พีเค ลั่นข่าวลือติดโควิดไม่ใช่เรื่องสนุก หมอแนะวิธีตรวจที่ถูกต้อง


เราก็ผ่านไปแต่งหน้า พอ 20 นาทีให้หลังมีคนมาตามบอกว่ามันมีขึ้นบางๆ ตรงช่องไม่ผ่าน เราก็กลับมาเจาะอีกก็ได้จะได้รีบไปถ่ายละรีบไป ก็เจาะตรวจอีกรอบผลก็เหมือนเดิม แต่เรามองไม่เห็นแต่เขาบอกว่ามันมีเส้นบางๆ ตรงไม่ผ่าน เหมือนสุ่มเสี่ยงในการติดโควิดได้

พยาบาลบอกกับทีมงานว่า ให้คุณพีเคไปตรวจที่โรงพยาบาลก่อน ซึ่งถ้าไปตรวจที่โรงพยาบาลมัน 24 ชั่วโมง แล้วรายการที่ผมต้องเข้าละทำยังไง ผมเลยบอกว่างั้นผมขอตัวไปแกรมมี่ก่อน รายการนั้นก็บอกว่าเลื่อนก่อนได้เขายอม

ซึ่งหลายคนที่เป็นแขกรับเชิญผลออกมาก็เป็นแบบนี้เหมือนกัน ไม่สามารถทำงานวันนั้นได้ ซึ่งหลังจากมาที่สตูดิโอนั้นมาแกรมมี่ใช้เวลา 45 นาที โทรศัพท์ดังประมาณ 10 กว่าสาย ได้ข่าวว่าเป็นโควิดเป็นยังไงบ้าง โน่นนี่”

เรายังไม่ได้บอกใคร?

พีเค “ใช่ แล้วอีกอย่างคือรู้ว่าเรายังไม่ได้เป็น เราก็ขำ พอใกล้จะถึงแกรมมี่โทรศัพท์มันมาเรื่อยๆ เราก็แบบเราติดโควิดตั้งแต่เมื่อไหร่ เมื่อกี้เพิ่งตรวจเอง ก็เลยคุยกับโปรดิวเซอร์รายการ เพื่อความสบายใจของทุกคนขอไปตรวจที่โรงพยาบาลวันนี้ขอไม่เข้ารายการ”

เขาตรวจยังไง?

พีเค “วัดความดัน วัดชีพจร อ้าปากแล้วจะมีเหมือนคอตตอนบัดจิ้มไปที่คอ ละมีอีกอันยาวๆ เหมือนกันจิ้มไปที่จมูกลึกๆ แค่นั้นแหละเพียงแต่ว่าคุณต้องรอผล 24 ชั่วโมง”

ตอนเขาเรียกลงมาอีกรอบที่ผลขึ้นรางๆ ตอนนั้นกลัวมั้ย?

พีเค “ไม่กลัว ในฐานะพิธีกรทำหลายรายการ วันนึงเจอคนเยอะมากเราต้องดูแลตัวเอง แน่นอนเราไม่เอาตัวเองไปในสถานที่ที่มันสุ่มเสี่ยงโควิดอยู่แล้ว ออกกำลังกายทุกวัน อาหารกินดี สวมหน้ากากล้างมือตลอด”

ตรวจไปแล้วใช้เวลารอคืนนึงลุ้นมั้ย?

พีเค “บอกได้เลยว่าไม่ลุ้นเลย แต่หลายคนโทรมา เราเข้าใจว่าทุกคนห่วง วันนั้นที่ไปถ่ายรายการแม่ไปด้วย แล้วเขาอายุ 75 เขาจะคิดขนาดไหน เอาจริงๆ เรื่องของโควิดเด็กกับคนแก่น่ากลัวที่สุด พี่เจอทุกคนทุกวัน”

ภรรยาว่าไงบ้าง?

พีเค “ตั้งแต่ที่มีข่าว มีแค่ 2 คนที่ไม่ห่วงอะไรเลย คือผมกับคุณโยเกิร์ต เพราะเราไปไหนด้วยกัน กินด้วยกัน ออกกำลังกายด้วยกันตลอด เราเข้าใจว่าโอกาสติดเราค่อนข้างจะยาก เพราะเรา 2 คนดูแลตัวเองดีมาก

แต่เข้าใจคนที่เป็นห่วงเรา แต่สิ่งที่ไม่เข้าใจคือผลตรวจเลือดที่มันขึ้นบางๆ แล้วบอกว่าสุ่มเสี่ยงที่จะติดโควิดมันหมายความว่ายังไง แล้วจากนั้นก็มีคนเม้าท์ว่าติดโควิดแล้วมันมาได้ยังไง”

ที่พี่เคตรวจสามารถตรวจโควิดได้จริงหรือเปล่า?

นพ.ศุภกิจ “ถ้าเข้าใจข้อเท็จจริงแล้วเราจะอธิบายสิ่งที่เกิดขึ้นได้หมด ขณะนี้เวลาเราจะบอกว่าใครป่วยหรือติดโควิด เรามีวิธีตรวจมาตรฐานที่คุณพีเคเล่าการตรวจจิ้มคอจิ้มจมูก เป็นมาตรฐานโลก ถ้าเราเจอเชื้อโควิดหรือสารพันธุกรรมของทั้ง 2 ยีนส์ เราสรุปเลยว่าคุณมีเชื้อโควิดแน่ๆ

อันนี้เป็นมาตรฐานของประเทศไทยที่ใช้วินิจฉัยคนที่เป็นโควิดในปัจจุบัน แต่ถ้าถามว่าเร็วกว่า 24 ชั่วโมงได้มั้ย ถ้าเขาเอาของคุณไปตรวจคนเดียวเลยประมาณ 4 ชั่วโมงก็ได้คำตอบครับ แต่ค่าตรวจอาจจะแพง จึงรอหลายๆ คนแล้วตรวจพร้อมกัน

แต่เวลาโควิดเข้าไปในร่างกายเราตัวเชื้อจะเพิ่มจำนวน แล้วร่างกายจะสร้างภูมิ บางคนอาจจะใช้เวลา 1-2-3 อาทิตย์ ผมจะอธิบายที่คุณพีเคไปตรวจแล้วเขาเจาะเลือดปลายนิ้ว อันนี้คือชุดตรวจภูมิคุ้มกัน c ต้องขึ้นทุกคนก่อน เราถึงจะแปลผล

สมมติว่าคุณพีเคติดเชื้อมา 3 เดือนที่แล้วไม่รู้เรื่องไม่มีอาการอะไร ตรงตัว m จะไม่ขึ้น ไปขึ้นที่ g แทน แต่ถ้าไปขึ้นที่ m บางๆ อาจแปลได้ว่าคุณพีเคติดเชื้อเริ่มหายแล้ว ภูมิคุ้มกันเริ่มขึ้นแล้ว มันมีประเด็นชุดตรวจพวกนี่มันไม่ได้ 100% มันอาจจะเป็นผลบวกลวงได้ คุณพีเคอาจไม่ได้ติดเชื้ออะไรเลย แต่ตัวเทสมันมีปัญหา”

แสดงว่าตัวตรวจเจาะเลือดยังไว้ใจไม่ได้?

นพ.ศุภกิจ “ทุกวิธีมันมีความคลาดเคลื่อนอยู่ของมันได้ เครื่องมือแต่ละอย่างมีข้อจำกัด ผมว่าเจ้าหน้าที่ควรจะนั่งเล่าให้คุณพีเคฟังจะได้ไม่ตกใจ ปกติที่ตรวจแบบนั้นเราไม่ได้แนะนำให้ตรวจ เพื่อจะบอกว่าใครเป็นหรือไม่เป็นเลยนะครับ การจะบอกว่าใครเป็นไม่เป็นมาตรฐานที่ดีที่สุดคือไปแหย่จมูก”

เจาะเลือดปลายนิ้วมีความแม่นยำกี่เปอร์เซ็นต์?

นพ.ศุภกิจ “จริงๆ มันมีหลายยี่ห้อมาตรฐานของ อย. แต่อย่างที่บอกต่อให้มีความไวความใกล้ แต่ถ้ามันตรวจในเวลาที่ไม่ถูกไม่ควรมันก็ไม่เจอ”

ห้างร้านเอกชนประชาชนทั่วไปควรเอาใช้มั้ย?

นพ.ศุภกิจ “อย. เวลาใครมาขึ้นทะเบียน เราเขียนไว้ชัดว่า จะเอาไปขายออนไลน์ คนเอาไปตรวจเองไม่ได้ครับ มีปัญหายิ่งงงไปกันใหญ่เลย ประชาชนตรวจเองไม่ได้

บริษัทห้างร้านเอาไปตรวจเองเจอผลแบบคุณพีเควุ่นวายกันแน่นอนเลย เราไม่แนะนำให้ทำอย่างนั้นเลย การตรวจแบบเจาะเลือดที่ปลายนิ้วใช้ตรวจประกอบกับการแหย่จมูกเพื่ออธิบายว่าคนนั้นติดเชื้อมานานหรือยัง มีภูมิคุ้มกันขึ้นหรือยังเท่านั้นเอง”

มันมีสิ่งที่น่ากลัวกว่าโควิด?

พีเค “คำพูดของคน ข่าวกระจายไปหาลูกค้า ข่าวกระจายไปหาผู้บริหารต่างๆ ว่าเราติดโควิด ทั้งๆ ที่พยาบาลแค่บอกว่า สุ่มเสี่ยงที่จะติดโควิดได้ คำพูดคนน่ากลัว

จะบอกว่าในช่วงนี้คนไทยและคนทั่วโลกกำลังเซนซิทีฟกับโควิดเนี่ยระวังหน่อยว่า คนที่คุณพูดถึงเขาติดจริง คือถ้าจริงส่งรักษาเป็นกำลังใจให้เขา แต่คนที่เขายังไม่ติดแต่คุณบอกว่าติด แค่ตัวเราอ่ะเป็นแสนแล้วนะ หมดไปเลยเป็นแสน แต่ไม่เป็นไรครับฝากไว้หน่อยแล้วกัน”.

ดูข่าวต้นฉบับ

ที่มา : https://www.thairath.co.th/entertain/news/2011040
ขอขอบคุณ : https://www.thairath.co.th/entertain/news/2011040