ตอนโด่งดังมากชีวิตติดหรู?
“ตอนนั้นเวลามีชื่อเสียงงานนึงไม่ต่ำกว่า 2-3 งาน วันนึงหาได้ต่ำสุดคือ 200,000 บาท จนแบบเราไม่รับงาน ขอพัก เพราะว่าเสียงมันไม่ไหว แต่ตัวก็อยากได้ตังค์ เราเด็กบ้านนอกคนนึงพอมีเงินล้านก็อยากได้ อยากทำนั่นนี่ อยากจะขี่รถคันแพงๆ โดยที่ไม่คิด พอเลยจะบอกว่าศิลปินถ้ามีเงินหรือดังทุกวันนี้ต้องระวังให้ดี ต้องเก็บ เพราะเราพลาดมาแล้ว ไม่อยากให้เจอเหมือนเราที่เราพลาดมา”

เงินในบัญชียอดที่สูงที่สุด?
“คือจริงๆ แล้วเราเป็นเด็กบ้านนอกคนนึง พันนึงเมื่อสมัยก่อนเรายังไม่มีเลยนะ พอเรามีชื่อเสียง มีเงินเป็นหมื่น เป็นแสน เป็นล้าน เงินฝากนี่เป็นไม่รู้หลักหลายล้าน แล้วเราก็แบบจะทำอะไรดี ไปเปิดร้านอาหารไหม หรือจะปลูกมันสำปะหลัง แต่เราเอาไปซื้อรถ ผมเล่นรถมาแล้ว 30 คัน ซื้อเปลี่ยนๆ เบนซ์ บีเอ็ม หลายยี่ห้อ แล้วเงินเราหมดกับรถทีละล้าน ทีละสี่แสน ทีละสามแสน ขับคนเดียวครับเพราะผมเป็นคนชอบรถมาก”

ทำธุรกิจด้วย?
“ครับเอาไปปลูกมันสำปะหลัง ไปเช่าที่เค้า 100 ไร่ แล้วเราก็เอาไปปลูกมันสำปะหลัง แรกๆ ก็ได้กำไรดีครับแสนสองแสน หลังๆ มามีแมลงกินบ้าง หน้าเศรษฐกิจบ้าง มันก็ขาดทุน เราไม่มีเวลาไปดูแลเองมันเสียตรงนี้ ถ้าเราทำไรแล้วเราเอาใจไปใส่ให้เค้ามันจะอยู่ตัวหรือได้กำไรแน่นอน แต่ถ้าเราไม่มีใจหรือไม่มีเวลาให้เค้ามันก็แบบนี้”

ตอนปลูกมันสำปะหลังเรามีความรู้ในเรื่องตรงนี้บ้างไหม?
“ไม่มีครับ มีแต่รู้จักเพื่อนๆ มันมาจากแฟนเพลงแนะนำบ้างว่าทำไมไม่ไปทำมัน ปลูกมัน เค้าทำมันกันรวย พอลองทำดูมันขาดทุนเป็นล้าน ทำประมาณปีกว่าสองปีครับ หยุดไปสักพักได้เงินมาอีกก็ไปเปิดร้านอาหาร”

ร้านอาหาร?
“ครับเป็นร้านอาหารอีสานไทย เปิดอยู่ที่ทาวน์อินทาวน์ บูมมากครับช่วง 2-3 ปี แต่พอเข้าปีที่สี่เรื่อยมาขาดทุนทุกเดือน ไม่มีเวลาไปดูทุกวัน เดือนนึงเข้า 2 ครั้งแต่ให้พี่น้องดู ขาดทุนไปเรื่อยๆ หมดไป 2 ล้านกว่าก็ต้องปิดไป”

มีธุรกิจอื่นอีก?
“ปลาร้าสับ ของพี่จะไม่ใส่สารกันบูด ทานได้แค่ 2 เดือน พอเข้าเดือนที่ 3 มันขึ้นราแล้ว ลงทุนไปประมาณ 4-5 แสน ทำไปสักเกือบปี พอเดือนที่ 3-4 แฟนคลับก็มาบอกว่าปลาร้าขึ้นรานะเพราะว่าเราไม่ใส่สารกันบูด ตอนแรกมันก็ดีแต่มันก็มีข่าวโน่นข่าวนี้ปลาร้ามีพยาธิ ข่าวปลาร้ามีตัวจี๊ด สารพัดอะไรขึ้นมา มันก็หายเงียบถอยไป หมดไปกับปลาร้าประมาณ 7 แสน”

ธุรกิจยังมีอีก?
“มีครับ ช่วงนั้นผมหายไป 3 ปี ผมไปซุ่มทำเองลงทุนเอง”

ช่วงที่ทำธุรกิจแล้วไม่รุ่ง ช่วงนั้นยังมีคอนเสิร์ตไหม?
“มีครับแต่เริ่มบาง เพลงเราก็เงียบๆ ไปในช่วงฟองสบู่แตก งานเงียบหมดทุกอย่าง เพลงก็เงียบ เป็นช่วงที่ตกต่ำเกือบสุด ผมก็ไปอยู่บ้าน ไปทำนา พ่อกับแม่มีนาให้ ทำประมาณ 6-7 เดือนเหนื่อยมาก เปลี่ยนชีวิตเลยด้วยเศรษฐกิจเราไม่มีเพลงออก ฟองสบู่แตกด้วย บริษัทเพลงก็ปิดตัวไปหลายบริษัท”

ตอนนั้นตังค์หมดไหม?
“ไม่หมด แต่ว่าไม่เหลือหลักล้าน เรากลับไปอยู่บ้านสัก 2-3 ปี ไปทำนา 6 เดือนไม่ไหวแสบหลังร้อน หน้าขึ้นฝ้าเลย คิดถึงตอนร้องเพลงขึ้นมาเลย”

จากนักร้องดังได้วันละเยอะต้องกลับไปอยู่บ้าน?
“ตอนเด็กเราเป็นนักร้องมาเลย เราไม่เคยเหนื่อย เราไม่เคยทำนา เราไม่เคยแบกหาม เรามีชื่อเสียงปุ๊บมันก็สบายมาตลอด พอเรากลับไปทำตรงนั้นมันรู้สึกทรมานมาก เหนื่อยตากแดดตากลม แบบขนาดนี้เลยหรอ จน 3 ปีที่ทนมา ผมยังเหลือทุนอยู่นิดนึง ก็เลยมาร้องเพลงอีกรอบ ทำเองเลยคราวนี้”

เป็นนักร้องดังกลับมาชีวิตแบบทำนา?
“ทุกอย่างเราลงทุนหมดไม่เคยได้กำไรมีแต่ขาดทุน หาเงินได้มาแสนสองแสนไม่ได้หาง่ายๆ ต้องเสี่ยงขับรถตะลอนๆ ตามท้องถนนกว่าจะได้มา กลับดึกดื่น พักผ่อนไม่เพียงพอ มันเหนื่อย มันล้า มันท้อ ช่วงนั้นบริษัทเพลงก็ปิดตัวไปหลายที่ เพลงลูกทุ่งก็หายไปพักนึง พี่ก็ไปอยู่บ้านนอก ไปอยู่กับพ่อแม่ก็ทำนาปลูกผัก”

เคยร้องไห้ไหม?
“เราเป็นลูกผู้ชายก็จริง แต่น้ำตามันจะอยู่ข้างในมากกว่า มันจะไม่ร้องให้ใครเห็น แต่ถ้าคนเดียวร้อง เราบอกกับตัวเองว่าคนเราเป็นแบบนี้หรอ ขึ้นจนสุดแล้วตกจนสุดเลยหรอ แต่เราก็คิดว่าเรามีพ่อมีแม่พี่น้องที่ให้กำลังแรงใจ

พี่น้องทั้งหมด 12 คน แล้วช่วงที่ผมมีชื่อเสียงพี่น้องผมช่วยแทบทุกคน ผมดูแลพ่อกับแม่จนพ่อกับแม่ไม่อยู่ ต้องพามาหาหมอที่รามคำแหงแทบทุกเดือน เราก็ยังมีบุญวาสนา เราเลยกลับขึ้นมาอีกรอบนึง มาเป็นนักร้องอีกรอบนึง”

กัดฟันสู้อีกรอบนึง?
“พ่อกับแม่ให้พรสวรรค์มาแล้ว เพื่อนที่อยู่บ้านนอกบอกจะทำนาทำไมเสียงขนาดนี้ ขึ้นมากรุงเทพฯ เลย เราก็บอกเค้ายังมาไม่ได้หรอก เราบอกเค้าทุกอย่าง เพราะหลายอย่าง ลูกทุ่งมันหายไปบริษัทก็ปิดตัวไปหลายที่แล้ว ก็เลยรอสักพักนึง”

การใช้ชีวิตเปลี่ยนไปเลยเมื่อรายได้ลดลง?
“ผมรู้สึกว่าเราขึ้นมากรุงเทพฯ เราก็มาแต่ตัว ในเมื่อเราไม่มีอะไรก็ไม่เป็นไร ในเมื่อเรามาแต่ตัวอยู่แล้ว พอกลับเราก็กลับแต่ตัว แต่ในความรู้สึกของเราเป็นนักร้องที่มีชื่อเสียง แล้วทุกคนมีบ้านมีที่มีที่ทำกิน แล้วเราจะท้อทำไม เราต้องสู้อีกรอบนึงเพื่อให้เงินที่เราสูญเสียไปกลับมา พอเรากลับมาก็ทำอัลบั้มชุดเจียลออ เป็นภาษาเขมร เป็นเพลงที่มีคุณภาพ เป็นเพลงหัวกะทิของครูบาอาจารย์ที่โด่งดังมา นำเพลงเก่าๆ มาร้อง”

หลังจากกลับบ้านแล้วฮึดใจสู้อีกรอบ?
“ผมมีรถคันนึงเป็นบีเอ็มซีรีส์ 5 เอารถไปเข้าไฟแนนซ์เลย ผมก็ทำเพลงน้ำพริกถ้วยเก่า เป็นเพลงลูกทุ่ง แต่กระแสเพราะยุคสมัยมันเปลี่ยน เปลี่ยนการฟัง ทุกวันนี้ฟังอีสานอินดี้เป็นเพื่อชีวิตนิดๆ สนุกๆ แต่เราร้องไม่ได้ เราก็เป็นแนวเราแต่ถือว่าไม่ขาดทุน ยังมีแผ่นซีดีเอาไปขายตามคอนเสิร์ต ขายได้เฉพาะรุ่นพ่อรุ่นแม่ ไม่มีวัยรุ่น”

มีเพลงเขมรด้วย?
“เป็นเพลงเก่าเมื่อ 40-50 ปี ก็นำมาขับร้องทำดนตรีใหม่ อันนี้จะมีครูเพลงมาสอนภาษา บริษัทที่ผมอยู่เค้าลองเอาเพลงไทยมาแปลเป็นภาษาเขมร ก็สร้างชื่อเสียงกลับมาอีกรอบนึง ทุกวันนี้ผมได้กินได้มีงานกับอัลบั้มเจียลออ ทั้งหมด 10 ชุดแล้ว”

วันที่กระเป๋าแบนครอบครัวไม่ได้ทิ้งไปไหน?
“คือไม่ได้ทิ้งก็อยู่ด้วยกันมา คนเราลำบากด้วยกัน รวยด้วยกันก็อยู่ด้วยกัน รักจริงก็ต้องอยู่ด้วยกัน กำลังใจมันอยู่รอบตัวรอบข้าง ไม่ว่าจะเป็นแฟนหรือครอบครัวอยู่ด้วยกันหมดให้กำลังใจเรา เราต้องสู้ด้วยเพราะเราเป็นคนไม่ท้อสำคัญที่สุด”

ไปขอลูกที่วัดแขกสีลม?
“ผมนับถือพระพิฆเนศอยู่แล้วก่อนมาเป็นนักร้อง ก็ไปที่นั่นไปขอลูกท่าน สมัยนั้นช่วงกำลังโปรโมตเพลงกระเป๋าแบน ไปขออยากได้ลูกชายก็ท้อง เพลงกำลังเลยดังมาก ยิ่งลูกคลอดออกมาดังมากเลย ตอนไปขอก็ฝันนะ ว่าพระพิฆเนศเป็นเด็กมีเศียรช้างมากอด บอกพ่อมาแล้วๆ ไปอยู่กับพ่อ ชีวิตก็ดีขึ้นเรื่อยๆ ดังมาก”

ตอนรู้ว่าภรรยาท้อง?
“คือหลังจากนั้นวันสองวันเราก็ฝัน เราเลยคิดว่าใช่ ก็แบบเราดีใจบุญวาสนา ท่านศักดิ์สิทธิ์มากตอนไปขอลมพายุแรงมาก ผมเอาผ้าส่าหรีสีแดงไปถวาย เค้าออกมาตัวใหญ่เหมือนพระพิฆเนศปางเสวยสุขเลย ยิ่งโตขึ้นยิ่งเหมือน ปัจจุบันอายุ 10 กว่าแล้วครับ”

เฉียดตาย แต่สิ่งศักดิ์สิทธิ์ช่วย?
“ช่วงนั้นที่กระเป๋าแบนดังๆ คืนนึง 2-3 งานหน้าฝนก็ยังมี 2 งาน รีบขับรถ ร้องเพลงที่กรุงเทพฯ ขับรถไปกาญจนบุรี มีรถกระบะเบรกกะทันหัน ผมวิ่งประมาณ 140 กลัวไม่ทันงาน เจ้าของงานก็โทรตาม ผมหักหลบไปลงข้างทาง ข้างทางเป็นหญ้าเบรกเอาไม่อยู่ซัดเสาไฟฟ้า

เสาไฟฟ้าหักฝากระโปรงรถเปิดแต่ไม่ทิ่มเข้ามาในรถ งัดขึ้นเหมือนคนเปิดให้พระพิฆเนศที่ผมแขวนอยู่กระเด็นหลุดออกจากสร้อยเลยฟาดใส่กระจกหน้า แต่เราไม่เปนไรเลยไม่เจ็บ แต่มีแค่ขาเราที่เบรกแรงแล้วลื่นเป็นแผลนิดเดียว รถต้องยกเครื่องใหม่พังหมด”

มีอีกเหตุการณ์นึง?
“ไปชุดใหญ่แดนเซอร์ทั้งวงในรถตู้ ผมไปงานภูเก็ตเล่นเสร็จประมาณเที่ยงคืน ผมขับรถมาเจอหมอกควันขาวมาก เลยเปิดไฟสูงหมอกเป็นรูปร่างผู้หญิงขาว ผมยาว เลยหักหลบเกือบลงข้างทางหักกลับอีกรถหมุน อันนี้เป็นผู้จัดการขับ ไม่ถึงสองวิรถตู้เบรกแล้วชน ผมเลยไปดูว่ารถเป็นไรพอไปถึงรถชนต้นไม้ แดนเซอร์แขนหัก พอถามคนขับหัวแตกแต่คุยได้ถามเค้าว่าเห็นหมอกขาวๆ เป็นผู้หญิงเหมือนเราเห็นเลย แต่เราไม่เป็นไร ตอนเราหักหลบเราพ้นแต่รถตู้หักหลบไม่พ้น”.

ดูข่าวต้นฉบับ

ที่มา : ข่าวไทยรัฐออนไลน์ – ข่าวบันเทิง
ขอขอบคุณ : ข่าวไทยรัฐออนไลน์ – ข่าวบันเทิง