“แก้ม” เริด เสียงสวยจนผู้ชายอยากแต่งด้วย ไม่ใส่ชุดไทยบนเวทีออสการ์ แต่หัวใจและตัวตนคือคนไทย



“แก้ม วิชญาณี” อิ่มเอมใจที่สุด ได้รับเกียรติที่ยิ่งใหญ่ในชีวิต โชว์พลังเสียงร่วมเจ้าของเพลงและผู้พากย์เอลซ่าอีก 9 ประเทศ ขอบคุณทุกกำลังใจ ส่งตรงจากไทยถึงเวทีออสการ์ ซุ่มซ้อมหนักมากเพราะอยากทำให้ออกมาดีที่สุด ขอโทษเพื่อนร่วมเฟรม ชุดเด่นใช้พื้นที่เยอะ ดีใจได้รับเลือกเป็น 1 ใน BEST DESSED OSCAR2020 แจงดรามาไม่ใส่ชุดไทย บอกทำเต็มที่แล้ว ไม่สามารถตามใจใครได้ทุกอย่าง ไปด้วยหัวใจของคนไหน ในฐานะคนไทย

มงลงสุดๆ สำหรับนักร้องสาวเสียงดี “แก้ม วิชญาณี เปียกลิ่น” หลังได้รับโอกาสดีไปร่วมเดินพรมแดง พร้อมโชว์พลังเสียงในเพลง Into the Unknown จาก ภาพยนตร์ Frozen 2 บนเวทีออสการ์ร่วมกับเจ้าของเพลงตัวจริง และผู้พากย์เสียงเอลซ่าจาก 9 ประเทศ งานนี้ก็เรียกได้ว่าเฉิดฉายสุดๆ ได้รับความสนใจจากสื่อต่างชาติมากมาย จนได้รับเลือกเป็น 1 ใน BEST DESSED OSCAR2020 อีกด้วย แต่กระแสในเมืองไทย กลับมาดรามาเล็กๆ ว่าทำไมสาวแก้มถึงไม่เลือกที่จะใส่ชุดไทยไปร่วมงานระดับโลก โดยเอาไปเปรียบเทียบกับผู้พากย์เสียงชาวญี่ปุ่นที่ใส่ชุดประจำชาติมา วันนี้ได้มีโอกาสเจอสาวแก้มมาร่วมรายการวันบันเทิง เจ้าตัวก็เลยถือโอกาสออกมาเล่าโมเมนต์ในงานวันนั้น และชี้แจงถึงกรณีดรามานี้ด้วยว่า

“ตอนบนเวทีเรารู้สึกว่าเราจะทำออกมาอย่างเต็มที่ที่สุด แล้วเราก็อยู่กับเนื้อเพลง แล้วก็อยู่กับโชว์ตรงนั้นค่ะ แต่ก่อนออกตื่นเต้นมาก คือมันเหมือนความฝัน แม้ว่าเราจะซ้อมหลายๆ รอบก็ตาม แต่เรารู้สึกว่าชีวิตนี้เราจะทำให้ดีที่สุด เราจะทำโมเมนต์ตรงนี้ให้เต็มที่ที่สุด ไม่รู้ว่าเราจะมีโอกาสได้ทำแบบนี้อีกไหม อยากทำให้ประเทศเราภูมิใจ ประเทศไทยร้องเพลงที่มีเนื้อเพลงภาษาไทยในเพลงนี้ Into the Unknown”

เก็บความลับนี้มาตั้งแต่ดิสนีย์โทร.มาแจ้งว่าให้ไปร้องเพลงร่วมกับไอดินา เจ้าของเพลงเวอร์ชั่นออริจินอล แต่เพิ่งมารู้ว่าเป็นเวทีออสการ์
“ไม่นานมาก คือตอนแรกที่ทราบทางดิสนีย์ไทยแลนด์ค่ะ ก็คือแจ้งว่าจะให้เราไปร้องเพลงร่วมกับไอดินา แมนเซล (Idina Menzel) ซึ่งเป็นเวอร์ชั่นออริจินอล แต่ว่ายังไม่ได้บอกในครั้งแรกว่าจะเป็นเวทีไหน แล้วพอมาใกล้ๆ ช่วงที่เขาจะประกาศว่าเพลงไหนเป็นนอมินีบ้าง พี่เขาก็บอกว่าถ้าเพลง Into the Unknown ได้เข้าชิง เราจะได้ไปร่วมร้องเพลงนี้กับไอดินา แมนเซล แล้วก็หลายๆ ประเทศ ที่ได้รับเลือกในครั้งนี้ เราเลยรู้สึกว่าอันนี้เราฝันหรือเปล่าพี่ คือพี่พูดจริงๆ ใช่ไหม เราไม่คิดว่ามันจะเป็นเรื่องจริง สำหรับเราคือมันเกินกว่าที่เราจะคาดถึงได้ ออสการ์มันคืออะไรที่ไกลตัวจากเรามากๆ หนึ่งคือเราไม่ได้เป็นนักแสดงภาพยนตร์ แต่เรามีโอกาสได้พากย์เอลซ่า เราเลยรู้สึกว่าเราโชคดีมากๆ ที่เราได้รับเกียรตินี้ ได้รับโอกาสนี้”

ยกเป็นความภูมิใจที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของชีวิต ไม่กดดันในฐานะคนไทยคนแรกบนเวทีออสการ์ เพราะมัวแต่ไปโฟกัสกับการฝึกร้องเพลง
“แก้มว่าทุกเรื่องที่มันผ่านมา มันเป็นที่สุดในชีวิตอยู่แล้ว แต่อันนี้มันยิ่งใหญ่ แล้วมันเป็นความภาคภูมิใจมากกว่าค่ะ ตอนแรกน้องไม่ทันได้นึกเรื่องนี้เลย น้องนึกแค่ว่าฉันจะร้องท่อนไหน แล้วจะทำยังไง ทำให้ดีที่สุด จะต้องร้องภาษาอังกฤษไหม ไปโฟกัสกับการฝึกเพลงหมดเลยค่ะ ไม่ได้นึกว่าเราจะเป็นคนไทยคนแรกหรือยังไงเลย แต่เรารู้สึกดีใจมากกว่า ที่มีภาษาไทยบนเวทีออสการ์”

ความรู้สึกหลังจบการแสดงบนเวทีคือโล่งใจ ที่ทำออกไปได้อย่างเต็มที่
“รู้สึกโล่งใจที่ทำออกไปอย่างเต็มที่ ตอนนั้นคือมันอิ่มเอมใจกับการที่ได้อยู่ ณ โมเมนต์นั้น แล้วเราได้ไปเห็นดาราระดับโลก แล้วก็ทุกคนที่ร้องด้วยกัน เพื่อนๆ หลายๆ ประเทศร้องไห้ เราไม่รู้ว่าเราจะมีโอกาสแบบนี้กันอีกไหม รู้สึกประทับใจมาก”

เห็นว่ามองลงไปแล้วเจอ “แบรด พิตต์” ดาราดังระดับโลกดูการแสดงอยู่ด้วย
“คือตอนที่เราแสดง แบรด พิตต์ ไปรับรางวัลค่ะ ตอนนั้นเราไม่ได้เห็นใคร เราโฟกัสกล้อง เพราะว่าเราอยากให้เรามีสติมากที่สุด แล้วก็มีความสุขกับตรงนั้นในการส่งความสุขให้กับคนดู”

เรียกว่ามงลงสุดๆ ในวันนั้น
“เหมือนเป็นตัวแทนศิลปินไทย แล้วก็คนไทยทุกคนที่มีโอกาสได้ร้องภาษาไทยบนเวทีมากกว่าค่ะตอนนั้น เราไม่รู้ว่าภาพมันออกมาเป็นอย่างนั้นเลยค่ะ”

เพิ่งรู้ตัวว่าจิกกล้องมาก หลังได้กลับมาย้อนดูตัวเองในคลิป
“ก็แบบเราเต็มที่เนอะ เพราะตอนซ้อมเราจะไม่เห็นกล้องเลย ฉันมองจนนาทีสุดท้ายที่กล้องจะมองเห็นจริงๆ เพราะว่าอยากส่งออกไปอย่างเต็มที่ค่ะ

ไม่ได้เช็คฟีดแบ็กทันทีหลังจากลงเวที เพราะต้องเข้าไปร่วมงานต่อ ขอบคุณทุกกำลังใจที่ส่งมาให้
“คือหลังจากนั้นเราเข้าไปร่วมงงานค่ะ เลยยังไม่ได้ดูแบบว่าเป็นยังไงบ้าง แต่ว่าจะเห็นกำลังใจที่ทุกคนส่งมาให้มากๆ แล้วก็มีหลายๆ คนที่ภูมิใจกับสิ่งที่เกิดขึ้น”

สื่อต่างชาติยกให้เราเป็นดาวเด่นบนพรมแดง ต้องขอบคุณชุดสวยๆจากโพเอม
“เต็มที่มากๆ คือแก้มโชคดีที่ทางพี่ฌอน ชวนล ไคสิริ ดีไซเนอร์และเจ้าของแบรนด์โพเอม คือแก้มก็ไม่รู้ ณ ตอนนั้น แก้มก็บอกธีมว่าธีมดิสนีย์ อยากให้มีสีชมพู หรือว่ามีสีม่วง เป็นออกแนวเจ้าหญิง เราก็เลยรู้สึกว่าก็ต้องขออนุญาตใช้แบรนด์ไทยแล้วก็เป็นของพี่ฌอน”

รู้สึกขอโทษเพื่อนๆ ที่ร่วมเฟรม เพราะชุดใช้พื้นที่เยอะมาก
“คือทางพี่ฌอนเชื่อมั่นว่าเราใส่แล้วจะออกมาโอเค สวยงาม เพราะมันเป็นครั้งแรกที่เราได้ไปด้วยค่ะ แต่เราไปถึงจริงๆ แล้ว เราก็ไม่รู้ คือตอนแรกเราคิดว่าจะปล่อยทีละคน เราก็เลยรู้สึกเกร็งนิดหนึ่ง ว่า I’m sorry ขอโทษทุกคนที่แบบ ตายแล้วฉันใช่พื้นที่เยอะ เราก็รู้สึกผิดจริงๆ

ได้เห็นภาพที่คนแซวว่าชุดอารมณ์เหมือนไม่ได้นัดกันมาแล้ว ไม่ได้ซีเรียส
“อันนั้นแซวเล่นๆ ค่ะ เรารู้สึกว่าเราไม่ได้ตั้งใจให้มันเป็นอย่างนั้นจริงๆ แล้วมันเป็นจังหวะมากกว่า เพราะทุกคนโอเคและชื่นชมมากๆ กับการที่แต่ละประเทศเตรียมตัวกันไป”

ดีใจมาหลังเจ้าของงานยกให้เราเป็น 1 ใน BEST DESSED OSCAR2020
“ดีใจแทนแบรนด์ไทยค่ะ และดีใจที่เราใส่แล้วเรียกได้ว่าเป็นอีกหนึ่งชุดที่อยู่ในความทรงจำของเราและทุกๆ คนค่ะ”

ตอบดรามาทำไมไม่ใส่ชุดไทย บอกในโมเมนต์นั้นทำเต็มที่แล้ว ไม่สามารถทำตามใจใครได้ทุกอย่าง แต่ไปด้วยหัวใจของคนไทย ในฐานะคนไทยคนหนึ่ง
“ณ โมเมนต์นั้นการที่เราเตรียมตัวไป เรารู้สึกว่าเราเต็มที่แล้ว และเราไม่ทันได้มองถึงจุดๆ นี้ เราถือว่าเราเป็นคนไทยไปด้วยหัวใจของคนไทย และการไหว้ สวัสดี แสดงความเป็นไทยของเรา อันนี้คือสิ่งที่เป็นไทยมากๆ และมาจากตัวตนของความเป็นไทยของเราอยู่แล้วค่ะ อาจจะไม่สามารถที่จะทำทุกๆ อย่างได้ตามใจใคร แต่ก็คิดว่าเรากับทีมต่างเต็มที่กันมากๆ ค่ะ เราไปในฐานะคนไทยคนหนึ่ง”

มีชาวต่างชาติอัดคลิปท่อนเราร้องเพลง และถึงขั้นบอกอยากแต่งงาน อยากเป็นแฟนกับ แก้ม วิชญาณี
“ตายแล้ว (หัวเราะ) คงถูกใจ ณ โมเมนต์นั้น ก็รู้สึกเป็นเกียรติค่ะ ไม่เคยมีโอกาสอะไรแบบนี้มาก่อน”

ไม่มีใครเข้ามาแสดงความสนิทสนม หรือชวนเป็นเพื่อนขนาดนั้น เพราะต้องเตรียมตัวโชว์ แต่ทุกคนให้เกียรติกันมากๆ
“ไม่ค่อยค่ะ คือไม่ใช่ไม่เปิดทางนะ แต่พอเดินพรมแดงเสร็จแล้ว เราก็ได้เข้าไปหลังเวทีเตรียมตัวโชว์เลยค่ะ ส่วนใหญ่คือเขาจะให้เกียรติมากๆ ค่ะ ส่วนหลังจากนี้จะต่อยอดงานของเราไหม ถ้ามีโอกาสเราก็เต็มที่กับทุกๆ งานอยู่แล้วค่ะ แต่ตอนนี้ยังไม่ได้มีอะไรเข้ามาเพิ่มเติมค่ะ”

เล่าที่มาของภาพที่ยืนคุยกับหนึ่งในทีมงานของดิสนีย์ ตื่นเต้นมาก ที่ได้สวัสดีทักทาย และยังได้รับคำชมด้วย
“อ๋อ เป็นช่วงที่เรามารอหลังเวทีเตรียมจะโชว์ ทางผู้ใหญ่ก็สวัสดีทักทาย เขาก็บอกว่าเขาเป็นหนึ่งในผู้ที่ร่วมโปรดิวส์โฟรเซ่น และหลายๆ เรื่องของดิสนีย์ เราก็เลยรู้สึกตื่นเต้น ได้มีการสวัสดี ทักทาย เขาก็ชื่นชมค่ะ”

ขอบคุณทุกกำลังใจที่ส่งมาให้ รู้สึกภูมิใจมากที่ได้รับโอกาสดีๆ แบบนี้
“ขอบคุณมากค่ะ ขอบคุณสำหรับกำลังใจทุกคน คือมันเป็นสิ่งหนึ่งที่เราภาคภูมิใจ และแก้มเชื่อว่าหลายๆ คนก็ภาคภูมิใจที่ครั้งหนึ่งเรามีโอกาสดีๆ แบบนี้ เราโชคดีมากๆ กับโมเมนต์นี้ในชีวิต และเราเองก็อยากจะให้ส่วนนี้เป็นความสุขอย่างหนึ่งให้กับคนไทย แก้มว่าบ้านเรากำลังเจอสิ่งต่างๆ มากมาย เราขอเป็นกำลังใจเล็กๆ ให้กับทุกๆ คนค่ะ หลังจากที่ทุกคนให้กำลังใจแก้มกลับมาแล้ว แก้มก็ขอบคุณมากๆ จริงๆ และก็ขอเป็นกำลังใจให้ทุกคนเช่นเดียวกันค่ะ ขอบคุณมากๆ ค่ะ”

ดูข่าวต้นฉบับ

ที่มา : ดารา
ขอขอบคุณ : ดารา