จ๊ะ บ่นน้อยใจ ระบายหมดเปลือก ถูกคนในวงการมองค้ายา-เสี่ยเลี้ยง


จ๊ะ บ่นน้อยใจ ระบายหมดเปลือก ถูกคนในวางการมองค้ายา-เสี่ยเลี้ยง

แค่ทำเพลง สิบสอง ออกมาเพื่อให้แฟนๆ ได้คลายเครียด แต่พอเพลงเป็นกระแสปุ๊บ ดราม่ามาอย่างต่อเนื่อง แต่ที่ทำให้นักร้องลูกทุ่งสาว จ๊ะ อาร์สยาม นงผณี มหาดไทย เจ็บจี๊ดที่สุดก็

เพราะโดนผู้ใหญ่ในวงการลูกทุ่งแขวะ ร้องเพี้ยนก็ดัง ทั้งยังระบายความในใจ ถูกคนในวงการสงสัยว่าค้ายา สาเหตุเพราะมีตังค์ซื้อนาฬิกา

จ๊ะ

ระบายหมดเปลือก

โดยนักร้องลูกทุ่งสาวระบายความในใจแบบยาวเหยียดว่า “ขอบคุณทุกคนที่สนใจ และใส่ใจในเพลงนี้ เพลงนี้ทำมาเพราะว่าจ๊ะมีช่องยูทูบ เราเป็นนักร้อง เราวาง ตอนนี้งานคอนเสิร์ตเราเป็นศูนย์ แล้วช่องยูทูบเราก็มีอยู่แล้ว เราก็คิดช่วง มิตรไมค์ เราให้ทีมงานเพลงของเราทุกคนได้เลือกว่าเราจะทำเพลงอะไรคัฟเวอร์

มีคนเสนอมาในกลุ่มไลน์ของนักดนตรีเรา ตอนแรกจะคัฟเวอร์เพลง ชิงชัง ของพี่ดาว มยุรี มันสองแง่สองง่ามนิดนึง แต่พอพี่สาวไปเจอเพลงนี้จากยูทูป ชื่อเพลง นาฏศิลป์อินเดีย พี่เป็กอยากให้คัฟเวอร์ทั้งเพลง แต่เราคุยกันสรุป คือเอาช่วง มกรา-กุมภา และไม่เอาดนตรีเดิม

เพราะว่าดนเตรีเดิมเขาเป็นอินเดียจ้า ยุคมันเปลี่ยน เราเลยเอาทำดนตรีใหม่ ยังคงมีเมโลดี้เดิมอยู่บ้าง ใส่ความเป็นอีสานเข้าไป ทีมนักดนตรีจ๊ะทำดนตรีเสร็จ เขาก็มาให้ฟัง เราชอบแล้วก็ไปลงเสียง ไม่ได้คิดอะไรเลย ตอนแรกร้องเพราะเลย
แล้วท่อนที่ร้องว่า กะดักกะดา เราตั้งใจ จริงๆแล้วต้องร้องว่า กะ รัก กะ ดา เพราะว่าตอนแรกเราร้องเพราะ พอเอามาฟังแล้วมันไม่ใช่ ด้วยโจทย์ที่เราเพลงนี้ อยากให้มันออกมาสนุก เราเลยบอกพี่แชมป์ว่าลบเลย ขออัดใหม่ รอบเดียวไม่ได้คิดอะไร อย่างที่ฟังกัน เราฟังเราก็ขำกัน แต่มันกลายเป็นดราม่า ของวงการลูกทุ่ง


เรื่องลิขสิทธิ์ เราไม่ได้คิดที่จะทำจริงจัง ดูจากคลิปที่ออกมาได้ หน้ายังมัน เสื้อก็มีขี้มูกติดอยู่ เราไม่ได้คิดว่ามันจะฟีเวอร์แบบวันนี้ พอฟีเวอร์เริ่มมีดราม่า เหมือนกับโพสต์ประชดประชัน มีคนส่งมาให้เรา คนในวงการนี้แหล่ะที่โพสต์ประมาณ “ทุกวันนี้ไม่ต้องร้องดี ไม่ต้องทำอะไร ก็ดังแล้ว แค่ร้องเพี้ยนๆ นักดนตรีก็แค่เล่นสนุกแค่นั้นก็ดังแล้ว” จ๊ะรับคำติชมทุกอย่าง เราไม่คิดว่ามันจะเป็นสื่อการสอน ถ้าเรารู้ว่ามันจะเป็นสื่อการสอน เราก็ร้องให้ชัดเจน
มันกลายเป็นว่าตอนนี้คนในวงการดราม่า ไม่ได้เยอะนะคะ แค่คนเดียว แต่ว่าเป็นผู้ใหญ่ ออกมาโพสต์ว่า ไม่ต้องร้องดี ร้องเพี้ยน ดนตรีก็เล่นแค่สนุก ไม่มีอะไรเลยก็ดังแล้ว ต่างกับงานที่ทำคุณภาพแต่ไม่ดัง จริงๆ ช่องเราก็มีงานคุณภาพนะ เพิ่งลงไปเลยชื่อ เพลง โธ่…น้องกลอย ของพี่แจ๊ค ธนพล

แต่อันนี้เราไม่คิดว่ามันจะฟีเวอร์ ทำเอาขำ ไม่ได้อยากให้กลายเป็นดราม่า งงจะดราม่าทำไม สาบานเลยนะ เราไม่มีจุดประสงค์ที่จะทำลายความเป็นลูกทุ่งอยู่แล้ว อาทิตย์หน้าจะลงเพลง ดึงดัน ร้องกับพี่แจ็ค เป็นลุกทุ่งเพราะๆเลยนะ เราน้อยใจนะ อะไรที่ออกมาจากจ๊ะ พร้อมจะดราม่ากัน ก่อนที่จะทำเพลงนี้จ๊ะโทรหานายห้างของโฟร์เอสไทยแลนด์ แล้วก็เป็นผู้ใหญ่ที่จ๊ะรักเคารพมากๆ เพราะว่าท่านเป็นเจ้าของลิขสิทธิ์เพลง “คันหู” เชื่อมั้ยว่าท่านไม่เคยเอาเรื่องค่าลิขสิทธิ์เลย
จ๊ะกลัวเรื่องลิขสิทธิ์มากๆ ถามนายห้างว่า เพลง นาฏศิลป์อินเดีย ว่าเป็นของใคร เพราะเราหาข้อมูลในระบบลิขสิทธิ์ไม่ขึ้น เราก็ดูชื่อคนแต่ง อ.พยงค์ มุกดา นายก็บอกว่าเพลงนี้จะหมื่นปีแล้วมั้ง เขาเสียชีวิตไปแล้ว ต้องจุดธูปไปขอเขา วันที่จ๊ะทำเพลงก็จุดธูป วันที่ปล่อยเพลง จ๊ะไปปล่อยปลา และอุทิศบุญให้ อ.พยงค์ มุกดา หมดเลย

จ๊ะ

น้อยใจ

ณ วันนี้จ๊ะยังไม่มีงานเกี่ยวกับ เพลง สิบสอง เข้ามาเลยนะ แต่กลายเป็นว่า ในวงการดราม่ากัน อารมณ์เหมือนกับว่าเราทำงานไม่มีคุณภาพ แต่ทำไมเราดัง ย้อนไปดูจุดประสงค์ของจ๊ะ ทุกวันนี้คนเครียดเพราะโควิดกันจะตายอยู่แล้ว
งานดีๆ จ๊ะก็ทำ แล้วผู้ใหญ่คนนั้นที่โพสต์ จ๊ะเห็นนะคะ และก็รู้สึก เพราะว่าเราเคยร่วมงานกัน ท่านเคยมาขอแรงเราให้ไปช่วยงานท่าน เราไปช่วยงานโดยที่เราไม่ได้ตังค์ เงินสำคัญมั้ย สำคัญแต่ไม่ใช่กับทุกสถานะการณ์ ใครให้ไปช่วยอะไร ดูแล้วที่แบคดร็อปไม่มีสปอนเซอร์ไป แต่วงการนี้มันสกปรก ขอแรงเราไป แต่สปอร์ตเซอร์เต็มเวลาก็เยอะ แล้วเงินก็ไม่ได้ทำงานทั้งหมดก็มีเยอะ และเราอยู่ในสังกัดเราต้องให้เกียรติเขา
เราเคยไปช่วยงานผู้ใหญ่ท่านนี้ แต่พอเห็นเขาโพสต์เรารู้สึก ผู้ใหญ่ท่านนี้รู้จักเราอยู่แล้ว อย่างแรก จ๊ะไม่ได้เป็นคนเซ็กซี่ เป็นคนตลก เราเห็น ไม่ได้ซีเรียสอะไรมาก วันนี้น่าจะมีคนส่งให้ท่านดู จ๊ะเห็นรายชื่อที่เข้าไปคอมเมนต์ในโพสต์ของผู้ใหญ่ท่านนี้ เรามีความรู้สึก

เราไม่เคยไปว่าใคร เพราะเราเกิดมาจากคนด่า เราก็จะเข้าใจคนที่โดนด่า เราก็จะไม่ว่าใคร เราอยู่ในวงการเราควรใจกว้าง เอื้อให้คนอื่นเขาบ้าง เขาจะร้องดีไม่ดีแต่เขามีงาน เราควรที่จะดีใจด้วย ไม่ใช่ว่าพอใครเริ่มมีกระแสหน่อย ก็เริ่มแขวะเหน็บแนม มันไม่ใช่ งงมาก
มีอีกเรื่องที่จะเล่าให้ฟังมีอยู่ช่วงนึงที่จ๊ะ ทำธุรกิจ นาฬิกาปาเต๊ะ ซื้อมาขายไป นาฬิกาพวกนี้มันแพง แต่มันคือการลงทุน ถือไม่นานก็ได้กำไลหลักแสน บางเรือนได้หลักล้าน แล้วเราเป็นคนที่เวลาทำอะไรทำสุด ช่วงนั้นเราซื้อบ่อย แล้วก็ใส่ การที่จ๊ะพรีเซ้นเพราะคนจะได้ไดเร็กต์มาหาเรา มาซื้อตรงเราไม่ต้องผ่านร้าน ได้กำไรเต็มๆ

จ๊ะ

ยืนด้วยแข้งตัวเอง

มีคนในวงการคนนึงไปถาม อ.เป็นหนึ่ง ว่าจ๊ะร้องเพลงอย่างเดียวเหรอ เขาค้ายาหรือเปล่า แล้วอาจารย์ก็มาพูดกับเราว่า เธอมีคนคนนึงบอกว่าเธอซื้อนาฬิกาเยอะมาแล้วทำธุรกิจนาฬิกา จ๊ะค้ายาหรือเปล่า เขาทำธุรกิจอะไร เขาร้องเพลงอย่างเดียวหรือเปล่า สาบานให้ตายห่า ตายชัก ที่จ๊ะเป็นแบบทุกวันนี้
ถ้าค้ายาหรือยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติด คิดว่าจ๊ะจะยืนอยู่ตรงนี้เหรอ แล้วหน้าตาเหมาะกับการค้ายาตรงไหน คือความเป็นคน พอเขามีก็คิดไปในทางลบ เราไม่ได้ร้องเพลงอย่างเดียว ธุรกิจหลังบ้านเราก็มี แต่ไม่ได้พรีเซ้นว่าทำอะไร คนก็มองว่าจ๊ะร้องเพลงอย่างเดียว แต่มีบ้านมีรถ มีนาฬิกา มึงค้ายาป่ะ ไม่ค้ายา ก็มีเสี่ยงเลี้ยง คิดดูถ้าจ๊ะมีเสี่ยเลี้ยงมันจะปิดได้มั้ย เราไม่เคยมีเสี่ยงเลี้ยง มีทุกวันนี้ด้วยลำแข้งตัวเอง แล้วเป็นคงงกมาก ทำงานเยอะ”

ขอบคุณรูปจากเฟซบุ๊ก : JAH BRAND อีจ๊ะ

ดูข่าวต้นฉบับ

ที่มา : https://www.khaosod.co.th/entertainment/news_5938197
ขอขอบคุณ : https://www.khaosod.co.th/entertainment/news_5938197