สู้ดิเห้ย แล้วก็ให้จำไว้ว่า พี่จะอยู่ข้างเสือตลอดเวลา ในฐานะผู้จัดการ เรื่องทั้งหมดก็มีเท่านี้เอง”

ดูข่าวต้นฉบับ

ที่มา : https://www.khaosod.co.th/entertainment/news_5655435
ขอขอบคุณ : https://www.khaosod.co.th/entertainment/news_5655435