บัตรเครดิต ซิตี้ พรีเมียร์

นายห้างประจักษ์ชัย ไหทองคำ งัดหลักฐานเด็ด แฉเดือด โต้กลับครูอดีตสามีเอ๋ มิรา 


นายห้างประจักษ์ชัย ไหทองคำ เปิดใจกับ ข่าวสดบันเทิงออนไลน์ เผยฟ้ามีตาเจอหลักฐานเด็ดเมื่อปี 57 โต้กลับครู อดีตสามีเอ๋ มิรา หลังอีกฝ่ายฟ้องหมิ่นประมาทนักร้องในสังกัด ไหทองคำเรคคอร์ด 1 ล้านบาท

เกาะติดข่าว กดติดตาม ข่าวสด

ถามถึงเรื่องที่ตัดสินใจฟ้องกลับอีกฝ่าย? “ต้องชี้แจงว่า น้องเอ๋ไม่ได้เป็นคนเริ่มหยิบประเด็นเรื่องการฟ้องร้องขึ้นมาก่อนนะครับ แต่มีหมายศาลมาให้น้อง เอ๋ก็ตกใจเลยปรึกษาผมว่าโดนฟ้องคดีหมิ่นประมาทจะทำยังไงต่อ ที่จริงถ้าเอ๋จะฟ้องน่าจะได้เปรียบมากที่สุดเมื่อ 3 ปีที่แล้วตอนที่ยังมีใบสมรสเป็นภรรยาโดยชอบด้วยกฎหมายด้วยซ้ำไป แต่ด้วยความที่มีสามัญสำนึกจริยธรรมคุณธรรมในจิตใจความเป็นแม่ของลูก ก็เลยคิดว่าคนที่เคยรักกันคนที่เคยอยู่ด้วยกันก็น่าจะให้เวลามันสลายความเจ็บปวดไป ถ้าผ่านจุดนั้นได้ก็คงจะเข้มแข็ง ก็เลยให้มันผ่านไปเฉยๆ ไม่ได้ฟ้องร้องอะไร”

“จนเมื่ออีกฝ่ายมีการฟ้องขึ้นมา ถ้าเราจะเป็นฝ่ายตั้งรับอย่างเดียวในการแก้ต่างเหตุผลของการรับฟังบางทีมันจะต้องมีการแย้งสิทธิ์กันบ้าง เพราะน้องเอ๋ไม่ได้โดนฟ้องคนเดียวนะครับ โดนฟ้องจากคู่กรณีทั้งสองคนเลยแล้วเป็นคนดังฟ้องคนไม่ดัง คนที่มีเอฟซีมีกระแสทั้งคู่รวมกันฟ้องเอ๋คนเดียว ผมก็เลยหาช่องทางที่จะช่วยเหลือในข้อกฎหมายที่พอจะมาต้านทานกันได้บ้าง ซึ่งมีหลายเคสหลายกรรมหลายวาระหลายกระทงด้วยที่จะเป็นต่อจากนี้ไป”

ฟ้องแบ่งสินสมรส 20 ล้าน และฟ้องคดีกระทำชำเราเด็กไม่เกิน 15 ปี? “คือคดีกระทำชำเรานี้เป็นคดีอาญาแผ่นดิน ไม่ใช่พรากผู้เยาว์นะ ถ้าเป็นเคสน้องคนที่กล่าวถึงจะเป็นพรากเด็กอายุต่ำกว่า 15 ปี มาตรา 277 ซึ่งเด็กจะยินยอมหรือมารดาจะยินยอมพร้อมใจหรือไม่ก็เป็นความผิดต่ออาญาแผ่นดิน

ซึ่งเราไปได้หลักฐานเด็ดมาเมื่อปี 57 ได้มีการแจ้งความที่บ้านผู้ใหญ่บ้าน มีการล่วงละเมิดทางเพศเมื่อ 7 ปีที่แล้ว ได้ตกลงไกล่เกลี่ยกันที่บ้านผู้ใหญ่บ้านแล้วก็ยังไม่ได้ชดใช้ค่าเสียหายในวันนั้นจนถึงวันนี้ ซึ่งมันเป็นหลักฐานที่เหนือความคาดหมายที่เราจะได้เจอมา เดชะบุญครับฟ้ามีตาได้หลักฐานเด็ดนี้มายังไม่โดนทำลายเอกสารหลักฐานตรงนี้ยังอยู่ที่บ้านผู้ใหญ่บ้าน ก็เลยน่าจะเอามาประกอบในการยื่นฟ้องในเคสต่อไป ซึ่งไม่ใช่เด็กคนเดิม เป็นคนละคน 7 ปีที่แล้วกับเมื่อ 4 ปีที่แล้ว คนละคนนะครับ ก็จะเป็นผู้ชำนาญการในการกระทำชำเรานะครับ เป็นผู้ที่มีประสบการณ์ในการชำเรา ทีนี้มันก็จะเป็นเรื่องที่ไม่เหมาะสมระหว่างครูกับศิษย์หลายๆ เคส ซึ่งคนที่รอดจากเคสนี้ไปส่วนมากจะเป็นผู้มีอำนาจทางสังคม มีบทบาททางสังคมหรือมีตำแหน่งหน้าที่หรือมีเงินแล้วก็ไปปิดเรื่องผิดเหล่านี้ให้ผ่านไปแล้วก็จบกันไป แต่คนที่รับกรรมก็เป็นเด็กที่โดนใส่ไฟใส่ร้ายไป”

“เรื่องประเด็นของการฟ้องร้อง 20 ล้าน ยังไม่ได้หมดอายุความเลยครับ ทนายบอกว่ามีอายุความการฟ้องแบ่งสินสมรสได้ ถึงแม้ว่าหลังจากหย่าแล้วก็มีดอกผลของสินสมรสที่ก่อให้เกิดมามีทุกวันนี้ เงินในส่วนหนึ่งตอนที่เอาไปลงทุนครั้งแรกเป็นเงินของน้องไปกู้มาในชื่อน้องและก็ไปยืมแม่มา ในความเป็นลูก แม่ก็ให้ใช้ในครัวเรือนก็เหมือนกับยืมเงินแม่มาใช้ในกิจการของลูก ฉะนั้นสิ่งเหล่านี้ถ้าจะปฏิเสธว่าไม่รู้หรอกไปเอาเงินมาจากไหน ไม่รู้ว่าคุณไปเอาเงินจากแม่คุณหรือเอาเงินมาจากไหน แต่สัญญากู้ก็มีร่วมกันครับ สัญญาส่วนหนึ่งก็เป็นชื่อของเอ๋ไปกู้มาด้วย ฉะนั้นในเรื่องของการที่จะฟ้องร้องสินสมรสมันก็สมควรแก่เหตุว่า ตอนที่น้องหย่า น้องได้ค่าเยียวยาแค่ 1 แสน น้องเรียกไป 3 แสน แต่ตอนไปหย่าตอนนั้นน้องไม่ได้มีใครเป็นพี่เลี้ยง น้องโดนกล่อมโน้มน้าวด้วยวิธีการใดก็แล้วแต่ ไม่มีผู้รู้กฎหมาย ก็เลยเซ็นไปโดยการรู้เท่าไม่ถึงการณ์แต่ถ้ายังมีอายุความที่จะฟ้องร้องเพื่อที่จะเรียกสินสมรสหรือดอกผลกำไรจากสินสมรสที่เคยร่วมกันก่อร่างสร้างตัวมาในช่วงที่ประกอบอาชีพขึ้นมาใหม่ๆ ซึ่งน้องก็เป็นคนหนึ่งที่ร่วมกันสร้างค่ายเพลง สร้างบริษัทนี้ขึ้นมา อายุความก็ยังอยู่ครับ”

อีกฝ่ายฟ้องหมิ่นประมาท 1 ล้าน? “ที่เขาฟ้องหมิ่นประมาทเรามาล้านหนึ่ง เราไปดูในเทปรายการแล้ว ผู้ที่มาตอบคำถามโดยพิธีกรถาม ก็เป็นคนในกรณีคือเป็นผู้เสียหายในคดีแล้วคนที่ถูกกล่าวอ้างถึง ก็เหมือนเราพูดถึงคนที่มากระทำความผิดต่อเรา เขาก็แค่ชี้แจงว่า คุณโดนกระทำยังไง แล้วเวลามีพิธีกรถามหรือทนายซักถาม เราไม่พูดถึงคู่กรณีที่มาทำพิพาทมาทำความเสียหายแก่เรา แล้วเราจะไปพูดถึงใครล่ะ มันก็คือคนที่สองกับคนที่สามแค่นั้นเอง แต่ว่าเขาพูดเอ่ยชื่อหรือยัง ถึงจะเอ่ยชื่อก็ยังเป็นสิทธิ์ที่เขาจะเอ่ยได้เพราะคุณเป็นผู้เสียหายหรือว่าเป็นผู้อยู่ในคดีนะครับ ไม่ได้เป็นคนกล่าวอ้างคนที่4 คนที่ 5 นะครับ คนที่หนึ่งคือเอ๋ คนที่สองคือผู้ชาย คนที่สามก็คือมือที่สาม ก็แค่นั้น ก็แค่แย้งกันไปสิทธิ์กันมา แต่ว่าทีนี้ศาลเขาจะเชื่อไหมล่ะ สิ่งที่พูดวันนั้นเป็นการหมิ่นประมาทให้เสียชื่อเสียงตรงไหน เพราะเราไปถอดเทปดูแล้ว มีแต่พอเขาจี้ตัวไปก็บอกว่าสัญญาณไม่ค่อยชัดหรือว่าสัญญาณไม่ดี ถ้าคุณบริสุทธิ์ใจก็ต้องหาโลเกชั่นที่มีสัญญาณที่จะตอบโต้นักข่าวด้วยความบริสุทธิ์ใจ คุณมาศาลหรือคุณมาหาทนายต้องมั่นใจในคดี ถ้าทำผิดก็ต้องบอกว่าผิดแบบนี้นะ ทนายเขาจะใช้กึ๋นเขาหรือมาตราไหนพอที่จะไปเบี่ยงให้ คุณต้องมาพูดความจริงกับทนายแต่ถ้ามาแล้วยังมาอ้ำๆ อึ้งๆ ถ้างั้นเครื่องจับเท็จมันจะทำงานทันที”

ทำไมถึงตัดสินใจช่วยเอ๋? “เราก็จับประเด็นได้ว่า ถ้างั้นเราสมควรที่จะช่วยใคร เราสมควรที่จะยื่นมือเข้ามาไหม ซึ่งผมทำธุรกิจเพลงเหมือนกัน ผมอยู่ดีๆ ของผมแล้ว แต่ว่าเพื่อนสนิทกันอย่างน้องเบิร์ด พนา กับป๋าเทพ เลิงนกทา ที่แนะนำมา ก็เลยสงสารน้องเอ๋โดนกระทำหนัก แล้วถ้าไปให้คนอื่นช่วย คนอื่นก็คงจะคิดว่ามันล่อแหลมต่อการทำธุรกิจค่ายเพลง ก็มี อ.ประจักษ์ชัยนี่แหละรอดตัวแล้ว ค่ายเพลงก็รอดตัวแล้ว ปัญหาปากท้องทางเศรษฐกิจก็พอรอดตัวอยู่ คงไม่ได้ลำบากลำบนอะไรมากมาย พี่ช่วยน้องมันหน่อย พี่พอเป็นหน้าเป็นตาให้หน่อย ถ้างั้นมันไม่พอวัดพอเหวี่ยงกัน น้องมันก็จะโดนกระทำอีก ผมก็ตกกระไดพลอยโจรครับ ผมก็มีแต่เจ๊ากับเจ๊งครับไม่ได้บวกอะไรหรอก บางคนบอกว่าผมมาโหนกระแส ว่าผมมาเกาะกระแสเอ๋ ผมยังไม่ได้อะไรเลยครับตอนนี้ ไปถ่ายเอ็มวีได้งานละ 2 หมื่น ถ่ายรีวิวสินค้าได้งานละ 3 หมื่น ผมก็ให้น้องหมดเลย เอารถไปให้น้องใช้ ไม่ได้คิดว่าจะเอาคืนวันไหนเลยครับ จนน้องจะมีโอกาสได้ซื้อรถคันใหม่แล้วค่อยว่ากัน แต่เราไม่ได้คิดไม่ดีกับน้องเลยครับ”

มีคนด่าว่า เกาะกระแส เจ็บตัวไปด้วยกับเรื่องนี้? “มันทิ้งกันไม่ได้ มันลงเรือลำเดียวกันแล้ว แล้วผมต่อสู้เพื่อความถูกต้องให้น้องเพื่อเป็นบรรทัดฐาน ถามเอ๋ว่า ทนายกับผมลงมาช่วยเต็มที่ เราเต็มที่หรือยัง ถ้าเรายังใจไม่มั่นคงพอ เราก็อย่าให้พวกอาจารย์และทนายมาเสียรังวัดกับเรานะ เอ๋บอกหนูเข้าใจค่ะ หนูเจ็บคนเดียวมา 3 ปี ไม่มีที่ระบาย วันนี้มีอาจารย์ มีพี่ทนายมาช่วยหนู หนูจะสู้ไปกับอาจารย์ จะไม่ทำให้อาจารย์ผิดหวัง ผมบอกอย่าทำให้อาจารย์หน้าแตกนะ ตอนนี้มีแต่คนรอสมน้ำหน้าผม มึงแพ้อยู่แล้วแหละ ไปหมิ่นประมาทเขาในรายการ พวกผมก็จะแก้หนักให้เป็นเบาให้น้อง แทนที่น้องจะจ่ายหนักๆ เป็นล้าน พวกผมก็จะช่วยหางานให้น้องทำ หรือว่าในการต่อสู้คดีก็คงจะไม่ถึงขนาด 1 ล้าน พวกผมก็หวังดีแค่นี้เองครับ ถ้ามันจะซวยจริงๆ นะครับ”

หลายคนมองกลายว่าเป็นการสู้กันระหว่างค่ายเพลงอินดี้สองค่าย? “ห้ามคนคิดไม่ได้ เพราะจริงๆ เราไม่ได้ผิดกันเลย ทุกวันนี้ก็ยังเป็นเฟรนด์เฟซบุ๊กกันอยู่ ยังไม่ได้อันเฟรนด์ ครูก็ยังไม่ได้ลบผม ผมโพสต์อะไรแกก็ยังเห็นกันอยู่ ไม่ได้มีอะไรกัน เราไม่ได้แข่งกันทำเพลง เพราะว่าตลาดเพลงของผมกับตลาดเพลงของค่ายของครูก็เป็นคนละร่อง ผมก็มีตลาดของผม มีลำไย เอ็นเตอร์เทนเต้นเด้ง ผมเป็นแมส ผมเป็นพิธีกร ผมเป็นศิลปินอินดี้ที่เป็นดาราด้วย ผมก้าวไป 5 ปีที่แล้วผมยังดังอยู่เลยครับ ผมยังอยู่เป็นเบอร์หนึ่งของอินดี้อยู่เลย ผมไม่ได้ตะเกียกตะกายที่จะไปแข่งกับใครมากไปกว่านี้เพราะว่าจุดพีกของผมก็ผ่านมาหมดแล้ว ฉะนั้นลำไยก็ยังเป็นแมสอยู่ครับ ผมก็ยังมีงานเข้ามาตลอดพิธีกรรายการใหญ่ๆ ก็มีตลอด

ฉะนั้นในเรื่องที่ว่าผมจะมาโหนกระแส ผมแค่เห็นความไม่ถูกต้อง ความไม่ยุติธรรม เด็กคนหนึ่งโดนรังแก เกิดเอ๋ มิรา ไม่เข้มแข็ง เดินไปสะพานลอยแล้วโดดลงมา ถ้าโดนอะไรรุมเร้ามากเกิน ลูกก็ไม่ได้อยู่กับฉัน ครอบครัวใหม่ก็จะรับไม่ได้ ครอบครัวเก่าก็ซ้ำเติม กับผู้หญิงคนใหม่พูดถึงก็บอกว่าปกป้องครอบครัว แล้วครอบครัวเก่าล่ะที่อยู่กัน 6-7 ปี มีลูกกันจะ 6 ขวบแล้ว แล้วเขาเป็นครอบครัวไหม แล้วความรู้สึกของเอ๋ถ้ามันทนไม่ได้ไปโดดตึกตายโดดน้ำตาย เกิดวันนี้ผมให้กำลังใจเอ๋ได้ เอ๋มีชีวิตรอดมาเป็นหนึ่งมนุษย์ได้ที่ยังเหลือชีวิตอยู่ ผมก็มีความสุข สวรรค์ก็คงจะให้รางวัลผมมีสิ่งดีๆ เข้ามาในชีวิตผม แต่ถ้าผมละเลยเพิกเฉยเอาตัวรอดว่าไม่ใช่ธุระเราแล้วมีแต่เสียกับเสียถอยออกมาดีกว่า คนที่จะซ้ำเติมก็คือฝ่ายโน้นแหละครับกับติ่งกับเอฟซีอวยกันไป เห็นไหมล่ะ ไปไม่รอด ทิ้งกันแล้ว วงแตก ซึ่งมีข่าวมาว่าวงแตก ไม่มีเลยนะครับ ประจักษ์ชัยกับเอ๋เริ่มมีกลิ่นตุๆ วงแตกไม่มีเลยครับ ก็มีข่าวปล่อยออกมาว่าผมดราม่าวงแตก พอเข้าไปยุ่งก็บอกมาโหนกระแส มาเกาะ คือเราก็วางตัวไม่ถูกว่าตกลงจะให้เราเป็นคนไกล่เกลี่ย เรารู้จักทั้งครู รู้จักทั้งเด็ก ถ้าเราจะเป็นผู้ใหญ่ในวงการ หรือคิดว่าเราไม่ได้ใจร้ายใจดำพอ ยกหูหากันก็ได้ครับ แล้วก็พูดคุยกัน วันที่พวกผมมีคดีขึ้นโรงขึ้นศาลกันที่มีดราม่าเมื่อ 3 ปีที่แล้วก็จบกันด้วยการไกล่เกลี่ย จบด้วยการพูดคุยนะครับ ไม่ได้จบด้วยการฆ่าแกงกันนะครับ”

อีกฝ่ายมองว่าเอ๋มีคนคอยยุยง คอยเสี้ยมตลอด? “ไม่มีคนเสี้ยม วันนั้นผมยังยกมือท่วมหัวเลย ครูอย่ามาฟ้องร้องกันเถอะ มันเสียเวลาทำมาหากิน ใครก็แล้วแต่ยกมือคือไม่ได้กลัว แต่เป็นเชิงสัญลักษณ์บอกให้กับมนุษย์ในโลกนี้ว่า ถ้าคุณหลีกเลี่ยงการเป็นคดีความขึ้นโรงขึ้นศาลได้ คุณพยายามหลีกเลี่ยงและอย่าเป็นคดีความจะดีที่สุด ผมทำให้เป็นเชิงสัญลักษณ์ เรื่องกลัวกัน ไม่กลัวหรอกครับ ชื่อเสียงก็มีเท่ากัน เงินทองก็ไม่ได้มีน้อยกว่ากัน ไม่มีใครกลัวกันหรอกครับในภาษานักเลงไม่มีใครกลัวกัน แต่ถ้าหลีกเลี่ยงการเป็นคดีความได้ หลีกเถอะ ไม่มีใครได้ประโยชน์มากหรอกนอกจากทนาย ผมพูดตรงๆ แล้วก็ไม่ได้ฟ้องก่อนนะครับ ถ้าบอกว่าพวกผมยุให้ฟ้องก่อน ดูวันที่ฟ้องครับ พวกผมตั้งรับ ที่จริงพวกผมต้องเป็นโจทก์เมื่อ 3 ปีที่แล้ว แล้วหย่าตอนนั้นต้องหย่าโดยแบ่งสินสมรสนะครับ แต่ความรู้เท่าไม่ถึงการณ์ของเด็กวันนั้น ไม่ได้อะไรเลยนอกจากค่าจ้างหย่า 1 แสนแล้วหนี้เก่าที่น้องเขาไปกู้มา กู้แม่มา กู้นอกระบบมา มาช่วยในการสร้างองค์กรในตอนนั้น ทีนี้เรื่องประเด็นว่าผมไปยุแหย่ให้ฟ้อง ปิดประเด็นครับอย่ามาตราหน้าผมเลยครับ”

คิดว่าเรื่องนี้จะจบยังไง? “คนที่จะไปคุยมันไม่ใช่เอ๋ต้องไปคุยนะครับ ฝั่งโน้นต้องมาคุยกับเอ๋ เอ๋เขาเป็นผู้เสียหายเมื่อ 3 ปีที่แล้วนะครับ หนึ่งโดนแย่งผัว โดนนอกใจแล้วโดนใส่ร้าย คุณไปนอกใจแล้วไปใส่ร้ายเขา เขาไม่ได้ฟ้องกลับคุณก็บุญแล้ว วันนั้นน้องมันไม่ได้มีค่าทนายครับ น้องมันยังไม่มีพี่เลี้ยง ผมเป็นพี่เลี้ยงกับทนายเก่ง ณ วันนี้ ผมยืนอยู่บนความถูกต้อง”

คู่กรณีมียกหูโทรมาหาบ้างไหม? “ยังครับ เพราะเราก็ไม่รู้ว่าตอนนี้ท่านคิดอย่างไรอยู่ ท่านคิดว่าเป็นเรื่องสนุกสนานหรือเรื่องง่ายๆ มันไม่ใช่นะครับ เรื่องอาญาแผ่นดินมันยอมความไม่ได้ ถ้าขึ้นสู่ศาลมันจะยอมความไม่ได้ทันที คดีที่ครูฟ้องเอ๋มันเป็นคดียอมความได้ หมิ่นประมาทถ้าซวยจริงๆ เอ๋ผิดในการกล่าวถึงในรายการดังในวงเงินที่ระวางโทษไว้ 1 ล้านบาท ศาลก็จะวิเคราะห์ว่า จำเลยเป็นผู้มีส่วนได้เสียเป็นคู่กรณีในดคีนี้แล้วเขากล่าวพาดพิงไปมันก็เป็นเรื่องตอบโต้ในคดีในการชี้แจง ก็จะลดหย่อนลงมาอีกหน่อย ถ้าเกิดว่าลดหย่อนมาครึ่งหนึ่งแล้วดูสถานะในการประกอบอาชีพเลี้ยงดูตัวเองเลี้ยงดูลูกแล้วจะผ่อนจ่ายได้เดือนละเท่าไหร่ก็ทยอยจ่ายไปครับ นั่นคือบทลงโทษที่สูงสุด

แต่ถ้ามันไม่ใช่อย่างนั้นล่ะครับ มันจะเป็น เอ๋ มิรา ฟ้องสวนกลับกระทำชำเราเด็กต่ำกว่าอายุ 14 ปีแล้วมีโทษระวางคุก 5 ปีถึง 20 ปี ไม่รอลงอาญา จำคุกทันที มันจะเลยเถิดไปไกลจนที่มันถอนไม่ได้ ถึงวันหนึ่งจะมาเคลียร์กับเอ๋มันทำอะไรไม่ได้แล้ว ไม่ใช่ว่าเราฟ้องเพื่ออยากจะได้เงิน ถ้าเอ๋มันอยากฟ้องเอาเงินก็คงฟ้องตั้งนานแล้วครับ แม้แต่สินสมรสเอ๋ยังไม่รู้จักฟ้องเลยตอนนั้น แต่ตอนนี้มันเหมือนกับคนจนตรอก ไลฟ์สดขายของไปวันๆ อยู่ๆ คุณตาขี่มอเตอร์ไซค์เอาหมายศาลมาให้ ถามว่าสัญชาตญาณของคนมันต้องสู้ไหมครับ แล้วอย่ามากล่าวหาว่าผมเป็นบุคคลที่สองที่สามมายุยงส่งเสริมให้ฟ้อง แต่ถ้าจะฟ้องมันต้องเป็นประมาณนี้ครับถึงจะสู้เขาได้ ถึงจะมีตัวแคนดิเดตมันต้องพอฟัดพอเหวี่ยงกันได้ ถ้าเราเป็นคนตั้งรับในธรรมชาติของการเป็นจำเลยส่วนมากมันจะเสียเปรียบโจทก์ เราก็ต้องชิงพื้นที่การเป็นโจทก์ด้วยครับ”

คนมองว่าเอ๋เอาเรื่องเก่าที่จบไปแล้วมาพูด ทำให้ถูกฟ้องหมิ่นที่ทำให้เขาเสียชื่อเสียง? “มันไม่เกี่ยวว่าเป็นคนมีชื่อเสียงแล้วจะทำผิดไม่ได้ มันเป็นคดีเก่าที่มีอายุความ ถ้ามันไม่มีอายุความคุ้มครองไว้เขาก็ฟ้องไม่ได้ครับ มาตรา 277 ไม่มีอายุความนะครับ กระทำชำเราหญิงอื่นที่ไม่ใช่ภรรยาตน วันนั้นภรรยาตนคือเอ๋ มิรานะครับ แล้วผู้หญิงคนอื่นที่ไปกระทำตอนนั้นยังไม่อายุถึง 15 ศาลคุ้มครอง นอกจากเด็กอายุ 15-18 เป็นผู้เยาว์แม่ยินยอมโอเคไม่ใช่พรากผู้เยาว์ให้แต่งงานทีหลังได้ แต่ถ้าต่ำกว่า 15 ถึงแม่ยินยอมเด็กก็ไม่สามารถที่จะไปนอนกับผู้ชายได้ ไปก็ผิด แล้วยิ่งอยู่ในสถานะความเป็นครูและศิษย์จะโดนหนักอีก”

ดราม่าเอ๋โดนมองว่าพูดถึงอดีตสามีไม่จบไม่สิ้น จากสงสารกลายเป็นรำคาญถูกด่า? “เอฟซีมีทุกฝ่ายก็แล้วแต่ ในหนึ่งร้อยคนจะให้ทั้งร้อยคนรักเราเป็นไปไม่ได้ ฉะนั้นเราต้องสมาธิเข้มแข็ง เรื่องการที่บอกว่าทำไมไม่หยุด ถ้าบอกเอ๋ไม่หยุด ทำไมเอ๋ไม่ฟ้องตั้งแต่ 3 ปี แล้วทำไมครูมาฟ้องหมิ่นประมาทเอ๋เมื่อตอนนี้ถ้าคิดว่าเป็นแม่ของลูก ใครมีน้ำใจความเข้มแข็งความเสียสละในความเป็นแม่หรือพ่อของลูกมากกว่ากัน

ผมจุกแทนเอ๋ ไม่ใช่ธุระผมนะ ผมเดินออกมาเฉยๆ ก็ได้ แต่มันไม่แมนครับ ก็พอมีเวลาอยู่ทั้งๆ ที่ตอนนี้งานผมเข้าแล้ว ทั้งคอนเสิร์ตลำไย งานอีเว้นต์ รถแห่ใบปอ งานผมก็มีเยอะมาก ศิลปินในมือผมเยอะ ปีนี้ผมมีหลายเบอร์ที่จะเอามาขาย แต่ผมก็ต้องมาช่วยน้องเอ๋ ไม่ได้คิดว่าเป็นภาระเลยครับ คิดว่าเป็นหน้าที่ เพราะเอ๋เซ็นสัญญากับผม 2 ปี แล้วตอนนั้นก็ยังไม่ได้มีฟ้องร้องหมิ่นประมาทกันเลย เอ๋มีชื่อเสียงจากการไปออกรายการ มันไม่ผิด ถึงเอ๋จะร้องเพลงยังไม่เก่ง มันไม่ผิดหรอกครับที่ผมจะเอามาหล่อหลอม พอคนมีกระแส ละครหรือหนัง รายการทีวี เขาก็ต้องไปหยิบเอาเน็ตไอดอลหรือคนที่มีกระแสในช่วงนั้นแหละครับมาเล่นละครหรือมาปั้นเป็นดารา บางทีนักมวยเป็นแชมป์โลกมาพอแขวนนวมยังมาร้องเพลงเต้นอยู่หน้าเวทีเลยครับ มันเป็นการบริหารความดังของใครก็แล้วแต่ที่มีกระแสมาในช่วงนั้นเวลานั้นแล้วเอามาต่อยอด ถ้าไม่เป็นดาราก็เป็นนักร้อง มาเป็นพรีเซนเตอร์ ก็แค่นั้นครับการต่อยอดความดัง ผมเป็นคนทำธุรกิจเพลง เอามาออดิชั่นต่อยอดให้น้อง เพราะเป็นหน้าที่และอาชีพของผม”

ดูข่าวต้นฉบับ

ที่มา : https://www.khaosod.co.th/entertainment/news_6650998
ขอขอบคุณ : https://www.khaosod.co.th/entertainment/news_6650998

บัตรกดเงินสด ซิตี้ เรดดี้เครดิต


บัตรเครดิต ซิตี้ ลาซาด้า

บัตรเครดิตซิตี้ แกร็บ

บัตรเครดิต ซิตี้ แคชแบ็ก แพลตตินั่ม

บัตรเครดิต ซิตี้ รีวอร์ด