ไม่ต้องเท่สร้างภาพ หวังแค่สร้างสิ่งดีๆให้คนอื่น

ถูกใจแฟนคลับทั้งฝีมือการแสดงและความชัดเจนในเรื่องการหยิบยื่นแรงบันดาลใจและการนึกถึงผู้อื่น พระเอกหนุ่ม “ฌอห์ณ จินดาโชติ” ประเดิมงานดีๆต้นปี 63 เป็นหนึ่งในคนดังที่ตอบรับคำชวนขององค์การยูนิเซฟ ประเทศไทย เข้าร่วมภารกิจพิเศษถ่ายหนังสั้นสะท้อนปัญหาความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาของเด็กๆที่อาศัยอยู่บนดอยห่างไกลใน จ.แม่ฮ่องสอน เป็นส่วนหนึ่งของรายการ “เดอะ บลูคาร์เพท โชว์ ฟอร์ ยูนิเซฟ ครั้งที่ 2” นอกจากเป็นผู้ให้ ณอห์ณ ยังรู้สึกได้ถึงการได้รับ เล่าเรื่องราวให้ฟังว่า

“ภารกิจของผมเป็นเรื่องการขาดโอกาสทางการศึกษา กลุ่มที่ผมไปเจอเป็นเด็กดอย โรงเรียนผาแดง อ.ผาแดง ซึ่งมีคุณครูผู้เสียสละ มีการจัดคุณครูส่วนกลางดูแลเด็กๆ การเดินทางลำบากหลายชั่วโมง ทำให้เรารู้ยังมีเด็กที่ห่างไกลที่ต้องเดินมาเรียน เด็กที่นี่เค้าใฝ่เรียน ซึ่งสิ่งที่ทางยูนิเซฟทำ คือจัดให้มีห้องสมุดเคลื่อนที่ไปยังจุดที่เข้าถึงลำบาก เพื่อให้เด็กๆได้มีหนังสือดีๆด้วย เราเหมือนไปพูดถึงกิจกรรมที่ผ่านมาที่ยูนิเซฟเคยทำว่าเงินบริจาคของคุณไปถึงตรงไหนบ้าง ในหนังสั้นนี้ผมได้มีส่วนร่วมเยอะ ได้ไปช่วยในห้องตัดต่อก็ยิ่งรู้สึกอินมากครับ”

เราได้รับพลังอะไรกลับมาบ้าง? “เราตั้งใจไปเป็นผู้ให้โอกาส แต่เราได้รับมากกว่าให้ด้วยซ้ำ จริงๆเด็กที่อยู่ในพื้นที่ห่างไกล ผมว่าสุขภาพจิตเค้าดี ทุกอย่างมันใส ไม่ซับซ้อน พอได้เห็นห้องสมุดเคลื่อนที่ เค้าตกใจ ดีใจมาก มันเหมือนเป็นเชื้อเพลิงเติมให้เรามากกว่าว่าเรามีความสุขกับสิ่งที่เรามีหรือยัง เพราะเรามักอยู่ในจุดที่เราพยายามแสวงหาสิ่งที่ไกลตัว และผมเองมีหลานวัยใกล้เคียงกับเด็กๆตรงนั้น มันทำให้เข้าถึงง่ายขึ้น มันก็มีการเปรียบเทียบว่าหลานเราได้รับโอกาส แต่เด็กๆเหล่านี้ไม่มีโอกาส อยากกลับไปบอกหลานๆเลยว่าพวกเค้าโชคดีมากแล้ว”

ประเดิมต้นปีด้วยงานดีๆ ปีนี้น่าจะได้เห็นงานที่หลากหลายของฌอห์ณ? “ผมว่าปีนี้น่าจะเปลี่ยนจากหลายๆปีที่ผ่านมา น่าจะทำงานเบื้องหลังเยอะขึ้น ตั้งใจว่าจะทำรายการของตัวเอง อยู่ในช่วงเสนองาน งานละครก็รับแต่พยายามจัดเวลาไปทำอะไรของเราเอง ในคอนเซปต์ที่เราทำคือต้องเป็นประโยชน์ต่อคนอื่น ไม่ได้ทำเพื่อเน้นรายได้ เน้นเพื่อต่อยอดกับคนอื่นได้ คราวที่แล้วทำนิทรรศการบางแคร์กับกลุ่มเพื่อนแล้วอยากทำต่อโปรเจกต์แบบนี้ รายการที่คิดวางคอนเซปต์เป็นเรื่องการเดินทางไปหาบุคคลที่เค้าให้แรงบันดาลใจ ปกติเราจะคุ้นเคยกับคนที่ประสบความสำเร็จแล้ว แต่จากที่ผมไปสัมผัสจากยูนิเซฟ จริงๆแรงบันดาลใจมันไม่ได้วัดที่ความสำเร็จหรือตัวเงิน วิถีชีวิตหรืออะไรก็ได้ เด็ก 5 ขวบก็เป็นแรงบันดาลใจของเราได้ และอีกอย่างเราเองก็เคยทำพิธีกรมาก่อน ด้วยเราอายุ 30 แล้ว เรารู้ว่าตัวตนเราคืออะไร งานแสดงเป็นสิ่งที่ผมชอบและมันก็ใช่แหละ แต่เราต้องมีหลายช่องทางที่ทำแล้วมันต้องเป็นประโยชน์ คนอ่านหนังสือก็เป็นอีกกลุ่ม ภาพเคลื่อนไหวก็เป็นอีกกลุ่ม ผมอยากทำในหลายๆ ทาง”

งานละครล่ะ? “มีละครของพีพีทีวี เรื่องหว่ออ้ายหนี่ เธอที่รัก ที่รอออกอากาศปีนี้ และมีอีกหนึ่งโปรเจกต์ของช่องวันที่น่าจะว้าวกัน”

เวลาผ่านไป ตัวตน “ฌอห์ณ” ชัดเจน ในด้านทำอะไรนึกถึงคนอื่นและแชร์แรงบันดาลใจซึ่งเป็นสิ่งที่แฟนๆ ชอบในตัวฌอห์ณ และพิสูจน์คำวิจารณ์ว่าไม่ได้สร้างภาพทำเท่ แต่เราเป็นแบบนี้? “ผมว่าเราได้มาก็จากสิ่งนั้นตอนนั้นเราเล่นละคร เล่ห์รตี เรื่องแรกก็ไม่ได้คิดว่าจะประสบความสำเร็จ ทำหนังสือก่อนละครก็ไม่คิดว่ามันจะดังคิดแค่ว่าจะหาเงินในช่วยวัดที่เราบวช กับมูลนิธิป้าสำรวยแค่นั้น แต่พอมันขายได้เลยคิดว่าควรทำต่อ เราอยู่ตรงนี้มีรายได้จากตรงนี้ก็ควรเอาเวลาส่วนหนึ่งไปทำอย่างอื่นบ้าง ผมชอบนะเวลาที่คนจำเราได้ไม่ใช่จากตัวละคร แต่เป็นจากสิ่งที่ผมทำ เช่นหนังสือผมทำให้เค้าได้คุยกับแม่มากขึ้น อย่างน้อยในร้อยคน หนึ่งคนได้ ก็ยังโอเค เรื่องคำวิจารณ์ก็เคยมีและเข้าใจเพราะสุดท้ายเวลามันก็เล่าเรื่องของมันเองครับ”

เรื่องหัวใจล่ะ ก็ยังไม่มีใครเหมือนเดิม? “ตอนนี้โตแล้ว มันไม่เหมือนตอนเด็ก มันไม่ใช่พอยต์แรกของชีวิตถ้ามีใครเวียนวนมาเจอกันมันก็โอเคตอนนี้มันเป็นจังหวะที่เราก็อยู่ได้ ผมทำอะไรคนเดียวมาเป็นปีแล้ว ผมเชื่อว่าความรักมันดีเสมอนะ ปีที่แล้วผมไปงานแต่งเยอะมาก ผมดีใจที่คนที่ผมสนิทเค้ามีความรักที่ดี อย่างคู่พี่โดนัท-มนัสนันท์ กับพี่ตาม ผมสนิทกับเค้ามาก เค้าก็จะสอนผมตลอด ความรักมันวัดจากก่อนแต่งงานไม่ได้ มันคือการเรียนรู้จริงๆ หรืออย่างคู่ฮั่น-อิสริยะกับจียอน ผมก็เห็นตั้งแต่เค้าเป็นคู่ใหม่ปลามัน แล้วมาเห็นฮั่นเริ่มคิดเรื่องก่อร่างสร้างตัว ผมก็ภูมิใจในตัวเพื่อนที่เค้าคิดเรื่องอนาคต คือผมได้เห็นมุมมองหลายอย่างที่ดี ผมคิดว่าสิ่งดีๆจะมาก็ต่อเมื่อเราทำตัวให้ดี เมื่อก่อนตามหาสิ่งที่ดีกับเรา แต่จริงๆต้องคิดว่าคนคนนั้นเค้าเห็นสิ่งที่เราดีรึเปล่าเท่านั้นเองครับ”.

อ่านเพิ่มเติม…

ดูข่าวต้นฉบับ

ที่มา : ข่าวไทยรัฐออนไลน์ – ข่าวบันเทิง
ขอขอบคุณ : ข่าวไทยรัฐออนไลน์ – ข่าวบันเทิง