ริชชี่ สบายใจขึ้นเคลียร์ ไก่ วรายุฑ แล้ว พลิกวิกฤติเป็นโอกาสให้ดอย
จะต่อยอดจัดทัวร์เลยมั้ย?
“จริงๆ ครอบครัวทำอยู่แล้วค่ะ มีคุณลุงคุณน้าแล้วก็คุณแม่ก็ช่วยดูแลอยู่ค่ะ หนูก็ได้ช่วยโปรโมตให้ครอบครัวด้วย ชาวบ้านด้วย ก็ดีใจค่ะ ตอนนี้ก็มีติดต่อมาเยอะ แต่ด้วยแบบเดิมเราไม่ได้รับแบบใครจะขึ้นก็ได้ มันต้องผ่านทางบ้านก็ต้องพาขึ้น ทางขึ้นก็ยังลำบาก ต้องใช้รถโฟร์วีล ก็ดีใจที่คนชอบ ถ้ามีโอกาสได้ไปจริงๆ ก็หวังว่าทุกคนจะชอบ มันธรรมชาติมากๆ เหมือนไปชาร์จแบตค่ะ”
จะกลับบ้านเมื่อไหร่?
“ก็ถ้าพี่เขาบอกว่ามีเวลาว่างก็จะรีบกลับเลยค่ะ (ขึ้นดอยไปจะได้เจอริชชี่ไหม?) ถ้าหนูไปหนูจะบอกก่อนนะคะ จะได้มาเจอค่ะ (หัวเราะ)”
ชาของเราขายดีขึ้นมั้ย?
“ในส่วนของหนูกำลังจะเปิดตัวเร็วๆ นี้ค่ะ อีกนิดเดียวกำลังทำแพ็กเกจจิ้งค่ะ เป็นชา แนวชาระบาย เป็นดีท็อกซ์ ช่วยระบบข้างใน ถ้าลำไส้เราดี ผิวพรรณเราก็จะดีหมดเลย แล้วหนูดื่มเองตลอดอยู่แล้วค่ะ เลยอยากลองทำตัวนี้ค่ะ แต่ของชาของที่บ้านมีอยู่แล้วค่ะ มีหลายอัน มีของคุณน้าหลายคนค่ะ”
เราเปลี่ยนวิกฤติให้เป็นโอกาสได้อย่างสวยงาม เรารู้สึกอย่างไรบ้าง?
“ทีแรกหนูกังวลค่ะ หนูกลัวหนูพูดไม่รู้เรื่อง ก็ขอบคุณทุกคนที่เข้าใจความเป็นหนู เอ็นดูเรา”
จากข่าวจากผลงาน จนถึงวันนี้ถือว่าพิสูจน์เราในวงการบันเทิงได้หรือยัง?
“จริงๆ ผลงานหนูตั้งใจมากๆ อยู่แล้ว ถ้าได้ดูละครทุกคนก็คงเห็น แต่ว่าขอบคุณฟีดแบ็กจากคนที่ไม่ได้ดูด้วย ที่เขาเห็นแล้วไปย้อนดูงานเรา ก็ขอบคุณมากๆ ขอบคุณแทนทีมงานทุกคนด้วยค่ะ”
ทำให้เราแกร่งมากขึ้นมั้ย?
“ก็รู้สึกว่าต้องเข้มแข็งขึ้นค่ะ เพราะว่าเหมือนแม่ๆ ของเรา พี่แฟนคลับเขาก็ห่วงมาก เราก็รู้สึกว่าต่อไปนี้เราไม่ได้แค่ตัวคนเดียวแล้ว เราต้องเข้มแข็งเพื่อทุกๆ คนด้วย”
หลังจากให้สัมภาษณ์ไปได้มีโอกาสคุยกับพี่ไก่หรือพี่ม้าหรือยัง?
“คิดว่าพี่ผู้จัดการน่าจะคุยแล้วค่ะ”
ริชชี่ยังไม่ได้คุยใช่มั้ย?
“หนูไม่เคยคุยเป็นการส่วนตัวอยู่แล้ว เพราะในกองก็จะมีพี่ผู้จัดอีกคนนึงชื่อพี่อี๊ด”
สบายใจขึ้นใช่มั้ย?
“สบายใจขึ้นค่ะ”
หลายคนบอกว่าคำตอบเราวันนั้นเป็นต้นแบบในการตอบคำถามของดารา เรารู้สึกยังไงบ้าง?
“(ยิ้ม) หนูตอบปกตินะคะ ต้นแบบเลยเหรอคะ ไม่ขนาดนั้นค่ะ หนูคิดว่าหนูก็ตอบปกติ เพราะพี่ถามหนูก็ตอบธรรมดาค่ะ”
ความซื่อของเราด้วยหรือเปล่า?
“จริงๆ หนูไม่ได้คิดว่าเป็นเรื่องใหญ่ตั้งแต่แรกอยู่แล้ว เหมือนเป็นการเข้าใจผิด หนูก็แค่ตอนแรกก็เฮิร์ตว่าทำไมเป็นแบบนี้ แต่ไม่ได้รู้สึกว่าผู้ใหญ่ผิดหรือมีใครผิดเลยค่ะ คิดว่าถ้าทุกคนได้รู้ความจริง รู้จักหนูก็คงโอเค แต่ตอนนั้นกังวลว่าแล้วทุกคนจะรู้ได้ยังไงเพราะหนูไม่ได้ออกสื่อ หรือทุกคนไม่เคยเห็นเราเลย”
หลังจากไปออกรายการ วันต่อมาก็มีคนติดแฮชแท็ก #ริชชี่ที่แปลว่าของก็อต?
“(ยิ้ม) มันเป็นประโยคในละครค่ะ ที่ว่า มายที่แปลว่าของผม เหมือนหนูว่าเพื่อนหนูก็เป็นห่วงเพราะหนูพูดน้อย เขาก็คงพยายามช่วยเรากลัวจังหวะเดดแอร์เพราะรายการสด”

กลายเป็นกระแสจิ้นไปแล้ว?
“ขอบคุณที่เมตตาหนูและเพื่อนหนูด้วย (ยิ้ม)”
มีโอกาสมั้ย หลายคนเชียร์ให้คบกันจริงๆ?
“จริงๆ ตอนนี้เริ่มมีเพื่อนแล้วก็ดีใจค่ะ (หัวเราะ) หนูอยู่โรงเรียนหญิงล้วนมาตั้งแต่เด็กด้วยมั้งคะ เราก็ไม่ได้พยายามเงียบหรือว่าอะไร เจอเด็กผู้ชายหนูว่าบางทีเขาอาจจะดูว่าเราเหมือนไม่พูด เหมือนเขากลัวๆ เรา เราก็ไม่เลยไม่ค่อยมีเพื่อนผู้ชาย”
ก็อตเป็นเพื่อนผู้ชายคนแรกๆ ใช่มั้ย?
“ก็ประมาณนั้นค่ะ”
ตอนนี้คือสนิทที่สุดใช่มั้ย?
“เขาน่าจะเป็นคนพูดเก่งและเข้าได้กับทุกคน และบังเอิญมาเล่นเรื่องนี้ด้วยกันเขาก็เลยสนิทกับเราด้วย แต่หนูว่าจริงๆ เขาคุยกับทุกคนอยู่แล้วค่ะ”
ใช้ผู้จัดการคนเดียวกันด้วยใช่มั้ย?
“ใช่ค่ะ พี่โน๊ต (ผจก.) ช่วยดูแลค่ะ พี่โน๊ตดูแลหลายคนค่ะ”
วันนี้ริชชี่ท้องเสียด้วย?
“ใช่ค่ะ จริงๆ หนูกินขนมค่ะ มันน่าจะหลายวันแล้ว หนูใส่ตู้เย็นแล้วคิดว่ามันจะกินได้ เมื่อคืนก็ท้องเสียทั้งคืนเลยค่ะ เหมือนอาหารเป็นพิษค่ะ ตอนนี้ดีขึ้นแล้วค่ะ แต่ถ้าคืนนี้หนักอาจจะต้องไปหาหมอฉีดยา เพราะพรุ่งนี้หนูก็มีงานค่ะ”.

ดูข่าวต้นฉบับ
ที่มา : ข่าวไทยรัฐออนไลน์ – ข่าวบันเทิง
ขอขอบคุณ : ข่าวไทยรัฐออนไลน์ – ข่าวบันเทิง

