ไขความรักฉบับ ‘กัน-มารี’

เปิดมุมความรักของ “กัน” นภัทร อินทร์ใจเอื้อ และ  “มารี เบิร์นเนอร์” กับ 1 ปีที่เจอบททดสอบมากมาย

    ทีมบันเทิง คมชัดลึก  –   เป็นคู่รักหวานของ พ.ศ.นี้จริงๆ สำหรับนักร้องหนุ่มผิวเข้ม “กัน” นภัทร อินทร์ใจเอื้อ กับนางเอกสาวคนสวย “มารี เบิร์นเนอร์” ที่ตกหลุมรักกันกลางละคร “ลูกกรุง” ระยะเวลาเกือบจะ 1 ปีแล้ว ที่คู่นี้เรียนรู้และข้ามผ่านบททดสอบของความรัก วันนี้ “บันเทิง คมชัดลึก” เลยขอใช้โอกาสในห้วงเวลาวันแห่งความรัก พูดคุยเปิดใจคู่รักต่างขั้วคู่นี้ว่าพรหมลิขิตอะไรทำให้เขาได้มารักกัน
  

 @@ จุดเริ่มความรัก
    ทำไมถึงเป็น “กัน” นภัทร
    กัน : เหมือนลดตัวลงมา (หัวเราะ)
    มารี : ก็เขามาจีบ (ยิ้ม) พอเราจบกับคนเก่าไป เราก็ยังไม่ได้คุยกับใคร ที่รักเข้ามาคนเดียว ตอนนั้นไม่มีใครรู้ว่าเขาโสดไง ที่รักรู้ก่อนคนอื่น เลยได้จีบก่อน (ยิ้ม) หนูเป็นคนโมเมนต์เยอะนะ ไม่ได้ซีเรียสว่าต้องเพอร์เฟกท์ทุกอย่าง เราชอบเวลาที่เขาทำอะไรแล้วนึกถึงเรา อย่างแค่ผ่านร้านก๋วยเตี๋ยวที่เราชอบแล้วซื้อมาฝาก แค่รู้ว่าเขานึกถึงเรา ซึ่งเขาก็มีมุมน่ารักในแบบของเขา

    กัน : ตอนนั้นผมไม่เคยคิดเลยว่าจะจีบผู้หญิงคนนี้ เพราะอย่างแรกเลยเขาเป็นลูกครึ่ง แล้วเรารู้ตั้งแต่ตอนเริ่มทำงานด้วยแล้วว่าเขามีแฟนแล้ว มีอยู่ช่วงหนึ่งที่กินข้าวกับพี่ๆ ในกองละคร แล้วพี่ดอม เหตระกูล พูดขึ้นมาว่า ไปเจอเขามา กำลังดราม่าเลย เราก็ถามพี่ดอมว่าเกิดอะไรขึ้น แล้วผมก็ถามว่าจริงเหรอพี่ ก็แค่นั้น ไม่ได้คิดไปจีบ แต่พอเขาโสด เราก็คุยกับเขาได้มากขึ้น เพราะตอนที่เขามีแฟนเราก็ไม่กล้าคุยกับเขา เพราะไม่อยากทำอะไรที่มันไม่ดี (ยิ้ม) เราก็เริ่มจากการไปคุยในไดเรกท์อินสตาแกรมเขามากขึ้น

    มารี : แล้วอะไรที่ทำให้อยู่ดีๆ ที่รักมาจีบเขาล่ะ
    กัน : มันมีความประทับใจในการทำงานของเขา รู้สึกว่าเขาเป็นลูกครึ่งที่ใช้ชีวิตง่ายๆ กินอะไรก็ได้ เตรียมที่นอนมาเอง ใส่ชุดมาทำงานเป็นเสื้อยืดกางเกงเหมือนชุดนอน (มารีพูดขึ้น “ที่รักมันน่าประทับใจตรงไหน”) มันแบบไม่มีมาดไง เป็นคนไม่มีมาด คือประทับใจส่วนนั้น แล้วอีกอย่างคือเราส่งข้อความไป แล้วเขาคุยกลับมาหาเรา

    มารี : ตอนแรกเราไม่รู้ แต่พอเพื่อนสนิทแอบเห็นว่าเราคุยกับ กัน นภัทร (กันแซวขึ้นมาว่า “รีแอ็กแย่มาก รีแอ็กแบบไม่มีใครสนับสนุน”) เพื่อนก็ถามว่าคนนี้เหรอ ใช่เหรอ เพราะว่าเพื่อนๆ ได้ยินมาว่าเขาเจ้าชู้ คนก็บอก ก็เตือนเราเยอะมาก (กันแหย่ขึ้น “แล้วทำไมไม่ฟังคนอื่น”) ความรักทำให้คนตาบอด (ยิ้ม)

    แล้วกันล่ะ ทำไมถึงเป็น “มารี เบิร์นเนอร์”
    กัน : ขอเล่าย้อนกลับไปว่าผมได้ดูหนังเขา มิสเตอร์ เฮิร์ต ซึ่งผมดูคาแรกเตอร์เขาคือเปรี้ยวมาก เซ็กซี่มาก แต่พอวันหนึ่งที่มาทำงานร่วมกัน วันแรกที่ผมรู้ว่าต้องเล่นกับเขา คือตอนนั้นใจลุกเลย เพราะนางเอกสวย เรื่องนี้จะต้องดี คือยังไงนางเอกต้องส่งเรื่องนี้มากกว่าผม (มารีเสริมขึ้น “จริงๆ เรื่องลูกกรุงเขาสร้างเพื่อ กัน นภัทร โดยเฉพาะเลยนะ เราแค่เป็นองค์ประกอบเล็กๆ ให้ที่รัก”) ไม่ การมีคุณเข้ามาสนับสนุนมันทำให้ละครเรื่องนี้มันน่าสนใจมากขึ้น

    จากภาพแรกที่คิดไว้ จนวันที่มาได้รู้จักกันเป็นยังไง
    กัน : เรื่องดีคือเซอร์ไพรส์มาก เรายอมรับตอนแรกเรามองเขาแค่เปลือกนอก แต่พอรู้จักแล้วรู้เลยว่าตัวจริงของเขาไม่ได้เหมือนเปลือกนอกที่เห็นเลย เขาเป็นผู้หญิงไม่เหมือนแบบนั้นเลย เขาเป็นคนง่ายๆ (มารีเสริมขึ้น “ลุคของเขาเป็นคนสวย จิตใจเขาก็เป็นคนสวย (หัวเราะ)”) ใช่ไง แต่คือ เขาเป็นคนไม่ได้ใส่แบรนด์เนม ไม่ได้ใช้ของฟุ่มเฟือย ต่างจากลุคที่เราเห็น เรารู้สึกว่าเขาเป็นผู้หญิงที่ความคิดความอ่านดี และเป็นผู้ใหญ่พอสมควร

    มารี : (กันรีบดักคอ “ต่างเลยพอมาเจอตัวจริง ไม่เหมือนคำร่ำลือเลย ไม่เจ้าชู้เลย”) อื้อหือ… (หัวเราะ) หนูแพ้ไง แพ้ผู้ชายเจ้าชู้ไง (ยิ้ม) ตอนแรกคือกลัวนะ คุยกับเขาแล้วรู้สึกเลย โอ้โห…หนัก (หัวเราะ) แค่เวลาเล่นละครกับเขา คือสายตาเขาเรามองออกเลยว่าเจ้าชู้มาก ขณะเขามองเราแบบในละคร ตอนที่เราไม่ได้คิดอะไรกับเขาเลยนะ แต่พอเล่นละครด้วยกันคือมันจูนติดง่ายในแง่ของการเล่นละคร เพราะว่าเขามีความโปรยเสน่ห์ เนี่ย…แล้วอย่าไปมองคนอื่นแบบนี้นะ

    กัน : ผมไม่มองใครแล้ว ผมมองคุณคนเดียว (ยิ้ม) พี่เขาถามว่าพอรู้จักกันแล้วเป็นยังไง
    มารี : (ทีมงานแซว “หล่อสูงสมาร์ท (หัวเราะ)”) ที่รักหล่อสุดในใจเค้า (ยิ้ม) คือพอรู้จัก เขาเป็นสุภาพบุรุษ 
    กัน : เขาเป็นผู้หญิงคนแรกที่พูดกับผมว่า อบอุ่นจัง ซึ่งผมประทับใจ เพราะผมไม่เคยได้ยินคำนี้จากผู้หญิงคนไหน เขาเป็นคนที่พูดมุมนี้ออกมา เราเป็นคนที่มีมุมนี้ แต่เขาเป็นคนที่สัมผัสได้ว่าเรามีมุมนี้ แล้วเขาเป็นคนพูดคำแรกขึ้นมา

    เมื่อกี้มารีบอกว่าแพ้ทางคนเจ้าชู้ แต่ตอนนี้มารีลบความเจ้าชู้เขาได้นะ
    มารี : หนูเป็นคนที่เกลียดเรื่องเจ้าชู้มาก เพราะคนที่เราเคยคบไม่เจ้าชู้เลย แล้วเราเป็นคนที่ทนเรื่องนี้ไม่ได้ แต่ว่าผู้ชายเจ้าชู้มีเสน่ห์อะไรบางอย่างที่น่าตื่นเต้น (หัวเราะ) น่าค้นหา (ยิ้ม)

 

 

    @@ คู่รักต่างขั้ว
    สองคนมีความแตกต่างกันเยอะ เรียกว่าคนละขั้วเลย
    กัน : ใช่คนละขั้วเลย ตั้งแต่สภาพแวดล้อม เขาเป็นลูกครึ่ง ผมก็ไทยแท้เลย แล้วพอเราตัดสินใจคบกัน มันก็ต้องปรับกันเยอะเหมือนกัน
    มารี : ตอนแรกเหมือนเราสองคนต่างกันเลย แต่ด้วยความที่เวลาอยู่ด้วยกัน เขาก็มารู้จักเพื่อนเรา ครอบครัวเรา เราไปรู้จักเพื่อนเขา และทำความคุ้นเคยกับครอบครัวเขามากขึ้น มันมีบางอย่างด้วยไลฟ์สไตล์ที่อยู่ด้วยกัน อย่างเวลาไปดูหนังก็ไปดูหนังแนวเดียวกันมากขึ้น กินข้าวก็ชอบกินอะไรที่คล้ายกันมากขึ้นเรื่อยๆ มันก็จูนกันมาเรื่อยๆ แต่ก็มีบางอย่างที่เป็นมุมมองโลกที่ไม่เหมือนกัน ก็มีการปรับจูนกันเยอะเหมือนกัน แล้วอีกอย่างคือเราเหมือนผ่านอะไรมาเยอะด้วย มันทำให้เราจูนกันเร็ว คือเราคบกันมาเกือบจะปี แต่เรารู้สึกว่าเราคบกันมานานกว่านั้น เหมือน 2-3 ปี

    กัน : เราคบกันมาจะครบปีในเดือนมีนาคม แต่เราเรียนรู้อะไรกันเยอะมาก ข้อดีของกันและกัน  
    มารี : เขาเป็นคนที่พอรักแล้วรักมาก อย่างตอนแรกๆ ที่เห็นก็คือรักมากๆ มันก็เลยเหมือนว่าเราคบกันเร็ว รักกันก็เร็ว เห็นมุมเสียของกันและก็เร็ว คือมันมีบางอย่างแหละที่ปรับได้ และก็มีบางอย่างที่ปรับไม่ได้ อย่างเรื่องที่เขาไม่ชอบปาร์ตี้ ถ้าเรารู้สึกว่าเราไม่ทำก็ได้ เพราะว่ามันก็ไม่ได้เป็นตัวเรา ก็จะปรับให้เขา  

 

 

 

  
  

    กัน : บางอย่างที่เราปรับกันไม่ได้ เราก็อาศัยความเข้าใจและยอมรับ ผมเองก็ปรับเยอะ อย่างเรื่องเจ้าชู้ ผมคุยกับใครไม่ได้แล้วเลย อย่างที่เห็นผมจะประกาศว่าผมเป็นคนมีเจ้าของ นี่คือสิ่งที่ผมปรับ (มารีถามขึ้น “เออ…ใช่ประกาศทำไม”) ก็นี่เป็นสิ่งที่เห็นได้ชัดมากๆ ในวงการ 8-9 ปีที่ผ่านมา (หัวเราะ) คบกับใคร ผมก็จะบอกว่าเป็นเพื่อนสนิทในวงการ แต่นี่คือความรักที่เรารู้สึกว่าเราเปิดเผยที่สุดแล้ว เหมือนกับว่าเราได้ตรงนี้จากเขาด้วยแหละ ว่าการที่เรารักใคร ก็ไม่อยากที่จะปิดบัง เราก็เลยโอเค ลองเปิดดูแล้วกัน ก็คิดแล้วว่าเป็นยังไงก็ช่างมัน แล้วพอเปิดตัวแล้วมีความสุข เราก็ยอมเปลี่ยนแปลงตัวเองในบางอย่างที่เราเคยทำ หรืออะไรที่เราไม่ได้ทำ แต่คนอื่นมองว่าเราทำ อย่างเช่นเรื่องเจ้าชู้ เราก็พรีเซนต์ด้านนี้น้อยลง (หัวเราะ) เพราะว่าเรามีเจ้าของแล้ว และมาถึงจุดหนึ่งที่เรารู้สึกว่าเราต้องชัดเจนได้แล้ว อยากจะลองพิสูจน์ เพราะว่าเราเองก็ไม่ได้ทำให้ใครเดือดร้อน และมันโชคดีที่เราได้รับกระแสด้านบวกที่คนให้กำลังใจ หรือคนที่ชื่นชอบคู่เราเยอะ

    มารี : อย่างเราเองก็ไม่ได้ห่วงภาพลักษณ์ตัวเองขนาดนั้น ตอนที่คบกันแรกๆ เราเห็นเขากังวลเหมือนกัน เราก็รู้สึกว่าเขามาเสียหายเพราะเรา เราก็มีความรู้สึกแย่ๆ แต่ก็โชคดีที่แฟนๆ ส่วนใหญ่สนับสนุน แล้วกระแสคู่ก็มาแรง 

    มารีดูเป็นคนจริงจังเรื่องความรักนะ ทำไมถึงคิดว่าเราจะหยุดคนนี้ได้
    กัน : มาก (เสียงเน้น) 
    มารี : เราไม่ได้คิดว่าจะหยุดเขาได้หรอก แต่เราคิดว่าเราไม่มีสิทธิที่จะไปตัดสินว่าเขาจะหยุดที่เรา ถ้าเรายังไม่ได้ลอง พอลองแล้วก็โอเค เขาหยุดที่เรา ยอมรับนะว่ามันเป็นเรื่องที่เราห่วงมากที่สุด คือเขาก็ทำได้ เขาหยุดเจ้าชู้ได้ เรื่องที่เราไม่คาดคิดไง (หัวเราะ) ล้อเล่น
แต่คู่เราเป็นคู่ที่ลิ้นกับฟันมาก เวลาหวานก็หวานเบอร์ 10 แต่เวลาทะเลาะกันก็สุดเหมือนกัน

    กัน : นี่แหละ มันถึงมีสีสัน เวลาเหวี่ยงก็คนละทิศเลย มันเป็นการสร้างคาแรกเตอร์ความรักของเราขึ้นมาเอง (หัวเราะ) ไม่ใช่ คือเราทำปัจจุบันให้ดีที่สุด ไม่มีใครอยากที่จะทำความรักของตัวเองไม่ดี เราต้องเจอกับปัญหาแต่ละอย่างที่เกิดขึ้น เราก็ต้องแก้ปัญหากันไป เราค่อนข้างที่จะเปิดใจกันเต็มร้อย 

    มารี : ตั้งแต่วันที่เราเปิดว่าคบกัน เราก็เจอบททดสอบเยอะนะ วันที่เราให้สัมภาษณ์ไปตอนนั้นเราก็กังวล ก็คุยกับเขาก่อนสัมภาษณ์ เขาก็บอกว่าให้พูดไปเลยตามความรู้สึก เอาจริงๆ บททดสอบหนูจริงๆ คือเปิดหรือไม่เปิด เพราะว่าเราไม่เคยคิดที่จะคบใครแบบหลบๆ ซ่อนๆ อยู่แล้ว เพราะว่ามันไม่สามารถรักใครได้เต็มที่อยู่แล้วหากต้องปิดบัง เอาจริงๆ ปัญหาชีวิตที่ใหญ่ที่สุดตอนนั้นคือ เขาไม่อยากเปิดตัวเรา เขายังอยากเจ้าชู้อยู่ ซึ่งตอนนั้นเราคิดอย่างนั้นไง 

    กัน : ตอนที่เราดูเขาให้สัมภาษณ์ตอนนั้น เราก็รู้สึกว่าน่ารักดี ตอนแรกที่ผมเห็นแค่พาดหัวก็ช็อก เพราะว่าผมก็ไม่เคยมีใครที่มาประกาศตัวว่าเป็นแฟนขนาดนี้ นี่คือคนแรก เราเห็นคลิปก็รู้สึกว่าน่ารักดี แล้วมีคนแชร์เยอะมาก ถามว่าตอนนั้นผมไม่อยากเปิดเหรอ เอาจริงๆ ผมเปิดอยู่แล้ว แต่ผมรู้สึกว่าอยากให้ถึงจังหวะที่เหมาะสมก่อน เพราะตอนนั้นคนไม่รู้ว่าเขาเลิกกับแฟนไปแล้วด้วย เราอยากให้ระยะเวลามันเหมาะสม แต่พอเห็นเขาให้สัมภาษณ์ คือเราหน้าบานเลย (ยิ้ม) ก็แอบดีใจมากๆ อยู่ 

 

 

 

    @@ บททดสอบความรัก
    ในตอนนั้นเจอมรสุม ปกป้องดูแลกันอย่างไง
    กัน : เขาเป็นคนปกป้องผมมากกว่า เขาจะรู้ว่าผมเครียด แล้วผมเป็นคนแคร์แฟนคลับมาก เราอยู่กับแฟนคลับมา 9 ปี มีปัญหาก็ต้องเคลียร์ แต่พอมีปัญหานี้เกิดขึ้น เราเครียดมาก เขาก็ปลอบเรา บอกว่าเราไม่สามารถคุมทุกอย่างได้ จะให้คนที่ไม่ชอบเรามาชอบเรามันก็เป็นเรื่องยาก มีคนเลิกรักเราไป ก็อาจจะมีคนใหม่ที่มารักเราก็ได้ เขาก็ทำให้เรามองมุมบวกมากขึ้น ผมได้มองชีวิตในมุมบวกจากเขาเยอะ ทำให้ก้าวผ่านจุดนั้นมาได้ 

    มารี : เรารู้สึกว่าในโซเชียลมีเดียทุกวันนี้ แค่คนกลุ่มเล็กๆ ก็ทำกระแสให้มันเหมือนใหญ่ได้ คือเขาเป็นคนของประชาชนแบบ 100 เปอร์เซ็นต์ เขาเหมือนให้ชีวิตกับตรงนี้ แต่เราเป็นคนที่เป็นตัวเอง ใครไม่ชอบก็ไม่เป็นไร เราต้องหาสมดุล
    มองอนาคตของคู่เราไว้ยังไง
    กัน : ช่วงแรกที่หวานมากๆ เราก็มองอะไรชัดไปมาก แต่พอผ่านมาสักพัก เรารู้แหละความรักครั้งนี้มันอาจจะเหนื่อยแหละ แต่ก็ต้องสู้ไปด้วยกัน ถ้าอยากให้ถึงวันนั้น 
    มารี : เรามองว่าโอเค มันมีโอกาสที่จะพัฒนาไหม แต่ว่าก็ไม่ได้ฟันธงว่าจะต้องเป็นแบบไหน หรือเมื่อไร เพราะเดี๋ยวมันผ่านอะไรก็รู้เอง อย่างที่รักบอกว่า มันเหนื่อยอยู่แล้ว แต่ว่าจะเหนื่อยไปกับเขา หรือจะไปเริ่มต้นเหนื่อยใหม่กับคนอื่น (กันเสริมขึ้น “ผมขอเหนื่อยตรงนี้แหละครับ (ยิ้ม)”)

     มุมมองความรักเปลี่ยนไปไหมพอมาเจอกันและกัน
    
มารี : ก็เปลี่ยนไปค่ะ คือเราเป็นคนที่โฟกัสกับความรักมาก ความรักคือทุกสิ่ง ความรักทำให้โลกนี้สวยงาม พอมาเจอเขา และด้วยความที่เราต่างกันด้วย มันทำให้เราต้องเข้าใจทุกอย่าง และมันมีหลายๆ อย่างที่เราต้องใช้ความเข้าใจ เอาสมองมาช่วยหัวใจด้วย ไม่ใช่แค่หัวใจอย่างเดียว
    กัน : ของผมก็เปลี่ยนไปเยอะเลยครับ เราได้แลกเปลี่ยน เรียนรู้ซึ่งกันและกันเยอะ เขาทำให้ผมเป็นอีกคนที่มั่นใจในตัวเองมากขึ้น มั่นใจในความรักที่เรามี และมันส่งผลกับการทำงานของเรา เพราะว่ามันทำให้เรามั่นใจในการทำงานต่างๆ มากขึ้นด้วย แล้วเรารู้สึกว่าเขาเป็นผู้หญิงที่ดูแลเราได้ ไม่ใช่แค่เราดูแลเขาได้อย่างเดียว อันนี้เป็นสิ่งที่ทำให้เรารู้สึกว่าผู้หญิงคนนี้สู้เพื่อเราจริงๆ ก็ดีใจที่เจอเขา

    อยากบอกอะไรกันและกัน
    กัน : ถึงแม้ว่าเราจะทะเลาะกันบ่อย ถึงจะมีปัญหากันบ่อย ถึงเราจะเหมือนคนที่จะอยู่คนละขั้ว แต่ว่าเขาก็อยากทำให้เรามีตรงกลางที่ไปด้วยกันได้ จับมือไปด้วยกันได้เรื่อยๆ และก็มีความสุขไปด้วยกัน บางวันมันอาจจะไม่สวยงามก็ตาม แต่ว่าอยากให้วันที่มันไม่สวยงาม มันก็ยังมีความสวยงามอยู่ วาเลนไทน์นี้เป็นวาเลนไทน์แรกของเรา และคิดว่าไม่ใช่วาเลนไทน์สุดท้ายแน่นอน 
    มารี : ก็คิดว่าเราผ่านอะไรมาด้วยกันเยอะแล้ว และจริงๆ เราก็สู้กันมาพอสมควรเลยนะ ก็คิดว่าถึงมันจะเหนื่อยบ้าง ท้อบ้าง แต่ถือว่าคุ้ม และพร้อมที่จะสู้ด้วยกันต่อไป

    ถึงจะต่างแบบสุดขั้ว แต่ความรักก็ทำให้ “กัน-มารี” จับมือไปด้วยกันได้อย่างลงตัว

เรื่อง : ณัฏฐิรา หลอดแก้ว
ภาพ : อนันต์   จันทรสูตร์ 
  
       

 

 

ไม่อยากพลาดข่าวสารสำคัญ บทวิเคราะห์ เจาะลึกแบบ อินไซด์ ฟรี!! เพียงติดตามได้ที่ Line official คมชัดลึก เพียงกดติดตามผ่าน

เพิ่มเพื่อน

ดูข่าวต้นฉบับ

ที่มา : บันเทิง : คมชัดลึก ข่าวออนไลน์
ขอขอบคุณ : บันเทิง : คมชัดลึก ข่าวออนไลน์