กอล์ฟ เบญจพล เจ้าชู้จนหวิดเสียภรรยา เผยราคาภาพวาด แพท พาวเวอร์แพท


พ่อไม่ผลักดันขึ้นข้างหน้า ฝันจริงๆ คืออะไร?
“อยากเป็นนักดนตรี เราเริ่มจากมัธยม เด็ก ม.4 ม.5 อยู่ๆ ส่งเพลงไปขายตามค่ายเพลงแล้วมีคนซื้อ แล้วคนที่ซื้อเป็นโปรดิวเซอร์พี่ปุ๊ อัญชลี เมื่อก่อนพี่ปุ๊ดังมากนะ ผมส่งไปมั่วๆ เลย ปรากฏว่าโปรดิวเซอร์พี่ปุ๊ อัญชลี กับพี่ต้อม ไกรวิทย์มั้ง เขาชอบ เขาก็เลยซื้อ ซื้อเพลงเราตั้งแต่อยู่ ม.5 สุดท้ายพ่อก็ยอมให้ไปตามฝัน พ่อทำอัลบั้มให้ชุดแรก เป็นวง ชื่อวงเลอโดม”

รักความฝันถึงขนาดเดินไปบอกพ่อว่าขอหยุดการเรียน เพื่อเดินทางด้านดนตรีแต่งเพลงเต็มที่?
“ใช่ อันนั้นคือจบ ม.6 แล้วนะ ก็บอกพ่อว่าถ้าเอ็นไม่ติด ขอหยุดปีนึงจะขอทำตามความฝันหน่อย สุดท้ายก็เอ็นไม่ติดจริงๆ พ่อก็มาเป็นโปรดิวเซอร์ให้เลยในชุดนั้น มันเริ่มจากพ่อจะทำหนังเรื่องนึง แล้วให้เราเขียนเพลงประกอบหนัง ปรากฏว่าเขียนไป 4-5 เพลง หนังไม่ได้สร้าง ผู้อำนวยการสร้างเขามีปัญหาเรื่องเงิน พ่อเลยบอกว่าเห็นมีความฝัน ลูกทำได้ งั้นเขียนให้ครบ 10 เพลงเลย ทำเป็นวงดนตรี เดี๋ยวพ่อไปเสนอตามค่ายให้”

สุดท้ายเป็นยังไง?
“ลึกๆ ผมก็ติดเป็นปมในใจ ตอนนั้นพ่ออยากให้เป็นผู้กำกับ แต่คุณพ่อยอมตามฝันลูก ไม่ได้ตามฝันตัวเอง สุดท้ายเขาเอาตัวเองลงมาช่วย เอาชื่อเสียงมาผลักดันเต็มที่ สุดท้ายเรารักษาวงไว้ไม่ได้”

เกิดจากอะไร?
“ตอนนั้นผมยังเด็กอยู่ แล้วอยู่ๆ เราได้เป็นหัวหน้าวง เราไม่รู้วิธีการเมเนจว่าต้องทำอะไรบ้าง เรารู้แค่ว่าเขียนเพลง เป็นโปรดิวเซอร์ทำดนตรีอยู่แล้ว จนสุดท้ายเราควบคุมวงไม่อยู่ วงมันก็แตก พอวงแยกปุ๊บ เพลงเริ่มโปรโมตเพลงที่ 3 เอง ก็เลยหยุดโปรโมต”

คุณเสียใจมั้ย?
“เสียใจอยู่แล้ว เราเริ่มมา และเป็นความฝันเราตั้งแต่ ม.4 ฝันมันทลาย แต่ที่เสียใจที่สุดคือเราเอาชื่อเสียงพ่อ ตอนวงแตกพ่อไม่ได้ว่าอะไร ผมเหมือนลูกคุณหนูสมัยก่อน อะไรก็ได้ เพราะพ่อมีชื่อเสียง เงินทองก็ไม่ลำบาก ผมก็รู้สึกว่าพ่ออุตส่าห์ให้โอกาส ให้ฝันเราเป็นจริง แต่เราเก็บไว้ไม่ได้เอง”

ความฝันตอนนั้นทำไม่รอด?
“ใช่ พอไม่รอดปุ๊บ ผมก็ยอมมาเป็นผู้กำกับ เริ่มศึกษาเต็มที่ในการเป็นผู้กำกับ คุณพ่อมาจากไปซะก่อน ก่อนคุณพ่อเสีย 3 เดือน เราเตรียมเปิดกล้องแล้ว เรื่องเมืองในหมอก ภาค 2”

งานกำกับใช่ความฝันเรามั้ย?
“เป็นความฝันของพ่อ”

ถ้าคนบอกมีศักยภาพ มีประสบการณ์ที่พ่อถ่ายทอดเอาไว้ให้ อยากให้กำกับหนังละครสักเรื่อง รับมั้ย?
“ถ้าตอนนี้รับ แต่ก่อนหน้านี้ไม่รับ เพราะผมอยากทำความฝันคืนให้พ่อบ้าง”

พอมาอยู่เบื้องหน้าวงการบันเทิง แรกๆ ตอนหนุ่มๆ คุณไปอยู่ก๊วนเพลย์บอยได้ยังไง?
“ใครเหรอ เพลย์บอย”

กรรชัย กำเนิดพลอย?
“เขาเป็นพิธีกรชื่อดัง (หัวเราะ)”

ยุคแรกที่คุณสนิท คุณกรรชัย คุณโบ๊ท วิบูลย์นันท์ แล้วใครอีก?
“วิลลี่เหรอ จอนนี่เหรอ (หัวเราะ) เขาหล่อกันหมด ผมไม่หล่อ (หัวเราะ)”

แล้วไปอยู่กับเขาได้ไง?
“ไม่รู้เหมือนกัน (หัวเราะ) น่าจะเริ่มจากเล่นละคร ไปเจอกับกรรชัยนี่แหละ คุยกันไปมา เหมือนจูนกันติด เพราะพ่อผมเป็นผู้กำกับภาพยนตร์ พ่อคุณหนุ่ม กรรชัย เป็นดาราเก่า เลยเหมือนจูนกันติด เพราะอยู่ในวงการบันเทิง เลยสนิทกันโดยปริยาย”

ปัจจุบันให้นิยามคุณหนุ่ม กรรชัย ยังไง?
“พิธีกรชื่อดังครับ”

อดีตล่ะ?
“เละเทะครับ (หัวเราะ)”

กลุ่มนี้เป็นเสือเลย?
“ไม่ใช่เสือ คนคิดกันเอาเอง เราแค่เป็นกลุ่มนักแสดงเฟรนด์ลี่”

คบซ้อน?
“ไม่ซ้อน”

สาบาน?
“อุ๊ย ตายฟรี (หัวเราะ)”

คุณไม่หล่อเท่าเขา แต่มีคารม?
“ได้อยู่ บางครั้งหล่อๆ ก็ไม่ได้กินครับ คารมเอาไปครับ”

เละเทะคืออะไร?
“ไม่มีอะไร เด็กวัยรุ่นทั่วไป สนุกสนานเฮฮา ไปเที่ยวตามผับ เฮฮาปาร์ตี้”

พอโตมาหน่อยเป็นคุณแม่ญาณี มัม ลาโคนิคส์ เป็นเพื่อนคุณ?
“ครับ คือทุกคนที่ผมทำงานด้วย มันเริ่มจากความสนิท เลยไม่เหมือนมาทำงาน เหมือนมาปาร์ตี้ อย่างมาวันนี้เรารู้จักกันก็ไม่ได้รู้สึกว่าต้องกลัวอะไรพี่ท็อป มันสนิทกัน ถึงพี่ท็อปจะถามลึกมาก ผมก็กล้าตอบ เพราะผมก็รู้เรื่องพี่ท็อปเยอะแยะ (หัวเราะ)”

ตอนคุณทำค่ายเพลง กรรชัยเคยมาขอคุณร้องเพลง?
“ใช่ ตอนทำบีมายเกสท์ ชุดแรก กรรชัยยังไม่ได้เข้ามา เขาก็รู้สึกว่าทำทำไม นักร้องแบบนี้ขายยาก กรรชัยไม่ผิด ทุกคนมองอย่างนี้อยู่แล้ว อย่าทำเจ๊งแน่ๆ ปรากฏว่าดังมาก คุณกรรชัยเลยเดินมาบอกว่าเฮ้ย กอล์ฟ ชุดแรกกูร้องด้วย (หัวเราะ) เขาก็ร้องครับ”

มีวีรกรรมอะไรประทับใจ?
“เหนื่อยครับ ถ้าเล่านี่บอกเลย”

เรื่องสาวๆ?
“เรื่องนี้จะไม่ยุ่งครับ มันผ่านไปแล้ว มีบ้างประปราย แต่เป็นอดีต เขาไม่ทำแบบนั้นแล้ว เชื่อผม เขาไม่ทำแล้ว”

เพื่อนในวงการคนไหนที่พูดคุยได้หมดทุกเรื่อง?
“พี่ตุ๊ก ญาณี คุยกับทุกเรื่อง พี่ตุ๊กก็คุยกับผมทุกเรื่อง กล้าเปิดใจกับเรา มีช่วงนึงที่พี่ตุ๊กมีปัญหา แล้วหายไป ผมถึงต้องออกมาพูดในรายการทีวี”

คุณคบเพื่อนแต่ละคน หน้าตาดี เก๋ๆ เป็นเหตุผลมั้ยทำให้เกิดกระแส ที่คนหันมาจับจ้องกันเรื่องคุณศัลยกรรมจมูก?
“มันไม่ได้มาจากการคบเพื่อนอะไรเลย ไม่เกี่ยว (หัวเราะ) มันเกิดจากผมทำงานในวงการมาเรื่อยๆ ผมก็ไม่ได้สนใจอะไรตัวเองเท่าไร ใช้ชีวิตไปวันๆ จนวันนึงพี่นีโน่น่ะแหละเป็นคนทักคนแรก บอกว่าจมูกใหญ่ขึ้น เราอาจชินของเรา จนผ่านมา 2 ปี พี่โน่ก็พูดอยู่เรื่อยๆ ผมก็เริ่มโดนเพื่อนฝูงแซวนิดหน่อย ซึ่งแซวกับบูลลี่ต่างกันนะ เขาแซวเล่นๆ เลยเอารูปเก่าๆ มาดู เฮ้ย ใหญ่จริงว่ะ”

กระแสถาโถมที่สุดเหมือนกัน?
“อันนี้งงสุด บอกตรงๆ ผมกล้าพูดนะว่าอยู่ในวงการมาร่วม 30 ปี ผมไม่เคยมีข่าวเสียหาย แย่ๆ นี่เป็นครั้งเดียวที่มีข่าวและเป็นข่าวไม่ค่อยดี ก็รู้สึกว่าการที่เราทำมันขนาดนั้นเลยเหรอ เราไม่ได้เป็นพระเอกไง แต่เราอยู่ในยุคโซเชียลที่ใช้กันแบบผิดๆ ใช้กันแบบไม่มีความเกรงใจ ผมก็เลยงงว่าอยากเข้ามาว่าใครก็ว่างี้เหรอ”

มีจะทำอะไรอีกมั้ย?
“อาจแก้จมูกอีกรอบ มันยังไม่เล็กสวยเหมือนแม่กับพี่ชาย ผมอยากให้ใกล้เคียงแม่กับพี่ชาย ตอนนี้มันลดลงไปแล้ว แต่มีบางจุดที่อยากแก้นิดหน่อย”

หมดไปหลักอะไร?
“ไม่บอกดีกว่า ผมว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องการพูดคุยกับที่ที่เราไปทำ การต่อรองก็ว่ากันไป แต่ละเคสก็ไม่เหมือนกัน”

ความพอใจที่ออกมา?
“ผมโอเค แต่อยากเพิ่มเติมบางอย่างอยู่ หมายถึงจมูกนะ ส่วนอื่นไม่ได้อยากทำแล้ว”

พอเข้าวงการมาได้สักพัก คุณไปทำรายการๆ นึง เด็กทีมงานน่ารัก คุณจีบและจัดการเผด็จศึก ขอแต่งงาน รวบหัวรวบหาง จนมาเป็นคู่ชีวิตปัจจุบัน อยากให้เล่าย้อนให้ฟังว่าเป็นยังไง?
“(หัวเราะ) แต่ละคำ ก็ไม่มีอะไร ทำรายการกับพี่ตุ๊ก ญาณีนี่แหละ ชื่อรายการขอบอก ของพี่บอย ถกลเกียรติ ผมเองพอดีเลิกกับแฟนเก่า ผมเหมือนปิดตัวเอง อยู่นิ่งๆ เงียบๆ พี่ตุ๊กบอกว่าทำไมน้องมันดูเงียบๆ ซึมๆ เขาก็เลยเขี่ย เป็นแม่สื่อแม่ชัก บอกว่ากอล์ฟๆ ดูน้องคนนี้สิ เป็นทีมงาน ปุ้ยเขาเป็นแอดมิน ดูแลพิธีกร เราก็เริ่มๆ เปิดใจมอง”

น้องปุ้ยรู้ตัวมั้ยจะโดนขย้ำ?
“เขาไม่รู้หรอก พฤติกรรมเราเปลี่ยนเอง ก็เริ่มมีหยอด ก็ใช้เวลาเป็นแฟนกันพอสมควร เพราะเขาไม่ได้มั่นใจในตัวเรา คนรอบข้างเขาก็ไม่ได้เชียร์ เพราะเราอยู่ในกลุ่มดาราที่มีภาพเจ้าชู้”

พอคบหาเป็นแฟนกันแล้ว กำลังจะขอแต่งงาน ว่าที่เจ้าสาวหนีไปอเมริกา เกิดจากอะไร?
“เราซนนิดหน่อย ไม่ได้คุยคนเดียว”

คบซ้อน?
“ไม่ทันซ้อนเลย จับได้ก่อน คือความที่เราเหมือนมีนิสัยเจ้าชู้มาบ้าง พอวันนึงที่หยุดไปแล้ว อยากบริหารเสน่ห์ อยากรู้ว่าเราจั่วแล้วติดมั้ย ไปจั่วเล่นแล้วติด เขาจับได้ วิธีการเขาก็เนียนๆ เลย เราวางมือถือไว้เขาก็เปิดอ่านแล้วก็เจอ เผอิญตอนเขาเจอเราไม่ได้อยู่ตรงนั้น ถ้าเราอยู่เราจะได้ทำลายหลักฐาน เราจะเขวี้ยงโทรศัพท์ นี่กรรชัยสอนนะ กรรชัยบอกว่าถ้าอยู่ให้รีบเขวี้ยงโทรศัพท์ เขาไม่ได้แคปข้อความ เขาเก็บเบอร์เอาไว้เลยแล้วก็โทรไปเช็ก ทางนั้นก็บอกว่ามาคุยจริงๆ จ้ะ (หัวเราะ)”

หลังจากนั้นปุ้ยทำยังไง?
“ขนของหนีไปอเมริกา เขาไม่บอก เขาเนียนมาก เขาไม่ให้เรารู้เลยว่าเขาจับได้ แม้แต่วันที่เขาไปเขาก็บอกว่าเขาจะไปเยี่ยมพี่สาว แค่นั้นเอง”

คุณมารู้ตัวได้ไง?
“ผมรู้ตอนที่ต้องเลือกระหว่างจะเดินไปทางไฟแดงหรืออุโมงค์สว่าง ผมก็เดินไปอุโมงค์สว่างดีกว่า”

พอเขาไปอเมริกาก็คุยกัน?
“เขาไม่กลับมา ยังไงก็ไม่กลับ ตื๊อตั้งนานกว่าจะส่งรูปมาให้ดู จนผมแอบสืบ พี่ติ๊กเพื่อนพี่ตุ๊ก คุยกับพี่ตุ๊กก่อนว่าได้มารูปนึง ปุ้ยหนีไปอเมริกา รูปนี้มันมีป้ายร้านอยู่ร้านนึง เขาไปซื้อของที่ร้านนี้ สืบให้หน่อย ว่ารัฐนี้อยู่รัฐอะไร พี่ติ๊กก็ไปหาเพื่อนสจ๊วต เต็มไปหมดเลย หาจนเจอว่าอยู่เมืองไหน รัฐอะไร ผมก็เตรียมตัวเลย บินไปง้อ กะเหมือนในหนังเลย ไปยืนหล่อๆ หน้าร้าน งัดแหวนปั๊บ วาดภาพไว้แบบนี้ แล้วยังไงผมจะไปขอเจ้าของร้าน ไปนอนที่ร้านสักอาทิตย์นึงได้มั้ย เพราะไม่รู้เขาจะมาวันไหน โชคดีร้านนั้นเป็นร้านคนไทย กะว่าต้องเจอสักวัน สุดท้ายเขากลับมาก่อน”

คุณรู้ได้ไง?
“เขาบอกเราว่าวันนี้จะกลับแล้วนะ เราก็อุ๊ย กำลังจะซื้อตั๋วแล้วเชียว”

ตอนนี้ชีวิตครอบครัวเป็นไง?
“แฮปปี้ดีครับ ผมแต่งงานกับเขามา 6 ปีแล้ว คบกับเขามา 8-9 ปี รวม 14-15 ปี”

ไม่มีลูก?
“ไม่มีครับ มีโยอิและน้องหมาอีก 8 ตัว ตอนนี้อบอุ่นดี”

ล่าสุดคุณซื้อภาพวาดคุณแพท พาวเวอร์แพท?
“เราแค่เป็นคนในวงการที่อยากให้กำลังใจ และให้โอกาสน้อง รวมถึงให้โอกาสคนอื่นๆ ที่อาจทำผิดพลาดในชีวิต บางคนอาจมองคนเหล่านี้ไม่ดี มองในแง่ลบ เราอยากให้มองใหม่ว่าคนเรามีสิทธิ์ผิดพลาดได้ สังคมจะได้น่าอยู่ แล้วผมเห็นภาพนี้ของน้อง ตอนน้องเขาสัมภาษณ์รายการๆ นึง กล้องแพนไปแวบเดียว ผมสะดุดตาอยู่ เป็นภาพจอห์น เลนนอน ถ้าน้องวาดได้ขนาดนี้ น้องต้องเต็มไปด้วยความตั้งใจนะ ผมก็ติดต่อเพื่อนผมไป เพราะเพื่อนผมเป็นคนดูแลน้องก่อนน้องเข้าเรือนจำ ก็ถามเทดดี้ว่าน้องขายมั้ย อยากช่วยน้อง เทดดี้เขาก็ไปถามให้ สุดท้ายเขาบอกราคามา เราก็บอกว่าเฮ้ย ไม่ได้ คือน้องจะตั้งราคาแค่นี้ไม่ได้”

ราคาเท่าไร?
“5 พัน เราก็โอนตังค์ไปให้มากกว่านั้น เขาก็ขอบคุณกลับมา ก็เลยฝากไปบอกน้องว่าอย่าไปประเมินตัวเองต่ำ คือแพทต้องรู้ตัวว่าสิ่งที่แพททำมา มันผิดมันพลาดไป แต่รูปที่แพทวาดขึ้นมา ทุกลายเส้น ทุกสีที่วาดลงไป มันผ่านประสบการณ์ชีวิตมาเยอะมาก มันเต็มไปด้วยเรื่องราวมากมายในชีวิตของคุณ ไม่ควรประเมินค่าตัวเองต่ำ”

ได้คุยตรงๆ กับแพทมั้ย?
“น้องโทรมา คุยกับแป๊บเดียว โทรมาขอบคุณ ผมว่าไม่มีอะไร ให้กำลังใจกันเฉยๆ ก็สู้กันต่อไป คนเรามีสิทธิ์ผิดพลาดกันได้ ผมว่าถ้าสังคมไทยมีน้ำใจให้กัน มีความรู้สึกดีให้กัน สังคมจะน่าอยู่”.

ดูข่าวต้นฉบับ

ที่มา : https://www.thairath.co.th/entertain/news/2010360
ขอขอบคุณ : https://www.thairath.co.th/entertain/news/2010360