บทบาทใหม่ "เต้" เปิดแบบไม่มีอะไรกั้นภูมิใจเป็นผู้ประกาศข่าวถ่ายทอดความจริง


“ผมเองไม่เคยคิดมาก่อนเลยว่าจะได้มาเป็นผู้ประกาศข่าวคือพอวันนึงเราเติบโตในวงการบันเทิงมันทำให้เรารู้สึกว่าในแต่ละบทบาทมันเป็นการเพิ่มพูนความรู้ให้กับตัวเราเอง เวลาเราเล่นละครเหมือนเราเป็นคาแรกเตอร์ละครตัวนั้นๆแต่อันนี้จะไม่ใช่ในฐานะตัวละครแล้วแต่มันคือในฐานะผู้ประกาศข่าวแล้ว มันกลายเป็นว่าเราสามารถนำเสนอในมุมมองที่เรารู้สึกมีความสุข รู้สึกห่วงใยรู้สึกดีกับข่าวหรือแม้แต่กับความเศร้าความน่าเสียใจกับข่าว เราสามารถส่งผ่านไปถึงคนดูได้เลย มันไม่ใช่การแสดงแต่มันเป็นความรู้สึกจริง ซึ่งอันนี้ผมรู้สึกว่ามันคือความสุขอย่างหนึ่งที่เราได้มอบให้กับคนดู”

ฟีดแบ็กแฟนๆว่ายังไงบ้าง?

“ผมพยายามตามดูทุกวันจากคอมเมนต์ต่างๆที่ทุกคนเขียนมาทั้งในเฟซและในยูทูบ ขอบคุณทุกคนที่คอยเป็นกำลังใจ มีทั้งชมบ้างและมีติบ้างครับ มีคำแนะนำกลับมา ผมเลยต้องแค็ปภาพเก็บไว้ประจำเลยตรงนั้นคือความรู้สึกที่ดีมากเลย”

ต้องปรับเวลาการทำงานกับเวลาของครอบครัวมั้ย?

“พอดีที่ผมเริ่มงานคือเมื่อช่วงต้นปี จังหวะพอดีกับโรงเรียนที่สั่งหยุด เท่ากับว่าเราก็มีเวลากับครอบครัวมากขึ้น กลายเป็นว่าตอนนี้ลูกผมก็คอยถามผมว่าปะป๊าวันนี้มีข่าวอะไรบ้าง เค้าชอบเลียนแบบผมในการนั่งอ่านข่าว เรารู้สึกว่ามันเป็นงานที่ส่งเสริมทั้งเราและครอบครัวด้วยเลย ลูกก็มีความสุขกับสิ่งที่เราทำ”

จากนักแสดงเจ้าบทบาทมาเป็นผู้ประกาศต้องสร้างความน่าเชื่อถือยังไง?

“สิ่งสำคัญเลยคือว่าตั้งแต่แรกที่ทางพี่โจ-ธีระ บก. ข่าวช่อง8 ได้ชวนเข้ามาบอกว่า เราต้องเป็นที่พึ่งของประชาชนนะคำนี้มันโดนใจเรามากเพราะมันรู้สึกว่าผู้ประกาศข่าวในมุมมองความคิดเราที่ผ่านมามันคือ ก็เป็นคนอ่านข่าวและอัปเดตสถานการณ์ข่าวแค่นั้นแต่คนข่าวตัวจริงหมายถึงเราสามารถเป็นที่พึ่งของประชาชนได้ ผมเลยตั้งใจจะทำงานตรงนี้ให้ดีที่สุดเลยครับและให้ความเชื่อมั่นให้คนสามารถเชื่อถือในคำพูดเราได้คือจุดมุ่งมั่นสูงสุดของผม”

ยังคิดถึงงานแสดงมั้ยตอนนี้มีงานอะไรบ้าง?

“คือตอนนี้ก็มีงานซีรีส์ของ Netflix อยู่ถ่ายทำอยู่ยังไม่เสร็จ เป็นซีรีส์เกี่ยวกับ มิวสิกอะคาเดมี ผมยังรับงานละครหรืองานอื่นๆ ยังรักงานบันเทิงอยู่ ผมเองถึงแม้ว่าจะไม่เคยผ่านงานเกี่ยวกับผู้ประกาศข่าวมาเลยก็ตามแต่วันนี้เป็นการเปิดมุมมองในการดำเนินชีวิตใหม่ให้เรา ทำให้เราได้เห็นคุณค่าอะไรใหม่ๆ เพราะฉะนั้นไม่ว่าจะเป็นงานในด้านไหน ตอนนี้มันไม่มีอะไรปิดกั้นผมแล้วครับ ผมมองว่ามันส่งผลดีกับเรา ทำแล้วได้ส่งความสุขไปให้คนอื่นๆ ได้ ถ้าเราเป็นส่วนหนึ่งในการเข้าไปช่วยเหลือเค้าได้ ก็รู้สึกดีแล้วครับ”.

ดูข่าวต้นฉบับ

ที่มา : https://www.thairath.co.th/entertain/news/2018009
ขอขอบคุณ : https://www.thairath.co.th/entertain/news/2018009