“แกงส้ม” ลุยเบื้องหลัง จากนักร้องขึ้นแท่นบอสค่ายเพลง “ดาว” คือแฟนคู่ใจ ไม่คิดมองคนอื่น


เริ่มจากเล่าถึงค่าย OGME (โอจีมี) ที่เปิดมาปุ๊บก็เจอโควิด-19 เลย?

“กับการทำค่าย OGME หรือที่ย่อมาจากออริจินัลมี ก็น่าจะ 3 ปี ถ้านับการทำงานจริงจังน่าจะอยู่ปีที่ 2 เพราะช่วงโควิด-19 ด้วยความที่เราเป็นค่ายเล็กเราก็ต้องฟรีซทุกอย่างไว้ ต้องเล่าก่อนว่าตอนที่เราทำค่าย จุดแข็งความเป็นค่ายเล็กของเราคือเรื่องคอนเนกชันกับศิลปินต่างชาติ ซึ่งเราก็พยายามผลิตศิลปินไทยรุ่นใหม่เตรียมพร้อมไว้ว่าวันนึงพอเรามีศิลปินในค่ายประมาณนึงการที่เราชวนศิลปินต่างชาติมาทำงานกับเราก็มีจะบาลานซ์ที่ดีขึ้น”

กำลังมีไฟเพิ่งเปิดค่ายก็โดนโควิดซัดเลย? “ตอนนั้นก็เครียดนะ เราต้องหาวิธียังไงให้ค่ายเรามีผลงานออกมาอยู่บ้างไม่ถึงขั้นหายไปเลย ตอนนั้นทำบอยแบนด์วง TWIXT กลายเป็นว่าเราถูกฟรีซด้วยโควิดเลยต้องเปลี่ยนแผนให้น้องๆแต่ละคนไปเติบโต แยกยูนิต เช่น ตะแตม หรือ NOEL ไปเวที LaziCon มีแฟนคลับชัดเจน วันนี้พอทุกอย่างเริ่มคลี่คลายอะไรที่เราทำได้เราก็ดึงมาทำก่อน เลยเกิดเป็นโปรเจกต์ล่าสุดกับ คิมกุกฮอน”

มองไปข้างหน้าต่อยังไง? “ค่ายเราค่อยๆเติบโตทีละก้าว ไม่ได้อยากทำอะไรที่เกินตัวเองเกินไป ต่อจากนี้ผมก็คิดว่าคงนำคอนเนกชันที่มีต่างๆมาใช้ทำงานร่วมกับศิลปินเกาหลีหรือต่างชาติ แพลนของศิลปินในค่ายก็มีผลงานต่อเนื่อง ปีนี้ก็จะมีการทำน้องๆเกิร์ลกรุ๊ปที่ทำค้างไว้เดบิวต์ให้สำเร็จ โดยการออดิชันจาก 800 คน คัดให้เหลือ 12 คน และกำลังทำกึ่งๆการแข่งขันเพื่อให้ได้เกิร์ลกรุ๊ป 4 คน”

เวลาปั้นศิลปินดูเสน่ห์อะไรในตัวเด็กคนนั้นๆ?

“การคัดเลือกเด็กหรือปั้นศิลปินผมก็ยังยึดหลักชื่อค่ายออริจินัลมี เราพยายามหาตัวตนที่ดีที่สุดของเค้าออกมาให้ได้ เราจะดึงว่าเค้าชอบอะไรจริงๆ เราจะมักเจอเด็กที่ทำอะไรได้หมด แต่พอมาเป็นศิลปินการชอบไปหมดทุกอย่าง ในแง่การดึงความชัดเจนของศิลปินมันต้องตอบให้ได้ว่าอะไรที่คุณชอบที่สุด และดูว่าสิ่งที่เป็นภาพรวมของค่ายมันตรงกันมั้ย”

เราเป็นบอสที่ดุมั้ย? “ผมไม่ดุแต่ผมจริงจังมากเวลาทำงาน ผมพยายามให้ศิลปินแสดงออก จะบอกน้องๆว่าห้ามกลัวพี่นะ ชอบอะไรพูด มาหาตรงกลางด้วยกัน เค้าจะได้รู้สึกภูมิใจว่างานมันมาจากเค้าจริงๆ”

เห็นความมุ่งมั่นของเด็กยุคนี้กับวันที่เราก้าวมาจากเวทีเดอะสตาร์ เหมือนและต่างกันยังไง? “ความเหมือนผมว่าทุกเจนทุกยุค ทุกคนที่รักการร้องเต้นเค้ามีเอเนอจี้ที่เหลือล้นเหมือนสมัยเรายิ่งสมัยนี้มีช่องทางเยอะ สิ่งที่ต่างกันคือ ยุคผมจะหาของอะไรในการเรียนรู้มันน้อยมาก ผมมองว่าด้วยความที่โลกมันหมุนไปเร็วขึ้น เค้ามีสื่อในการเรียนรู้เยอะ ข้อเสียคือมันเร็วไปหมดชอบไปหมด เห็นภาพข้างนอกจนลืมคุยกับตัวเองไปว่าจริงๆแล้วเค้าไม่ต้องเหมือนใครก็ได้”

อะไรคือสิ่งที่ภูมิใจกับการทำค่ายเพลงมาถึงวันนี้?

“ความภูมิใจเลยจริงๆคือผมชอบการที่เราได้พัฒนาใครสักคนจากวันแรกกับปัจจุบันเค้าต่างกันมาก เค้าพัฒนาได้จริงๆ ในแง่ของรายได้อาจจะไม่ได้เข้ามาทำรายได้ให้เรามาหาศาล แต่ว่าสุดท้ายเรากล้าพูดว่าเด็กที่มาอยู่กับเรา เราให้ความดังมากน้อยขึ้นอยู่กับดวง เราตอบไม่ได้ แต่สิ่งที่เค้าได้จากเราคือความเก่งขึ้นแน่นอน เรามีประสบการณ์มากพอที่จะเคี่ยวเข็ญให้เค้ามีสกิลเซตและมายด์เซตที่มันไปต่อได้ในวงการ”

แล้วถ้าเป็นความภูมิใจกับตัวเองในวันนี้ล่ะ? “ในแง่ของตัวเองก็จะรู้สึกว่าพอเราโตขึ้น มาทำค่าย มาเจอเด็กๆ เรารู้สึกว่าเราโตขึ้นจริงๆทั้งในแง่ความคิด แง่การบริหารของการทำงานเบื้องหลัง ผมก็ไม่เคยคิดว่าผมจะมาเบื้องหลังเต็มสูบขนาดนี้ ถึงแม้ว่าตอนที่ผมเข้ามาตอนเดอะสตาร์ ผมจะแต่งเพลงทำเพลงได้แต่ไม่เคยคิดว่ามันจะถูกใช้เป็นรายได้หลักของชีวิตผมขนาดนี้ ตั้งแต่โควิดผมเป็นนักร้องสายอีเวนต์ พออีเวนต์ไม่มีเราก็ค่อนข้างกระทบ ลำบากเหมือนกัน แล้วอยู่ๆมันก็มีงานฝั่งเบื้องหลัง แต่งเพลง โปรดักชัน MV มันกลับมาแทนให้เราทำ วันนี้มันก็กลายเป็นอีกหนึ่งอาชีพที่มันตอบโจทย์ในชีวิตเรา มันทำให้เรารู้สึกว่าได้กลับไปเป็นแกงส้มในเวอร์ชันแรกก่อนจะเข้าวงการ เป็นเวอร์ชันที่คิดเพลง แต่งเพลง อยู่กับดนตรีร้อยเปอร์เซ็นต์ เหมือนยกเด็กคนนั้นกลับมาในเวอร์ชันที่โตขึ้น เอาสกิลตรงนั้นมาพัฒนาจนทุกคนยอมรับว่าเราทำได้ ก็ต้องขอบคุณช่องวันที่เป็นคนแรกๆที่ลองให้เราได้ทำอะไรแบบนี้ เล่นละครก็ให้แต่งเพลงด้วย ทำกับจีเอ็มเอ็มทีวีจนเริ่มมองว่าเราน่าจะทำเป็นอาชีพได้”

ตอนนี้อาชีพของ “แกงส้ม” หลักคืองานเบื้องหลัง?

“เบื้องหลังครับ เบื้องหน้าในแง่ของความเป็นนักร้องเรายังมีแพชชัน ออกเพลงเรื่อยๆให้คนรู้ว่าเราเป็นนักร้อง และงานเบื้องหน้ากับเบื้องหลังเราไม่ห่างกัน เพลงเราเราก็ทำเอง เบื้องหลังเราก็ทำเอง มันไม่ได้แยกออกจากกันเลยรู้สึกว่าเราก็ทำไปได้เรื่อยๆเลย กลายเป็นว่าพอเราได้ทำบ่อยขึ้นๆมันยิ่งเพิ่มความมั่นใจในการทำงานให้เรามากขึ้น”

งานแสดงล่ะ? “งานแสดงตอนนี้ผมยังเบรกไว้อยู่ ก็มีติดต่อมาบ้างแต่ด้วยความที่เราตั้งเข็มทิศชีวิตว่าเราอยากทำตรงนี้ให้มันดีก่อน เรามีของที่กำลังมาดีแล้วอยากเซตตรงนี้ก่อน ในแง่งานแสดงผมว่าผมไม่สามารถตามน้องๆรุ่นใหม่ได้อยู่แล้ว (ยิ้ม) เรามันคือนักร้องที่ไปเล่นละคร เลยรู้สึกว่าเราทำตรงนี้ให้มั่นคงก่อน เราเองจะได้ไม่ต้องมานั่งตุ๊มๆต่อมๆว่าเรามีเวลาไปทำอีกพาร์ตนึงมั้ย เพราะงานละครมันใช้เวลาค่อนข้างเยอะและต้องทำให้ดี เลยขอทำตรงนี้ก่อนในวัยที่เรายังอดหลับอดนอนได้ งานเพลงยังทำและออกรายการก็เยอะมากเป็นสิ่งที่สนุก พอถึงวัยนึงการเล่นมุกเล่นอะไรมันทำให้้เป็นตัวเองได้มากขึ้น”

เมื่อก่อนติสต์กว่านี้? “เมื่อก่อนอาจจะถูกตีกรอบไว้ด้วยบางอย่าง ด้วยหน้าที่การงาน”

ณ วันนี้ก็คือเวอร์ชันตัวจริงของแกงส้ม?

“ใช่ครับ ถึงแม้ว่าก่อนหน้านี้เราอาจจะอยู่ในกรอบแต่ผมมองว่าการผ่านประสบการณ์ตรงนั้นมันก็มีข้อดีนะ มันทำให้เราแข็งแกร่ง เราต้องยอมเสียสละบางอย่างในชีวิตแต่เราได้สกิลอะไรเต็มไปหมด ผมก็เลยรู้สึกว่าชีวิตเรามันไม่รู้หรอกว่าอนาคตมันจะเกิดอะไรขึ้น แต่วันที่เราได้รับโอกาสบางอย่างมันอาจจะไม่ใช่ตัวเราร้อยเปอร์เซ็นต์แต่ถ้ามันยังมีความเป็นตัวเราอยู่บ้าง ทำไปก่อน แล้ววันนึงต่อให้อย่างน้อยมันไม่ประสบความสำเร็จแต่อย่างน้อยสิ่งที่คุณได้คือทักษะที่คุณไม่มีทางหาได้จากโอกาสนั้น”

ที่บอกว่าอยู่ในกรอบ รวมทั้งเรื่องความรักเมื่อก่อนก็ไม่ค่อยพูด?

“ด้วยความที่เรามาจากรายการประกวด อาจจะไม่ต่างจากศิลปินไอดอลที่เรามีแฟนคลับที่ต้องบาลานซ์ให้ ดี เค้าก็รักเราอยากให้เราได้สิ่งที่ดีที่สุดในชีวิต อายุเราวันนั้นก็ต่างกัน เรื่องสิ่งที่ถูกวางไว้เช่นการเป็นพระ เอก เล่นละคร ณ ตอนนั้นเรื่องเหล่านั้นมันละเอียดอ่อน อาจจะไม่เหมือนตอนนี้ที่พระเอกประกาศว่ามีแฟนคบกัน แต่พอเราโตขึ้นก็มองว่าทุกคนและแฟนคลับเปิดกว้างเรื่องนี้ เราก็ไม่ได้เปิดตัวเยอะหวานทุกวัน เราก็เป็นไปตามธรรมชาติ”

กับ “ดาว-ณัฐภัสสร” เป็นคู่หวานที่แฟนๆชอบ?

“อาจจะเป็นเพราะเราไม่ได้ทำมันบ่อย ทุกครั้งที่คนเห็นเลยอาจจะรู้สึกว่าเออน่ารักดี แต่ถ้าทำบ่อยๆ อาจจะเริ่มเลี่ยน ซึ่งเราก็พยายามหาบาลานซ์ให้ดี”

ดาวเองก็เคยผ่านช่วงโดนโจมตี? “ช่วงนั้นก็ค่อนข้างโหดกับเค้า แฟนคลับก็ไม่ค่อย เข้าใจว่าทำไมต้องคนนี้ เราก็เข้าใจเค้านะ ก็เป็นหน้าที่ของเราที่ต้องคุยกับทุกฝ่าย เป็นตรงกลางให้ได้จริงๆ ตรงไหนได้มากแค่ไหน ค่อยๆให้เป็นไป จนวันนี้ผมมองว่ามันก็ออกมาแบบค่อนข้างสวยงามนะ แฟนคลับก็เข้าใจเพราะเราก็คบกันมานานแล้ว”

หลังๆมีโมเมนต์ที่ต่างทำให้อีกฝ่ายซึ้งใจกันในหลายๆครั้ง? “ผมว่าในทุกๆครั้งที่เกิดเหตุการณ์ต่างๆมันทำให้เราเรียนรู้ในแง่ของความสัมพันธ์ ผมว่าเราต้องการเรียนรู้คนที่อยู่ข้างๆเราให้ได้มากที่สุด ผมต้องบอกก่อนว่าเวลาคบใครผมจะไม่คิดเผื่อไว้ว่าจะเจอคนอื่น รู้สึกว่าต้องเต็มที่เพราะว่าไม่งั้นมันเสียเวลาด้วยกันทั้งคู่ ชีวิตมีหลายพาร์ตที่ต้องไปทำ ถ้าเรื่องนี้เราไม่ใส่ใจและพยายามจะแค่มีไปงั้นๆก็ไม่ต้องมีเลยเหอะ ผมบอกตัวเองแบบนั้น การมีคนข้างๆ มันเป็นเรื่องสำคัญเหมือนกันทั้งต่อให้จะเป็นวันนี้หรืออนาคต เลยรู้สึกว่าเราตั้งใจที่จะศึกษาดูเค้าจริงๆว่าอยู่ด้วยกันได้มั้ย นิสัยใจคอมีอะไรที่เข้ากันไม่ได้ ซึ่งเราก็รู้สึกว่าช่วงโควิดเป็นช่วงที่ทำให้เราได้เห็นอะไรในกันและกันเยอะว่านิสัยที่ชอบไม่ชอบ ดีไม่ดี มันก็เป็นอีกหนึ่งช่วงที่ทำให้เราใกล้ชิดกันมากขึ้น”

มีช่วงนึงที่คนเข้าใจผิดเรื่องว่าคู่เราขอแต่งงานกันแล้ว ตอนเขาหาแหวนกลางหิมะ?

“ใช่ๆ ก็มีเรื่องเข้าใจผิดว่าผมขอเค้าแต่งงาน ก็เป็นเรื่องตลกดี (หัวเราะ) ต้องดูคลิปให้จบ ผมชอบมากพี่หญิง-รฐา คนแรกเลยมาแสดงความยินดี ผมบอกใจเย็นๆ ดูแผลที่มือเค้ากับแหวนก็ไม่ใช่แหวนเพชรด้วยนะ เป็นแหวนธรรมดา ก็ใจเย็นๆครับ (ยิ้ม)”

จากเหตุการณ์นั้นทำให้คนมาสะกิดเราเรื่องนี้มั้ย? “ผมว่าตอนนี้ก็ยังมีคนคิดว่าผมขอแต่งงานไปแล้วด้วยซ้ำ แบบขอแล้วแต่ไม่บอกอะไรแบบนั้น แต่ว่ายังครับยัง แต่เอาตรงๆก็วางแผนคุยไว้คร่าวๆเหมือนกัน ถามว่าคนนี้มั้ยเหรอ ใช้คำว่าผมก็ไม่คิดจะมองคนอื่นดีกว่า แต่ว่าเราก็ยังไม่ได้วางแพลนกันจริงจังว่าเมื่อไหร่ เราก็คบกันมา 4 ปีกว่าแล้ว ผมว่าพอเราอายุ 30 ปี ก็รู้สึกว่าความมั่นคงในชีวิตต้องเริ่มแล้ว เราอายุห่างกันเกือบ 3 ปี พี่ดาวเค้าโตกว่าผมและเป็นฝ่ายดึงสติผมนะ ด้วยความที่ผมเป็นคนเจ้าโปรเจกต์ก็จะใจเร็วนิดนึงในบางครั้งในเรื่องธุรกิจ เค้าก็จะเป็นคนที่เบรกเราทำให้ผมบาลานซ์ชีวิตได้ เค้าก็เป็นซุปเปอร์ซัพพอร์ต ไม่เคยห้าม ไม่ว่าไม่อะไร แต่เค้าจะดึงเราว่าอันนี้มันดีจริงเหรอ ถ้าจะทำแก้อันนั้นอันนี้หน่อยมั้ย กับการทำค่ายเพลงในเรื่องมุมมองเค้าก็ช่วย แต่ในเรื่องเพลงเค้ารู้ว่าเราเอาอยู่ เค้าก็รู้ว่าการทำค่ายเพลงมันไม่ได้ให้ผลตอบแทนในระยะสั้นขนาดนั้น เรื่องนี้เค้าเป็นกำลังใจให้เราอยู่แล้ว แต่อย่างเรื่องธุรกิจกาแฟ KORELAB เค้าก็จะเป็นคนที่เข้ามาดูค่อนข้างเยอะเหมือนกันในการดึงสติเรา ซึ่งร้านกาแฟตอนนี้มีที่กรุงเทพฯ อยุธยาและเชียงรายครับ”.

เรื่อง: สุภลัคน์ วุฒิกรีธาชัย

ดูข่าวต้นฉบับ

ที่มา : https://www.thairath.co.th/entertain/news/2391840
ขอขอบคุณ : https://www.thairath.co.th/entertain/news/2391840




บัตรกดเงินสด ซิตี้ เรดดี้เครดิต

บัตรเครดิต ซิตี้ ลาซาด้า

บัตรเครดิตซิตี้ แกร็บ

บัตรเครดิต ซิตี้ แคชแบ็ก แพลตตินั่ม

บัตรเครดิต ซิตี้ รีวอร์ด