ภารกิจค้นหา ‘แตงโม นิดา’ ครบ 24 ชม. ยังไม่พบร่าง ชี้ถ้าตกน้ำจริงต้องลอยขึ้นมา
ภารกิจค้นหา ‘แตงโม นิดา’ ครบ 24 ชม. ยังไม่พบร่าง ชี้ถ้าตกน้ำจริงต้องลอยขึ้นมา ยันไม่หยุดค้นหา รอฟ้าสางจะออกปูพรมทันที
เมื่อเวลา 22.00 น. วันที่ 25 ก.พ. 2565 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เจ้าหน้าที่นักประดาน้ำมูลนิธิร่วมกตัญญู และอีกหลายหน่วยงาน ยังคงเดินหน้าค้นหา แตงโม นิดา พัชรวีระพงษ์ หลังพลัดตกจากเรือสปีดโบ๊ต จมหายกลางแม่น้ำเจ้าพระยา ใกล้กับสะพานพระราม 7 และท่าเรือพิบูลสงคราม ตั้งแต่วันที่ 24 ก.พ. โดยจะครบกำหนด 24 ชั่วโมง ในเวลา 22.40 น. วันที่ 25 ก.พ.
โดยเจ้าหน้าที่นักประดาน้ำของมูลนิธิร่วมกตัญญู เปิดเผยว่า ตั้งแต่ปฏิบัติการมา ยังไม่เข้าข่ายที่เป็นเบาะแสโดยตรง สิ่งที่คาดการณ์จากประสบการณ์ที่ผ่านมา บางอย่างต้องมีคำตอบอะไรบ้างแล้ว แต่เรายังไม่หยุดยั้งค้นหา และจะเดินหน้าอยู่ตลอด ข่าวต่างๆ ที่ออกมาว่าพบร่าง ยืนยันว่ายังไม่พบ เราพยายามสุดความสามารถ ทางทีมผู้ปฏิบัติเองไม่ได้ถอนกำลัง หรือถอยการค้นหา
เจ้าหน้าที่นักประดาน้ำ กล่าวอีกว่า สำหรับการค้นหาในช่วงกลางคืนเป็นการปฏิบัติที่ค่อนข้างลำบาก เนื่องจากการมองเห็นอยู่ในระยะที่จำกกัด มีความเสี่ยงสูง ผู้ปฏิบัติงานต้องระมัดระวังตัวเอง ซึ่งเราค้นหาริมตลิ่งทั้งสองฝั่งที่สันนิษฐานว่าอาจจะเจอ แต่ยังไม่เจอ ทุกข้อมูลที่ส่งมาให้เรา เราพยายามเคลียร์ให้ทุกจุด จากนั้นเราจะประเมินหน้างาน
“หากปฏิบัติการได้ เราจะปฏิบัติการทันที เพราะเราคือความหวังของทุกคนที่ติดตาม อยากให้พบร่างแตงโมไวๆ เราจึงไม่มีความคิดว่า เราจะหยุดปฏิบัติการ ถ้าหยุด คือหยุดความหวังของทุกคน”
เจ้าหน้าที่นักประดาน้ำ กล่าวต่อว่า กรณีที่บอกว่าพบวัตถุต้องสงสัยหน้าบริเวณวัดเขมา เราดำเนินการค้นหาแล้วยังไม่พบ ซึ่งมีเรือที่ใช้เครื่องโซนาร์ค้นหาพบวัตถุใต้น้ำ แต่เราดำน้ำลงไปตรวจสอบแล้วพบลักษณะเป็นก้อนที่นอนพับรวมกัน
“ทีมนักประดาน้ำ ผลัดเปลี่ยนมาหลายชุด ทั้งเขตเหนือ เขตใต้ ฝั่งธนบุรี นอกจากนี้ ยังมาจาก จ.สระบุรี จ.ปทุมธานี เข้ามาสมทบทั้งคืน แต่การค้นหาค่อนข้างลำบาก ณ ปัจจุบัน กระแสน้ำค่อนข้างแรง น้ำไหลเชี่ยว เป็นอุปสรรคสำคัญในการติดตามงมหาร่างของแตงโม”
เจ้าหน้าที่นักประดาน้ำ กล่าวอีกว่า ยืนยันแผนหลักคือการค้นหาบริเวณผิวน้ำ ส่วนการค้นหาใต้น้ำ ขอโฟกัสบางพื้นที่ที่สามารถปฏิบัติการได้ ขึ้นอยู่กับความปลอดภัยของเจ้าหน้าที่ ซึ่งเราได้ค้นหาบริเวณผักตบชวา บริเวณโป๊ะต่างๆ ที่มีการให้เบาะแสกันมา โดยส่งเรือค้นหาทั้งหมด 7 ลำ เราปูพรมค้นหา ตั้งแต่สะพานสมเด็จพระนั่งเกล้า จนถึงสะพานสมเด็จพระปิ่นเกล้า พร้อมด้วยเจ็ตสกีอีก 6-7 ลำ ตอนนี้ตีสเกลน่าจะอยู่ประมาณไม่เกินบริเวณนี้
เจ้าหน้าที่นักประดาน้ำ บอกต่อว่า สำหรับความลึกของแม่น้ำ บางจุดลึก 20 กว่าเมตร กระแสน้ำมีความผันแปร จากพื้นที่ที่เราคาดการณ์ไว้ ได้ค้นหาไปแล้วประมาณ 60% เราพยายามค้นหาทุกพื้นที่ที่โอกาสจะเจอ โดยอาสาสมัครและทีมงานยังไม่ได้นอนครบ 24 ชั่วโมง ส่วนข้อมูลแรกที่ทราบจากกลุ่มเพื่อนเป็นลักษณะเบาะแสสุ่ม ไม่สามารถชี้ชัดจุดที่ตกได้ เราก็ดำเนินการค้นหาไปแล้วประมาณ 90% ของบริเวณดังกล่าว
“ความเป็นไปได้จากการประเมินตามประสบการณ์ ขณะนี้ร่างน่าจะไม่อยู่ที่พื้น อาจจะมีโอกาสลอยขึ้นมาผิวน้ำ มั่นใจว่าถ้าแตงโมตกน้ำครบ 24 ชั่วโมง คิดว่าร่างจะลอยขึ้นมา หากไม่พ้นน้ำก็จะอยู่ที่ระดับกลางน้ำ โดยหลังจาก 24 ชั่วโมงไปแล้ว หากมีเบาะแสที่ไหนก็จะไปตรวจสอบทันที”
เจ้าหน้าที่นักประดาน้ำ กล่าวต่อว่า ฝากถึงพี่น้องประชาชนที่บอกว่าได้เบาะแส เจ้าหน้าที่พยายามหาทุกจุดที่ได้รับแจ้ง หรือบ้านคนที่อยู่ริมน้ำแม่น้ำเจ้าพระยาที่อยู่ในจุดที่เราบอก(สะพานสมเด็จพระนั่งเกล้า ถึงสะพานสมเด็จพระปิ่นเกล้า) ถ้าพบอะไรต้องสงสัยให้แจ้งเข้ามาได้ ส่วนบริเวณวัดสร้อยทองที่เป็นโรงเรือจอดเรือบรรทุกทราย เข้าไปตรวจสอบแล้วเมื่อช่วงเย็นที่ผ่านมา แต่ก็ไม่พบ
เจ้าหน้าที่นักประดาน้ำ กล่าวอีกว่า เมื่อเวลา 17.00 น. ที่เราออกค้นหารอบสุดท้าย ตั้งแต่สะพานพระนั่งเกล้า จนถึงสะพานพระราม 8 ใช้เรือทั้งหมด 9 ลำ โดยมีกองทัพเรือ กรมเจ้าท่า ตำรวจน้ำ และสำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กทม. ได้ร่วมกันค้นหาก่อนที่แสงจะหมด โดยใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง ทั้งไปและกลับ โดยเรียงเต็มหน้าแม่น้ำเจ้าพระยา แต่ยังไม่พบ
“ถ้าเลย 24 ชั่วโมงจริงๆ โดยธรรมชาติคนที่ตกน้ำ หากไม่ได้ถูกพันธนาการไว้ ในความคิดของพวกเราตามหลักการแล้วต้องลอยขึ้นมา จากประสบการณ์ที่เคยเจอ สูงสุดประมาณเกือบ 3 วัน ถึงพบร่างจมอยู่ใต้น้ำ ร่างเริ่มมีกลิ่น ตัวแข็ง แต่ไม่ลอยขึ้นมาผิวน้ำ เนื่องจากน้ำมีความเย็นมาก แต่หากร่างถูกพันธนาการ หรืออยู่ในจุดที่เป็นมุมอับ อย่างใต้ท้องเรือ หรือใต้โป๊ะ เราอาจจะคลาดสายตาไป”
“เจ้าหน้าที่จะสแตนด์บายอยู่ตลอด หากประชาชนมีข้อมูลสามารถแจ้งให้เจ้าหน้าที่สื่อมวลชนด้วย คาดว่าเราจะอยู่จนถึงเวลา 06.00 น. วันรุ่งขึ้น สำหรับแผนที่คิดก่อนหน้านี้คือถ้าร่างขึ้นมาตามจุดต่างๆ ที่เราไม่สามารถตรวจสอบด้วยสายตาได้ พรุ่งนี้ถ้าฟ้าสางจะทำให้ทัศนวิสัยดีกว่าเดิม เมื่อพระอาทิตย์ขึ้นเมื่อไร เราจะปูพรมค้นหาอีกรอบ” เจ้าหน้าที่ระบุ
ดูข่าวต้นฉบับ
ที่มา : https://www.khaosod.co.th/entertainment/news_6910426
ขอขอบคุณ : https://www.khaosod.co.th/entertainment/news_6910426

