ณวัฒน์ โต้เปล่าเนรคุณ แอน จักรพงษ์ แฉกลับจ่ายเงินช้า ขอหยุดร่วมงานก่อน


ข่าวแนะนำ

ล่าสุด ณวัฒน์ ได้เปิดใจถึงเรื่องดังกล่าว โดยบอกว่าขอไม่เอ่ยชื่อ พร้อมทั้งบอกว่าคนเราต้องมีเหตุผล และมีหลักการของตัวเอง เรื่องการสนับสนุน การเป็นสปอนเซอร์ มันเป็นอย่างนั้นจริงๆ แต่ว่าการสนับสนุน การเป็นสปอนเซอร์ คือเป็นการทำตามข้อตกลง ผลประโยชน์ต่างตอบแทน ก่อนจะเล่าถึงความลำบากเมื่อตอนตนพาเด็กในสังกัด 20 คน ไปเดินแฟชั่นโชว์ชุดประจำชาติ แต่กลับไม่ได้รับความสะดวก ไม่มีห้องแต่งตัว ไม่มีห้องแต่งหน้า ต้องไปตามซอก ไม่มีห้องเปลี่ยนเสื้อผ้า ต้องไปในห้องน้ำ ไม่มีอาหาร วันที่ลำบากมากกับน้องทุกคนในการทำงาน แล้วมันก็เป็นแบบนี้มาเสมอ

อีกทั้งยังพูดถึงการที่อีกฝ่ายเป็นสปอนเซอร์ แต่จ่ายเงินช้าตลอด ทวงแล้วทวงอีก และไม่จ่าย และช้ามากทุกครั้ง โดยบอกว่ามีหลักฐานชัดเจน มีวันวางอินวอยซ์ (ใบแจ้งหนี้) วันที่ได้เงินทุกครั้ง รวมถึงแชตในมือถือ จนสายป่านเส้นสุดท้ายขาด เมื่อตอนปี 2561 ซึ่งเป็นปีที่ โกโก้ อารยะ ได้รับตำแหน่งมิสแกรนด์ไทยแลนด์ เพราะเนื่องจากว่าบริษัทเตรียมเข้าตลาดหลักทรัพย์ บริษัทตนมีนโยบายค่อนข้างสูง เรื่องการยกหนี้ข้ามปี เนื่องจากจะเป็นโปรไฟล์ที่ไม่ดี ถ้าเกิดจะเข้าตลาดหลักทรัพย์ต้องไปทำระบบอีกแบบหนึ่ง

ซึ่งตนก็ไม่รู้ว่าปัญหาตรงนี้เกิดจากอะไร ไม่รู้ว่าเจ้านายจะรู้หรือเปล่า แต่ทุกครั้งเด็กจะบอกว่า เจ้านายยังไม่สะดวกที่จะเซ็น เจ้านายยังไม่เข้า ซึ่งตนก็เคยถามว่า มันจะครึ่งปีแล้ว ก่อนจะย้ำว่า “อันนี้ไม่ได้ออกมาทวงนะครับ ผมได้ครบแล้ว ไม่เกี่ยวกันนะ เราต้องเข้าใจว่าการอธิบาย เพื่อให้คนอย่าเข้าใจผิดว่าผมเป็นคนเนรคุณ ว่าได้สปอนเซอร์มาจากใครแล้ว แล้วไม่รู้สึกสำนึกในบุญคุณ แล้วมาว่าเขา มันแยกกันนะครับ”

พร้อมทั้งยืนยันว่าไม่ได้ซ้ำเติม และไม่ได้เกาะดัง เพราะถ้าเกิดว่าเกาะคนดังจริงๆ ก็คงไม่ได้พูดถึงเขา คงจะไปพูดถึงคนอื่น แต่ตนไม่ได้เกาะคน ตนเกาะเรื่องมากกว่า ลองไปดูเทปย้อนหลังกันได้ ว่าตนเคยเชียร์ออกนอกหน้าขนาดไหน ถึงขนาดเคยสนับสนุน ว่าอีกฝ่ายน่าจะเป็นคนแรกที่เป็นนักการเมืองได้ จุดแรงบันดาลใจกัน เพราะตนเห็นความเอาจริงเอาจัง ความเก่งในระดับหนึ่ง

ส่วนเรื่องที่เขาโพสต์ให้ตนไปแปลงเพศก็ไม่เป็นไร ที่บอกว่าตอนนี้หยุดแค่นี้นะ เพราะเป็นสิทธิ์ของตน และตนคิดว่ามันไม่เหมาะจริงๆ จำไว้ว่าทุกอย่างมันถูกเรคคอร์ดไปชั่วชีวิต เด็กสักวันหนึ่งโตขึ้นไป แล้วมาดูแบบนี้ มันก็ไม่ค่อยเหมาะสมก็เลยออกมาพูด ถามว่ารู้สึกว่าคนนี้ทำให้ภาพของสตรีข้ามเพศมันดูลบไหม ตนมองว่าคนเราต้องมองกันที่บุคคลมากกว่า อย่ามองเป็นกลุ่มเลยมันลำบากใจ บางทีอาจจะเป็นเหตุผลอะไรบางอย่างก็ได้ อย่าไปโทษเขาคนเดียว

เมื่อถามว่าสถานะตอนนี้ยังเรียกเขาว่าเพื่อนไหม ณวัฒน์ตอบว่า “ในสมัยก่อนก็น่าจะเป็นเพื่อนมั้งครับ แต่ตอนนี้ไม่เป็นไรครับ เอาจริงๆ เราไม่ได้ทำงานด้วยกัน แต่ก็ไม่ได้ถึงขนาดกับว่าเจอกันแล้วจะไม่คุยกันนะครับ ถ้าเจอกันก็คุยกันได้ แต่เราไม่คุยเรื่องงาน ผมไม่สามารถสนับสนุนแนวทางแบบนี้ได้ ผมต้องบอกจุดยืนของผมอย่างชัดเจนถ้าจะมาธีมแบบนี้ผมก็ทำไม่ไหวจริงๆ แต่ถ้ามาธีมแบบเดิม เป็นคนทำงาน ผมก็ยินดีจะทำให้ แต่ถ้าเกิดว่าเปลี่ยนตัวเองมาพรีเซนต์แบบนี้แล้ว โดยเฉพาะภาพต่างๆ ผมก็ไม่อยากให้มันเยอะขนาดนั้น”

พร้อมทั้งบอกว่าหลังจากนี้จะไม่เขียนถึงอีก ยืนยันไม่มีปัญหา เพียงแต่ว่าไม่ได้ร่วมงาน แต่เจอกันก็ยังทักเขาได้ ไม่มีอะไร ก่อนจะบอกว่า “ผมก็ฝากถึงเขาด้วยละกัน ฝากให้ใจเย็นๆ ค่อยๆ คิด แล้วก็ไม่มีอะไรจีรังในทุกสิ่งทุกอย่าง แต่ผมก็ไม่มีสิทธิ์ไปสอนใคร อย่างที่บอกว่าให้ใจเย็นๆ ทุกสิ่งทุกอย่างมันจะค่อยๆ ผ่านไป วันหนึ่งไม่แน่นะครับ อาจจะต้องมาขอบคุณก็ได้ว่ามันก็สมควรน่ะ เราอย่าลืมสิว่าเด็กตัวเล็กๆ สองคนที่อยู่เคียงข้างสักวันเขาก็โต แล้วเขาจะดูอะไรล่ะครับ”

ปิดท้ายด้วยคำถามว่าจะยังร่วมงานกันได้มั้ย ณวัฒน์ตอบทันที “ตอนนี้ขอหยุดก่อนครับ ถามว่ารอให้เขาเปลี่ยนพฤติกรรมดีๆ ก่อนรึเปล่า อย่าเรียกว่าพฤติกรรมดีหรือไม่ดี เอาเป็นว่าถ้าเปลี่ยนลักษณะเรื่องในการนำเสนอแล้วเราค่อยมาพิจารณากันอีกครั้งหนึ่ง แต่ว่า ณ ขณะนี้เอาเป็นว่าพักสักครู่”.

ดูข่าวต้นฉบับ

ที่มา : https://www.thairath.co.th/entertain/news/2028816
ขอขอบคุณ : https://www.thairath.co.th/entertain/news/2028816