ชีวิตในนรก แพท พาวเวอร์แพท เรื่องลับ ’ปรัชญาคุก’ 40 ปี ขายวิญญาณให้ปิศาจ


Thairath Talk : คุณขายวิญญาณให้กับซาตาน ตามวิถีร็อกสตาร์ อย่างที่คุณเชื่ออย่างนั้น

ขายให้กับยาเสพติดซะมากกว่า ครั้งแรกที่ลองคือกัญชา (โปรดใช้วิจารณญาณในการรับชม และยาเสพติดมีโทษแก่ร่างกายและทางกฎหมาย) ความรู้สึกมันรู้สึกดีและมันใช่ทำนองนั้นครับ แต่พอนานๆ ไป ความสุขมันแค่ชั่วครู่ชั่วคราวเท่านั้นเอง แล้วสิ่งที่ตามมามันคือเรารู้สึกหงุดหงิดง่าย เจ้าอารมณ์ ไม่สบอารมณ์กับแค่สิ่งเล็กๆ ทำให้ใช้ชีวิตไม่มีความสุข ก็เลยต้องไปหาอะไรใหม่มาเรื่อยๆ

Thairath Talk : ตามวิถีร็อกสตาร์เขาเชื่อว่า อารมณ์ในการเสพยาทำให้สร้างสรรค์ผลงานออกมาได้

ก็มีบ้างนะครับ แต่พอมานึกย้อนไป การที่เราสร้างงานศิลปะทุกแขนงมันยากมากในการใช้สติ การเสพยามันทำให้เราขาดสติ ไม่มีสมาธิ ร่างกายก็ไม่ได้สมบูรณ์พร้อม แล้วเราจะไปสร้างงานที่ดีได้อย่างไร อันนี้คือสิ่งที่เราตกผลึกจากช่วงที่เราผ่านพ้นมาแล้ว เรามองย้อนกลับไปถึงตัวเองในวันนั้น

Thairath Talk : ช่วงที่คุณเป็นทาสยาเสพติด มีถึงขนาดเสพแล้วเกือบตายบ้างไหม

มีครับ (ตอบทันที) เราอยากรู้ว่าลิมิตของตัวเองมันสุดได้ขนาดไหน ก็เลยยัดเยียดเข้าไปให้กับร่างกาย จนเกือบจะชักเกร็งอยู่ครั้งหรือสองครั้ง แต่ก็รอดมาได้ เพียงแต่ต้องรักษาตัวเองอยู่หลายวัน

Thairath Talk : คุณอยู่บนความตาย ในใจมันคิดอะไรอยู่

มันคิดแค่ว่าเรามีความสุขแค่ตรงนั้น เราพร้อมที่จะตายได้ทุกเมื่อ ขอให้เราได้ใช้มัน มันคืออำนาจของยาเสพติด มันครอบงำสติสัมปชัญญะของเรา

Thairath Talk : มีคนเตือนคุณบ้างไหม

ก็มีนะครับ แต่เราไม่ฟัง อีโก้เราเยอะ เราเชื่อมั่นในตัวเองสูงมากในตอนนั้น ผมเสียเวลาไปกับสิ่งเหล่านี้นานถึง 4-5 ปีได้

วันที่ไฟชีวิตดับ-ข้อความถึงดาราหลงผิด

เราอาจจะเคยฟังเหตุการณ์วันที่แพทโดนจับ แต่สิ่งที่ชายหนุ่มผู้นี้รู้สึกลึกๆ อาจจะไม่เคยฟังที่ไหน เหตุผลของการกระทำ ทำให้เขาเจอโลกในมุมใหม่ ปรับตัวเองให้แกร่ง สู้กับปัญหาด้วยกำลังใจจากคนที่รัก

“พอเราใช้ยาไปสักระยะ ทรัพย์สินเริ่มร่อยหรอ จึงมีเพื่อนในวงการ (ยาเสพติด) ติดต่อมาว่า อยากจะเอายาเสพติดมาฝากคุณไว้ เมื่อถึงเวลาจะมาเอาคืน คุณอยากจะใช้เท่าไรก็ใช้ไป ผมก็คิดแค่ว่า เราก็ไม่ต้องซื้อ ของฟรีเล่นได้เรื่อยๆ

พอถึงเวลาเกือบๆ สัปดาห์ เขาก็มาเอาของเขาคืน เราก็เอาลงไปให้เขา แล้วตำรวจก็ตามเขามาเพื่อหาของกลาง ซึ่งผมก็ถือของกลางไปให้ เรื่องก็มีอยู่แค่นี้ครับ”

Thairath Talk : วันที่คุณอยู่ในสปอตไลต์ อยู่ในวงการบันเทิง มีชื่อเสียง แล้วหลังจากถูกจับ คุณใช้คำว่าถูกปิดไฟดำมืด ความรู้สึกตอนนั้นมันเป็นอย่างไร

มันชาไปหมด มันมืดมิด และรู้เลยว่ามันพังแน่นอน แล้วไม่มีหน้าอะไรอยู่ในสังคมแล้วด้วย แก้ไขอะไรไม่ได้แล้วด้วย ซึ่งของกลางมันก็มาก แต่ในใจตอนนั้นผมยังไม่มีความรู้ด้านกฎหมายเกี่ยวกับโทษยาเสพติดที่ชัดเจน ก็ยังมีความหวังลึกๆ อยู่ว่า มันไม่ใช่ของเรา เราแค่รับฝากไว้ มันจะเป็นโทษเต็มได้อย่างไร มันน่าจะมีกระบวนการพิสูจน์ว่าเราไม่ใช่ผู้จำหน่าย เราเป็นเพียงแค่ผู้เสพ แต่ซึ่งจริงๆ แล้วกระบวนการด้านกฎหมายแน่นอนว่ารวมเหมา

ตอนแรกผมก็ไม่ทราบอะไรจริงๆ ตอนถูกจับกุมที่โรงพัก ก็มีพี่ๆ ตำรวจมาพูดคุยว่าคดีอย่างผม โทษมันจำคุกเกิน 20 ปีแน่นอนเลย ผมก็อึ้ง อำกันเล่นหรือเปล่า แต่พอรู้ว่าโดนไปทั้งหมด 50 ปี ถูกต้องครับ ผมช็อกเลย

Thairath Talk : ในวงการบันเทิงมีเยอะไหมที่เป็นแบบคุณ แต่ยังไม่โดนจับ

ผมไม่ทราบนะ ผมคิดว่าเมื่อก่อนก็อาจจะมี แต่จากกรณีของผม น่าจะทำให้บางคนที่อาจจะมีก็คงจะกลัวแล้วล่ะ ได้เห็นเคสผมเป็นตัวอย่างแล้วว่ามันหนักหนามาก

ไม่ได้ติดคุกคนเดียว-น้ำตาคลอ ขอขมาพ่อแม่

วันที่ 4 ม.ค. 2564 กลายเป็นวันประกาศอิสรภาพของ นายวรยศ บุญทองนุ่ม หลังจากชดใช้ความผิดคดียาเสพติดกว่า 16 ปีในเรือนจำ ภาพที่ทุกคนยังคงน้ำตาซึม ก้าวแรกพ้นเรือนจำ แพทก้มลงกราบคุณพ่อคุณแม่ สัมผัสกันและกันด้วยความเงียบ

“มันเป็นสิ่งที่ผมตั้งใจไว้แต่แรกอยู่แล้ว เพราะที่ผ่านมาผมรู้ตัวดีว่าผมเป็นลูกที่แย่มาก และเป็นลูกชายคนเดียวด้วย อายุป่านนี้ยังต้องให้ท่านมาส่งเสีย คอยมาเยี่ยม และทำให้ท่านลำบาก ซึ่งผมรู้สึกแย่ จึงขออยากกราบขอโทษขอขมาในความผิดครั้งนี้กับท่าน

ก็รู้ว่าครอบครัวผม พ่อแม่ผมก็ไม่เคยมองผมเป็นภาระ หรือความลำบาก ท่านก็มาด้วยความเข้าใจและความรัก สิ่งนี้ยิ่งทำให้ผมคิดว่า เมื่อผมได้โอกาสออกมายืนในสังคมเหมือนคนทั่วไปแล้ว ผมก็อยากจะตอบแทนพระคุณ อยากจะอยู่กับท่าน อยากจะดูแลท่านบ้าง เพราะท่านก็อายุมากขึ้นทุกวัน” แพทเล่าด้วยแววตาแห่งความโศกเศร้า ซึ่งเหตุการณ์ในวันนั้น แพทไม่ได้กล่าวอะไรกับพ่อแม่เลย ด้วยความตื้นตันดีใจจุกจนพูดไม่ออก ส่วนคุณพ่อได้พูดกับแพทแค่เพียงประโยคสั้นๆ ว่า

“ไม่ต้องร้องไห้นะลูก” ส่วนคุณแม่เอ่ยด้วยประโยคคุ้นเคยของความเป็นแม่ “กลับไปอยู่ด้วยกันนะ อยากกินอะไรจะทำให้กิน” แพทเล่าไปยิ้มไป แถมบอกว่า หลังจากได้ออกจากเรือนจำก็นอนกับคุณแม่ทุกคืน อยากชดเชยกับความลำบากที่ท่านประสบมาตลอดหลายปีที่ผ่านมา

Thairath Talk : คุณพ่อคุณแม่เคยพูดถึงความผิดของคุณบ้างไหม

ไม่เคยเลย ไม่เคยเอ่ยเลย เพียงแต่คุณพ่อพูดว่า ต่อจากนี้ไปก็เลือกทางเดินชีวิตให้ดีนะลูก ถ้าเราคิดดีทำดี สิ่งที่ดีจะเข้ามาหาตัวเราเอง โดยที่เราไม่ต้องไปไขว่คว้าหามัน เลือกเส้นทางต่อจากนี้ให้ดี ชีวิตเป็นของแพทเอง แพทต้องเลือก

Thairath Talk : มีอะไรที่อยากจะบอกกับคุณพ่อคุณแม่ที่ยังไม่ได้บอก ด้วยความเขินอาย หรือยังจุกจากวันนั้น วันนี้เป็นโอกาสที่ดีแล้ว เชิญเลยครับ

ผมก็อยากจะขอโทษ (พนมมือ) ทั้งพ่อแม่ และครอบครัวทุกๆ คน ที่อาจจะเป็นคนในครอบครัวที่ไม่ดีในสมัยก่อน เป็นลูกที่ไม่เห็นพระคุณของพ่อแม่สักเท่าไร ละเลย ไม่ค่อยดูแลเอาใจใส่ท่าน ผมขอโทษ ผมไม่ได้มีความตั้งใจอย่างนั้น หลังจากนี้ไปผมจะไม่ทำให้ทุกคนผิดหวัง เราก็อยู่พร้อมหน้าพร้อมตากันตลอดไป ไม่หนีไปไหนอีกแล้ว

พิธีกรของเราถามย้ำว่า ชีวิตนี้จะมีความผิดครั้งที่สองอีกหรือไม่ แพทตอบทันทีแบบไม่คิดเลยว่า “ไม่มีแน่นอนครับ” ด้วยแววตามุ่งมั่นทำให้เราและสังคมเชื่อจริงๆ ว่า แพทในวัย 40 ปี ตอนนี้เขาเปลี่ยนไปแล้วจริงๆ

กำแพงสังคม-สิ่งที่ได้จากคุก

Thairath Talk : เวลาคนติดคุกเมื่อพ้นผิดออกมาสู่สังคม ทำให้คนไม่ให้โอกาสคนเหล่านี้

ผมว่าไม่ใช่คนไม่ให้โอกาสหรอกครับ ควรดูเป็นกรณี เป็นตัวบุคคลไป ว่าคนที่ออกมา ตัวเขาเองเปลี่ยนแปลงแล้วจริงหรือเปล่า มีความอดทนต่อสิ่งที่เขาจะเจอมากน้อยแค่ไหน ถ้าเขาสามารถพิสูจน์ให้สังคมเห็นได้ ผมว่าสังคมคนไทยใจดี และให้โอกาสคนอยู่แล้ว มันเป็นโอกาสของเขาแล้วที่ต้องพิสูจน์ให้สังคมเห็น จะต้องอดทนให้ได้ จะต้องซื่อสัตย์ ขณะทำงานและปฏิบัติตัวในวิถีสังคมเพื่ออยู่ร่วมกับเขาให้ได้

ผมเชื่อเลยว่า กำแพงที่คนภายนอกกั้น มันจะพังทลายลงด้วยการกระทำของตัวเขาเอง

Thairath Talk : อนาคตหลังจากนี้ในอีกสักปี หรือ 2 ปี เราจะเห็นคุณในรูปแบบไหน

ยังบอกไม่ได้ แต่บอกได้แล้ว สิ่งที่ผมรักที่สุดคืองานเพลง และการเล่นดนตรีเท่านั้นเอง

Thairath Talk : ถ้าวันนี้คุณไม่โดนจับไปชดใช้ความผิดในเรือนจำ ชีวิตของคุณตอนนี้ก็อาจจะไม่มีวันนี้ อย่างที่คุณเคยบอก การโดนจับในวันนั้นเป็นเหมือนความโชคดีในความโชคร้าย อย่างน้อยได้รักษาชีวิตไว้

มันเหมือนกับเราได้ไปเรียนมหาวิทยาลัยชีวิต ได้ไปศึกษาธรรมะในการปฏิบัติจริงในการใช้ชีวิต ในคุกมันสอนวิถีทางที่ถูกที่ควรในการดำรงชีวิตของเรา

Thairath Talk : บทเรียนของคุณหลังจากภายใต้การใช้ชีวิตในเรือนจำมา 16 ปี ความคิดตกผลึกของคุณ เล่าให้เราฟังหน่อย

(นิ่งคิดสัก 3 วินาที) ชีวิตคนเราไม่ได้ต้องการอะไรมากมาย อยู่ในเรือนจำเขากำหนดให้เรามีเสื้อผ้าแค่ 5 ชุด ชุดหลวง 3 ชุด ชุดส่วนตัว 2 ชุด ของใช้ก็ไม่ให้มีมากมาย เงินก็ให้ใช้ได้ไม่เกินวันละ 300 บาท ทรัพย์สินอะไรต่างๆ ก็ไม่สามารถที่จะสะสมได้ เนื่องจากเขากำหนดให้เรามีล็อกเกอร์เล็กๆ

“ผมก็เคยพิจารณาว่า เหตุผลที่เขาทำแบบนี้ก็เพื่อสื่อให้เห็น ชีวิตมนุษย์ไม่ได้ต้องการสิ่งของนอกกายอะไรมาก ก็อยู่กันได้ ก็ไม่เห็นตาย ไปไขว่คว้าดิ้นรนมาเพื่ออะไร ทำให้ตัวเองบาดเจ็บ มาสร้างกับดักหลุมพรางให้ตัวเองทำไม”.

ดูข่าวต้นฉบับ

ที่มา : https://www.thairath.co.th/entertain/2015901
ขอขอบคุณ : https://www.thairath.co.th/entertain/2015901