บัตรเครดิต ซิตี้ พรีเมียร์

โบว์ เมลดา เผยชีวิตดาราน่าอิจฉาแค่บางมุม ไม่ได้สุขสบายอย่างที่เห็น


“เพราะการที่จะเกิดมาเป็นคน ทุกคนมีความคิดเป็นของตัวเองอยู่ที่ว่าเขาจะเลือกแบบไหน บางคนแม่สอนดีมาก แต่สุดท้ายเสเพลก็มี

โบว์เลยอยากรู้ว่าแม่ทำอย่างไรถึงทำให้โบว์เป็นคนไม่ดื่มแอลกอฮอล์ ไม่เที่ยวกลางคืน ปลูกฝังอย่างไร รู้สึกว่าแม่เก่งที่ทำให้โบว์เป็นแบบนี้ได้ โดยที่คงความเป็นตัวเองอยู่ทั้งๆ ที่ยังอยู่ในวงการบันเทิง”

จากนั้น โบว์ เมลดา เล่าให้เราฟังต่อว่า หลังจากที่เธอได้เข้ามาทำงานในวงการบันเทิง คนรอบข้างของเธอต่างก็พูดและคิดว่า วงการบันเทิงจะทำให้โบว์เปลี่ยนไป หลงระเริงไปกับชื่อเสียงและเงินทอง ซึ่งเรื่องนี้โบว์แอบยอมรับกับเราว่า ครั้งหนึ่งเธอเคยลืมตัวไปจริงๆ ว่า

เพราะหลายคนมักจะพูดว่า พอเข้าวงการบันเทิงเดี๋ยวโบว์ก็เปลี่ยนไป จะมีช่วงลืมตัว หยิ่ง โบว์ก็ยังเป็นเหมือนเดิม แต่ถามว่ามีมั้ยมันก็มีนิดนึง ในช่วงแรกๆ แต่เป็นกับน้องนะคะ ชอบใช้น้องทำนั่นทำนี่เกินไป แล้วก็มาคิดได้ว่าเราใช้น้องมากเกินไป (ยิ้ม)”

เรื่องจริงที่คนไม่รู้กับการไม่ต่อสัญญากับช่อง 7 

จากนั้นเราถามนางเอกสาวแบบตรงๆ ไม่อ้อมค้อม กับเรื่องราวดราม่าเมื่อครั้งที่โบว์ตัดสินใจไม่ต่อสัญญากับทางช่อง 7 ก่อนจะมาเป็นนักแสดงอิสระ

และสุดท้ายตัดสินใจเซ็นสัญญาเข้าสังกัดช่อง 3 ซึ่งเหตุการณ์นี้จึงทำให้มีประเด็นดราม่าตามมา ตอนนั้นโบว์จัดการกับความรู้สึกที่ถูกโจมตีอย่างไรบ้าง นักแสดงสาวเล่าให้เราฟังว่า 

“ส่วนใหญ่ที่โบว์เจอก็จะเป็นคนที่ให้กำลังใจและแสดงความยินดีกับโบว์มากกว่า เป็นความคิดเห็นที่ค่อนข้างบวก รู้สึกโชคดีที่คนเข้าใจและเอ็นดูโบว์ พร้อมที่จะดูผลงานละครที่โบว์เล่น

เขาไม่ดูว่าโบว์จะอยู่ที่ไหน เขาเป็นแฟนคลับของโบว์ แฟนคลับผลงานของโบว์ ไม่ใช่แฟนคลับของค่ายหรือสถานที่ โบว์เลยรู้สึกดีใจที่ทุกคนพร้อมจะให้โอกาสโบว์จริงๆ”

ตอนนั้นที่มีคอมเมนต์ถึงตัวโบว์ในด้านลบ โบว์จัดการกับความรู้สึกที่เกิดขึ้นในใจของตัวเองอย่างไรในตอนนั้น ซึ่งเจ้าตัวก็เล่าให้ฟังต่อว่า 

“ก็มีหลายคนที่เข้ามาคอมเมนต์ แต่โบว์รู้ว่าเหตุการณ์จริงๆ มันเป็นอย่างไร โบว์มีคำตอบของตัวเอง ที่บางคนก็รู้ความจริง บางคนก็ไม่ได้รู้ความจริง มันมีเบื้องลึกอยู่

ถามว่าเสียใจมั้ยที่คนมองว่าโบว์ทิ้งอีกช่องมา ก็เสียใจแต่ไม่เป็นไร เพราะว่าก็มีคนที่รู้เรื่องจริงๆ ที่เกิดขึ้นแล้วเขามาตอบแทนโบว์ (ยิ้ม) บางคนไม่รู้ความจริง แต่ก็มีคนที่รู้ความจริงก็มาตอบคอมเมนต์ให้โบว์โดยที่ไม่ต้องตอบเอง” 

ชีวิตดารานั้นน่าอิจฉา…แค่บางมุม 

จากนั้น โบว์ เมลดา ก็ได้เปิดเผยชีวิตให้ทุกคนได้รู้ว่า หลังจากที่ได้เข้ามาอยู่ในวงการบันเทิงนั้น ชีวิตของคนเบื้องหน้าอย่างเธอและใครหลายคนที่ดูเหมือนจะสบาย แต่จริงๆ แล้ว มันก็ต้องแลกมากับอะไรบางอย่าง ไม่ได้สบาย สวยหรูเหมือนภาพที่หลายคนได้เห็นว่า 

“จริงๆ แล้วอาชีพนักแสดงมันดูเหมือนจะสบาย เพราะว่ามันคือแสง มันอยู่ในความสว่าง ทุกอย่างมันดูสวยงาม แต่มันเหนื่อยมากนะคะ แต่ถ้าเขารักในการทำงานเขาจะมีความสุขกับตรงนี้

เวลานักแสดงทำงาน ต้องทำงานตั้งแต่ออกจากบ้าน เพราะจะต้องไปเจอแฟนคลับถ้าจะมาทำหน้าอารมณ์เสียก็ไม่ได้ ต้องยิ้มแย้มต้อนรับเขา เพราะเราคือคนสาธารณะที่จะมอบความสุขให้คนอื่น

แต่คนอื่นจะต้องเข้าใจนักแสดงด้วยว่าตอนนี้เราทำอะไรอยู่ (หัวเราะ) แต่คนสมัยนี้เข้าใจว่านักแสดงก็คือคนคนหนึ่งที่ทำงานเป็นนักแสดง เล่นละครให้ดู

ปัจจุบันนี้ดีขึ้นเยอะกว่าแต่ก่อนแล้ว เมื่อก่อนไม่ได้นะ เข้าห้องน้ำล้างมือเจอพุ่งเข้ามาขอถ่ายรูป โบว์ก็ตกใจเหมือนกัน (หัวเราะ) 

แต่ก็ยอมรับว่าอาชีพนักแสดงน่าอิจฉา ถ้าโบว์ไม่ใช่นักแสดง แล้วมองเข้ามาก็รู้สึกอิจฉาชีวิตเขานะ ดูเขาได้อยู่ในสถานที่ที่สวย มีอะไรพร้อมอำนวยความสะดวก

แต่เบื้องหลังมันก็มีกฎ กติกา มีอะไรมากมายหลายอย่างที่บังคับชีวิตเราเหมือนกัน นักแสดงก็เปรียบเหมือนโมเดลตัวหนึ่งที่คนให้ความสนใจ เวลาการทำงานก็เลิกดึก เพื่อนๆ มักจะพูดว่าโบว์ทำงานแป๊บๆ เดี๋ยวก็เสร็จแล้ว ไม่มีนะคะ ถ่ายละครแป๊บเดียวเสร็จ มันไม่ได้สวยหรูหรือสุขสบายอย่างที่หลายๆ คนเห็น”

จากนั้น โบว์ เมลดา ยอมรับว่าตลอด 8 ปีที่เข้ามาเล่นละครเต็มตัว มีชื่อเสียงและกลายเป็นที่รู้จักของใครหลายคน แค่ระยะเวลา 8 ปีก็ได้ให้ทุกสิ่งทุกอย่าง รวมไปถึงบทเรียนชีวิตกับเธอมากมาย ซึ่งโบว์เล่าให้ฟังว่า  

“โบว์เข้าวงการเล่นละครมาตั้งแต่ปี 2013 จนถึงตอนนี้ วงการบันเทิงให้กับทุกสิ่งทุกอย่างกับชีวิตของโบว์ ทั้งชื่อเสียง เงินทอง ประสบการณ์ชีวิต ให้บทเรียน ให้ความสามารถ ให้โอกาส

ทำให้โบว์รู้ว่าตัวเองควรจะดำเนินชีวิตแบบไหนถึงจะเป็นทางที่ดี เพราะทุกตัวละครที่โบว์เล่นมันจะสอนให้โบว์ได้เห็นว่าควรใช้ชีวิตอย่างไร อยู่ที่เราจะเลือกว่าแบบไหน”

มิกค์ ทองระย้า คือผู้ชายที่เลือกแล้ว

แม้จะเป็นนางเอกที่กำลังมาแรงและเนื้อหอมมากๆ แต่งานนี้ โบว์ เมลดา กลับกล้าที่จะเปิดตัวว่าตอนนี้หัวใจของเธอไม่ว่าง เพราะเปิดใจให้พระเอกรุ่นพี่ มิกค์ ทองระย้า มาจับจองดูแลให้เป็นที่เรียบร้อยแล้ว

งานนี้เราเลยถามนางเอกสาวตรงๆ ว่าไม่กลัวกระแสหรือไม่กลัวเรตติ้งตกหรือ ถึงได้เปิดตัวว่ามีแฟนแล้ว ซึ่งโบว์ตอบเราด้วยสีหน้าจริงๆ และน้ำเสียงที่จริงจังเช่นกันว่า  

“สำหรับโบว์ การมีความรักเป็นเรื่องปกติที่ทุกคนมี มีทั้งแอบชอบ มีแฟน แอบปลื้ม มันเป็นเรื่องปกติธรรมชาติของคนทุกคนไม่ว่าจะสมัยไหน

และสมัยนี้โลกมันเห็นได้ง่ายและชัดเจนมากขึ้น เราปิดไม่ได้อยู่แล้ว ก็เลยเลือกที่จะเปิดดีกว่า แต่เราก็ค่อยๆ เป็น ค่อยๆ ไป ไม่ได้รีบร้อน คนก็จะเห็นว่าเราชอบกัน เริ่มคุยกัน ไม่ได้อยากทำตัวให้เป็นปริศนาให้คนมาสืบ” 

ทำไมถึงเป็น มิกค์ ทองระย้า เพราะเอาจริงๆ ในช่วงนั้นก็มีคนเข้ามาจีบโบว์เยอะเหมือนกัน ซึ่งคำตอบที่เราได้จากสาวโบว์ในข้อนี้ ทำให้เราได้รู้ความลับของทั้งโบว์และมิกค์ว่า 

“เพราะลึกๆ โบว์เลือกเขามาสักพักหนึ่งแล้ว (ยิ้ม) ลึกๆ เลย เหมือนเคยชอบ แอบปลื้มตอนที่เล่นละคร มันเลยทำให้โบว์ตัดสินใจง่ายขึ้น แต่ว่าในระหว่างทางที่จะมาเจอกัน ตอนนั้นโบว์ไม่ได้ชอบเขาอยู่นะ ตอนนั้นเฉยๆ แล้ว และหลังจากที่ถ่ายละครจบไปสักพักถึงจะเริ่มมาคุยกัน 

จากนั้น โบว์ เมลดา ก็รีบเล่าต่อด้วยรอยยิ้มที่ทำให้โลกดูสดใสว่า “แต่พี่มิกค์ชอบโบว์ก่อน (ยิ้ม) เพราะโบว์สวย (หัวเราะ)

เขาบอกว่าชอบโบว์ แต่ตอนนั้นคุณแม่ไม่สบายเลยจะมาโฟกัสเรื่องความรักด้วยก็ไม่ใช่ ก็ยังแซวกลับว่าจะรู้ได้ไงว่าพี่ชอบ เพราะพี่ไม่ได้มาบอก ไม่มีอาการอะไรเลย และพอมีคนมาจีบโบว์ก็ไปคุยกับคนอื่น แต่พอเวลามันใช่มันก็ได้มาเจอกัน มันถูกที่ถูกเวลา (ยิ้ม)” 

จากนั้นเราเลยแอบหยอดๆ ถามว่า ระหว่างโบว์กับมิกค์ ใครขี้หึง ขี้หวงมากกว่ากัน ซึ่งเราได้รับคำตอบจากปากของนางเอกสาววว่า 

“เรื่องความขี้หึงขี้งอนก็พอๆ กันทั้งคู่ค่ะ แต่เราจะหึงกันและกันพอเป็นมารยาท เพราะการที่มีอาการหึงกันมันป็นการแสดงความรักอย่างหนึ่ง มันแปลว่ายังรักอยู่

ลองถ้านิ่งใส่กันเมื่อไหร่ความรักไม่เหลือแล้วแหละ เพราะอารมณ์ผู้หญิงน่ากลัว ถ้าไม่รักแล้วเราก็จะไม่สนใจ (หัวเราะ) ไม่มีความรู้สึกอะไรเลย”

จากนั้นนางเอกสาวเล่าถึงมุมโรแมนติกของแฟนหนุ่มที่มักจะเซอร์ไพรส์แฟนสาวแต่กลับถูกเซอร์ไพรส์เองบ่อยๆ ให้เราฟังว่า 

ถ้าเรื่องโรแมนติกพี่มิกค์จะโรแมนติกกว่า เพราะเขาชอบทำเซอร์ไพรส์บ่อยๆ แต่เขาจะเซอร์ไพรส์กว่าคือโบว์ไม่อยู่บ้าน ซึ่งโบว์ก็สงสารอยู่พี่เขาอยู่ (หัวเราะ)”

คุยกันเรื่องอนาคตไว้บ้างแล้ว

เพราะความรักเป็นสิ่งที่สวยงามสำหรับโบว์ ซึ่งเจ้าตัวก็เคยบอกว่าเป็นคนจริงจังกับเรื่องความรักเช่นกัน งานนี้เราเลยแอบถามว่า ทั้งโบว์และมิกค์นั้นมองถึงอนาคตกันไว้อย่างไร เคยคุยกันในเรื่องนี้บ้างหรือยัง ซึ่งคำตอบที่เราได้ทำให้เรายิ้มตามนางเอกสาวไปด้วยว่า 

“โดยส่วนตัวโบว์เวลาคบใครจริงจังอยู่แล้ว เวลาคบใครแม่ก็จะบอกว่าเผื่อใจไว้หน่อย แต่โบว์ไม่เคยเผื่อใจไว้เลย โบว์เคยอกหัก เคยถูกบอกเลิกอยู่แล้วเป็นเรื่องปกติ

โบว์รักใครไม่เคยเผื่อใจไว้เลย เพราะมันเผื่อไม่ได้หรอก (หัวเราะ) ซึ่งเรื่องในอนาคตเราก็มีคุยกันบ้าง แต่เป็นการคุยแบบแลกเปลี่ยนกันมากกว่า เช่น ชอบเด็กผู้หญิงหรือว่าผู้ชาย ถ้ามีลูกจะมีกี่คน ถ้ามีบ้านชอบแบบไหน คุยกันเรื่องไลฟ์สไตล์มากกว่าแต่งงานกันมั้ย เพราะเพิ่งคบกันปีเดียวเอง (ยิ้ม)

โบว์ก็คิดเรื่องอนาคตการมีครอบครัวไว้บ้างค่ะ เพราะโบว์ทำงานไปด้วยและโฟกัสเรื่องนี้ไปด้วยได้ (ยิ้ม) การมีความรักมันก็เหมือนเป็นกำลังใจในการทำงาน ทำให้เรามีแรงทำงาน ถ้าเราไม่มีแฟน เราก็ยังมีครอบครัว มันทำควบคู่กันได้ มันไม่ยาก (ยิ้ม)”

ผลงานละครเรื่องล่าสุด

คำถามสุดท้ายก่อนแยกย้ายวางสายกันไป งานนี้เราถามถึงเรื่องการทำงานกับช่อง 3 ในละครเรื่อง มนต์รักหนองผักกะแยง ที่ตอนนี้เรตติ้งกำลังมาแรง และเรื่องราวกำลังสนุกเข้มข้น งานนี้ โบว์ เมลดา รีบขายของทันทีว่า 

“สำหรับละครเรื่องมนต์รักหนองผักกะแยง ละครเรื่องนี้โบว์และทีมงานทุกคนตั้งใจกันมากๆ นะคะ โดยเฉพาะพี่อ๊อฟ พงษ์พัฒน์ ผู้กำกับ ที่แม้จะไม่ค่อยสบายแต่ก็มาทำงาน ซึ่งทำให้พวกเราไม่เหนื่อยและพร้อมสู้ทำงานกันเต็มที่มากๆ

ส่วนการทำงานกับพี่ณเดชน์นั้น ก็ต้องบอกเลยว่าแอบเขิน เพราะเขาคือ ณเดชน์ คูกิมิยะ ผู้ชายที่ผู้หญิงชื่นชอบ มีหลุดลืมบทไปบ้างตอนที่ต้องจ้องตากัน (หัวเราะ) 

และเรื่องนี้โบว์ต้องพูดภาษาอีสาน ซึ่งมันค่อนข้างยาก ตรงนี้จะทำให้โบว์กังวลไม่น้อย เพราะเราไม่ใช่เจ้าของภาษา ก็ต้องมีฝึกฝนกันอยู่เสมอๆ แต่ก็มีครูและพี่ๆ ทีมงาน และพี่ๆ นักแสดงช่วยกันสอนค่ะ 

ซึ่งตอนนี้ละครเรื่องมนต์รักหนองผักกะแยง กำลังสนุกเข้มข้นและใกล้จะจบแล้ว ดีใจที่มีคนพูดถึงและชื่นชอบในตัวละครชมพู่ที่โบว์เล่น และตัวละครอื่นๆ ในเรื่องนี้ แค่นี่ก็ถือว่าพวกเราประสบความสำเร็จมากแล้ว

โบว์ไม่ได้คิดเลยว่าเรตติ้งจะต้องได้เยอะๆ ถึงจะเป็นตัววัดว่ามันประสบความสำเร็จ แต่สิ่งที่โบว์เห็นว่าละครเรื่องนี้ประสบความสำเร็จคือ มีคนพูดถึง

มีการพูดคุยแลกเปลี่ยนความคิดกันหลังจากที่ได้ดูละครที่เราเล่น อันนี้ต่างหากที่เรียกว่ามันประสบความสำเร็จค่ะ ยังไงก็ฝากติดตามละครเรื่องนี้กันด้วยนะคะ” 

ผู้เขียน : จันทร์เจ้าขา

กราฟิก : sathit chuephanngam

ดูข่าวต้นฉบับ

ที่มา : https://www.thairath.co.th/entertain/news/2108972
ขอขอบคุณ : https://www.thairath.co.th/entertain/news/2108972

บัตรกดเงินสด ซิตี้ เรดดี้เครดิต


บัตรเครดิต ซิตี้ ลาซาด้า

บัตรเครดิตซิตี้ แกร็บ

บัตรเครดิต ซิตี้ แคชแบ็ก แพลตตินั่ม

บัตรเครดิต ซิตี้ รีวอร์ด