เอสเธอร์ กว่าจะมีวันนี้ เปิดใจร้องไห้กับดราม่า "คู่จิ้นห้างแตก"


นานไหม กว่าจะพิสูจน์ตัวเอง พิสูจน์ฝีมือให้ทุกคนเห็น จนกลายเป็นนางเอกที่ใครก็อยากได้ตัวไปร่วมงานด้วย เจอคำถามนี้ไป เอสเธอร์ตอบเรากลับมาแบบไม่ต้องคิดนานให้เสียเวลาเลยว่า

“นานนะคะ ตั้งแต่ตอนที่เป็นนักแสดงของช่อง 3 ตอนนั้นเซ็น 3 ปี มีละครให้เล่นบ้างประปราย จนหมดสัญญาก็ได้มาร่วมงานกับทางช่องวัน ก็ใช้เวลาอยู่สักพักใหญ่ๆ นะคะ น่าจะ 7 ปี กว่าจะแบบเริ่มเข้าที่เริ่มอยู่ตัว”

ตอนออกจากช่อง 3 ข่าวแรงมาก โดนมองเป็นคนเนรคุณ คนอกตัญญู ตอนนั้นมีความรู้สึกอย่างไรบ้าง เล่าให้ฟังอีกสักครั้งได้ไหม

“ตอนนั้นหนูไม่คิดว่ามันจะรุนแรงขนาดนั้น แต่เอาจริงๆ ตอนนั้นที่หมดสัญญากับช่อง 3 ก็ไม่รู้ว่าตัวเองจะไปทางไหน ก็คิดว่า ถ้าไม่มีละครต่อ ก็จะกลับไปเรียนให้จบ เพราะตอนนั้นดรอปเรียนอยู่ ถ้าไม่มีใครจ้าง ไม่มีงาน ก็กลับไปเรียนให้จบ แล้วค่อยว่ากัน เรียนจบแล้วจะทำอะไรต่อ

ที่โดนกระแสแรงตอนนั้น อาจจะเป็นอะไรที่แปลกใหม่มั้งคะ เพราะช่วงนั้นฟรีทีวีอาจจะไม่ได้ดูหวือหวา กำลังเพิ่งเปิดตัว มีช่องใหม่ๆ มันก็เลยน้อยคนที่จะเห็นว่า ออกมาเป็นนักแสดงอิสระไม่มีสัญญาจะเป็นอย่างไร ก็เลยโดนกระแสวิจารณ์อย่างรุนแรงในตอนนั้น”

ครั้งหนึ่งเคยเป็นดาวรุ่งที่มีดราม่าหนักหน่วง

คิดไม่ผิดที่ออกมาเป็นนักแสดงอิสระ ไม่ต่อสัญญา เพราะมาแจ้งเกิดกับช่องนี้ และมีคู่จิ้นห้างแตก อย่าง ฌอห์ณ จินดาโชติ สร้างปรากฏการณ์นั้นมาแล้วด้วย เรื่องนี้ นางเอกสาวเอสเธอร์เล่าให้เราฟังในภาพวันวานนี้ว่า

“ตอนนั้นบอกเลยว่า ไม่น่าเชื่อ ไม่คิดว่าละครตัวเองจะเป็นที่ชื่นชอบ หลายๆ คนจะชอบดู และมีคู่จิ้นจากละครเรื่องนี้ (ยิ้ม) รู้สึกดีใจมากนะคะ เพราะทุกๆ งานเราก็ทำเต็มที่ พอเราทำเต็มที่แล้วมีคนชื่นชอบ เห็นถึงความสามารถของเรา มันก็ยิ่งมีความรู้สึกแฮปปี้แบบทวีคูณ ตั้งใจทำงานมากขึ้น ดีใจที่มีคนเห็นในความสามารถของเรา”

เพราะละครเรื่องนี้ การมีคู่จิ้น มีแฟนละครล้นหลาม เลยทำให้ชื่อของเอสเธอร์ก้าวกระโดดมาเป็นนางเอกเบอร์ต้นๆ ของวงการบันเทิง ซึ่งงานนี้เจ้าตัวรีบตอบแบบอ่อนน้อมถ่อมตนสุดๆ ว่า ยังต้องฝึกฝนในเรื่องการแสดงอีกเยอะมาก พร้อมกับขอบคุณช่องวันที่ให้โอกาสตนเองให้มีละครอย่างต่อเนื่องให้ได้ฝึกฝนฝีมือทางการแสดงอยู่ตลอดเวลา

แต่ช่วงที่รุ่ง ก็รุ่งพุ่งแรงแซงทุกคู่จิ้นในตอนนั้น ทำห้างแตกมาแล้ว แต่พอจะเจอดราม่า ก็เจอแบบหนักหน่วงสุดๆ เช่นกัน ตอนนั้นรับมือกับเหตุการณ์นี้อย่างไรบ้าง

“มันเป็นความแปลกใหม่ของชีวิตเหมือนกันนะคะสำหรับดราม่าเรื่องนี้ (ยิ้ม) มันเป็นความงง สับสน และโกรธนิดนึงนะคะ โกรธที่ต้องมารับมือกับคนที่เขาไม่รู้เรื่องราวจริงๆ ว่ามันมีที่มาที่ไปอย่างไร แล้วจู่ๆ ก็มาต่อว่าเป็นตุเป็นตะ เราก็งง ไม่ได้รู้จักกัน ไม่ได้รู้ซึ้งเรื่องราว แต่เขียนมาเหมือนรู้ทุกอย่าง

และตอนนั้นเอสก็อายุยังน้อย อารมณ์พลุ่งพล่านมันก็มี มันโกรธ มันเสียใจ จนเรื่องมันค่อยๆ จบไป ดราม่าเรื่องนี้ทำให้เอสเสียน้ำตานะคะ มันมีความรู้สึกหลายๆ อย่างอยู่ด้วยกัน

เอสจัดการกับมันได้เพราะเอสมีครอบครัว ครอบครัวเอสให้กำลังใจดีมาก คุณแม่อยู่ข้างๆ ตลอดเวลา คุณแม่สอน และเราก็เรียนรู้จากเหตุการณ์ครั้งนั้นด้วย”

เปิดตัวคบ เคน ภูภูมิ พร้อมดราม่าแม่ถูกดึงมาเกี่ยว

จบดราม่าคู่จิ้น มาเจอดราม่าตอนเปิดตัวคบกับ เคน ภูภูมิ ซึ่งเหตุการณ์นี้ เอสเธอร์ก็โดนถล่มหนักหนาอีกเช่นเคย และครั้งนี้ คุณแม่ก็ยังถูกดึงให้เข้ามาเอี่ยวกับดราม่านี้อีกเช่นเคย ซึ่งเรื่องนี้ เจ้าตัวหัวเราะขำและบอกกับเราว่า

“ดราม่าเรื่องพี่เคน ไม่หนักเท่ากับดราม่าคู่จิ้น (หัวเราะ) ดราม่าเรื่องพี่เคน เอสไม่ได้รู้สึกว่ามันยิ่งใหญ่หรือหนักเท่ากับดราม่าเรื่องคู่จิ้น อาจจะด้วยวุฒิภาวะเราโตขึ้น เรารู้จักการรับมือกับสถานการณ์ เหมือนเราปลง เรารู้สึกว่ามันเป็นไปตามธรรมชาติของวงการบันเทิง ที่ต้องมีข่าว และข่าวนี้ก็ไม่ได้มีผลต่อจิตใจเรามาก เพราะว่าเรามีภูมิจากเรื่องนั้นละ เราเลยไม่ได้รู้สึกโกรธหรือเสียใจ แต่เข้าใจมากกว่า

แต่ทั้ง 2 เรื่องนี้คุณแม่ถูกดึงเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย ความรู้สึกที่โกรธ เสียใจ อาจจะเป็นเพราะว่าดึงคนในครอบครัวเข้ามาเกี่ยวด้วย ซึ่งเขาไม่ได้เกี่ยว

ตอนนั้นก็คิดเยอะแยะไปหมดในหัว ผ่านมาเยอะหลายเรื่องราว เป็นเพราะเอสเข้าใจในวงการบันเทิง มันต้องมีข่าว มันต้องสูญเสียความเป็นส่วนตัว เข้าใจว่ามีข่าวมาเดี๋ยวข่าวก็ซาไป เดี๋ยวคนก็ลืม เข้าใจมันในวันที่อายุเรามากขึ้น” 

บทเรียนชีวิตอย่างดีที่ได้จากวงการบันเทิง

คนในวงการบันเทิง มีดีตรงที่ได้ชื่อเสียงและเงินทอง เป็นจุดที่หลายคนอิจฉา แต่ก็จะสูญเสียความเป็นส่วนตัวไป ตรงนี้เอสเธอร์รู้สึกอย่างไร คิดว่ามันคุ้มกันหรือเปล่า ซึ่งเจ้าตัวบอกกับเราว่า

“ใช่ค่ะ มันมีทั้งข้อดีและข้อเสีย ข้อดีคือเราสามารถได้ทำงานที่เรารัก ได้ทำงานกับนักแสดงหลายๆ คน มันเป็นงานที่สอนให้เอสโตขึ้นกว่าวัย คิดอะไรได้เยอะขึ้น แต่มันก็ต้องแลกมาด้วยการสูญเสียความเป็นส่วนตัว แต่เราอยู่ในที่สาธารณะ ก็ต้องรู้จักการวางตัว รู้จักกาลเทศะ และมารยาทค่ะ

วงการบันเทิงทำให้เอสโตขึ้นเยอะมากค่ะ (ยิ้ม) เรียนรู้อะไรจากวงการนี้ได้เยอะมากๆ ค่ะ จากประสบการณ์ที่ผ่านมา และชีวิตของพวกเราไม่ได้น่าอิจฉาเลย เพราะอาชีพแต่ละอาชีพมันมีทั้งข้อดีและข้อเสียแตกต่างกันไป อยู่ที่ว่าเราโอเคกับแบบไหนเท่านั้นเอง

และตอนที่มีชื่อเสียง ซึ่งเอสไม่เคยคิดว่าตัวเองดัง แต่คนรอบข้างจะบอก บอกว่าได้ฉายาคู่จิ้นห้างแตก มันทำให้เอสกลัว ทำตัวไม่ถูกว่าจะต้องทำตัวอย่างไร มันงง แปลกใจ วางตัวไม่ถูกต้องทำตัวอย่างไร”

อยากบอกอะไรกับคนที่เขาไม่ชอบเรา จับผิดเรา ตามว่าเราในโลกโซเชียลไหม เราให้โอกาสนี้พูดถึงสิ่งที่อยากจะพูดมันออกมาเผื่อคนเหล่านั้นจะผ่านมาอ่านเจอข้อความนี้

“สมัยนี้ไม่ได้ดราม่าเยอะเท่าสมัยก่อน โซเชียลมีทั้งด้านดีและด้านไม่ดี เปิดให้คนสามารถแสดงความคิดเห็นได้

มันไม่ผิดนะคะที่เราจะแสดงความคิดเห็นต่อบุคคลสาธารณะ แต่ว่าถ้ามันเกินขอบเขตมากเกินไป กล่าวถึงบุคคลที่สาม ไม่รู้เรื่องราวที่แท้จริง แต่มาเขียนเหมือนเป็นเรื่องจริง มันละเมิดคนคนนั้นมากเกินไป ไม่ได้บอกว่าวิจารณ์ไม่ได้ แต่วิจารณ์ได้ในขอบเขตดีกว่า

นักแสดงอิสระที่มากด้วยประสบการณ์

เราถามเอสเธอร์ต่อว่า ก่อนหน้านี้ เอสเธอร์ บอกว่าผันตัวมาเป็นนักแสดงอิสระ ตอนนี้ยังเป็นอยู่หรือไม่ เพราะแฟนๆ จะได้เห็นเอสเธอร์เล่นละครให้กับช่องวันอยู่เสมอ หรือว่าตอนนี้เซ็นสัญญาไปแล้ว ซึ่งเจ้าตัวบอกกับเราว่า

“ตอนนี้ยังเป็นนักแสดงอิสระอยู่เล่นละครแต่กับช่องวัน ยังไม่ได้เซ็นเข้าสังกัดค่ะ ค่ายอื่นบ้านอื่นก็มีติดต่อมา แต่ด้วยความที่เราตอบรับเล่นของช่องวันไปแล้ว เพราะรับละครเรื่องหนึ่งที มันจะกินเวลายาว ก็อาจจะไม่ได้เห็นเราแวบไปช่องอื่นบ้าง (ยิ้ม)”

แฟนๆ จะมีโอกาสได้เห็นเอสเธอร์กับ เคน ภูภูมิ หวานใจนอกจอ เล่นละครคู่กันบ้างหรือเปล่า งานนี้นางเอกสาวรีบบอกทันทีว่า

“ส่วนเล่นละครกับพี่เคน รู้สึกว่ามันแปลกๆ ค่ะ เพราะว่าเอสกับพี่เคนไม่เคยได้ร่วมงานกันในละครด้วยกันมาก่อน มาเจอกันแต่ในชีวิตจริง และถ้าในชีวิตจริงต้องมาเจอกันในละคร ไม่รู้ว่าภาพจะออกมาเป็นอย่างไร น่าจะแปลกๆ นิดนึง แม้หลายคนจะเชียร์ แต่เอสขอไว้ก่อน รู้สึกแปลกๆ (หัวเราะ) นึกภาพไม่ออก”

แล้วจากการที่ตัวเองเป็นนักแสดงอิรสะที่มีประสบการณ์มากกว่า งานนี้หวานใจหนุ่มได้มาขอคำแนะนำหรือปรึกษาอะไรไหม เอสเธอร์มีให้คำแนะนำเกี่ยวกับการทำงานบ้างหรือเปล่า เอสเธอร์จึงเล่าให้เราฟังว่า

“ส่วนมากพี่เคนจะเห็นจากการทำงานของเอสอยู่แล้ว แต่ว่าเขาก็มีถามบ้างเล็กๆ น้อยๆ ว่าการทำงานมันแตกต่างกันไหม เราก็ให้คำปรึกษาไปตามประสบการณ์ที่เราเจอ”

เคนกังวลใจไหม เพราะการเป็นนักแสดงอิสระมันเหมือนการซื้อหวยเหมือนต้องลุ้นว่าจะเปรี้ยงหรือไม่เปรี้ยง เพราะถ้าออกมาแล้วมีงานต่อเนื่องก็ดีไปแต่ถ้าไม่ค่อยมีงานก็เหมือนจะหายไปเลย ซึ่งเรื่องนี้เอสเธอร์ตอบไปขำไปกับความชิลของแฟนหนุ่ม 

“พี่เคนดูไม่กังวลกับอะไรเลยค่ะ อาจจะเป็นเพราะว่าเขามีเรื่องอื่นให้สนใจอยู่ด้วย ช่วงนี้พี่เคนอินเรื่องต้นไม้มาก และละครก็ยังไม่เปิดกล้อง เขาก็เลยเทความสนใจไปที่ต้นไม้ล้วนๆ เลย เขาไม่กังวลอะไร มีความสุขกับการดูแลต้นไม้ของเขา”

เผยแพลนแต่งงาน อยากมีลูกอยากมีครอบครัว

แม้จะเป็นคู่รักที่ไม่หวือหวา เรื่อยๆ เรียบๆ แต่หลายคนกลับให้ความเอ็นดูในคู่ของเอสกับเคนมากๆ รู้สึกอย่างไรที่หลายคนคอยลุ้น คอยติดตาม เจอคำถามเรื่องความรักเข้าไป ทำเอานางเอกสาวถึงกับยิ้มเขินก่อนจะตอบคำถามนี้ของเราว่า

“อาจจะด้วยนิสัยส่วนตัวของเราทั้งคู่ ที่ชอบอะไรง่ายๆ ง่ายมากๆ ชอบความสบาย ไม่ชอบอะไรที่มันอึดอัด ไม่ต้องพิธีรีตอง และพี่เคนเขาก็เป็นคนแบบนั้น ไม่มีสวมหน้ากาก เป็นธรรมชาติมาก บางทีก็เรียลมากๆ (หัวเราะ) พอมาอยู่ด้วยกัน มันก็ค่อยๆ เป็น ค่อยๆ ไป คบกันมา 5 ปีจะเข้าปีที่ 6 แล้ว รู้สึกว่ามันเร็วมากเลยค่ะ กะพริบตาแป๊บเดียวจะ 6 ปีแล้วที่รู้จักพี่เคนมา”

เพราะคบกันมานาน และดูเหมาะสมกันดี หลายคนจึงลุ้นว่าเมื่อไหร่จะมีข่าวดี ถามจริงๆ ด้วยความอยากรู้เบอร์ร้อย เคยคุยเรื่องแต่งงานกันไว้บ้างหรือยัง เจอถามตรงๆ แบบนี้เข้าไป เอสเธอร์ก็ตอบกับเราแบบตรงๆ เช่นกันว่า

“มีคุยกันค่ะ แต่ว่าช่วงนี้เป็นวัยทำงาน ก็อยากให้ทุกอย่างมันพร้อมทุกอย่าง เมื่อถึงเวลานั้นแล้วเราค่อยมาว่ากันอีกทีค่ะ ไม่มีฝ่ายใดเร่งรัด เรา 2 คนเห็นพ้องต้องกันในเรื่องนี้ค่ะ

คือเรา 2 คนอยากมีครอบครัว อยากมีลูกนะคะ และคิดว่า ถ้า 30 ยังมีลูกไม่ได้ ก็คงไม่มีแล้วแหละ ไหนจะอายุของเราที่เพิ่มมากขึ้น การจะตั้งท้องก็เป็นเรื่องที่ลำบาก และเอสเป็นคนขี้กลัว ไม่กล้าฝากไข่ กลัวเจ็บ (หัวเราะ)”

เคนเป็นแฟนที่ไม่มีปากมีเสียง เวลาทำธุรกิจด้วยกัน มีทะเลาะกันบ้างไหม หรือก็แล้วแต่เอสเธอร์เป็นคนจัดการได้เลย ซึ่งเรื่องนี้ เอสเธอร์เล่าพร้อมกับเสียงหัวเราะว่า

“พี่เคนเป็นคนง่ายๆ สบายๆ น้องว่าไง พี่ก็ว่าตามนั้นเลย ไม่มีการทะเลาะอะไรกันเลย เรื่องร้านอาหาร ร้านกาแฟ หลักๆ คือเอสจะเป็นคนตัดสินใจ

แต่ถ้าเรื่องต้นไม้ หรืออะไรที่ต้องดูแล ก็จะให้พี่เคนเป็นคนดู เราถนัดกันคนละเรื่องค่ะ จะแบ่งหน้าที่กันรับผิดชอบค่ะ (ยิ้ม) พี่เคนน่ารัก เป็นผู้ชายไม่มีปากไม่มีเสียง น้องว่าไง พี่เคนว่างั้น แต่เราก็จะบอกเขานะคะว่าจะทำอะไรให้เขารับทราบและรับรู้ด้วย”

สยบความเจ้าชู้ของเคนได้อยู่หมัด

ถามจริง ก่อนหน้านี้ เคน ภูภูมิ มีข่าวเรื่องความเจ้าชู้ ไม่กลัวเหรอตอนที่จะเริ่มคุยกันหรือคบกัน งานนี้เอสเธอร์ตอบเราด้วยความมั่นใจว่า

“ไม่มีความกลัวเลยนะคะ เอาจริงๆ ตอนนั้น เอสไม่เคยตามข่าวพี่เคนเลย ไม่รู้ว่าเขามีข่าวอะไร แต่พอมีข่าวว่าเริ่มคุยกับพี่เคน ก็จะมีเพื่อนมาเตือนมาบอกว่าให้ระวังนะ ถามตลอดว่าแน่ใจเหรอว่าจะคุยกับคนนี้ ก็เลยเพิ่งรู้ตอนนั้นว่าเขามีข่าวค่อนข้างเจ้าชู้ในตอนนั้น ไม่สิ คือเจ้าชู้เลยแหละ (ยิ้ม)

แต่พอมาคบกันแล้ว พอรู้จักพี่เคนจริงๆ เขาก็แบบ คือเมื่อก่อนอาจจะเจ้าชู้ตามวัย กำลังสนุกสนาน แต่พอมาคบเราแล้ว ไม่มีเรื่องผู้หญิงไม่มีอะไรให้เรารู้สึกไม่ไว้ใจเลย เขาเป็นปกติมาตลอดเลย (ยิ้ม)”

ระหว่างเอสเธอร์กับเคน ใครมีความขี้หึงมากกว่ากัน สารภาพกับเรามาซะดีๆ ซึ่งเรื่องนี้ นางเอกสาวยอมรับกับเราตรงๆ แบบไม่อายว่า

“เรื่องขี้หึงน่าจะเป็นเอสมากกว่าที่ขี้หึงมากกว่า ด้วยความที่เขาเป็นผู้ชาย ต้องไปงานที่มีผู้หญิงเยอะ เราก็จะคิดล่วงหน้า ก็จะคอยบอกเขาว่า ระวังตัวนะ อย่าทำให้หนูเป็นห่วงนะ ก็จะบอกเขาประมาณนี้ แต่ก็ไม่เคยมีเรื่องผู้หญิงเข้ามาทำให้ปวดหัวนะคะ เช็กไดเรกนะคะแต่ไม่มี (หัวเราะ)”

และก่อนจากกัน เราให้เอสเธอร์ได้ฝากผลงานละครเรื่องล่าสุดของเธอกันหน่อยกับละครแนวสืบสวนสอบสวนเรื่องเนตรมหรรณพ ที่เล่นคู่กับ สน ยุกต์ ส่งไพศาล ซึ่งเอสเธอร์เล่าถึงผลงานเรื่องนี้ที่เป็นบทที่แปลกใหม่และท้าทาย เพราะไม่เคยรับบทแนวนี้มาก่อนว่า

“สำหรับเรื่อง เนตรมหรรณพ นี้เป็นแนวสืบสวนสอบสวน ตามหาเพชรที่ถูกขโมยไป เรื่องนี้เอสรับบทเป็นลูกสาวเจ้าของบริษัทที่เพชรถูกขโมยไป ในเรื่องนี้เอสได้เป็นคนรวย (ยิ้ม) แต่งตัวสวย เพราะที่ผ่านมาได้แต่บทสู้ชีวิต สนุกมาก

แต่มีความยากในเรื่องการแสดง ไม่รู้จะวางมืออย่างไร จะเดินอย่างไร เพราะปกติจะได้รับบทคนธรรมดาทั่วไป ไม่เคยได้รับบทเป็นคนรวย เลยไม่รู้ว่าคนรวยเขามีความมั่น ความเอาแต่ใจหน่อยๆ มันเล่นยังไง จะมีความยากตรงนี้ กว่าจะจับทางได้ก็หลายคิวอยู่ (ยิ้ม) แฟนๆ จะได้เห็นเอสในบทบาทใหม่ ลุคใหม่ค่ะ (ยิ้ม)

ส่วนฉากจิ้นๆ อาจจะไม่ค่อยมีให้ได้เห็นในละครเท่าไร เพราะมันไม่ได้เป็นละครแนวโรแมนติก ความรักอะไรแบบนั้น แต่ก็จะมีบ้างนิดๆ หน่อยๆ เรื่องบู๊ก็ไม่ได้บู๊หนัก แต่ก็จะมีวิ่งหนีกระสุนไปกับพระเอกด้วย

และที่สำคัญ ละครเรื่องนี้พลาดไม่ได้สักตอนนะคะ เพราะถ้าพลาดแล้ว อาจจะไม่รู้เรื่อง อยากให้ติดตามกันเยอะๆ เพราะละครแนวนี้ในบ้านเรายังมีให้ดูไม่มากเท่าไร พวกเราทุกคน ทั้งนักแสดงและทีมงานตั้งใจกันอย่างสุดฝีมือเลย ยังไงก็ฝากละครเรื่องนี้ไว้ด้วยนะคะ”

ได้กลับมาสัมภาษณ์นางเอกสาว เอสเธอร์ สุปรีย์ลีลา อีกครั้ง บอกเลยว่า ความน่ารักของเธอคนนี้ยังมีเหมือนเดิมไม่มีเปลี่ยน แต่ที่เปลี่ยนไปคือ เอสเธอร์ดูโตขึ้นเยอะมาก

อาจจะเป็นเพราะประสบการณ์ชีวิตที่เธอได้ผ่านมันมา จึงทำให้เอสเธอร์นิ่งและโตขึ้น แต่มีอีกเรื่องที่เรายังรอเฮ กับแพลนวิวาห์ของเอสเธอร์และเคน หวังว่าเราจะได้ไปร่วมยินดีในวันสำคัญของทั้งคู่เร็วๆ นี้นะคะ. 

เรื่อง : จันทร์เจ้าขา

กราฟิก : Theerapong Chaiyatep

ช่างภาพ : เอกลักษ์ ไม่น้อย 

ดูข่าวต้นฉบับ

ที่มา : https://www.thairath.co.th/entertain/news/2009591
ขอขอบคุณ : https://www.thairath.co.th/entertain/news/2009591