กานต์ เสือ เอ็มมี่ แจงข่าวลือรอบเดียวจบ แค่ผู้จัดการ ไม่ใช่พ่อของลูก


กานต์ เสือ เอ็มมี่ แจงข่าวลือรอบเดียวจบ แค่ผู้จัดการ ไม่ใช่พ่อของลูก

วันที่ 6 ม.ค. ที่หมู่บ้าน นันทวัน วัชรพล เอ็มมี่ แม็กซิม หรือ อมลวรรณ ศิริกิตติรัตน์ พร้อมกับ กานต์ วิภากร และ เสือ เสฏกานต์ ศุขพิมาย ออกมาแถลงข่าวชี้แจงถึงประเด็นดราม่า ที่หลายคนเข้าใจผิดว่า เสือเป็นพ่อของลูกในท้องเอ็มมี่

กานต์ วิภากร

พร้อมหน้า

โดยเอ็มมี่ เผยก่อนว่า “จริงๆ วันที่โพสต์รูปวันนั้นคือวันที่เอ็มมี่ขอบคุณพ่อกับแม่ที่ไว้วางใจให้เอ็มมี่ได้เข้ามาดูแลเสือ จริงๆ มันก็ผิดตรงที่เอ็มมี่ไม่ได้พูดว่าเป็นผู้จัดการส่วนตัว หนูไม่กล้าพูดว่าหนูเป็นผู้จัดการเสือ เพราะมันทำตัวยากมาก ด้วยความที่เขามีโปรไฟล์ที่ดีอยู่แล้ว แบ๊กกราวด์แน่นมาก และอีกอย่างคือคุณพ่อเขาเป็นศิลปินแนวหน้าของเมืองไทย

ทำให้เอ็มมี่รู้สึกกดดันว่าเราจะไปดูแลลูกเขาได้เหรอ แล้วหนูกลัวที่สุดคือคอมเมนทต์ว่า มึงดูแลตัวเองให้รอดก่อนมั้ย นี่คือสิ่งที่หนูกลัว แต่หนูก็พูดไปว่าหนูรู้ว่าคุณพ่อกับคุณแม่รักเสือมาก เอ็มมี่ก็บอกว่าเอ็มมี่จะรักเสือเหมือนกับที่พ่อกับแม่รักแค่นั้นเองค่ะ ขอบคุณพ่อกับแม่ที่มั่นใจในตัวเอ็มมี่

ต้องขอบคุณพี่กานต์ด้วยจริงๆ คือตี 2.30 ไลน์มา หนูก็ตกใจ ยังไม่กล้าเปิดอ่าน เลยโทรหาเสือก่อนว่าเกิดอะไรขึ้น ยูอยู่ไหน ยูทำอะไร ทำไมแม่ถึงดูเป็นห่วงขนาดนี้ เขาก็บอกว่าไม่มีอะไรนะ เอ็มมี่เลยตัดสินใจโทรกลับไปคุย พี่กานต์บอกว่าอยากให้เสือเขาโตด้วยตัวเอง

อยากให้เสือมาเส้นทางวงการบันเทิงด้วยตัวเอง และเสืออยากมาเล่นละคร หนูก็ขำ บอกว่าพี่กานต์อำหนูใช่มั้ย เพราะหนูมีความรู้สึกว่าหนูสามารถหาผู้จัดการที่ดีกว่าหนูได้ พี่กานต์ก็บอกไม่เอาๆ กานต์จะเอาเอ็มมี่”

กานต์ไม่ได้นึกถึงใคร ไม่เคยทักไปหาใครเลย อยู่ดีๆ คืนนั้นดึกๆ ก็ทักไปว่าเอ็มมี่ช่วยเสือด้วย(หัวเราะ) แล้วเอ็มมี่ก็โทรหาเสือ แล้วโทรหากานต์ เขาบอกเดี๋ยวจะหาผู้จัดการคนอื่นให้ กานต์ก็บอกว่าไม่เอาๆ เอาเอ็มมี่นี่แหละ คือน้องเสือเขามีความมุ่งมั่นที่อยากจะทำงานในวงการบันเทิงไม่ใช่แค่นักร้อง คืออยากเป็นนักแสดง แต่ทางพวกกานกับเสกจะเป็นกลุ่มศิลปินนักร้อง ด้านวงการแสดงไม่รู้เรื่องเลย กานต์เลยบอกเอ็มมี่ช่วยเสือด้วย (หัวเราะ)”

เอ็มมี่ “วันนั้นเอ็มมี่ก็เลยบอกว่างั้นยังไม่ต้องเซ็นสัญญา อยากจะลองพิสูจน์ตัวเองก่อน เลยหาคนเข้ามาช่วย หนูก็หาอีเว้นท์ให้เสือประมาณ 3-4 งานได้ และบังเอิญมีเฟซบุ๊กโพสต์หานักแสดง และบอกว่าถ้าเป็นนักแสดงต้องกล้าที่จะแคส หนูเห็นว่าดาราผู้จัดการหลายๆ คนก็ทักเข้าไป

เขาก็ดูแลศิลปินดังๆ หนูก็เลยตัดสินใจให้เสือเข้าไปแคส สรุปว่าเสือได้ละคร พอได้ละครหนูก็กลัวว่าจะเสียเพชรเม็ดงามไป ก็เลยเอาสัญญาให้ดูก่อนว่าเป็นแบบนี้ๆ โอเคมั้ย พอทั้งคู่โอเค เอ็มมี่ก็เลยตัดสินใจเซ็นสัญญา”
เหตุการณ์วันนั้นเกิดขึ้นวันไหน เอ็มมี่ตอนคุยกันกับแม่ก็ 2 เดือนแล้วค่ะ หนูก็ยังไม่คิดอะไร หนูกลัวเพราะว่าพ่อเขาเป็นศิลปินแนวหน้า แล้วหนูเป็นใครล่ะ ใครๆ ก็มองว่าหนูเป็นตัวตลกของวงการ แล้วจะไปดูแลลูกเขาได้เหรอ มีแต่ข่าวฉาว ทำอะไรก็โดนด่า แล้วยิ่งบอกว่าเป็นผู้จัดการเสือนี่โดนแน่ หนูคิดว่าลองหางานให้น้องก่อน ก็หาอีเว้นท์ให้ 4 งาน มีงานพิธีกรและงานอื่นโน่นนี่ แล้วพอได้ละครหนูก็เริ่มกลัวว่าถ้าเขาเอาน้องไป แล้วหนูก็พาน้องไปกดสิว ไปทำทุกอย่าง(หัวเราะ)

ก่อนจะไปทำงานหนูก็ต้องจ้างช่างแต่งหน้านะ หนูให้น้องออกไปแบบเพอร์เฟ็กต์ หนูดูแลทุกอย่าง คือหนูเชื่อว่าเสือไปได้ไกลกว่านี้แน่นอน ตอนแรกคุยกันว่าพี่จะไม่เปิดตัวว่าพี่เป็นผู้จัดการนะ จนกว่าเสือจะสำเร็จและไปได้สุดในชีวิตแล้วพี่ค่อยออกมาเปิดตัว แต่ด้วยความที่แม่เขาก็เมตตาเอ็มมี่มาก เจอกันที่บ้านบ่อย หนูก็เลยตัดสินใจโพสต์ขอบคุณแม่แค่นั้นเอง”
พอเป็นผู้จัดการกับนักแสดงในสังกัดแล้ว ตกลงคุยกันยังไงบ้าง เสือ “ก็รู้สึกดีครับ เพราะว่าผมมุ่งมั่นที่อยากจะเข้าวงการมาสักพักแล้วตั้งแต่กลับมาจากอเมริกา แต่ก็ไม่มีใครที่จะเสนอผมเข้าไปได้อย่างเต็มตัว แล้วพอคุณแม่ได้คุยกับพี่เอ็มมี่ ผมก็รู้สึกดีครับ คือตอนที่ผมไปออกรายการและไปหาคอนเนคชั่นกับคนที่อยู่ในวงการ ไม่ได้ไปคุยอะไรซีเรียสขนาดนั้น

พอไม่กี่เดือนที่แล้วก็ได้คุยกับพี่เอ็มมี่ ผมก็รู้จักพี่เอ็มมี่จากรายการๆ นึงนี่แหละ เมื่อสักประมาณ 2-3 ปีที่แล้ว แต่ก็ไม่ได้ติดต่ออะไรกันมาก เพราะผมกลับไปเรียนที่อเมริกา ก็มีทักกันบ้างว่าเป็นยังไงบ้างครับ มีงานอะไรบ้าง

และพอได้คุยกันซีเรียสก็ลงตัวกันมากขึ้น ได้รู้จักพี่เขามากขึ้น และพี่เอ็มมี่ก็ดูแลดีจริงๆ เขาโปรเฟสชั่นนอลมาก เขามุ่งมั่นในงาน พอเขาหางานอีเว้นท์แรกๆ ให้ผมได้มันก็เป็นอะไรใหม่ๆ ที่ผมเพิ่งได้เข้ามาร่วมด้วย ผมก็รู้สึกดีใจที่เราทำได้ ก็เห็นว่าวันข้างหน้าก็น่าจะมีงานเพิ่มเข้ามามากขึ้นพอสมควร มีงานใหญ่ๆ มากขึ้น ผมก็ตื่นเต้นกับโปรเจ็คที่จะเกิดขึ้นครับ”
ได้บอกเขาไหมว่าเราอยากจะทำงานแบบไหน เสือ “ผมไม่ได้บอกว่าเน้นงานแบบไหน ก็ตามที่เขาหามาได้เลย พี่เขาก็น่าจะรู้อยู่แล้วว่าผมอยากจะเข้าไปทางไหน เขาก็ไม่ได้หางานมั่วนู่นนี่ เขาก็หางานที่มันเหมาะกับผมจริงๆ เขาถึงหามาให้ครับ”
ที่เขากังวลว่าเขาอาจจะเป็นผู้จัดการที่ไม่ดีหรือเปล่า เรารู้สึกยังไง เสือ “จากใจผมเลยนะรู้สึกว่าเขาเป็นผู้จัดการที่ดี เพราะอีเว้นท์ 3-4 งานที่ผ่านมา และพาไปแคส พาไปทำนู่นทำนี่ ดูแลนอกงาน รักษาตัวเอง ดูแลเรื่องบุคลิกภาพ ทำหน้าด้วย คือเขาเทคแคร์ดีจริงๆ ไม่ได้แค่มาเซ็นสัญญา แต่เขาดูแลดีจริงๆ เขาก็ทักมาในไลน์ตลอด

แต่ผมก็ไม่ได้เป็นคนที่ตอบไลน์เยอะขนาดนั้น(หัวเราะ) แต่พี่เขาก็ทักมาตลอดครับ คอยเช็คว่าอยู่ไหน อยู่บ้านมั้ย พอมีงานอะไรเขาก็ต้องบอกล่วงหน้าอยู่แล้วว่าต้องเตรียมพร้อมนะ วันนี้ต้องตื่นกี่โมง (หัวเราะ) คือเป็นระบบมากๆ ครับ โปรเฟสชั่นนอลมากๆ ไม่มั่วซั่วเลย ผมก็รู้สึกดีครับ”
อันนี้ดูเฉพาะงานแสดงหรือเรื่องงานเพลงด้วย เสือ “เฉพาะเรื่องการแสดงครับ เพราะงานเพลงตอนนี้ยังทำกับทีมงานของตัวเองอยู่”
สัญญากี่ปี เอ็มมี่ “หนูเซ็นไปแค่ 3 ปีเอง จริงๆ ตอนแรก 2 ปีค่ะ แล้วก็เลยลองคุยกันใหม่ ก็เป็น 3 ปี”
ผลประโยชน์คือแบ่งเป็น 70/30 เหมือนผู้จัดการดาราทั่วไปไหม เอ็มมี่ “ใช่ค่ะ เหมือนทั่วไป แต่ก่อนที่ยังไม่เซ็นสัญญาเอ็มมี่เอาน้องแค่ 20% เอง บางงานหนูก็ให้โอนเข้าน้องเลย ไม่มีมุบมิบ ไม่มีลับลมคมใน และให้น้องโอนกลับมาเอง เป็นอะไรที่เปิดเผยมาก

แค่ด้วยความที่น้องเป็นวัยรุ่น เอ็มมี่จะกลัวน้องแฮงค์เอาท์บ่อย ถ้าพรุ่งนี้รู้ว่าต้องมีงานเสือต้องห้ามดื่ม ห้ามแฮงค์เอาท์ เขาก็ฟังหมด เขาไม่ดื้อ ก็บอกเขาว่ารู้ใช่มั้ยทำงานคือทำงาน ถ้าพี่ดุคือดุ เขาก็จะเข้าใจ”


ระยะเวลา 2 เดือนที่ผ่านมาส่วนมากเป็นงานประเภทไหน เอ็มมี่ “เป็นอีเว้นท์มากกว่า แล้วพอไปแคสติ้งละครได้ น้องก็ได้เป็นพระรองค่ะ แล้วก็มีผู้ใหญ่ที่กำลังจะทำละครอีก ครั้งนี้น้องจะได้เป็นพระเอก กำลังคุยกับผู้ใหญ่ และผู้ใหญ่ก็ค่อนข้างดูเมตตาน้องมากค่ะ”
คุณแม่ว่ายังไงบ้างกับ 2 เดือนที่ผ่านมาของผู้จัดการคนนี้ กานต์ “กานต์ปล่อยเลย ไม่ยุ่ง เพราะที่กานต์คุยกับเอ็มมี่คือกานต์ไม่อยากให้เสือเขาติดภาพกานต์กับเสก ก็ให้เอ็มมี่ไปจัดการ ทุกวันนี้จะคุยอะไรก็ยังผ่านเอ็มมี่ด้วยนะว่าบอกเสือให้หน่อย เพราะเราก็ต้องให้เกียรติเขา เพราะเขาก็น่าจะเชื่อฟังกันมากกว่า(หัวเราะ)”
เรากลัวคนติดภาพด้วยมั้ยว่าเสือเป็นลูกเสก-กานต์ กานต์ “ถึงได้บอกว่าอย่าคิดว่าเป็นลูก ให้ดูผลงานที่น้องเสือกับเอ็มมี่เขาทำกัน เพราะกานต์ไม่ยุ่งจริงๆ ไม่ยุ่งชิ้นงาน ไม่อะไรเลย”
เอ็มมี่ “เวลามีอะไรแม่ก็จะบอกว่าเอ็มมี่เรื่องนี้คุยให้หน่อยได้มั้ย ถ้าเป็นเรื่องเพลงเอ็มมี่ก็จะไม่ยุ่งทางนี้ค่ะ เอ็มมี่ก็จะมีแค่เป็นอีเว้นท์ แล้วก็ละคร และงานอื่นๆ ที่เอ็มมี่สามารถหาให้น้องได้ แต่ทุกอย่างต้องเหมาะสมกับลูกเขา คือเอ็มมี่จะคิดตลอดว่าเขาคือลูกศิลปินนะ

หนูไม่ได้เป็นเบอร์หนึ่งในวงการ คือหนูถูกตราหน้าไว้ว่าก็แค่ตัวตลกในวงการ มันเลยทำให้หนูรู้สึกกดดัน เพราะฉะนั้นถ้าสมมติต้องทำโปสเตอร์เสือ หนูจะขอดูโปสเตอร์ก่อน จะขอขยับโน่นนี่หน่อย เพราะเราก็จะเกรงใจตรงนี้มากๆ
ล่าสุดที่คนมองว่าเสือเป็นพ่อของลูกในท้องเอ็มมี่หรือเปล่า เสือ “ตอนแรกผมก็รู้สึกงงๆ นะ เพราะว่ามันไม่จริง แต่พอเห็นคนคอมเมนต์เรื่อยๆ รู้สึกเครียด รู้สึกกังวลนิดหน่อยว่าคนมาคิดอะไรแบบนี้ทำไม ผมก็เลยอยากจะบอกว่าก่อนเราอ่านคอมเมนต์ อ่านอะไรพวกนี้ เราก็ต้องคิดว่ามันเป็นจริงได้หรือเปล่า คือผมเคยพูดว่าผู้หญิงกับผู้ชายมาทำงานด้วยกัน เราอยู่ในฐานะพี่น้องกันก็ได้ อยู่ในฐานะคนทำงานด้วย ไม่ต้องไปอะไรมากกว่านั้น มันเป็นเรื่องที่ปกติมากๆ เลยครับ เราไม่ต้องเชื่อมโยงอะไรมากกว่านั้นเลย ผมกับพี่เอ็มมี่ก็เป็นฐานะพี่น้องกัน รู้จักกัน ไม่ได้มีอะไรถึงจะต้องไปเชื่อมโยงขนาดนั้นเลย ผมเลยคิดว่าเป็นอะไรที่ไม่น่าคิดแบบนั้นเลยครับ”

เสือเครียดไหมเวลาคนตีความไปเอง เสือ “ผมไม่ได้อยากไปอ่านคอมเมนต์อะไรแบบนี้เลยครับ ที่ผมเครียดคือมีคนรู้จัก มีเพื่อนๆ มาถามว่าข่าวนี้มันเป็นอะไรยังไง อันนั้นทำให้ผมไม่ค่อยสบายใจ ผมก็ต้องค่อยๆ บอกเขาว่ามันไม่จริง แต่พวกคอมเมนต์ผมก็คุยกับพี่เอ็มมี่ พี่เอ็มมี่ก็บอกว่าให้ทำใจยังไง เพราะเรื่องคอมเมนต์นี่พี่เอ็มมี่โดนโจมตีมากกว่าผมเยอะ พี่เอ็มมี่ก็บอกว่าเดี๋ยวมันก็ผ่านไป”

พอคนคอมเมนต์แบบนั้นกานต์ในฐานะแม่รู้สึกยังไง กานต์ “ในความคิดของกานต์ เกรียนก็คือเกรียนนะ คุณยังไม่รู้จักเขาเลยแล้วคุณกล้าด่าได้ยังไงโดนที่ไม่เคยรู้จัก ไม่เคยสัมผัส ไม่เคยแม้แต่คุย เห็นแค่ในโซเชียลหรือในจอทีวี คนเรามันไม่ได้ดูเฉพาะแค่โพสต์นะ

กานต์ไม่เคยรู้จักเอ็มมี่ ก็เพิ่งมาใกล้ชิดกันตอนหลังนี่ก็รู้ว่าเขาเป็นคนจริงจังเรื่องงาน เป็นคนที่รับผิดชอบ เป็นคนดีคนนึง ต้องสัมผัสเขาจริงๆ เพราะปกติก็ไม่ติดตามข่าวใครอยู่แล้ว ติดตามแต่ข่าวตัวเอง(หัวเราะ) กานต์ก็จะไม่ค่อยรู้แบ็กกราวด์ แต่สำหรับกานถ้าเขาดีกับเรา เรื่องอะไรยังไงมันก็ไม่เกี่ยว”
ในคอมเมนต์ก็โยงไปถึงเสกด้วย ว่าหรือจะเป็นเสก ที่เป็นพ่อของลูกในท้องเอ็มมี่ กานต์เพ้อเจ้อ(หัวเราะ) ไร้สาระค่ะ อย่าไปสนใจ บ้าหรือเปล่า(หัวเราะ) นี่เขาจริงจังมากนะ กานต์บอกว่าดุเสือได้เลย กานต์ไม่แตะนะ อยากทำอะไรก็เชิญเลย ขอให้แยกกานต์กับเสกออกจากพาร์ทการแสดงของเสือเลย กานต์ไม่อยากให้เป็นโลโก้กานต์เสกเสือ เพราะเขาก็อยากเป็นด้วยตัวเอง”
พอคนตีความผิดเรารู้สึกยังไง เอ็มมี่ตอนแรกปวดหัวเรื่องเสือก่อน(หัวเราะ) เพราะเขาเริ่มเครียดกับคนรอบข้าง เอ็มมี่ก็ถามเขาว่ารักพ่อกับแม่อยู่มั้ย ยังอยากจะโตด้วยตัวเองอยู่มั้ย เขาก็ตอบว่าใช่ เอ็มมี่ก็อธิบายทุกอย่างเลยว่าเสือลองย้อนกลับไปดีๆ ว่าคนที่โดนโจมตีเป็นใคร ณ วันนี้มันจำเป็นมั้ยที่เอ็มมี่จะต้องมานั่งโดนด่าเพราะเรื่องเอ็มมี่กับเสือ หรือเรื่องเอ็มมี่โลโซ

เอ็มมี่เลยมีความรู้สึกว่าเอาใหม่ จูนก่อน วันนี้คนที่เครียดที่สุดคือเอ็มมี่นะ พอคุยกันแล้วเขาก็เข้าใจกับคำพูดของเรา หนูรู้สึกว่าเราสองคนทำงานง่าย เราใช้ภาษาเดียวกันคุยกัน มันก็เลยไม่ยาก เขาไม่ดื้อ และคุณพ่อคุณแม่เขาก็จะไม่มาก้าวก่ายเลย เขาบอกยกให้แล้วจะทำอะไรก็ทำ แม่บอกรีบๆ มาเอาไปจัดการเลย จะทำสัญญาอะไรเมื่อไหร่”


ทำไมเราถึงไว้ใจเอ็มมี่ กานต์ “ไม่รู้เหมือนกัน ความมุ่งมั่นในใจเราลึกๆ อยู่แล้วคือน้องเสืออยากเป็นนักแสดง กานต์ก็คิดว่าแล้วกูจะไปติดต่อใครวะ แล้วอยู่ดีๆ ก็ทักหาเอ็มมี่เฉยเลยทั้งๆ ที่ไม่เคยทัก แล้วเขาก็โทรมาหาเสือเลย แค่นี้ก็พิสูจน์ได้แล้วว่าผู้หญิงคนนี้ไม่รู้ทำอะไรอยู่ดึกๆ ดื่นๆ รีบโทรกลับมา แค่นี้มันก็พิสูจน์ให้เห็นว่าจิตใจของคนนี้เขาเป็นยังไง ทั้งที่ไม่ได้รู้จักสนิทสนมอะไรกันเลย แค่รู้จักผ่านรายการ แลกไลน์กัน กลายเป็นว่าเมื่อเขาจริงใจทุ่มเทขนาดนี้ เขาต้องทำให้เสือสำเร็จได้”

เอ็มมี่ยืนยันหน่อยว่าเรากับเสือเป็นแค่ผู้จัดการกับนักแสดงในสังกัดเท่านั้น เอ็มมี่เอ็มมี่กับเสือเป็นผู้จัดการจริงๆ ค่ะ เป็นพี่น้อง คือเป็นมากกว่าที่ทุกคนเขาตีความไปแล้ว หนูสองคนคือใจกับใจ”
กานต์ “นี่เป็นครอบครัวโลโซไปแล้วนะ จริงๆ นี่ก็ยังไปกินข้าวกันกับเสกบ่อยๆ อยู่แล้ว”
เอ็มมี่ “หนูก็จะเรียกพ่อเสกว่าพ่ออยู่แล้ว เรียกมา 4-5 ปีแล้ว เจอกันหนูก็กอดพ่อ เพราะหนูไม่มีพ่อเนอะก็รักเขาเหมือนพ่ออยู่แล้วค่ะ”
คนมองว่าเป็นการสร้างกระแสหรือเปล่า เอ็มมี่ “จริงๆ แล้วคำว่าสร้างกระแสหนูต้องขอบคุณทุกคนมากกว่า หนูโพสต์ในที่ของหนูใช่มั้ย แต่คนที่สร้างกระแสให้หนูคือคอมเมนต์ เพราะฉะนั้นวันนี้หนูขอขอบคุณทุกคนมากๆ ที่เสียสละเวลาอันมีค่ามาคอมเมนต์ให้หนู หนูพูดจากใจเลยวันนี้วันพระด้วย ทุกคนต่างหากที่กำลังสร้างกระแสให้หนู หนูขอบคุณมากๆ ที่ทำให้หนูไม่ตกกระแสเลย ขอบคุณมาก ด่าได้แต่อย่าแรง ให้เช็คบัญชีด้วย(ยิ้ม)”
เสกว่ายังไงบ้างกับข่าวที่ผ่านมา กานต์ “เสกเขาไม่รู้รายละเอียด พอบอกว่าเรื่องของเขาสองคน เสกก็ไม่ได้คิดอะไรมาก เพราะเขาไม่รู้เรื่อง เพราะเขาไม่ได้เล่นโทรศัพท์ เมื่อกี้ก่อนออกมาเขาก็บอกว่า เขาก็รับรู้หมดค่ะ”


ตอนแรกเอ็มมี่โพสต์แบบกำกวมคนเลยเข้าใจผิด กานต์ “ไม่กำกวมนะ มันเกิดจากความรักกันนะ ถ้าเกิดไม่รักกันเขาจะโทรมาเช็คเหรอว่าเป็นอะไรตอนตี1 ตี2 ถ้าเป็นคนอื่นใครจะมาโทรกลับ เป็นกานต์ก็ไม่โทรเหมือนกัน อันนี้พูดตรงๆ”
เอ็มมี่ “จริงๆ รูปนั้นแม่โพสต์แล้วรอบนึง เป็นเดือนแล้วมั้ง แล้วด้วยความที่หนูโทรศัพท์พังเลยไม่ได้โพสต์ พอปีใหม่ก็ได้มาหาพ่อกับแม่พอดี พอได้กลับมาเห็นรูปนั้นก็เลยโพสต์ ก็ต้องขอบคุณพ่อกับแม่ และคำพูดที่หนูเขียนก็ชัดเจนทุกคำนำ ขอบพระคุณที่เชื่อมั่นในตัวหนู หนูจะรักเสือเหมือนที่พ่อแม่รัก แล้วหนูกำกวมตรงไหน หนูคิดว่าคำว่ากำกวมคือคุณต่างหากที่ไม่เปิดใจรับ”
กานต์ “อะไรที่เกิดจากความรักมันดีหมด แต่ถ้าทุกอย่างมันเกิดจากผลประโยชน์มันไม่รอด กานต์ต้องพาเอ็มมี่ไปปลอบใจหน่อย เดี่ยวพาไปทะเล(หัวเราะ)”
ตอนแรกที่บอกว่าเสือจะมาเป็นผู้จัดการให้เสกด้วย แล้วตอนนี้เสือมาเป็นศิลปินแล้วใครจะมาดูแลแทน กานต์ “กานต์ไง”
เสือ “เรื่องงานวงดนตรีผมไม่ได้ดูมาสักพักแล้วครับ ผมดูตั้งแต่กลับมาจากอเมริกาถึงประมาณโควิดล็อคดาวน์ครั้งแรกครับ ประมาณเดือนมีนาคมปีที่แล้ว หลังจากนั้นผมก็ขอออกมาทำงานตัวเองมากกว่า ก็เลยยกหน้าที่นั้นให้พี่อีกคนนึง เขาก็มาเป็นผู้จัดการส่วนตัวอีกคนนึง ตอนนี้ผมก็ไม่ค่อยได้ทำงานคอนเสิร์ตแล้ว แต่บางคืนที่ว่างๆ ก็ไปแจมด้วย แต่ไม่ได้ไปดู ไม่ได้ไปทำงาน ไม่ได้รับงาน ก็มาทำงานกับพี่เอ็มมี่แบบเต็มตัวเลย”

ดูข่าวต้นฉบับ

ที่มา : https://www.khaosod.co.th/entertainment/news_5680151
ขอขอบคุณ : https://www.khaosod.co.th/entertainment/news_5680151