“เบนซ์ เรซซิ่ง” ถูกศาลสั่งจำคุก 36 ปี ด้าน “แพท” ร้องไห้หนัก ไม่รู้จะบอกลูกยังไง


“เบนซ์ เรซซิ่ง” ถูกศาลสั่งจำคุก 36 ปี ด้าน “แพท” ร้องไห้หนัก ไม่รู้จะบอกลูกยังไง

วันที่ 22 ก.พ. 2564 เวลา 13:30 น.

“แพท” ร้องไห้หนักมาก! ศาลสั่งจำคุก “เบนซ์ เรซซิ่ง” 36 ปี กังวลไม่รู้จะบอกลูกยังไงดี

หลังจากเมื่อวันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2564 ที่ผ่านมาได้มีรายงานว่า ทางศาลอุทธรณ์ได้พิจารณามีคำพิพากษาแก้ ให้เพิ่มโทษจำคุก “นายอัครกิตติ์ วรโรจน์เจริญเดช” หรือ “เบนซ์ เรซซิ่ง” วัย 34 ปี ฐานสมคบค้ายาเสพติด และฟอกเงิน ลงโทษจำคุก 36 ปี 8 เดือน ปรับ 3,333,333.33 บาท ส่วนจำเลยที่ 2-3 ลงโทษจำคุก 22 ปี 6 เดือน ปรับ 4 แสนบาท

ซึ่งทางด้าน “เบนซ์ เรซซิ่ง” จะขอสู้ต่ออีกชั้นศาล แต่ก็ถูกควบคุมตัวไปที่เรือนจำทันที เนื่องจากแม่เตรียมเอกสารและหลักประกันมาไม่พร้อม

ล่าสุดทางอดีตภรรยา “แพท ณปภา” ได้ออกมาเปิดใจผ่านทาง One บันเทิง ถึงเรื่องที่เกิดขึ้น โดยเธอนั้นยอมรับว่าหลังจากรู้แล้วก็รู้สึกจุกอยู่ที่หัวใจ กลั้นน้ำตาไว้ไม่อยู่ เมื่อรู้ว่าศาลตัดสิน 36 ปี 8 เดือน ถึงกับร้องไห้ออกมา ต่างจาก “เบนซ์” ที่เข้มแข็งมาก เขาเข้มแข็งมากกว่าเราคิด เขาเรียนรู้ที่จะอยู่กับเรื่องแบบนี้ได้ดีขึ้น แต่ยังไงเราก็ไม่อยากให้เขาต้องเจอเรื่องแบบนี้ ก็ต้องดูว่าเราช่วยเหลืออะไรเขาได้บ้าง เพราะยังไงก็ไม่ทิ้งเขาอยู่แล้ว ไม่มีทางทิ้งเขาอยู่แล้ว ซึ่งเราก็พยายามคุยกับที่บ้านเขาว่าคดีมีแนวโน้มไปทางไหน ซึ่งตอนนี้ก็ยังเหลืออีก 1 ศาล 

โดยในระหว่างที่เราร้องไห้หนักมาก เขาพูดบอกกับเราว่าไม่ต้องร้องแล้ว ให้เราทำหน้าที่เหมือนเดิมเพราะเราทำดีอยู่แล้ว เลี้ยงลูกได้ดีมากๆ ให้ทำต่อไป ไม่ต้องเป็นห่วงเขา ซึ่งเรามองว่าเขาเข้มแข็งมากๆ เขาเตรียมใจไว้แล้วระดับหนึ่ง แต่ก็เตรียมใจว่าจะตัดสิน 8 ปีเท่าเดิม เหมือนศาลชั้นต้น แต่กลายเป็นโดนมากกว่าเดิมหลายสิบปี

ทั้งนี้หากศาลอุทธรณ์ยืนตามศาลาชั้นต้น 8 ปี ความจริงเขาจะยอมติดแล้ว บอกที่บ้านว่าไม่ต้องประกันแล้ว เขาอยู่ได้ แต่พอการตัดสินไปเพิ่มไปเยอะมาก เขาก็ยังบอกที่บ้านว่าไม่ต้องประกันแล้ว แต่ก็ไม่มีใครปล่อยให้เขาอยู่แบบนั้นหรอก ก็ต้องสู้กันไปก่อน ได้ไม่ได้ค่อยว่ากัน 

ตอนนี้กังวลว่าจะบอกลูกยังไง จะเริ่มยังไง แล้วมันจะไปสิ้นสุดตรงไหน ซึ่งเรื่องนี้เราต้องคุยกับเขาก่อน เขาเป็นพ่อ เขาอยากให้ลูกรับรู้เรื่องของเขาแบบไหน จะให้บอกลูกยังไง หรือจะยังไม่บอก เราต้องคุยรายละเอียดกันเรื่องนี้ต่อไป

ดูข่าวต้นฉบับ

ที่มา : https://www.posttoday.com/ent/news/646014
ขอขอบคุณ : https://www.posttoday.com/ent/news/646014