“เอ๋ ไพโรจน์” ปัดฝุ่นกำกับหนัง ฟื้นตำนาน “ตั้มโอ๋”


9 เม.ย. 2564 07:45 น.

Closed in: 30

กลับมาสร้างรอยยิ้มและเสียงหัวเราะอีกครั้ง เมื่อ เอ๋-ไพโรจน์ สังวริบุตร นักแสดง-ผู้กำกับรุ่นเก๋า ลุกขึ้นมากำกับหนังในรอบ 30 ปี ภาพยนตร์คลาสสิกโรแมนติกคอมเมดี้เรื่อง วัยอลวนฮ่า!” ที่รวมพลนักแสดงรุ่นเก่า รุ่นใหม่มาถ่ายทอดเรื่องราวสุดครื้นเครง โดย ผู้กำกับคนดัง เล่าการทำงานให้ฟังว่า…

“ผมหยุดทำหนังมา 30 ปี หยุดไปตามสถานการณ์โลก สมัยฮอลลีวูดก็มีปัญหา เมื่อมีทีวีขึ้นมา มีโปรแกรมดีๆ ละคร ซีรีส์ ก็ทิ้งโรงหนัง แต่ตอนหลัง ทางฮอลลีวูดก็พัฒนาตัวเอง ทำอะไรที่ทำให้คนตื่นตาตื่นใจ ดึงคนกลับไปดูหนัง 30 ปีที่แล้ว ที่ผมเลิกเพราะเมืองไทยอยู่ในสภาวะแบบนั้น โปรแกรมทีวีพัฒนาขึ้น ละครเริ่มดีขึ้นจากละครบอกบทกัน ก็เริ่มพัฒนาคนหันมาดูเพราะดูฟรี คนเลยไม่ดูหนัง คนทำหนังก็เลยอยู่ไม่ได้ แต่ในใจของผม ผมเป็นคนรักการทำหนัง เราเกิดมาจากหนัง สักวันจะกลับมาเลยคิดว่ามันเป็นเวลาที่เหมาะ เพราะตอนนี้คนรุ่นๆผม โรงเรียนผู้สูงอายุที่มีคนออกสตางค์ให้ไปดูหนังเรื่องนี้ เอาคนอายุ 60 เข้าไปเรียน มีปรัชญา เปลี่ยนไม้ใกล้ฝั่งให้เป็นพลังของแผ่นดิน

ข่าวแนะนำ

เพราะฉะนั้น เอาคนแก่ แทนที่ให้งอมอยู่บ้าน มาเรียนหนังสือ ให้กลับสู่สังคมเป็นเรื่องราวที่ดี และคนพวกนี้เป็นแฟนวัยอลวนทั้งนั้นเลย เราเลยจัดโปรแกรมให้ผู้สูงวัย ตอนนี้อยากจะให้รุ่นผู้ใหญ่ได้มีความสุข ตอนนี้ฟื้นฟูจิตใจคนผมว่าตอนนี้ไม่มีอะไรดีไปกว่าเสียงหัวเราะในสภาวะผ่านมา 1-2 ปี ทุกคนอยู่บนความเครียด ท้อแท้ ไม่มีอะไรที่ดีไปกว่าเสียงหัวเราะและรอยยิ้ม เลยทำหนังให้พ่อแม่ลูกมาดูด้วยกันเพราะสังคมตอนนี้ค่อนข้างแยกจากกัน ทำสถิติ 60-70% คนที่ดูหนังคือคนเป็นหนุ่มเป็นสาว ผมวิเคราะห์ด้วยสามัญสำนึกของผม

ที่ผู้ใหญ่ไม่ออกไปดูหนัง ไม่ใช่เพราะเค้ารังเกียจโรงหนังแต่เป็นเพราะไม่มีหนังที่ถูกจริต เราเลยทำหนังวัยอลวน คนสูงวัยจะเข้าใจทันที เค้าอยาก ดูและเป็นเรื่องสนุกได้ ขณะเดียวกันเราก็ให้เด็กดูแล้วสนุกไปด้วย เราเลือกแน็ก ชาลี เพราะเป็นคนทะลึ่งทะเล้นเฮฮา พิมเป็นเด็กที่สวยเล่นเก่งมาก เป็นหนังอารมณ์ดี ในสภาวะที่มันย่ำแย่ และ ททท. สนับสนุนเรา ดึงคนออกไปเที่ยวเพราะในเรื่องจะมีโลเกชันสวยๆ เยอะๆ ทำให้คนตามรอยได้ และยังมีคู่ของ จิ๊บ-ปกฉัตร จับคู่กับป้าอ้อ คือ อ้อย-จิระวดี ยุคนี้เขามี LGBTQ (เพศทางเลือก) ด้วย เรื่องของเรื่องวัยอลวน มีไพโรจน์ ลลนา และจิระวดี สมัย 2519 ป้าอ้อ เป็นสาวสวย วันนี้เค้ากลายเป็นหนุ่มหล่อ เราว่าไปตามวัย วัยอลวนเหมือนการบันทึกเรื่องราวทางสังคมที่เกิดขึ้น เรามีเรื่องตั้มเคยเป็นทนายทุกวันนี้ก็ยังเป็นทนายเลยมาว่าความคดีหวย 30 ล้าน แต่เวลาตอนจบเราให้ข้อคิด”

ด้วยความเป็นคนรุ่นเก่าพอทำงานกับคนรุ่นใหม่ต่างคนต่างปรับตัวขนาดไหน

“ไม่มีปัญหาครับ จากประสบการณ์ของเรา อย่างผมเกิดจากเปี๊ยก โปสเตอร์ เคยมีคนบอกว่าดาราเป็นสไตล์ไหนให้ดูว่าเกิดจากใคร ผมเกิดจากเปี๊ยก โปสเตอร์ ก็จะเป็นคนเล่นหนังที่เป็นธรรมชาติ ถ้าเกิดฉลอง ภักดีวิจิตร จะเป็นอีกแบบนึง อยู่ที่ว่าเราไปรับซอฟต์แวร์อะไรมา ทุกคนเล่นดีมาก เล่นเป็นธรรมชาติ เราเอาแน็ก ชาลี มาเล่น เราปรับทุกอย่างให้เป็นตัวแน็ก มันต้องมากับตัวเงินตัวทองอะไรแบบนี้ มาพร้อมลูกบ้า เราได้ความเป็นตัวตนของเค้าทำให้เวลาเราดูสนุกและลื่น

เป็นเรื่องราวการบันทึกเหตุการณ์ตั้มโอ๋ จาก 2519 จนมาวันนี้เป็นยังไง อย่างเจอจิ๋ม ลลนา ก็จะถามถ่ายเมื่อไหร่จะถ่ายเค้าจะได้ไปลดความอ้วน อาก็บอกว่าไม่ต้องลดน้ำหนักเลย ลดไม่เอา เอาแบบนี้มันน่ารักดี คนเราต้องสวยตามวัย สังคมไทยอายุ 60 ต้องท้วมๆหน่อย เราทำเรื่องราวต่างๆ สตอรี ทำตามสภาพ เอาเรื่องราวของสังคมมาผูกเป็นเรื่อง วัยอลวนจะไม่มีเรื่องชิงรักหักสวาท เรื่องนี้ไปดูมีรอยยิ้มความสุข มีข้อคิดดีๆ ถาม คาดหวัง จากประสบการณ์ของชีวิตทำให้เรารู้ว่าเราทำให้ดีที่สุด เรารู้ไม่ดีแก้ให้ดี ได้แค่ไหนเราไม่คาดหวังเพราะสถานการณ์เป็นแบบนี้ใครๆ ก็รู้ มันมีโควิด แต่ถ้าเราดูจากสิ่งที่เกิดขึ้น อย่างก็อตซิลลาได้ 200 ล้าน ถ้าเราช่วยกันกระตุ้น ส่งเสริมกัน ก็พอเอาตัวรอดไปได้”.

อ่านเพิ่มเติม…

ดูข่าวต้นฉบับ

ที่มา : https://www.thairath.co.th/entertain/news/2066087
ขอขอบคุณ : https://www.thairath.co.th/entertain/news/2066087